ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่ 30 เผลอตัว

“เอ่อ คุณแบล็คคะ โรสว่าช่างเขาเถอะค่ะอาจจะไม่ใช่ก็ได้ งั้นเธอคงไม่ยอมไปง่ายๆหรอก เพราะโรสพูดเธอก็รีบเดินออกไปทางประตูหลังเลย” โรสพูด 

“ห้ะ! ออกไปทางประตูหลังเหรอครับ” ผมพูดทวนคำกลับไปเพราะงงกับสิ่งที่ยัยคุณโรสบอก ประตูหลังที่ว่าคืออะไรห้องผมมีประตูเข้ามาแค่ประตูเดียวจะเอาประตูหลังที่ไหนมา 

“ใช่ค่ะ ประตูหลังตรงนั้นไง มันทะลุใช่ไหมคะ เธอเดินเข้าไปแล้วบอกว่ามันทะลุออกไปข้างนอกน่ะ” โรสพูด ทะลุบ้าบออะไรนั่นมันห้องพักของผม สงสัยยัยดื้อของผมคงเข้าไปรอในนั้น  

เธอจะว่าอะไรรึเปล่านะที่เจอยัยคุณโรสนี่ ร้อยวันพันปีก็ไม่เห็นจะมีใครมา วันนี้มาก็ดันมาเจอยันดื้อเอาซะได้ อย่างกะคำของภาษาเหนือที่ว่า "ผีซะหน้า" อย่างนั้นแหละ แต่ช่างเถอะผมบริสุทธิ์ใจอยู่แล้ว  

“คุณโรสครับ ประตูนี้ไม่ได้ทะลุหรอกครับ มันคือประตูห้องที่ผมเอาไว้พักเวลาผมเหนื่อยน่ะ สงสัยแฟนผมเข้าไปรอในนั้นแล้ว งั้นผมขอตัวเข้าไปหาแฟนก่อนนะ คุณโรสจะกลับเลยรึเปล่าหรือว่าจะอยู่ต่อก็ตามใจนะ แต่ผมคงต้องขอตัว” ผมพูด หน้าคุณโรสสลดอย่างเห็นได้ชัด ก็เธอมาไล่แฟนผมก่อนนะไล่กลับบ้างจะได้รู้สึก 

ไม่รู้ว่าเธอต้องการอะไรแต่นี่คือวิธีตอบกลับของผมครับ ผมไม่ใช่คนที่จะไปสนิทหรือให้ความสำคัญใครพร่ำเพื่อนะ ทุกคนก็รู้นี่นาใช่ไหม? 

ผมไม่รอฟังอะไรจากปากเธอทั้งนั้น รีบเดินตรงไปที่ประตูเพราะอยากเจอคนที่อยู่ในห้องแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่อาจจะนั่งงอนแก้มตุ๊บป่องอยู่รึเปล่า 

เข้ามาในห้องเจอยัยดื้อนอนหลับอยู่บนเตียง ข้างๆมีโทรศัพท์กับไอแพดวางอยู่ ที่ไม่รับโทรศัพท์เพราะหลับนี่เอง ยัยดื้อเอ้ย! แล้วนอนผ้าก็ไม่ห่มอีกแอร์เย็นมันหนาวจะตายไป  

“อื้ออ...อย่ากวน” อดใจไม่ไหวจนต้องขึ้นไปคร่อมแล้วฟัดไปทั่วใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มให้หายคิดถึงสักหน่อย  

จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ 

“อื้ออ...ปันจะนอน” เสียงอู้อี้ประท้วงออกมาเม่ือผมพยายามก่อกวนเธอไม่หยุด 

“ก็มันคิดถึง ขอฟัดให้หายคิดถึงหน่อยนะคะ” ผมพูดแล้วคลอเคลียไปทั่วอย่างชอบใจ เมื่อไหร่จะได้หมั้นสักทีนะ อยากจะจับทำเมียเต็มทีแล้ว  

ทุกวันนี้ต้องอดทนข่มใจไว้ไม่ให้เผลอตัวแค่ไหน ทรมานแทบตายบางทีทั้งกลิ่นตัวหอมๆเนื้อนิ่มๆทำผมแทบคลั่งแต่ก็ต้องอดใจไว้ก่อน ยังไม่อยากให้น้องเสียหายครับ ผมมันคนดีแต่ก็ไม่รู้ว่าจะอดทนได้ไปถึงเมื่อไหร่กัน ผมไม่ใช่พระอิฐพระปูนนะ ฮ่าๆๆ 

“นี่ ปล่อยเลยนะไม่ต้องมาใกล้ปันเลย” ปันปันพูดพร้อมผลักผมออก  

“ปันคะ เป็นอะไรผลักแบล็คซะแรงเลย โกรธที่มาปลุกเหรอคะ” ผมพูด 

“ไม่ต้องมายุ่ง ไม่ต้องมาใกล้” ปันปันพูดพร้อมทำหน้าบึ้ง น่ารักจังแฟนผมเนี่ย 

“โอ๋ๆ ก็นี่สี่โมงกว่าแล้วนะคะ แบล็คเลยต้องปลุกไงเราจะได้กลับกันไม่งอนนะคะเดี๋ยวไปนอนต่อในรถนะ” ผมพูดพร้อมจะเข้าไปใกล้แต่เธอกลับขยับหนี  

“ปันไม่ได้โกรธที่มาปลุก แต่ปันอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร” ปันปันพูด เอาแล้วชักไม่น่ารักแล้วสิแบบนี้ งานงอกแล้วไหมล่ะกู 

“หมายถึงคุณโรสเหรอคะ” ผมพูด ก็รู้นะแต่อยากถามลองเชิงก่อน 

“อ๋อนี่รู้จักด้วยเหรอ สนิทกันรึไง เธอถึงได้มารอในห้องแบบนั้น ถ้าปันไม่มาหาก็คงไม่รู้ว่า...” ปันปันพูดออกมารัวๆ ตายอะผมว่า  

“ดื้อคะ ไม่เอานะคะไม่คิดไปเองแบบนี้นะ แบล็คไม่ได้รู้จักอะไรกับคุณโรสนี่เลยนะ พึ่งเจอกันวันนี้วันแรกเธอมาถามเรื่องงานของเธอแล้วแบล็คก็ไม่ได้สนใจเธอเลยด้วย ไม่รู้ว่าปันกับเธอคุยอะไรกันแต่อย่าไปเชื่อคำพูดเธอนะคะ ปันก็รู้ว่าแบล็คมีปันคนเดียว” ผมพูดออกไปอย่างจริงจัง แสดงความจริงใจออกไปเพื่อให้เธอเชื่อ  

"แล้วเธอมาทำไมคะ เธอเป็นใครแบล็คบอกปันหน่อยสิ" ปันปันพูด 

"เธอเป็นลูกสาวของคุณพงษ์เจ้าของบริษัทคู่ค้าของแบล็คเอง เธอบอกว่าอยากสั่งทำเครื่องเพชรและจะให้แบล็คออกแบบให้" ผมพูดแล้วมองหน้าเธอไปด้วย  

"....." เธอไม่ตอบอะไรเอาแต่จ้องหน้าเหมือนอยากให้พูดต่อ 

"แต่แบล็คไม่ได้รับทำหรอกนะคะ แบล็คปฏิเสธและบอกกับเธอว่าให้ไปติดต่อกับสาขาแทน มันก็มีแค่นี้เลยค่ะไม่มีอะไรมากกว่่านี้แล้ว" ผมพูด  

"แล้วเธอว่ายังไงต่อ" ปันปันพูด 

"ก็ขออยู่ต่อบอกว่าจะคอยกันคนที่จะมายุ่มย่ามกับแบล็ค เเบล็คก็ถามเธอไป เลยได้รู้ว่าปันมาหาและก็มั่นใจมากว่าเป็นปัน" ผมพูด 

"หึ นึกว่าจะเชื่อยัยโรสซะอีกว่ามีนักศึกษามาอ่อยท่านประธาน" ปันปันพูด  

"ไม่มีหรอก ที่นี่ใครจะขึ้นมาได้ถ้าไม่ใช่แขกและคนสำคัญน่ะ แล้วคนสำคัญก็เห็นทีจะมีที่รักของเเบล็คคนเดียวที่มักจะมาบ่อยๆ" ผมพูด 

"แล้วยัยคุณโรส?" ปันปันพูด 

"เธอคงเอาสิทธิ์ของความเป็นลูกสาวของคุณพงษ์มาอ้างมั้งคะ แถมบอกว่าจะมาคุยเรื่องงานอีกพนักงานเลยให้เข้ามาพบ" ผมพูด  

"หึ คนอะไรปากพร่อย พูดอะไรออกมาแต่ละอย่างรับไม่ได้ปันรับไม่ได้" ปันปันพูดบ่น นี่ทั้งสองคุยอะไรกันถึงได้ทำให้ยัยดื้อของผมหงุดหงิดได้แบบนี้ 

"เธอพูดอะไรให้ปันไม่ถูกใจหรือถูกหูคะ เล่าหน่อยสิ" ผมพูด 

"เธอบอกว่าเธอจะเอาแบล็คไปเป็นคู่รักแล้วก็บอกอีกว่าแบล็คเป็นของเธอห้ามยุ่ง" ปันปันพูดด้วยใบหน้าบูดบึ้งพ่นคำพูดออกมาอย่างกับแมวขู่ น่าเอ็นดูจัง 

"แล้วยังไงคะ" ผมพูด 

"แล้วยังไงเหรอคะ ก็มันน่าหงุดหงิดไง แบล็คน่ะเป็นของปันคนเดียว ปันคนเดียวเท่านั้น หึ้ยย!!" ปันปันพูดแล้วกอดอกแน่นหันหน้างอไปทางอื่น 

"แค่นี้เหรอคะ" ผมพูด 

"ก็มีมากกว่านี้แต่ปันจำไม่หมดหรอก จำเท่าที่พูดเนี่ยแหละ โดยเฉพาะประโยคที่ว่าคุณแบล็คของฉัน ชิหมั่นใส้อยากจะตบกระบานให้ปลิวหลุดจากบ่าเลย" ปันปันพูดพร้อมทำท่าทางไม่พอใจ  

"ฮ่าๆๆ ท่าทางจะเป็นคนหวงของนะคะเนี่ย" ผมพูด 

"ใช่ค่ะ แล้วก็หวงมากๆด้วย หึ้ยยพูดแล้วมันขึ้น" ปันปันพูด 

"ชอบจังเวลาปันหวงแล้วโมโหเนี่ย มันน่ารักดี" ผมพูดแล้วปันปันที่หน้างอก็เริ่มแดงและยิ้มเขินๆทันที 

"แบล็คงะ นี่ปันโมโหอยู่นะมาชมกันแบบนี้ได้เหรอ" ปันปันพูด 

"ก็ปันน่ารักจริงๆนะคะ ขู่ฟ่อๆเหมือนแมวเลยเวลาโมโหอะ อยากจะจับฟัดให้แก้มช้ำเลยเนี่ย" ผมพูด 

"งื้ออ ไม่เอานะแก้มปันช้ำจริงทำไง" ปันปันพูด 

"งั้นฟัดตรงอื่นด้วยก็ได้ค่ะ ถ้าปันให้ฟัดนะ" ผมพูด 

"ก็ไม่ได้ห้าม" ปันปันพูดแล้วทำท่าล้อเลียน 

"ปันคะ!! ไม่เอาไม่แกล้งยั่วกันสิคะ" ผมพูด เธอมันเจ้าเล่ห์เปลี่ยนจากแมวขู่มาเป็นเเมวยั่วแล้ว ไม่ได้เลยนะคนนี้เนี่ย 

"ค่ะๆ แล้วยัยนั่นกลับไปยังอะ แล้วนางจะมาอีกมั้ย?" ปันปันพูด 

"ไม่รู้ว่ากลับไปรึยัง แบล็คบอกว่าจะมาหาปันแล้วก็เข้ามาเลย ไม่ได้สนใจเธอต่อ เพราะคนนี้สำคัญกว่า" ผมพูดพร้อมเอามือไปจับจมูกของยัยดื้อโยกเล่น 

"บอกว่ายังไงคะ เธอไม่ขอตามเข้ามาเหรอ" ปันปันพูด 

"ไม่ขอตามหรอกค่ะ แบล็คบอกไปว่าปันคือว่าที่คู่หมั้นไม่ใช่พนักงานแล้วก็บอกเธอว่าประตูไม่ได้ทะลุแต่มันคือห้องพักต่างหาก เธอก็ดูจะอึ้งๆนะคะ แบล็คก็บอกทิ้งท้ายว่าขอตัวก่อนเธอจะอยู่จะกลับก็ตามใจแล้วก็เดินมาเลยค่ะ" ผมพูด 

"ดีค่ะดีบอกไปเลยว่านี่คือคู่หมั้นคนสวยไม่ใช่แบบที่นางคิด ปันอยากจะเห็นหน้านางจังตอนที่บอกออกไปเนี่ย" ปันปันยิ้มและพูดออกมาอย่างสะใจ  

"แบล็คน่ารักมั้ยคะที่พูดออกไปแบบนั้น" ผมพูด 

"น่ารักมากๆเลยค่ะ น่ารักที่สุดเลย" ปันปันพูด 

"งั้นปันคงต้องให้รางวัลแล้วนะคะ เพราะเเบล็คทำตัวน่ารักวันนี้" ผมพูด ทำดีไม่ควรหวังผล แต่สำหรับผมมันคือข้อยกเว้นครับทำดีต้องได้รางวัลครับ 

"แบล็คจะเอาอะไรล่ะ" ปันปันพูด 

"เอาปัน" ผมพูด  

"พี่แบล็ค งื้ออ ไม่ใช่นี่ไม่ใช่พี่แบล็ค" ปันปันทำตาโตก่อนจะพูดขึ้น ผมไม่ได้หมายความแบบนั้นหรอกครับกะจะกวนตีนเฉยๆ  

"ฮ่าๆๆ หยอกค่ะขอแค่ปันหอมซ้ายหอมขวาซักห้าหกทีก็พอชื่นใจแล้ว" ผมพูด  

"แค่นี้เหรอ ว้า! กะนึกว่าจะขอมากกว่านี้ซะอีก” ปันปันพูด 

“แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ มักน้อยแต่มักนานๆ” ผมพูด วันไหนที่ทำได้ไม่ขอหรอกครับ เอาเลยทำเลยเพราะนี่แบล็คคนจริงครับ 

เธอจัดการหอมแก้มผมไปตามที่ขออย่างว่าง่าย ชื่นใจผมมากมีแรงกระปี้กระเป่าทำงานพรุ่งนี้เลยอะ เว่อป้ะผมก็ว่าผมเว่อแหละฮ่าๆๆ  

เราก็พากันออกห้องมาเพื่อที่จะไปกินข้าวแล้วกลับคอนโดครับ นี่สี่โมงกว่าพาเธอไปกินอะไรดีน้า กินชาบู หมูกระทะ ปิ้งย่าง หมาล่า สุกี้ คิดแต่ละเมนูแล้วอันไหนก็น่ากินทั้งนั้นเลยถ้าได้กินกับยัยดื้อของผมยิ่งน่ากิน 

 

At ห้างสรรพสินค้า 

สุดท้ายก็พากันมากินที่ห้างสรรพสินค้านั่นเอง เพราะมันมีให้เลือกกินมากมาย แล้วก็เถียงกันอยู่เลยตอนนี้ว่าจะกินอะไรดี มันเป็นปัญหาเล็กๆที่ไม่เล็กซะเลยผมว่า  

“กินอะไรดีล่ะคะเย็นนี้” ผมพูด 

“นั่นน่ะสิคะปันก็คิดไม่ออกค่ะ กินอะไรดี” ปันปันพูด 

“แบล็คตามใจปันค่ะ” ผมพูด คิดไม่ออกเหมือนกันนั่นแหละ ถ้าคิดอออกก็กลัวยัยดื้อไม่กิน ตามใจเธอเอาละกันผมยังไงก็ได้ 

“ปันคิดไม่ออก งั้นก็ตามใจแบล็คละกันค่ะ” ปันปันพูด 

“งั้นแบล็คว่าเรากินอาหารญี่ปุ่นกันดีไหมคะ” ผมพูดเมื่อเหลือบตาไปเห็นร้านอาหารญี่ปุ่นแบรนด์ดังเลยคิดว่ายัยดื้อคงจะอยากกิน 

“ปันพึ่งกินกับเพื่อนๆไปเมื่อตอนกลางวันเองนะ” ปันปันพูด นั่นไงปัญหาละ แล้วจะกินอะไรดีล่ะเนี่ย 

“แล้วกินอะไรดีนะ เอาเป็นสเต็กดีมั้ย” ผมพูด พูดๆไปก่อนก็คงจะต้องมีสักอย่างล่ะวะที่เราอยากกินเหมือนกัน 

“อ้าวแบล็ค!”  

กลับหน้าเรื่อง
อีพี่นี่น่ารักเเท้นอกจากจะไม่ยุ่งกันคนอื่นแล้วยังมีการตอกกลับแบบสุภาพอีก เท่ 👏 อ่านแล้วมาเม้นท์แชร์กันนะคะ 🙏❤️
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น