ต้นรักข้างขุน
Epilogue || Our future home
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
Epilogue || Our future home

  

#Epilogue 

Our future home 

 

 

 

“พี่ขุน รักอยากกินปูอัดทอดอีกไม้ด้วยครับ”

ผมเงยหน้าบอกพี่ขุนที่ยืนอยู่ข้างกันและกำลังหยิบเหล่าบรรดาลูกชิ้นทอดใส่ถาดให้ผมอยู่ พี่เขาก็พยักหน้ารับเบาๆ แล้วหันไปหยิบปูอัดอีกไม้มาใส่ถาดให้ผม หลังจากส่งให้คนขายเอาไปทอดต่อแล้ว เราก็หลบมายืนด้านข้างร้านรถเข็นเพื่อให้คนอื่นเลือกซื้อบ้าง

“พี่ขุนของรักใจดีที่สุดเลย!”

“น่ารักฉิบหายขนาดนี้ให้กูเอาความกล้าที่ไหนมาขัดใจเมีย”

“พี่ขุนจะเป็นพ่อบ้านใจกล้ารึเปล่า~”

“ไม่กล้า”

ผมหลุดหัวเราะจนตาหยี พี่ขุนคนดุหายไปไหนกันนะ เหลือแต่พี่ขุนคนน่ารัก! แล้วก็รู้สึกอยากอ้อนพี่ขุนขึ้นมามากๆ ผมก็เลยเอื้อมแขนไปกอดเอวพี่ขุนเอาไว้ เอียงซบแก้มกับต้นแขนหนาไปพลางระหว่างรอลูกชิ้นทอดเสร็จ

ที่จริงวันนี้พวกเรามีนัดกินหมูกระทะกันล่ะ! เหตุเกิดจากเมื่อคืนกลุ่มไลน์ ‘สี่หนุ่มสุดหล่อ!’ พวกเราก็คุยเล่นกันไปเรื่อย แล้วก็ไปคุยเข้าประเด็นเรื่องหมูกระทะเข้าเลยอยากกินกันมากๆ ขึ้นมา (โดยเฉพาะต้นรักคนนี้ที่เผลอกลืนน้ำลายไปหลายอึก แหะๆ) วันนี้พวกเราเลยนัดรวมตัวกันที่ร้านหมูกระทะมันซะเลย~ แต่พวกพี่แฟนของพวกเราก็อยากมาด้วย สรุปก็กลายเป็นว่ามากันครบทีมทั้งกลุ่มของผมและแก๊งพี่ขุนเลย

“ลูกชิ้นห้าไม้ได้แล้วครับ”

“ของผมครับๆ”

ผมเดินไปรับถุงลูกชิ้นร้อนๆ มาอย่างอารมณ์ดี มีเสี่ยขุนหมื่นรับหน้าที่จ่ายค่าลูกชิ้นห้าสิบบาทให้ พี่ขุนพาผมเดินมาอีกนิดจนอยู่หน้าร้านหมูกระทะ พวกผมมาถึงก่อนเวลานัดนิดหน่อยเลยทำให้มีเวลากินลูกชิ้นทอดได้อยู่ ที่หน้าร้านมีม้านั่งยาวให้นั่งรอได้เลยเป็นที่นั่งกินลูกชิ้นทอดของผมได้อย่างดีเลย!

“ร้อนๆ เลยย”

“มันแหลม เอามาให้กูก่อนมา จะหักไม้ให้”

“ไม่เป็นไรครับพี่ขุน รักจะกินระวังๆ นะ”

“ม๊าอย่าดื้อ”

“ง่า…ก็ได้ครับ งั้นรักจะทำหน้าที่ป้อนพี่ขุนเองเนอะ”

พี่ขุนหลุดยิ้มบางเบาก่อนจะรับถุงลูกชิ้นทอดของผมไป ทำการรูดไม้แหลมของจากลูกชิ้นทุกไม้ หยิบไม้หนึ่งขึ้นมาแล้วหักปลายแหลมออก

“เชี่ย อดีตนักเลงแถวหน้าในรุ่น สู่คนที่ผันตัวมานั่งหักไม้แหลมลูกชิ้นให้เมียแล้วเหรอวะ”

ผมกับพี่ขุนหันไปมองคนที่มาใหม่พร้อมกัน แล้วก็เห็นว่าไม่ใช่แค่พี่เวย์เท่านั้นที่มาถึงแล้ว แต่รวมถึงคนอื่นๆ ทุกคนด้วย ไอ้กัลป์กับพี่เพลิงก็จูงมือกันเดินเข้ามาไม่ไกลนู่นแล้ว ผมหัวเราะขำเบาๆ แล้วยกมือไหว้พี่ๆ ทุกคน

ส่งยิ้มกว้างไปให้เพื่อนตัวเองก่อนจะกวักมือเรียกแก้วใจ ดาว แล้วก็กัลป์มากินลูกชิ้นทอดด้วยกัน ส่วนพวกพี่ๆ ก็ให้เขาทักทายกันตามประสาไป

“มีเมียให้ดูแลแล้วกัน”

“กูเกลียดสายตาดูแคลนของมึงมาก!”

“จะกินหมูกระทะแล้ว แต่น้องรักยังกินลูกชิ้นอีกเหรอไอ้ขุน” พี่ชาเอ่ยถามอย่างแปลกใจ แล้วก็ได้ไอ้กัลป์ตอบแทนผมอย่างรู้ใจแทนให้

“สำหรับคนอื่นก็เรียกว่าตัดกำลังนะครับพี่ชา แต่สำหรับไอ้แก้มอ้วนแล้วมันคือการขยายกระเพาะก่อนเริ่มลงมือจริงเท่านั้นแหละ”

ผมพยักหน้าหงึกหงักยิ้มรับแต่โดยดี ใช่เลย! ลูกชิ้นแค่นี้ไม่สามารถทำให้พี่รักอิ่มได้หรอกนะ

แต่ในตอนที่ไอ้กัลป์เดินเข้ามาใกล้ผมก็นึกขึ้นมาได้ถึงเรื่องที่มันแกล้งผมไว้ หน็อยย! แค้นนี้ต้องชำระ...ผมรีบลากไอ้กัลป์ออกมาไม่ไกลนัก มันเองก็เหมือนจะรู้ว่าผมลากมันออกมาทำไมแต่กลับหัวเราะอารมณ์ดีให้ผมต้องเท้าเอวจ้องมันตาเขม็ง

“ไอ้เพื่อนเจ้าเล่ห์”

“เป็นไงๆ แผนกูอย่างเด็ดเลยใช่ปะ”

“กล้ามากนะที่มาหลอกพี่รักคนนี้! มึงต้องโดนตีจนกว่าจะเข็ด”

“โอ๊ยๆ ไอ้รัก อย่าตะปบกู ฮ่าๆ”

ผมพุ่งไปกระโดดกอดคอไอ้กัลป์ เตรียมทำโทษด้วยการงับหัวมันแรงๆ ให้สมกับที่มาหลอกล่อพี่รักคนนี้ ไอ้กัลป์ดิ้นเบาๆ เพราะกลัวว่าผมจะหล่นลงไปกับพื้น

ดีเลย! แบบนี้ยิ่งเข้าทางพี่รักสุดๆ

“ไม่ต้องมาร้องขอความเห็นใจ เพราะกูไม่มีให้หรอกนะ! มึงรู้ไหมว่ากูไม่ได้นอนจนฟ้าเกือบสว่างเลยนะ”

“แหม ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ นายคนนี้”

“มึงว่ายังไงนะ!”

“โอ๊ยย หัวจะขาดแล้วว กูแค่อยากแบ่งปันประสบการณ์แสนเร่าใจเฉยๆ ไง เป็นไงพี่มันแทบคลั่งเลยใช่ปะ”

จากที่กำลังจะงับหัวมันอีกรอบผมก็ต้องชะงักไปเพราะประโยคก่อนหน้า ผมผละหน้าออกมาเล็กน้อยก่อนจะถามไอ้กัลป์ออกไปอย่างไม่เข้าใจนัก

“แบ่งปันประสบการณ์เหรอ? ...หมายความว่าไงอะ เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ O_O นี่มึงจะบอกว่าเคยทำมาแล้วเหรอ!”

ผมปากค้างทันทีเมื่อได้เห็นใบหน้ายิ้มกรุ้มกริ่มของไอ้กัลป์ มันตบไหล่ผมปุๆ แล้วบอกกันเสียงภาคภูมิใจ

“แน่นอนสิ ไม่รู้วิชาก่อนกูจะกล้าบอกมึงต่อเหรอ...อยากจะบอกว่าไอ้พี่เพลิงเจอลูกไม้กูทีก็แทบตายคาตรงนี้แหนะ”

มันตบอกตัวเองเบาๆ แล้วค่อยๆ ยื่นหน้ามากระซิบที่ข้างหูของผมให้เราได้ยินกันแค่สองคน

“แต่ของกูมันไม่ใช่แค่ลูกไม้หรอกนะ แต่เป็นลูกไม้แบบไม่ปิดก้นด้วย

“!!”

“เป็นไง แซ่บกว่าน้ำพริกก็พี่กัลป์นี่แหละไอ้น้อง ฮี่ๆ”

 

 

 

 

 

 

“ไอ้กัลป์ ไอ้คนทะลึ่งไม่ต้องมาใกล้เลยนะ!”

“ฮ่าๆ ก็กูอยากนั่งใกล้ๆ มึงอะ”

“ฮึ่ยย พี่รักไม่คุยด้วยหรอกๆ”

“เขินหน้าแดงไปหมดแล้วไอ้แก้มอ้วน”

ผมยัดหมูย่างเข้าไปในปากไอ้กัลป์คำใหญ่มันถึงได้เลิกล้อกันได้ ด้วยความที่เขินจนแก้มระเบิดไปก่อนหน้าผมเลยหันไปอ้อนไอ้แก้วที่นั่งข้างๆ กันแทน

“แก้วว ไอ้กัลป์มันแกล้งกูอ่า”

“จริงเหรอ มันทำอะไร ดึงแก้มมึงปะ? กูขอดึงด้วยดิ”

“มึงอะ:( มึงต้องโอ๋ๆ กูซี่”

“ฮะๆ โอ๋~~”

พวกเราแบ่งที่นั่งเป็นฝั่งพวกผมกับฝั่งพี่ๆ ส่วนพี่เพลิงได้นั่งหัวโต๊ะเป็นเจ้าภาพไปเลยย...ผมมองไปทางคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามบ้างเพราะอยากรู้ว่าเขาได้กินบ้างรึยัง แต่พี่ขุนกลับเงยหน้าขึ้นมองผมพอดีพร้อมคีบหมูชิ้นที่เท่าไหร่ไม่รู้มาให้

“เป่าก่อนนะรัก”

“ค้าบบ แต่พี่ขุนอย่าคีบให้รักเยอะสิ เดี๋ยวพี่ขุนก็ไม่อิ่มหรอก”

“มีเยอะแยะ ไม่ต้องห่วง”

“งั้นชิ้นนี้รักป้อนพี่ขุนดีกว่า”

ผมคีบหมูชิ้นล่าสุดขึ้นมาเป่าฟู่ๆ ให้คลายความร้อน จิ้มน้ำจิ้มรสเด็ดนิดหน่อยแล้วค่อยยื่นมือสุดแขนป้อนหมูย่างพี่ขุนคนเท่

“อร่อยไหมครับ” ผมถามทั้งรอยยิ้มเต็มแก้มหลังพี่ขุนงับหมูไปแล้ว

“เมียป้อนทำไมจะไม่อร่อย”

“โอ๊ยยย หมูร้านนี้เขาหวานจังโว้ยย ทำน้ำตาลหกใส่เปล่าว่ะ”

“เสนอหน้า กูจะคุยกับเมีย”

ผมหลุดขำเบาๆ เพิ่งสังเกตเหมือนกันว่าพี่เวย์นั่งอยู่ตรงกลางระหว่างพี่ขุนกับพี่ไฟเลย นั่งอยู่ท่ามกลางคนมีแฟนนี่เอง~ แต่ไอ้เจี๊ยบแก้วก็ยังไม่มีนะ! พี่เวย์ไม่ต้องเหงาไปหรอกนะครับบ

“พี่ขุนไอดอลผม” ไอ้กัลป์ยกนิ้วโป้งให้พี่ขุนพร้อมยกยิ้มไปให้พี่เวย์ ผมก็มองคนบนโต๊ะคุยกันแบบขำๆ ไปโดยที่มือก็คีบนู่นนี่เข้าปากไม่หยุด

“แหมไอ้กัลป์ ผัวมาด้วยเก่งเชียวนะ”

“อะแน่นอนน~ วันนี้ผมมีคนหนุนหลังนะ บอกไว้ก่อน”

“หมั่นไส้ อย่าเผลออยู่คนเดียวนะกูโบกหัวคว่ำซะหรอก”

“ฮ่ะๆ โคตรใช้แต่กำลัง พี่เพลิงง พี่เวย์มันจะโบกหัวผม น่ากลัวอ่า”

พวกผมสามคนหลุดหัวเราะขำ ต่างจากพี่ๆ ที่ส่ายหน้าไปมา พี่เพลิงพอโดนไอ้กัลป์อ้อนเข้าหน่อยก็เหมือนกับจะปล่อยรังสีอ่อนโยนออกมาใส่กัลป์มันไม่ยั้งเลยล่ะ

“อย่าให้รู้นะเวย์ว่าตบหัวแฟนกูจริง”

“เฮอะ! ไอ้พวกหลงเมีย ไม่ขอสู้แล้วกันวะ”

ถ้าเป็นต้นรักคนนี้ก็ไม่ขอสู้เหมือนกัน เพราะพี่เพลิงกับกัลป์ปล่อยรังสีความรักออกมาแรงมาก!

“น้องๆ มีใครเอาอะไรเพิ่มไหมครับ พี่ว่าจะไปตักผักเพิ่ม” พี่ชาว่าขึ้นทำให้ผมหูผึ่งรีบพยักหน้ารับ

“รักครับ! แต่รักขอไปด้วยดีกว่าเพราะรักอยากตักเยอะมากก”

“เราไปด้วยรัก ไปตักวุ้นเส้นมาให้พี่ไฟเพิ่มหน่อยดีกว่า”

สุดท้ายผมกับดาวก็เดินต้อยๆ ตามพี่ชาคนใจดีไปตักวัตถุดิบเพิ่ม แล้วก็จะตักน้ำจิ้มไปให้เพื่อนๆ เพิ่มด้วย

“พี่ไปตักฝั่งนั้นนะครับ”

“โอเคครับพี่ชา รักกับดาวไปฝั่งนั่นเองครับ!”

โต๊ะวัตถุดิบวางเป็นทางยาว ผมกับดาวเลือกไปฝั่งซ้ายเพื่อตักเส้นกับน้ำจิ้ม หยิบตะกร้ากันมาคนละสองใบจะได้ใส่ของได้เยอะๆ

“รักเอาเส้นมาม่าเพิ่มด้วยไหม”

“เอาๆ เราขอสามก้อนเลยนะดาวว”

“อื้อได้เลย”

ผมตั้งใจตักน้ำจิ้มใส่ถ้วยใบเล็กเพื่อไม่ให้มันหกเลอะเทอะ เรียงใส่ถาดที่หยิบมาจนเรียบร้อยก็เดินไปช่วยดาวข้างๆ

“เอาข้าวโพดด้วย~” ผมว่าพร้อมตักข้าวโพดดิบใส่ถ้วยใบเล็ก

ร้านนี้จะสั่งพวกเนื้อหมูเป็นชุด แต่เครื่องเคียงอย่างพวกผักจะมีให้ตักไม่อั้น เป็นร้านเดียวกับที่ผมเคยมากินกับพี่ขุนครั้งแรกยังไงล่า

“อ้ะ”

“ขอโทษครับ”

ผมกับดาวเซอย่างกะทันหันจนของในมือเกือบหก เรารีบจับมือกันแน่นด้วยความตกใจแล้วมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดีๆ เมื่อครู่นี้เหมือนว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างๆ ผมจะเล่นกับเพื่อนไม่ทันระวังเลยมาชนพวกผมเข้า

“เห้ยไอ้โรม มึงกล้าชนคนน่ารักได้ไงวะ ขอโทษแทนเพื่อนด้วยนะครับ”

“...ไม่เป็นไรครับ” ผมตอบอย่างอึดอัดใจหน่อยๆ กับสายตาที่พวกเขามองผมกับดาว

“ผมช่วยถือนะครับ เป็นการไถ่โทษแล้วกัน”

ผมกับดาวสะดุ้งน้อยๆ เพราะจู่ๆ พวกเขาก็เข้ามาจับมือเราที่ถือถาดของอยู่ ผมเตรียมหันไปดึงให้ดาวถอยออกมาอย่างรู้ดีว่าดาวไม่ชอบอยู่ใกล้คนแปลกหน้า แต่ก็ถือว่าเป็นโชคดีของเรามากๆ เนื่องจากร่างสูงของพี่ชาเข้ามาขวางกลางพวกเขาให้ก่อน ทั้งยังจับมือผู้ชายทั้งสองคนออกให้ผมกับดาวด้วย

ฮื่ออTT รักขอบคุณมากเลยพี่ชาคนใจดี

“จะทำอะไรครับ เมื่อกี้เขาเรียกว่าคุกคามเลยนะ”

ผมกับดาวหลบอยู่หลังพี่ชาเหมือนกับลูกนก พยักหน้าเห็นด้วยกับพี่ชาสุดๆ ถ้ายังนิสัยไม่ดีอีกละก็พวกเราจะให้พี่แฟนมาจัดการเลยนะ! ที่สำคัญพี่รักโมโหมากที่มาทำให้ดาวคนน่ารักตกใจด้วย ฮึ่ยยย

“พวกผมก็แค่อยากช่วยเฉยๆ คุณอย่าใส่ร้ายดิ”

“รู้ว่าตั้งใจชน ผมเห็นตั้งแต่แรก”

“ไอ้ชา มีไร”

ครั้งนี้น้ำเสียงทุ้มเข้มที่ดังขึ้นเรียกความสนใจจากผมไปได้ในทันที พี่ขุนเดินหน้าเครียดมาคู่กับพี่ไฟเลย กลุ่มผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเราเริ่มนิ่งไป แล้วแอบมองกันไปมา จากตอนแรกที่ผมโมโหมากๆ แต่พอเห็นสีหน้าพร้อมมีเรื่องของพี่ขุนแล้วก็อยากให้เรื่องมันจบลงด้วยดีแทน ไม่อยากให้เรื่องมันใหญ่เพราะว่าพี่คนดุต้องถล่มร้านพังแน่ๆ

“คุกคามพวกน้อง”

“ไอ้เหี้ยนี่”

“พี่ขุน...ไม่เอาครับ รักขอนะ”

ผมรีบเข้าไปกอดแขนพี่ขุนเอาไว้เพราะกลัวว่าเราจะมีเรื่องกันจริงๆ ตอนนี้คนก็มองพวกเราไม่ใช่น้อยๆ เลยด้วย ที่สำคัญคนฝั่งตรงข้ามเหมือนจะหน้าซีดกันหมดแล้วเมื่อเห็นว่าไม่ได้มีพี่ชาแค่คนเดียว...เอาเรื่องกับคนไม่มีทางสู้ไม่ดีหรอกนะ

“ทำแฟนกู?”

“พี่ไฟครับ”

ไม่ใช่แค่ผมที่ต้องห้ามพวกพี่เขาเอาไว้ แต่ดาวเองก็เข้าไปทำให้พี่ไฟใจเย็นลงเหมือนกัน

“ขอโทษครับ พวกผมไม่รู้จริงๆ ว่าทั้งสองคนมีแฟนแล้ว”

“ต่อให้ไม่มีแฟนมึงก็ไม่มีสิทธิ์”

“ขอโทษที่คิดน้อยไป ขอโทษจริงๆ ครับ”

กลุ่มคนตรงหน้าพร้อมใจกันก้มหัวขอโทษน้อยๆ ด้วยสีหน้าเป็นกังวล ผมไม่ชอบใจหรอกกับการกระทำเมื่อครู่ แต่จะปล่อยให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้ก็ไม่ดีเหมือนกัน

“พี่ขุน”

ผมจับฝ่ามือใหญ่ไว้ด้วยสองมือ ส่ายหัวเบาๆ บอกผ่านสายตาให้พี่ขุนรับรู้ว่าผมอยากให้เรื่องมันจบลงด้วยดี คิ้วเข้มขมวดกันแน่นบ่งบอกว่าเจ้าตัวหัวเสียมากขนาดไหน แต่สุดท้ายพี่ขุนก็เลือกตวัดสายตาไปมองพวกเขาอีกครั้งก่อนเอ่ย

“ถือว่าแฟนกูขอ…แล้วถ้าเลิกสันดานเหี้ยๆ ไม่ได้ก็ไม่ต้องเสนอหน้าออกจากบ้าน อายหมามัน”

ว่าจบพี่ขุนก็กอดคอผมออกมาทันที อีกสามคนก็เดินตามหลังมาเช่นกัน ผมที่ยังอึ้งกับคำต่อว่าของพี่ขุนอยู่ก็ได้แต่กะพริบตาปริบๆ ...โห ถ้ารักโดนด่าเองคงร้องไห้ขี้มูกโป่งไปแล้วแน่ๆ

“มันทำอะไรบ้าง เจ็บตรงไหนไหม”

“เอ่อ...ไม่เจ็บครับ แค่โดนชนกับโดนจับมือแป๊บเดียวครับ”

“สั่งตัดมือแม่ง”

“ป๊า ไม่โหดนะครับ”

“บ่นไปงั้น ทำจริงได้ที่ไหน เมียโกรธตาย”

“ใช่สิครับ แค่โดนพี่ขุนว่าไปแบบนั้นเขาก็คงสำนึกผิดกันแล้วล่ะ”

“ให้มันจริง”

ผมคิดว่าพี่ขุนจะหวงกันมากๆแล้ว แต่ในตอนที่กลับมาถึงโต๊ะก็ได้รู้ว่าพี่ไฟก็หวงดาวไม่แพ้กันเลย พี่เขาขอสลับที่ของดาวกับพี่เวย์ แต่พี่ไฟก็ไม่ได้ให้ดาวนั่งข้างๆ กันเท่านั้น แต่จับดาวคนน่ารักนั่งตักแสดงความหวงมันซะเลย

ดาวเขินใหญ่เลยนั่น...

“มีเรื่องไรกันวะพี่” ไอ้กัลป์ถามขึ้นสีหน้าตื่นตูม เหมือนทุกคนจะรู้แล้วว่าเกิดเรื่องขึ้นเพราะตรงจุดนี้สามารถมองไปเห็นบริเวณตักอาหารได้ พี่ชาก็ได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้ทุกคนฟัง จบแล้วก็ได้เห็นสีหน้าพร้อมบวกของแก้วใจกับกัลป์ทันที

“ถ้ากูอยู่ในเหตุการณ์ด้วยมันโดนค้านคอกูไปแล้ว”

“ใช่! ถึงกูจะเตะไม่ถึงเหมือนไอ้กัลป์ก็เถอะ”

“โหดจังเลยพวกมึงเนี่ยย แต่ก็ขอบใจที่เป็นห่วงนะ” ผมว่าพร้อมส่งรอยยิ้มบางไปให้ทั้งสองคน แล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้

ลืมไปเลยว่ายังไม่ได้หยิบของที่ตักมา!

“พี่ขุนครับ รักไปหยิบของก่อนนะ เมื่อกี้ลืมหยิบมาด้วย”

“พี่เอามาให้แล้วครับ”

“อ่า เกรงใจมากเลย ขอบคุณนะครับพี่ชา ทั้งของ…แล้วก็ที่มาช่วยรักกับดาวด้วย”

“ใช่ครับ ขอบคุณมากนะครับ” ดาวเองก็หันมาขอบคุณพี่ชาคนใจดีด้วย

“พวกมึงยอมได้ไง ไอ้ชามันได้หน้าจากแฟนพวกมึงเต็มๆ เลยนะเว้ย” จากบรรยากาศที่ตึงเครียดไม่น้อยพอพี่เวย์ว่าขึ้นก็ผ่อนคลายลงไปได้ในทันตา

“ปัญญาอ่อน ทำมาพูดกวนตีนพวกกู กลบเกลื่อนอาการระริกระรี้กูดูออก”

ผมหันไปมองทางพี่เวย์ที่นั่งอยู่ถัดไปจากแก้วใจเพราะโดนสลับที่ แต่สีหน้าพี่เวย์ก็ไม่ได้แปลกไปจากเดิมตรงไหนเหมือนที่พี่ขุนว่าเลย...หรือว่าผมจะมองไม่ออกเองนะ

“ไหนๆ พี่ ขอดูหน้าพี่เวย์มันหน่อย จะได้เก็บข้อมูลทำวิจัย” ไอ้กัลป์ชะโงกหน้ามองไปทางพี่เวย์ด้วยใบหน้าจับผิด ส่วนพี่เวย์มองมันกลับไปด้วยสีหน้าหมั่นไส้ ทั้งสองคนน่ะเหมือนพี่น้องแท้ๆ อย่างที่ผมเคยบอกจริงๆ นั่นแหละ! ยิ่งกว่าเข้ากันได้ดีอีก

“ขอสักทีเหอะไอ้เด็กนี่ มันต้องสักป้าบแล้วจังหวะนี้”

“ผมก็แค่ใส่ใจเรื่องของพี่มากไปหน่อยเท่านั้นเอง ฮ่าๆ”

“กัลป์ครับ อย่ายิ้มเยอะพี่หวง”

โอ้โห อยู่ดีๆ ก็เปลี่ยนโหมดเป็นหวานหยดย้อยซะอย่างนั้น พี่เวย์เบะปากหนึ่งทีให้กลับคู่รักที่หันไปซบออดอ้อนกันแทน ผมก็ได้แต่นั่งขำทั้งที่มีกุ้งตัวโตอยู่ในปาก ตักให้ไอ้แก้วมันด้วยเพราะวันนี้มันดูจะหิวเป็นพิเศษ

“วันนี้หิวมากเลยใช่ไหมไอ้แก้ว กินเอาๆ เลย”

“อื้อ ก่อนมากินหมูกระทะกูไปเต้นแอโรบิกกับลุงๆ ป้าๆ มา เลยหิวมากหน่อยน่ะ”

“อ๋อ วันหลังกูไปด้วยนะๆ จะไปลดแก้ม!”

“กุ้งเต็มปากขนาดนี้ลดไม่ไหวแล้วมั้งง”

“แหะ ก็มันอร่อยนี่”

ผมกลับมาตั้งหน้าตั้งตากินต่ออย่างเอร็ดอร่อย หมูเนื้อนุ่มหอมกลิ่นย่างคลุ้งอยู่ในปาก และแม้พี่ขุนจะนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันแต่ก็คอยดูแลผมตลอด แต่ต้นรักก็คลั่งรักพี่แฟนไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าใครหรอกนะ! ผมน่ะคอยป้อนพี่ขุนตลอดไม่มีขาดเลยล่ะ~

ไม่นานนักทุกคนก็ดูเหมือนจะเริ่มอิ่มบ้างแล้วจนรามือไปหลายคน ข้างๆ ผมอย่างกัลป์และพี่เพลิงก็ด้วย เลยนั่งหวานกันแบบไม่เกรงใจใครเลย...ไอ้กัลป์จะเปิดโหมดอ้อนขนาดนี้ก็แค่ตอนอยู่กับพี่เพลิงนี่แหละ น่ารักมากพี่รักขอรับประกัน!

“หนูอิ่มแล้วเหรอ พี่ย่างหมูให้อีกไหม”

“แน่นท้องหมดแล้วพี่ พี่ก็อิ่มแล้วเหรอ...แต่ทำไมท้องยังแน่นปึ้กเหมือนเดิมเลยอะ”

“จับมันเข้าไป พี่ตื่นง่ายขนาดไหนกัลป์ก็รู้นะครับ”

“จับบนไม่ได้ งั้นล่างลงมาอีกหน่อยละกัน…โอ๊ะ! มากินหมูกระทะแท้ๆ แต่พี่พกกระบอกข้าวหลามมาด้วยเนี่ยนะ?”

“หนู”

ผมหูผึ่งทันทีที่ได้ยินประโยคเมื่อครู่เข้า ในหัวนึกถึงข้าวหลามที่เพิ่งผ่านการเผามาร้อนๆ จนหอมน่ากิน...

“มีข้าวหลามด้วยเหรอครับ...รักชอบข้าวหลาม อยู่ไหนอ่าขอชิมบ้างสิ แหะ” 

“...”

“...”

ผมมองซ้ายขวาอย่างแปลกใจเมื่อทุกคนเงียบไปหมดเลยหลังผมว่าจบ ยกเว้นก็แต่แก้วใจกับเวย์ที่ยังกินหมูกระทะต่อเพราะว่าน่าจะไม่ได้ยินที่ไอ้กัลป์พูด

“ไม่ได้เหรอ ._. ขอกินนิดเดียวเองน้า”

“นะ..นี่มึงได้ยินด้วยเหรอไอ้รัก”

“อื้อ ได้ยินเต็มสองหูเลย แล้วกูก็อยากกินมากๆ ...พี่ขุนครับ เราไปตลาดหนองมนกันไหมม รักอยากกินข้าวหลามอ่า”

ทำไมไอ้กัลป์ต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้นด้วยนะ...โถ่ พี่รักกินไม่เยอะหรอกนะ แค่ชิมสักกระบอกเอง แหะ

“ไอ้กัลป์”

“แฮ่ พี่ขุนผมขอโทษษษ”

“ขุน อย่าดุเมียกู”

“แม่ง ให้ตายเหอะ”

อ้าว...ทำไมมันเป็นแบบนี้ไปได้กันนะ

“พี่ขุนไม่ดุกัลป์นะครับๆ กัลป์อาจจะเหลือข้าวหลามไม่เยอะแล้วก็ได้”

“แหะ ใช่มึง แบบว่ามีน้อยใช้สอยอย่างประหยัดน่ะ”

“อื้อกูเข้าใจ ไว้วันหลังไปหนองมนจะซื้อมาฝากมึงด้วยนะ เพิ่งรู้ว่ามึงชอบขนาดนี้”

ผมยิ้มว่าอย่างยินดี แต่ไอ้กัลป์กับยิ้มแห้งออกมามากกว่าเดิมก่อนจะตบไหล่ผมเบาๆ พร้อมบอกขอบคุณ...โถ่ เรื่องแค่นี้เอง พี่รักใจดีอยู่แล้วหน่า~ แต่ไม่ใช่แค่ไอ้กัลป์หรอกนะ ผมจะซื้อมาฝากทุกคนเลย!

“เอาหมูอีกสามถาด อ่า กุ้งด้วย”

“ได้ครับ”

ผมเงยหน้ายิ้มให้พี่ขุนแทนคำขอบคุณที่เขารู้ใจผมที่สุด ตอนนี้พี่ขุนก็อิ่มตามคนอื่นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในโต๊ะตอนนี้เหลือแค่ผม แก้วใจแล้วก็พี่เวย์เท่านั้นที่ยังกินอยู่

“พี่เวย์กินที่ย่างไว้บ้างสิ เราแทบได้กินคนเดียวหมดเลย เกรงใจพี่จะแย่” แก้วว่าขึ้นแบบนั้นทำให้ผมหันไปมองตามบ้าง

“...ไม่”

“อะไรนะครับ…เราได้ยินไม่ชัดเลย”

“ไม่ต้องเกรงใจ กินเถอะ ย่างให้กิน”

อ่า...หรือว่าพี่เวย์จะอิ่มแล้วแต่ผมเข้าใจผิดไปเองสินะ ก็เห็นพี่เขาจับตะเกียบไว้ในมือตลอดเลยนี่นา ‘_’

 

 

 

 

 

 

 

 

Khunmuen Part 

“อ้ะ! ป๊าเบาหน่อยครับ”

เพียะ!

“ป๊ายังหึงม๊าอยู่”

“อ๊า อื้ออ”

ผมดันแท่งเนื้อร้อนเข้าหาช่องทางอ่อนนุ่มถี่รัวและหนักหน่วง ยามที่ห้วงอารมณ์ดำดิ่งถึงขีดสุดมันก็ยากที่จะห้ามตัวตนได้ไหว

ทั้งแน่น ทั้งอุ่น...รัดกันหายใจไม่ออกขนาดนี้ให้ทนยังไง

“ครางดังๆ ม๊า”

ผมก้มลงลากริมฝีปากไปตามแนวลำคอสวย ฝากร่องรอยสีช้ำไว้จางๆ ...แน่นอนว่าภายนอกร่มผ้ายังขนาดนี้ ภายในมันก็ต้องเต็มไปหมดจนแทบนับไม่ถ้วน ผมเป็นคนขี้หวงของของตัวเองพอสมควร

แต่พอเทียบกับอาการหวงเมียแล้วมันเทียบกันไม่ติดเลย

“อ๊า! ป๊าอย่างัดแบบนั้น ฮื่ออ”

เรียวขาขาวข้างหนึ่งพาดอยู่บนท่อนแขนของผม ร่างกายนุ่มหอมหันหน้าแนบไปกับกำแพงห้องน้ำขณะโดนผมกระแทกกายเข้าหาหนักหน่วง

ความจริงหลังกินหมูกระทะเสร็จผมต้องเข้าไปที่อู่ต่อ แต่ต้องกลับมาอาบน้ำที่คอนโดก่อนเลยจับเมียกินมันซะเลย

“ก้นอ้วน”

ผมบีบขย้ำก้นนุ่มของโปรด ยิ่งบีบยิ่งเด้งสู้มือ ลงมือบีบเล็กน้อยก็แดงเป็นปื้นขึ้นมาให้เห็น...แล้วถ้าตีลงไปจะทิ้งรอยแดงไว้ขนาดไหน

ไม่ได้อยากให้รักเจ็บตัว...แต่มันห้ามอารมณ์ไม่ได้

“รักไม่ไหวแล้วพี่ขุน อ๊ะๆๆ!”

ผมกอดรักเอาไว้แน่นจนแทบจมไปในอก ก้มลงจูบปากเรียวขณะที่รัวสะโพกกระทบก้อนนุ่มเร็วแรงขึ้นกว่าเดิม รักตัวสั่นไหวไปทั้งตัวแล้วไม่นานก็กระตุกเกร็งปล่อยน้ำรักออกมาเลอะกำแพง ผมขบกรามแน่นเพราะช่องทางอ่อนนุ่มบีบรัดกันแน่นอย่างหนัก รีบเร่งอารมณ์ตามจนเสร็จสมตามรักไป

ผมชักแก่นกายของตัวเองเพื่อรีดเคล้นน้ำสีขุ่นให้หมดทุกหยาดหยด ก่อนที่จะเสร็จผมถอนกายออกมาได้ทันเลยทำให้มันเปรอะเปื้อนเต็มปากทางแดงช้ำและหว่างขาขาว

“ฮื่ออ รักหมดแรงแล้วป๊า ป๊าไปสนามคนเดียวเลย”

“ไม่เอา มีคนมายุ่งกับกูทำไง ไม่หึงเหรอ”

“ก็พี่ขุนนั่นแหละ ฮึ่ยย รักอุตส่าห์กินหมูกระทะเยอะๆ เติมพลังมา ตอนนี้หมดเกลี้ยงแล้ว TT”

พอเห็นปากเล็กๆ มุ่ยลงก็มันเขี้ยวฉิบหายจนต้องก้มลงไปกัดแรงๆ ผมช้อนร่างเล็กขึ้นมาในอ้อมแขน พาไปนั่งแช่น้ำอุ่นในอ่างที่ผมเปิดไว้จนเต็มก่อนหน้า จับหัวทุยเล็กให้พิงซบอกกันไว้ จูบขมับขาวย้ำๆ ให้สมกับที่รู้สึกรักไปทั้งใจ

“เดี๋ยวพาแวะซื้อของกินให้ก่อน”

“แบบนี้ค่อยน่าสนใจขึ้นหน่อยย”

ทีเรื่องของกินล่ะยิ้มแป้นเชียว...โคตรแก้มอ้วน

“อื้ออ แก้มรักช้ำหมดแล้วพี่ขุน”

“อยากกัดแรงๆ ด้วยซ้ำ”

“เดี๋ยวแก้มรักขาด ไม่เอานะๆ”

รักซุกหน้าเข้าหาซอกคอผมเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนฟัดแก้มแรงๆ ขยันน่ารักนักก็ต้องแบบนี้แหละ...ผมพารักแช่น้ำอยู่ครู่ใหญ่ถึงได้พาขึ้นจากอ่าง เช็ดตัวให้อย่างดีโดยที่เจ้าของแก้มอ้วนก็ยังคงเป็นคนขี้อายเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน แม้จะเห็นกันมาทุกซอกทุกมุมกี่ครั้งแล้วก็ไม่รู้ แต่ก็ยังไม่เลิกหน้าแดงก้มหน้างุดอยู่ดี

“ม๊าอยากใส่เสื้อตัวไหน” ผมเอ่ยถามตอนที่เรามาอยู่ในห้องแต่งตัวกันแล้ว

“ป๊าจะใส่เสื้อสีอะไรครับ”

“น่าจะดำ”

“งั้นรักใส่สีเดียวกับป๊า เราจะได้เหมือนเสื้อคู่กัน~ แต่รักขอลายกระต่ายตัวนั้นนะครับ”

“ได้...ม๊าอยากใส่ชุดคู่?”

“ก็มีบ้างครับ พอลองคิดดูรักว่ามันต้องเป็นภาพที่น่ารักมากแน่เลยย”

“ไว้ป๊าจะไปหาซื้อมาให้”

“ฮ่ะๆ ป๊าตามใจรักอีกแล้ว”

“ไม่ตามใจเมียแล้วจะให้ไปตามใจใคร”

“พี่ขุนก้มหน้ามาหน่อยครับ รักจะให้รางวัล”

“ขอแบบรางวัลใหญ่เลยนะ”

ผมก้มหน้าไปหารักแต่โดยดี มือเล็กทั้งสองข้างประคองแก้มผมไว้ก่อนจะยื่นริมฝีปากมาจูบปากกันเร็วๆ และเพราะว่าผมขอแบบรางวัลใหญ่ไป ปากเล็กๆ เลยประทับไปทั่วทั้งหน้าของผมอย่างซุกซน ทั้งแก้ม ปลายจมูก หน้าผาก ดวงตาแล้วก็คาง

“พิเศษพอไหมป๊า”

“ขอรางวัลแบบนี้บ่อยๆ เลยได้ไหมม๊า”

“ม๊ามีให้ป๊าไม่จำกัดอยู่แล้ว!”

ไม่รู้รักมันทำได้ยังไงเหมือนกัน แต่ทุกครั้งที่รอยยิ้มของมันส่งมาให้ หัวใจผมแม่งก็จะเต้นแรงขึ้นมาทันที...บางครั้งผมก็สงสัยว่ารักมันไปหอบความน่ารักมากมายมาจากไหนในแต่ละวัน

แล้วผมก็ได้รู้ว่ามันหอบมาจากต้นรัก มาจากคนคนเดียวกันกับที่ยิ้มกว้างมาให้ผมตอนนี้

“...อื้อ”

ผมแนบริมฝีปากบดเบียดกลีบปากบางหนักหน่วง ถ้าถามว่าอะไรที่เคยชิมมาแล้วหวานที่สุดผมคงตอบได้ในทันทีว่าคือปากของต้นรัก

“โคตรรักม๊าเลย”

“รักป๊ามากๆ เหมือนกันครับ”

และถ้าให้ตอบว่าช่วงเวลาที่ผมอบอุ่นหัวใจมากที่สุดก็คงจะเป็นตอนที่กอดรักมันไว้แน่นๆ แบบนี้

 

 

 

 

 

 

 

“เห้ยยยพวกมึง! เจ้านายเราพาแฟนมาด้วยว่ะ”

“เปิดตัวเหรอไอ้ขุน”

“กูเพิ่งได้เห็นแฟนพี่ขุนครั้งแรกนะเนี่ย ตัวเล็กสัดๆ”

“โคตรน่ารักเลยไอ้เหี้ย”

“ครั้งที่แล้วจีบอยู่ ครั้งนี้อะของจริง”

ต้นรักออกจะเท่ขนาดนี้ทำไมไม่มีคนสังเกตเห็นบ้างเลยนะ...ตั้งแต่ที่พี่ขุนกอดคอผมเข้ามาในสนาม สายตาหลากหลายคู่ก็มองมาที่เราทันทีอย่างสนอกสนใจ ส่วนความสนใจของผมทั้งหมดน่ะอยู่ที่น้ำเต้าหู้เย็นในมือล่ะ! ก่อนเข้ามาที่อู่พี่ขุนก็ได้พาผมไปซื้อน้ำเต้าหู้ร้านคุณลุงมา แต่ครั้งนี้ผมสั่งแบบเย็นเลยได้แบบใส่แก้ว แถมยังได้ปาท่องโก๋ซาลาเปาติดมือมาอีกด้วย อยู่ในมืออีกข้างผมนี่ไง~

“เจ้านายคนใหม่สวัสดีค้าบบ”

“สะ..สวัสดีครับ”

ผมนึกไปถึงครั้งก่อนที่มาอู่พี่ขุนแล้วร้องไห้ขี้มูกโป่งต่อหน้าลูกหน้าพี่ขุนตั้งหลายคน มันก็เลยห้ามไม่ได้ที่จะรู้สึกอายขึ้นมา ถ้าผมจำไม่ผิดกลุ่มคนวันนั้นก็อยู่รอบตัวเราไม่น้อยเลยล่ะ

“แฟนกูชื่อต้นรัก...เจ้าของสนามตัวจริง สั่งไรก็ต้องทำ”

“รวมถึงมึงด้วยปะ” คราวนี้เป็นพี่เจมที่เพิ่งเดินเข้ามาถามขึ้น

“เออ จะเหลืออะไรล่ะ”

“ฮิ่ววว~”

“เจอคนที่ใหญ่กว่าไอ้ขุนจริงๆ แล้วโว้ยย”

ใครจะกล้าทำตัวใหญ่กว่าพี่ขุนกันล่ะครับ ถ้ารักเจอพี่ขุนร่างดุอีกก็ต้องกลัวหัวหดเหมือนเดิมแน่นอน แหะ ._.

“รักขอโทษที่ไม่ได้ซื้อน้ำเต้าหู้มาฝากทุกคนนะครับ...พี่ขุนบอกว่าทุกคนชอบกินเครื่องดื่มอย่างอื่นมากกว่า”

“ใช่ครับ อย่างพวกเรามันต้องเหล้าไม่ก็เบียร์เย็นๆ ถึงจะโดนใจสุด”

“พวกพี่ยืนกินน้ำเต้าหู้กันคนในสนามคงงงเป็นแถว” พี่เจมว่าพร้อมส่งยิ้มใจดีมาให้ผม แม้ว่าใบหน้าพี่เขาจะดุไม่ต่างจากพี่ขุนเท่าไหร่เลยก็ตาม

ผมพยักหน้าเบาๆ เข้าใจแล้วว่าเป็นแบบนี้นี่เอง เหมือนกับพี่ขุนเลยเพราะในตู้เย็นห้องพี่เขามีเบียร์แช่ไว้เยอะมากๆ ไวน์กับเหล้าราคาแพงในตู้อีกก็ตั้งหลายขวด แต่ถึงแบบนั้นพี่ขุนก็ชอบกินน้ำเต้าหู้ร้านคุณลุงเหมือนผมน้า

“ไปดูดบุหรี่ไหม ค่อยมาคุมงานจริง”

“ไม่เป็นไร ไปเลย กูจะพารักไปนั่งข้างบน”

“โอเคเพื่อน”

ว่าจบพี่ขุนก็พาผมแยกมาอีกทางเพื่อขึ้นไปด้านบน วันนี้ผู้คนที่ชื่นชอบความเร็วก็ยังคงแน่นขนัดเหมือนเดิมเคย แบบที่ไม่มีที่ว่างเลยสักทีให้ได้เห็นเลย...รักก็ขออวยพรให้กิจการของพี่ขุนรุ่งเรืองเยอะๆ ด้วยนะ!

“พี่ขุนไม่ไปสูบบุหรี่เหรอครับ...ปกติรักจะเห็นพี่ขุนสูบสักมวนนี่นาตอนช่วงค่ำ วันนี้พี่ขุนยังไม่ได้สูบเลย”

“กำลังลดๆ ลงมาอยู่”

ผมนิ่งไปเล็กน้อยอย่างคาดไม่ถึง เพราะรู้จักกันมานานพอสมควรและหลังเป็นแฟนเราก็อยู่ด้วยกันแทบตลอด ผมก็เลยรู้ดีว่าพี่ขุนสูบบุหรี่ค่อนข้างจัดมากขนาดไหน...แต่พอมาคิดๆ ดูแล้วพี่ขุนก็เริ่มสูบน้อยลงมาจริงๆ ด้วย ยิ่งช่วงหลังๆ ก็แทบจะเห็นสูบวันละมวนเอง...

“...จริงเหรอครับ”

“อืม อยากอยู่กับมึงไปนานๆ เลยเกิดรักตัวเองขึ้นมา” 

“พี่ขุน...”

ผมหยุดเดินไปซะดื้อๆ อย่างพูดอะไรไม่ถูก ความรู้สึกตีรวนในอกส่งผมให้น้ำตามันเอ่อคลอขึ้นมาซะอย่างนั้น...มันก็เป็นเพียงคำพูดเรียบง่ายที่พี่ขุนเอ่ยบอกกัน แต่มันกลับเต็มไปด้วยความจริงใจและหนักแน่นส่งผลกระทบมาถึงใจผมเข้าอย่างจัง

ที่บอกว่าอยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยกัน...มันยังหมายถึงอยากใช้เวลาที่เหลืออยู่ด้วยกันนานๆ ด้วยเหรอ

“ไม่เอาดิ แค่นี้เองอย่าร้อง”

“พะ..พี่ขุน ฮึก รักไม่ได้อยากร้องนะครับ”

“น้ำตาจะหยดลงน้ำเต้าหู้แล้วนั่น”

“ฟืดด ไม่ได้นะ...ฮึก เดี๋ยวเค็ม”

“หึ”

แล้วก็ได้พี่ขุนช่วยเช็ดน้ำตาได้ทัน น้ำเต้าหู้ในมือผมเลยปลอดภัยดีเหมือนเดิม พี่ขุนพาผมขึ้นมาจนถึงห้องกระจกห้องเดิมแล้วดึงผมไปนั่งพาดตักกอดเอาไว้ ของที่ถือมาก็ได้พี่ขุนอีกนั่นแหละช่วยวางลงบนโต๊ะด้านหน้าให้

“ดีขึ้นรึยัง ไหนดูดิว่าร้องอยู่ไหม”

“รัก...รักไม่ได้ร้องแล้ว”

“เก่ง”

ผมสบตาคู่คมชั่วครู่แล้วค่อยๆ ผละใบหน้าซบลงกับไหล่กว้าง กอดพี่ขุนไว้ด้วยสอง อ้อมแขนอบอุ่นเองก็กอดตอบผมกลับเหมือนกัน...มันเหมือนกับว่าเรากำลังถ่ายทอดความอบอุ่นให้แก่กันและกัน

“รักขอบคุณมากนะครับ ขอบคุณทุกอย่างเลย...แต่รักก็อยากบอกป๊าว่ารักรับป๊าได้ทั้งหมดไม่ว่าจะอะไร รักอยากจะบอกว่ารักรักพี่ขุนที่เป็นแบบนี้มากที่สุด พี่ขุนไม่ต้องดีกว่าเดิมรักก็รัก พี่ขุนจะเป็นแบบไหนรักก็ยังรักพี่ขุนเหมือนเดิม”

“...”

“ขอบคุณนะครับพี่ขุนที่มาเป็นครอบครัวของรักอีกคน”

“ม๊าก็เป็นครอบเดียวกับป๊าเหมือนกัน...ขอบคุณนะรัก”

“สงสัยวันนี้ต้องเป็นวันขอบคุณแน่ๆ เลย~”

ผมชอบจังเลยเวลาที่ได้ยินพี่ขุนหัวเราะแบบนี้ ป๊าของต้นรักน่ารักมากที่สุดเลย! เรานั่งกอดกันแบบนั้นอยู่พักใหญ่ ผมที่นึกถึงน้ำเต้าหู้ขึ้นมาได้ก็รีบลงจากตักพี่ขุนไปหยิบแก้วน้ำมาดูดเพราะน้ำแข็งละลายไปเยอะแล้ว

“น้ำเต้าหู้มันดีกว่ากูเหรอรัก”

พี่ขุนใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้บีบแก้มผมคล้ายมันเขี้ยว

“เมื่อกี้รักกอดพี่ขุนไปตั้งเยอะแล้วไงครับ”

“มึงต้องรักกูมากที่สุด ห้ามน้อยกว่าน้ำเต้าหู้นี่เด็ดขาด”

“ฮ่ะๆ ป๊าหึงรักกับน้ำเต้าหู้เหรออ”

“กับอะไรกูก็หึงหมดแหละ”

“ป๊าคนขี้หึง~”

คราวนี้ไม่ใช่แค่นิ้วแล้วที่รังแกแก้มกันอยู่แต่พี่ขุนก้มลงมากัดแก้มกันแรงๆ ซะเลย แบบนี้พี่รักก็จะลดแก้มไม่ได้แล้วล่ะ เดี๋ยวป๊าไม่มีแก้มให้กัดแบบนี้ไง~

“นั่งคนเดียวก่อนนะรัก กูไปทำงานก่อน”

“โอเคครับ ป๊าสู้ๆนะ รักเป็นกำลังใจให้...แต่ว่าป๊าอย่าไปยืนข้างพี่สาวคนสวยเยอะๆ นะครับ รักหวงป๊า”

“หึ เมียสั่งแล้วก็ว่าตามนั้น”

พอพี่ขุนเดินออกไปแล้วผมก็ดื่มด่ำกับของกินที่ซื้อมา ตื่นตาตื่นใจกับความเร็วที่แทบจะบินได้ของรถแต่ละคัน เสียงเชียร์ดังลั่นในสนามก็ยิ่งปลุกความเร้าใจมากขึ้นไปอีก แต่ช่วงเวลาที่ได้ดูการแข่งรถในสนามผมก็ภาวนาในใจตลอดขอให้ไม่มีใครมาหาเรื่องพี่ขุนเหมือนครั้งก่อน

ต้นรักจะทำหน้าที่คอยดูแลพี่ขุนอยู่ไกลๆ เอง!

“คุณรักครับ คุณขุนให้ผมมาพาคุณลงไปหาครับ”

“พี่ขุนจะกลับแล้วเหรอครับ”

“คิดว่าอย่างนั้นครับ”

อ่า ผมคงจะดูการแข่งเพลินมากไปถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเวลาผ่านมาได้หลายชั่วโมงแล้ว ผมลุกขึ้นเดินตามผู้ชายตัวโตลงมาด้านล่าง แล้วก็เห็นร่างสูงของพี่ขุนกำลังยืนรอกันอยู่หน้าบันได

“พี่ขุนทำงานเสร็จแล้วเหรอครับ”

ทันทีที่ถึงตัวอีกคน พี่เขาก็โอบผมไว้แล้วพยักหน้าให้ลูกน้องเบาๆ พาผมเดินไปอีกทางซึ่งเป็นทางเดียวกับที่ผมเข้ามา

“เสร็จแล้ว ที่เหลือก็ให้ลูกน้องจัดการ พามึงไปพักผ่อนดีกว่า เมื่อคืนก็กว่าจะอ่านหนังสือจบก็เกือบเช้า”

“พี่ขุนเองก็เหมือนกันนั่นแหละครับ รักบอกว่าอยู่ดึกคนเดียวได้พี่ขุนก็ไม่ยอม เลยนอนดึกตามรักด้วยเลย”

“เมียตั้งใจอ่านหนังสืออยู่ จะให้กูหนีไปนอนได้ยังไง”

“ได้สิครับ รักก็อยากให้พี่ขุนได้พักผ่อนเยอะๆ นะ”

“อดนอนยังง่ายกว่าไม่ได้นอนกอดมึง”

“โถ่ พี่ขุนเนี่ย”

คืนนี้ผมก็ได้ไปฝากตัวที่คอนโดของพี่ขุนอีกเช่นเคย อันที่จริงเรื่องนี้เราก็ตกลงกันไว้แล้วว่าจะสลับกันไปนอนห้องผมบ้าง ห้องพี่ขุนบ้าง เพราะว่าระยะทางหอผมจะใกล้มหาวิทยาลัยมากกว่า ส่วนคอนโดพี่ขุนจะใกล้อู่ ถ้าวันไหนจะไปทางไหนก็ค่อยไปค้างที่นั่น

ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะตีหนึ่งแล้ว ผมก็เริ่มง่วงขึ้นมานิดหน่อยเพราะเมื่อคืนนอนน้อยมาก เผลอหลับไปในรถด้วยแต่พอรถจอดลงผมก็รู้สึกตัวพอดี

ไม่เอาหรอก ถ้าพี่ขุนเห็นว่าผมหลับอยู่คงไม่มีทางปลุกผมแล้วก็ต้องอุ้มกันขึ้นห้องแน่ๆ ผมไม่อยากให้พี่ขุนปวดแขนหรอกนะ!

“นอนต่อก็ได้รัก กูดูแลเอง”

“ไม่เป็นไรครับ รักตื่นแล้วว”

“ตามใจม๊า”

หลังจากขึ้นมาบนห้องแล้วพี่ขุนก็ให้ผมเข้าไปอาบน้ำก่อนเพราะต้องไปเคลียร์เอกสารของคุณพ่ออีกนิดหน่อย เพราะง่วงเป็นทุนเดิมผมก็เลยใช้เวลาอาบน้ำไม่นานนัก ออกมาก็เห็นพี่ขุนเดินเข้าห้องนอนมาพอดี

“ป๊าไปอาบน้ำนะครับ รักอาบมาแล้วสดชื่นมากๆ”

“อืม หอมว่ะ จะรีบอาบแล้วออกมาฟัด”

“รักจะประแป้งที่แก้มรอนะครับ!”

“น่ารักเหี้ยๆ”

“ป๊าไม่พูดคำหยาบนะน้า”

“ครับ ป๊าไปอาบน้ำก่อน”

เมื่อเห็นแผ่นหลังกว้างหายลับไปทางห้องน้ำแล้วผมก็รีบวิ่งไปแต่งตัวเพื่อจะได้ไปนั่งรอพี่ขุนอยู่บนเตียง ประแป้งเด็กทั่วหน้าหลังจากที่ใส่ชุดนอนเรียบร้อยแล้ว วิ่งดุ๊กๆ ไปหยิบผ้าห่มมาคลุมตัวไว้ นั่งตีขารอพี่ขุนเพราะถ้าไปนอนรอผมอาจจะหลับหนีพี่ขุนคนเท่เอาได้

“คุณผ้าห่มมาแล้ว~”

ผมลุกขึ้นยืนบนเตียงทั้งผ้าห่มที่คลุมตัวอยู่ หลังเวลาผ่านไปสักพักพี่ขุนในชุดคลุมอาบน้ำก็ก้าวขาออกมา

“น่ารักอะไรอีก”

“ก็พี่ขุนเป็นคุณผ้าห่มของรัก ส่วนรักเป็นคุณหมอนข้างของพี่ขุนไงครับ~”

พี่ขุนก้าวเข้ามาใกล้จนหยุดชิดที่ปลายขอบเตียง มือใหญ่ทั้งสองข้างจับเอวผมไว้ ในมุมนี้ผมอยู่สูงกว่าพี่ขุนทำให้ผมต้องเป็นฝ่ายก้มคอแทน

“ไม่ใช่ เป็นเมีย”

“ฮ่ะๆ”

“ไหนแป้งยัง มาฟัดดิ”

“อื้ออ อ่อยย…แอ้มอักอะอาดด” (แก้มรักจะขาด)

“กลิ่นแป้งเด็กอีก กูดูใจหมาขึ้นกว่าเดิมอีก”

“เด็กก็รักจริงน้าา”

“อ่อยกันเหรอม๊า เดี๋ยวไม่ได้นอนหรอก”

ผมกอดลำคอแกร่งไว้แน่นเพราะโดนอุ้มให้เกี่ยวขารอบเอวสอบไว้ ผมส่ายหน้าไปมาแล้วส่งยิ้มบางไปให้อีกฝ่าย

“ก็ม๊ารักป๊าจริงๆ นี่นา”

พี่ขุนพาผมมานั่งพิงกับหัวเตียง แล้วทิ้งร่างสูงของตัวเองนอนซบตักกันเอาไว้ ผมมองใบหน้าคมคายที่ซุกหน้าเข้าหาท้องกันเหมือนออดอ้อน ท่อนแขนหนากอดเอวกันเอาไว้หลวมๆ คล้ายกับกลัวว่าผมจะอึดอัดเกินไป

“ลูบหัวกันหน่อยม๊า”

“...ป๊าอ้อนกันแบบนี้รักก็แย่สิครับ”

พี่ขุนจับมือผมไปวางทาบบนเรือนผมสีน้ำเงินแล้วก็กลับไปกอดเอวผมตามเดิม ผมหลุดยิ้มบางเบาแม้ผิวแก้มจะร้อนวาบไม่น้อย ลูบมือแผ่วเบา เกี่ยวนิ้วพันเล่นกับเรือนผมนุ่มอย่างเพลินมือ

“พี่ขุน...เดี๋ยวนะครับ”

มือผมชะงักนิ่งไปทันทีตอนที่สายตาเหลือบไปเห็นตัวอักษรที่สลักอยู่บนหลังคอของพี่ขุน...อยู่ๆ หัวใจก็เต้นระรัวจนทำให้ปลายนิ้วสั่นไหวเล็กน้อย

พี่ขุน...ไปสักชื่อผมมาตอนไหนกัน 

“นี่มัน”

“ความหมายมันตรงตัวเลยม๊า”

ผมมองนิ่งตรงรอยสักที่ถูกเขียนด้วยตัวอักษรภาษาไทยว่า ‘ต้นรัก’ มันไม่ได้ใหญ่เกินไปจนเห็นได้เด่นชัด แต่ก็ไม่ได้เล็กเกินไปจนมองออกได้ยาก

“ต้นรักที่แปลว่าม๊า” 

“…ทำไมถึงได้สักชื่อของรักล่ะครับ”

“อย่างที่บอกว่ากูจะเลือกสักสิ่งที่คิดว่าชีวิตนี้จะไม่มีวันลืม และมึงก็คือหนึ่งไหนนั้น เป็นที่สุดของชีวิต...แล้วก็ที่เลือกสักไว้หลังต้นคอ ก็เพราะว่ากูมีตัวจริงอยู่ข้างหน้าแล้วไง”

“พี่ขุน...รัก รักจะไปสักชื่อพี่ขุนบ้าง!”

“ไม่เอา ไม่อยากเห็นเมียเจ็บ”

“รักไม่รู้แล้วว่าจะรักพี่ขุนไปได้มากที่สุดขนาดไหน เพราะแค่ตอนนี้มันก็ล้นโลกไปหมดแล้วครับ”

“เรียนจบแต่งงานเลยนะม๊า ป๊าไม่รอแล้ว”

“ฮ่ะๆ …หมายถึงของรักใช่ไหมครับ”

“ของป๊า”

“หะ..โห ถ้าเอาตามที่ป๊าเรียนจบก็อีกแค่สองสามปีเองสิครับ”

“อืม เดือนเดียวก็นานเกินไปแล้ว ตอนนี้สร้างเรือนหอรอเลยแล้วกัน”

“เดี๋ยวสิครับ ฮ่าๆ ทำไมป๊ารีบแบบนี้เนี่ย”

“ม๊าชอบบ้านแบบไหน ป๊าให้ม๊าเลือกเองทุกอย่างเลย ม๊าชอบป๊าก็ชอบด้วย”

“พี่ขุนหยุดคลั่งรักครับ!”

ผมหัวเราะขำพร้อมบีบแก้มพี่ขุนแรงๆ ด้วยความมันเขี้ยว ทำไมป๊าต้องมาทำตัวน่ารักขนาดนี้ด้วย ใจของต้นรักก็แค่นี้เอง ระเบิดปุ้งไปก็ตั้งหลายทีเลยนะเมื่อกี้

“หยุดยังไง”

“...”

“หยุดที่ทะเบียนสมรสไหม?” 

ฮื่ออ...รักรู้แล้ว หยุดที่ชีวิตรักเองนี่แหละ T___T

พี่รักขอบัญญัติให้อาการเมื่อครู่เรียกว่า ‘เขินมากที่สุดในโลก’ ไปเลย!

 

END 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

……………….……………….…………

สวัสดีค่าทุกคนน>< ฮื่ออและแล้วก็มาถึงตอนจบของต้นรักข้างขุนแล้วนะคะ จับมือกันมาจนถึงปลายทางอีกแล้ว~

เราดีใจและสนุกมากๆ เลยค่ะที่ได้แต่งเรื่องนี้ มันรู้สึกไม่ยากเลยเวลาพรมนิ้วแต่งออกมาเพราะความเป็นต้นรักกับพี่ขุนจะพาเราไปเองเลยค่ะ เป็นเรื่องที่ทำให้เรายิ้มได้เยอะมากๆ แล้วก็มีความสุขมากจริงๆ ที่ผลตอบรับจากทุกคนมันดีมากขนาดนี้ ขอบคุณทุกๆ กำลังใจและทุกๆ ข้อความเลยนะคะ! (* ♡ ∀ ♡) มาถึงตรงนี้ได้ก็เพราะนักอ่านทุกคนเลยค่ะฮื่ออ

ระหว่างที่ได้แต่งเรื่องนี้เราก็เหมือนตกหลุมรักพี่ขุนกับเจ้าแก้มอ้วนซ้ำๆ เลยค่ะ ตอนที่แต่งเราก็ไม่ได้รู้สึกเขินนะคะ แต่ตอนตรวจคำผิดก็นั่งเขินไปหลายฉากอยู่เหมือนกัน (ความจริงคืออิจฉาทั้งสองคนมากค่ะ! ;-;) ตอนหลังๆ มาเราอัปช้าตลอดเลยก็ขออภัยด้วยจริงๆ นะคะ งามรุมเร้าจนอยากรีบเรียนจบเร็วๆ มาแต่งนิยายเต็มตัวเลยค่ะ55555

ต่อจากเรื่องนี้ก็จะเป็นเรื่องของพี่เวย์นะคะ สามารถไปกดติดตามกันไว้ก่อนได้เลยค่าา~ #แก้วใจของเวย์ แต่ว่าคงอีกสักระยะหนึ่งเลยค่ะถึงจะได้มาเริ่มอัปจริงๆ หลังจากนี้เราก็จะแวบไปแต่งตอนพิเศษของเรื่องพี่ขุนต่อค่ะ (มีหลายคนแนะนำตอนพิเศษมาเยอะเลย ไว้ลุ้นกันว่าจะมีฉากไหนบ้างนะค้าา^^~) แล้วช่วงนี้เราก็ติดเรื่องสอบกลางภาคกับโปรเจกเช่นเคยด้วยค่ะเลยต้องเลื่อนเรื่องพี่เวย์ไปก่อน ที่สำคัญเรื่องนี้ยังไม่ผ่านการร่างพล็อตอย่างละเอียดด้วยค่ะ (ノ * ゚ ▽ ゚ *) มีแค่ภาพจินตนาการเต็มหัวเท่านั้นเองค่ะ

ถ้าทุกอย่างลงตัวดีแล้วเราก็จะกลับมาลงเรื่องพี่เวย์อย่างจริงจังนะคะ (ระหว่างนี้อ่านคำโปรยรอก่อนน้า5555) แล้วก็ๆ มีคนถามเยอะเลยว่าพี่ชามีคู่มั้ย พี่ชามีคู่ค่าา ต่อจากพี่เวย์เลย

สุดท้ายนี้ก็ขอให้ผลงานของเราสร้างรอยยิ้มให้กับทุกคนเยอะๆ!เลยนะคะ ^^ ไว้เจอกันใหม่เรื่องค่าา~

 

 

Twitter : @Themoonthere 

ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ♥

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น