ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ถูกลืม

พี่เฟิงหวง พี่ฉือเย่ว์ท่านไปที่ใดกันมาหรือเจ้าคะ” อี้เหนียงเอ่ยถามขึ้น 

“พี่สองคนเข้าไปที่ค่ายทหารกันมา” เฟิงหวงเป็นผู้ตอบอี้เหนียงพร้อมทั้งรับน้ำชามาจิบ 

“อ้าว มิใช่ว่าท่านอ๋องแจ้งว่าทหารที่ไปรบให้พักที่เรือนตนได้ 15วันมิใช่หรือเจ้าคะ” 

“อันนั้นก็ใช่ แต่ระดับท่านแม่ทัพและรองแม่ทัพยังมีงานค้างในการจัดทำรายงานการรบ รายงานบัญชีอาวุธ และรายงานทางด้านตัวเลขทหารด้วยนะ จึงต้องเข้าไปตรวจทานรายงานก่อนนำส่งให้กับท่านแม่ทัพใหญ่ เสร็จแล้วท่านอ๋องได้อนุญาตให้พวกพี่กลับมาพักได้พวกพี่จึงพากันมาที่นี่” 

เมื่ออี้เหนียงและชิงอวี้ได้ฟังพี่เฟิงหวงกล่าวเช่นนั้นก็หันมาหาชิงอิง  

“ท่านอ๋องแจ้งข้าแล้วเจ้าค่ะว่าวันนี้จะเข้าไปตรวจงานในส่วนของสองวันให้เสร็จ เพราะท่านอ๋องจะพาข้าไปที่หอฟู่เฉิงกงในวันพรุ่งเจ้าค่ะ” 

เมื่อได้ยินชิงอิงกล่าวดังนั้นทั้งสี่คนจึงพยักหน้ารับทราบและได้หันไปพูดคุยกับคนของตนต่อ ชิงอิงจึงขอตัวจากทั้งสี่คนเพื่อเข้าโรงครัวไปปรุงอาหารมื้อเที่ยงพร้อมทั้งเอ่ยห้ามพี่ชิงอวี้และอี้เหนียงว่าไม่ต้องไปช่วยให้อยู่ที่นี่ แจ้งพี่ฉือเย่ว์กับพี่เฟิงหวงให้อยู่รับอาหารมื้อเที่ยงด้วยกันและได้เดินไปที่โรงครัวทันที 

“นี่ข้าก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันนะนี่ ว่าที่ข้าอยากมาที่จวนนี้เพราะคิดถึงอี้เหนียง หรือคิดถึงอาหารของพวกเจ้ากันแน่ มาทีไรก็รับอาหารทุกที” พี่เฟิงหวงกล่าวเช่นนั้นทั้งสี่คนก็หัวเราะออกมาพร้อมกัน 

“ท่านพ่อ กับท่านแม่ของข้าก็บ่นอยากมาเหมือนกัน ท่านบอกว่าคิดถึงรสมือการทำอาหารของบุตรสาวจวนนี้” พี่ฉือเย่ว์เอ่ยขึ้นสมทบพร้อมทั้งหันไปหาชิงอวี้ที่นั่งอยู่ข้างๆ 

“อีกไม่นานเจ้าก็จะได้ไปอยู่กับพวกท่านแล้ว ท่านก็คงได้ชิมฝีมือของเจ้าทุกวัน” ฉือเย่ว์เอ่ยบอกชิงอวี้ดังนั้นก็เอื้อมมือไปจับมือนางมากุมไว้  

“ตอนนี้ข้าก็กำลังศึกษาเรื่องการทำอาหารและขนมกับชิงอิงอยู่เช่นกันเจ้าค่ะ เมื่อข้ากลับไปที่เรือนของข้าที่แคว้นอี้เหมินแล้วข้าจักได้ลองทำให้ท่านพ่อ ท่านแม่ และพี่ชายของข้าลิ้มลองเช่นกันเจ้าค่ะ”  

อี้เหนียงจึงได้เล่าเรื่องการเรียนทำอาหารของตนให้พี่เฟิงหวงฟังบ้าง เมื่อเฟิงหวงได้ยินเช่นนั้นก็ให้ชะงัก 

“กลับเรือนที่แคว้นอี้เหมินเช่นนั้นรึ” เฟิงหวงเอ่ยดังนั้นก็หันไปมองอี้เหนียงพร้อมทั้งเงียบไป  เมื่ออี้เหนียงได้เห็นพี่เฟิงหวงมองมาที่ตนด้วยสายตาประกายเศร้าเช่นนั้นก็ได้เอื้อมมือไปจับมือของพี่เฟิงหวงทันที 

“ใช่เจ้าค่ะ กลับเรือนที่แคว้นอี้เหมินแต่ยังมิใช่ในตอนนี้เจ้าค่ะ ข้าจะยังไม่กลับเรือนจนกว่าจะเสร็จงานแต่งของพี่ชิงอวี้ ข้าได้ส่งจดหมายแจ้งท่านพ่อไปแล้วด้วยม้าเร็วของจวนพี่ชิงอวี้เจ้าค่ะ” 

เมื่อเฟิงหวงได้ยินเช่นนั้นตาของเขาก็หรี่ลง เขาคงต้องหาทางแบบจริงจังเสียแล้วเกี่ยวกับการที่จะทำเช่นใรที่จะให้อี้เหนียงอยู่กับเขาที่นี่ให้ได้ เมื่อฉือเย่ว์และชิงอวี้เห็นดังนั้น ชิงอวี้ก็ได้กระซิบเบาๆที่หูของพี่ฉือเย่ว์ถึงเหตุการณ์ของอี้เหนียงเมื่อคืนนี้ พี่ฉือเย่ว์พยักหน้ารับทราบแล้วจึงเอ่ยกับเฟิงหวง 

“อย่าเพิ่งคิดการณ์อันใดให้เป็นทุกข์ใจเลยสหายข้า ยังมีเวลาอีกตั้งหลายเดือนมิใช่หรือ ฉะนั้นยังมีเวลาในการคิดอ่านที่จะทำประการใด เจ้ายังมีพวกข้าและท่านอ๋องที่ช่วยคิดอ่านกับเจ้านะ” 

เมื่อเฟิงหวงได้ยินฉือเย่ว์พูดเช่นนั้นก็พยักหน้าและกระชับมือมั่นคงเข้ากับมือเล็กๆของอี้เหนียงนั้น แต่จากความคิดของทั้งสองก็ยังช้ากว่าความคิดของใครอีกคนไปก้าวหนึ่ง ซึ่งขณะนี้กำลังเตรียมการวางแผนไว้แล้วและรอเพียงเวลาเท่านั้น 

เมื่อทุกคนเห็นซิงเหลียนบ่าวรับใช้ของชิงอิงเดินมา ก็เป็นอันรับทราบว่าชิงอิงนั้นได้ปรุงอาหารเสร็จแล้วและให้มาเรียนเชิญไปรับอาหารที่เรือนรับรองเล็ก ทั้งสี่คนจึงได้ลุกขึ้นเดินไปทันที เมื่อมาถึงยังเรือนรับรองเล็กก็พบว่า ฮูหยินใหญ่และฮูหยินรองของจวนนั่งอยู่กับชิงอิงแล้ว ฉือเย่ว์และเฟิงหวงจึงไปทำการคารวะฮูหยินทั้งสองและนั่งลงที่โต๊ะกลางพร้อมทั้งสูดดมกลิ่นหอมๆของอาหารที่วางอยู่ตรงหน้านั้น 

“เที่ยงนี้ข้าทำบะหมี่แห้งเป็ดตุ๋น กับเกี๊ยวกุ้งน้ำเจ้าค่ะ อากาศเย็นนิดๆกับน้ำซุบร้อนๆเข้ากันเจ้าค่ะ” ชิงอิงกล่าวพร้อมหันไปหาท่านแม่ใหญ่กับท่านแม่รอง 

“เป็ดตุ๋นนี่ลูกตุ๋นจนเปื่อยดีแล้ว และไม่มีกลิ่นเจ้าค่ะท่านแม่ ท่านแม่ลองชิมดูเถิดเจ้าค่ะ” 

เอ่ยบอกท่านแม่แล้วก็หันมาหาทุกคนแล้วเชื้อเชิญให้ลิ้มลองรส เมื่อทุกคนได้ตักน้ำซุบของเกี๊ยวน้ำขึ้นมาชิมเป็นคำแรกนั้น ก็ทำให้ทุกคนถึงกับชอบใจนัก  

“เป็ดตุ๋นของเจ้าอร่อยจริงชิงเอ๋อ และน้ำซุบของเกี๊ยวกุ้งก็รสกลมกล่อมมากออกหวานนิดๆ” 

“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านแม่รองที่ชมข้า ข้าดีใจที่ทุกคนชอบเจ้าค่ะ” เอ่ยตอบมารดารองไปเช่นนั้นก็ยิ้มแป้นทันที นางเป็นคนชอบทำอาหาร คำชมจากผู้ที่ได้ลิ้มลองรสอาหารที่นางทำจึงมีคุณค่าสำหรับนางมาก 

เมื่อรับอาหารเที่ยงเรียบร้อยแล้วทั้งห้าคนก็เดินออกจากเรือนรับรองเล็กและมุ่งหน้าไปยังศาลาริมสระน้ำ 

“วันนี้รู้สึกว่าข้าจะว่างมากเลยเจ้าค่ะ”  

เมื่อทั้งสี่คนได้ยิงชิงอิงกล่าวเช่นนั้นก็รู้สึกแปลกใจ เพราะทุกวันชิงอิงเป็นคนที่มีอะไรให้ทำอยู่ตลอดเวลา ทั้งปลูกต้นไม้ ถอนหญ้า ปรุงอาหาร บดชาปรุงชาแบบใหม่ๆ แต่วันนี้กลับได้ยินนางบ่นว่านางว่าง แต่คำว่าว่างของนางก็หายไปทันทีเมื่อมีรถม้าคันหนึ่งวิ่งเข้ามาที่จวน 

“ข้าคิดว่าไม่ใช่แค่เราแล้วล่ะที่อยากจะมาที่จวนนี้ทุกวัน แม้แต่คนที่แสนเย็นชาผู้นั้นก็อยากมาเหมือนกัน” เฟิงหวงหันไปพูดกับฉื่อเย่ว์แล้วก็ทำหน้าบุ้ยใบ้ไปยังรถม้าที่กำลังจอดที่ลาน เมื่อชิงอิงเห็นดังนั้นก็ให้ดีใจยิ่งนัก นางกำลังคิดอยู่ว่าวันนี้นางคงจะเหงาอยู่คนเดียวจึงรีบเดินไปต้อนรับท่านอ๋องที่ลงจากรถม้าและกำลังเดินมาที่ศาลาริมสระน้ำ 

“ท่านอ๋องท่านบอกจะมาวันพรุ่งมิใช่หรือเจ้าคะ เหตุใดวันนี้ท่านถึงมาได้” ชิงอิงเอ่ยถามเสียงใส 

เมื่อท่านอ๋องได้ยินเช่นนั้นก็มองสบตาที่มีแววประกายวิบวับก็อดหัวเราะมิได้ เขาจึงยกมือขึ้นแล้วเอานิ้วจิ้มไปที่หน้าผากกลมนั่น 

“ข้าทำงานของข้าเสร็จแล้วข้าจึงมาหาเจ้า” 

“แปลว่าท่านก็คิดถึงข้าน่ะสิเจ้าคะ” 

เมื่อท่านอ๋องได้ยินคำกล่าวของชิงอิงก็อมยิ้มพร้อมกับนิ้วที่จิ้มค้างอยู่ที่หน้าผากของชิงอิงนั้นก็ขยับจิ้มไปอีกสองครั้ง 

“เจ้านี่นับวันยิ่งเซี้ยวขึ้นทุกที” 

เมื่อชิงอิงได้ยินท่านอ๋องกล่าวเช่นนั้นก็หัวเราะ แล้วเชื้อเชิญท่านอ๋องมารับน้ำชาที่ศาลาริมสระ เมื่อเดินมาถึง เฟิงหวง ฉือเย่ว์ ชิงอวี้ และอี้เหนียง ที่ออกมายืนรอต้อนรับด้านนอกนั้นก็คารวะท่านอ๋องและเชื้อเชิญท่านอ๋องเข้าไปนั่งยังด้านในของศาลาพร้อมชิงอิง จากนั้นทั้งสี่จึงได้เดินตามเข้าไป เมื่อซิงเหลียนนำน้ำชาและของว่างมาวางลงบนโต๊ะแล้วก็ขอตัวไปทันที ชิงอิงจึงได้เชิญท่านอ๋องให้ลิ้มลองขนมที่นางทำกับพี่ชิงอวี้และอี้เหนียงในวันนี้ จากนั้นโลกทั้งใบก็ตกเป็นของทั้งสองคนทันที เมื่อเห็นเช่นนั้นเฟิงหวงก็หันหน้ามามองที่อี้เหนียง ฉือเย่ว์ ชิงอวี้ และเอ่ยขึ้น 

“ข้าคิดว่าพวกเราคงเป็นคนที่ถูกลืมเสียแล้ว” 

กลับหน้าเรื่อง
ผู้อ่านที่รัก ถ้าชอบนิยายของผู้เขียน ช่วยกดถูกใจ กดติดตามเพื่อเป็นกำลังใจ หรือกดดาวเพื่อเป็นการสนับสนุนผู้เขียนด้วยนะเจ้าคะ มาทักทายพูดคุยกันได้เจ้าค่ะ
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น