ต้นรักข้างขุน
Chapter 16 || Cuteness on your cheeks
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
Chapter 16 || Cuteness on your cheeks

#16 

Cuteness on your cheeks 

 

 

“ไอ้รัก กูไม่รู้ว่าเข้าใจตรงนี้ถูกไหมอะ มึงลองฟังกูอธิบายหน่อยได้ปะ” 

“ได้ๆ ว่ามาเลยยย” 

หลังผมพยักหน้ารับแก้วใจมันก็เริ่มอธิบายวิธีการคำนวณที่มันไม่ค่อยมั่นใจให้ฟัง ตอนนี้เราอยู่บนดาดฟ้าคาเฟ่ร้านประจำ ผมกับแก้วใจค้นพบที่นี่โดนบังเอิญแล้วก็ติดใจมาจนถึงทุกวันนี้ เป็นชั้นดาดฟ้าที่บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย ถึงจะไม่ได้มีแอร์เหมือนชั้นล่างๆ แต่ก็ไม่รู้สึกร้อนเลยสักนิด แถมการตกแต่งแบบมีต้นไม้ประดับโดยรอบยิ่งทำให้ดูหน้านั่งเข้าไปใหญ่ 

“อื้อ ถูกต้องแล้วๆ” 

“เฮ้ออ กูไม่ค่อยมั่นใจเรื่องนี้เลย” 

“แต่มึงทำได้ดีมากเลยนะ ทบทวนอีกสักสองรอบกูว่ามึงน่าจะมั่นใจขึ้นเยอะเลย” 

“โอเคเลยไอ้แก้มอ้วน ขอบคุณมาก” 

“เลี้ยงเค้กตอบแทนกันมาเลย” 

“สองชิ้นยังไม่พออีกเหรอ ฮะๆ” 

“ยังไม่ถึงครึ่งของครึ่งของกระเพาะกูเลยแหละ” 

แล้วไอ้แก้วมันก็ส่งมือสองข้างมาบีบบี้แก้มผมท่าทางมันเขี้ยวสุดๆ เห็นแบบนั้นผมก็รู้สึกมันเขี้ยวมันไม่ต่างกันก็เลยใช้มือนวดแก้มมันบ้าง 

“นี่พวกมึงเปิดศึกแมวนวดแก้มกันเหรอ?” 

แต่เสียงที่ดังขึ้นก็ได้หยุดความมันเขี้ยวของพวกเราลงได้ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างๆ ออกมาเพราะเป็นกัลป์กับดาวนั่นเอง เย้…มาครบทีมแล้ว~~ 

“มากันแล้วเหรอๆๆ ไอ้กัลป์! ทำไมวันนี้แต่งตัวเท่นัก” แก้วใจว่าตาโต ผมก็พยักหน้าเห็นด้วยสุดๆ 

“อะแน่นอนน เสื้อตัวนี้พี่เพลิงซื้อให้ทั้งทีก็เลยหล่อกว่าปกติ” 

“คนอวดแฟนๆๆ” ไอ้แก้วทำหน้ายู่ทำให้โดนไอ้กัลป์ขย้ำแก้มจนแดงไปหมด 

ผมกับดาวหัวเราะร่ามองดูไอ้ลูกเจี๊ยบโดนมูๆ แก้มยกใหญ่ จนพอใจแล้วนั่นแหละกัลป์กับดาวถึงได้ขอตัวลงไปซื้อของกินก่อน ผมก็ได้ทำการฝากซื้อเค้กมาอีกชิ้นด้วยแหละๆ 

ที่เรานัดกันออกมาคาเฟ่ก็ไม่ได้มีเรื่องคุยจริงจังอะไรหรอก แค่ออกมานั่งเล่นใช้เวลาด้วยกันเฉยๆ ผมกับแก้วมาถึงกันตั้งแต่เช้าเพื่อมาอ่านหนังสือ ตอนนี้ก็สายมากแล้วก็ถึงเวลาคุยเล่นกันสบายๆ แล้ว~ 

“มาแล้วจ้า มื้อนี้พี่กัลป์ขอจ่ายเองเพราะผัวให้ตังค์มาเลี้ยงทุกคนฮ่าๆ” 

“พี่เพลิงใจดีสุดยอดด ฝากขอบคุณพี่เขาด้วยนะ” 

ไอ้กัลป์วางถาดของกินเล่นที่มีทั้งพวกของทอด เค้กเนื้อนุ่มและน้ำปั่นทั้งสี่แก้วลงบนโต๊ะ ผมตาลุกวาวเพราะมีแต่ของน่ากินเต็มไปหมด เรากวาดกองหนังสือออกไปวางข้างๆ แล้วเปลี่ยนมาสนใจของกินแทน 

“รัก เราเห็นในเพจมอเอาเรื่องรักกับพี่ขุนไปลงด้วย รักเห็นรึยัง” 

ผมเงยหน้ามองดาวที่นั่งอยู่ข้างๆ กัน...อื้อ ผมได้เห็นแล้วแหละเมื่อคืนว่าเพจเอาไปลง เนื้อความก็จะประมาณว่าถ้าตามหาตัวพี่ขุนยากก็ให้ไปตามได้ที่ย่านของกินใกล้หอผม แถมยังโดนแซวๆ อีกด้วยว่าพี่ขุนผันตัวมาเป็นพ่อบ้านพาผมไปกินข้าวมื้อดึก 

“อื้อๆ เราเห็นแล้วแหละ .///.” 

“พอเป็นเรื่องเกี่ยวกับพี่ขุนมันก็เขินขึ้นมาทันทีเลยวุ่ยย” 

จะไม่ให้เขินได้ยังไงเล่า...อะไรที่เป็นพี่ขุนมันก็ชวนให้แก้มระเบิดทั้งนั้นแหละ 

“พอมาเห็นพี่ขุนเวอร์ชันจีบรักเราก็รู้สึกว่าพี่เขาอ่อนโยนขึ้นเยอะเลย” 

“บวกๆๆๆ!” 

“ระ..เราก็คิดว่าอย่างนั้นเหมือนกัน เมื่อก่อนเรากลัวพี่ขุนมากๆ เลยนะ แต่ตอนนี้มีแต่จะคิดว่าพี่เขาใจดีมากๆ อ้อ แล้วก็ขึ้แกล้งมากๆ ด้วย” ผมว่าจากใจจริงๆ ด้วยสีหน้าที่มันร้อนผ่าวมากขึ้นทุกนาที 

“ก็ใจมึงมันมีพี่มันมาอยู่ไม่มากก็น้อยแล้วไง” 

“ไอ้กัลป์! หะ..ห้ามพูดนะ เดี๋ยวใจกูระเบิดหรอกๆ” 

ทุกคนหัวเราะยกใหญ่ที่เห็นผมเขินจนตัวแทบม้วนขนาดนี้ ผมเลยทำให้ตัวเองหายเขินด้วยการจ้วงเค้กมากินคำใหญ่มันซะเลย 

“ถึงจะไม่รู้ว่าเรื่องของทั้งสองคนจะเป็นยัง แต่เราก็ขอให้รักมีความสุขมากๆ เลยนะ” ดาวว่าด้วยสายตาอ่อนโยน พาให้หัวใจต้นรักคนนี้อ่อนละลายกลายเป็นน้ำไปหมด 

“ใช่ ต่อให้มึงจะตัดสินใจยังไงพวกกูก็อยู่ข้างๆ มึงตลอดนะไอ้แก้มอ้วน” 

ผมเงยหน้าขึ้นมองทุกคนก่อนจะเผลอเบะปากน้อยๆ อย่างซาบซึ้งใจ ฮื่ออ...ทำไมทุกคนถึงน่ารักขนาดนี้นะๆๆๆ เดี๋ยวพี่รักก็ขโมยเอากลับไปนอนกอดที่บ้านให้หมดหรอก! 

“ขอบคุณมากนะทุกคนน _;” 

ดาวยกมือขึ้นลูบหัวผมพร้อมหลุดขำเบาๆ การได้แบ่งปันเรื่องราวในชีวิตให้คนที่สนิทใจฟังมันดีเสมอนั่นแหละ เพราะทุกคนใช้ใจรับฟังเราอย่างจริงใจแบบนี้ 

“เออ แล้วคืนนี้พวกมึงไปยังไง ให้พวกกูแวะไปรับปะ” 

“ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวกูขับรถไป ไปกับแก้วมันนี่แหละ” 

“ใช่แล้วว” 

“อ้อเค สองทุ่มเจอกันนะ” 

ถ้าถามว่าคืนนี้เราจะไปไหนกันก็บอกเลยว่าเรามีนัดปาร์ตี้กันล่ะ!~~ วันเสาร์หรรษาแบบนี้แหละเป็นโอกาสดีที่ทุกคนว่างตรงกันหมดเราเลยจะไปร้านเหล้ากัน ผมกับแก้วก็เคยไปบ้างตอนช่วงรับน้องใหม่ๆ แล้วพี่เขาพาไปเลี้ยงต้อนรับ แต่ถ้าได้ไปกับพวกกัลป์ก็มีครั้งนี้แหละที่เป็นครั้งแรกเลย 

ผมน่ะตื่นเต้นสุดๆ ไปเลย! 

“ทำหน้าตื่นเต้นเข้าไปไอ้รัก ไม่รู้ชะตาชีวิตเลยรึว่าโดนตามคุมแน่ๆ” ไอ้กัลป์ว่า 

“ใครๆ ก็ไม่สามารถหยุดยั้งต้นรักได้ทั้งนั้นแหละจะบอกให้” 

“จะเมาให้หัวราน้ำไปเลยว่างั้น?” 

“เปล่า” ผมส่ายหน้าวืดก่อนจะระบายยิ้มกว้างออกมาเต็มแก้ม “แต่กูอยากไปกินของกินเล่นที่นั่นอีกต่างหากเล่า ครั้งก่อนที่ไปแล้วพี่เขาสั่งมาให้นะกูจำได้ว่ามันอร่อยมากๆ” 

“ฮ่าๆ มึงนี่ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ” 

“รักชอบมากเลยเหรอ งั้นเราจะช่วยสั่งมาให้เยอะๆ เลยเนอะ” 

“เยี่ยมไปเลยดาว!” 

“มึงนี่น้าไอ้แก้มอ้วน” 

ใช่แล้ว คืนนี้แหละ...พี่รักจะไปบุกร้านเหล้าเพื่อเหมาของกินเล่นมาให้หมดเลย! จะไปขอตังค์คุณพ่อให้ได้ค่าขนมเยอะๆ กว่าเดิมด้วยเลยดีไหมนะ ให้ทุกคนเรียกผมว่าเสี่ยต้นรักไปเลย~ 

 

 

 

 

 

 

Khunmuen Part 

“เดี๋ยวมา” ผมบอกไอ้เวย์ออกไปโดยที่สายตายังคงจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์อยู่ 

“ไปรับว่าที่เมีย?” 

“เออ” 

เมื่อกี้ต้นรักไลน์มาบอกผมว่าออกจากหอแล้ว อีกไม่นานก็คงถึง...ผมสาวเท้าเดินออกมาจนถึงบริเวณหน้าร้าน เลือกบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบฆ่าเวลารอให้อีกคนมาถึง จริงๆ นัดกินเหล้าคืนนี้ไอ้เวย์กับกัลป์มันเป็นตัวตั้งตัวตีขึ้นมา ผมที่เห็นว่ารักมาด้วยก็เลยตามมาอีกคน 

ใครจะปล่อยให้มันมานั่งน่ารักให้คนจีบล่ะ...ถึงจะยังไม่ได้เป็นอะไรกับมันเลยก็เถอะ 

“ไอ้ขุน” 

ผมหันไปมองตามเสียงที่ว่าก็เจอไอ้ไทเปกับแฟนรุ่นน้องของมันกำลังเดินเข้ามาใกล้ผม มันยักคิ้วให้เป็นการทักทาย 

“ไม่รู้ว่ามึงก็มา อยู่โต๊ะแถวไหนอะเผื่อกูเดินไปชนแก้วด้วย” 

“ฝั่งซ้ายๆ เลย” 

“โอเค” 

“มึงอะ พาเมียมาเปลี่ยนบรรยากาศไง?” 

“ฮะๆ ออกมานั่งชิลบ้างอะไรบ้าง...เออไอ้ขุน กูได้ข่าวมาว่ะเพื่อน” 

“ลีลาสัด ว่ามา” 

ผมยกบุหรี่ขึ้นสูบ พอเดาได้อยู่หรอกว่ามันกำลังจะพูดเรื่องอะไร หน้าล่อตีนมาขนาดนี้คงมีไม่กี่เรื่องหรอก 

“ได้ข่าวเมื่อก่อนบอกนึกภาพตัวเองคลั่งรักไม่ออก แต่มาตอนนี้กูเห็นพาเด็กไปซื้อน้ำเต้าหู้เฉยเลย” 

“ใช่ค่ะ ดูหวานกันสุดๆ เลย” 

ไอ้ไทเปกับแฟนมันยิ้มว่า ทำให้ผมเลิกคิ้วแปลกใจเล็กน้อย 

“มึงเห็นเองเลย?” 

“เออดิ ยืนงงเลยตอนแรกที่เห็น เพื่อนกูแม่งจากเสือกลายเป็นไอ้โบ้ไปซะแล้ว เมื่อก่อนยังปากเก่งอยู่เลยฮ่าๆ” 

“ก็เจ้าของแม่งน่ารัก ให้กูทำไงได้” 

คนตรงหน้าผมหลุดหัวเราะยิ่งกว่าเดิมก่อนที่มันจะเอื้อมมือมาตบไหล่ผมเบาๆ 

“เอาใจช่วย เดี๋ยวเขาก็ใจอ่อนเพราะไอ้เรามันซื่อสัตย์กับเจ้าของคนเดียวอยู่แล้วเว้ย” 

“หึ เออ” 

แล้วไทเปกับแฟนมันก็ขอตัวเดินเข้าร้านไป ผมหันกลับมามองตรงไปด้านหน้าอีกครั้ง สูบบุหรี่ไปเรื่อยๆ เพื่อรอให้ ‘เจ้าของ’ มาถึง...เป็นเจ้าของที่แก้มเยอะเกินหน้าเกินตาชาวบ้านหน่อยด้วย 

ไม่ถึงห้านาทีรถเบนซ์สีขาวที่ผมจำทะเบียนรถได้ขึ้นใจก็เลี้ยวเข้ามาในตัวร้านพร้อมกับเสียงไลน์แจ้งเตือนข้อความ รักมันส่งมาบอกว่าเลี้ยวเข้ามาในร้านแล้ว ผมก็ตอบกลับไปว่ารออยู่ 

ในตอนที่เห็นร่างเล็กๆ ก้าวลงมาจากรถผมก็เผลอหลุดยิ้มบางเบาออกมา ต้นรักในชุดเสื้อยืดตัวใหญ่สีดำขับผิว ทับในด้วยกางเกงยีนขายาว ด้านล่างมีถุงเท้าลายสายรุ้งกับรองเท้าผ้าใบสีขาวบ่งบอกว่าเจ้าตัวเป็นคนที่สดใสมากขนาดไหน 

เออ...แค่นี้ก็หวงจนไม่อยากให้ใครมองแล้ว แค่เท้าเขากูยังหวงเลย 

“พี่ขุนมารอที่หน้าร้านเลยเหรอครับ” 

สีหน้าตื่นๆ ของรักมันเป็นอะไรที่น่าเอ็นมากในความรู้สึกผม รักจับจูงมือมากับเพื่อนสนิทอย่างแก้วใจ ยิ่งเดินมาแพ็กคู่แบบนี้ออร่าความสดใสยิ่งดูจะเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว 

“อืม” 

“พี่ขุนสวัสดีครับ” 

ผมพยักหน้ารับเบาๆ ปล่อยบุหรี่ลงกับพื้น ใช้เท้าเหยียบให้ไฟดับดีแล้วหยิบโยนไปเข้าถังขยะ เดาได้เลยว่าไอ้เวย์มันก็คงมีอาการไม่ต่างจากผมนักหรอกถ้าได้เห็นคนของใจมัน 

“หิวรึเปล่า กินข้าวมายัง” 

“รักเตรียมท้องมากินของว่างที่นี่เลยครับ!” 

“หมายถึงกับแกล้ม?” 

“แหะ แบบนั้นก็ได้ครับ” 

“โอเค เดี๋ยวกูสั่งให้ เข้าร้านเถอะ” 

ผมพาอีกสองคนเข้ามาในร้าน ตรงไปทางตรงเราที่มีทุกคนมาถึงก่อนหมดแล้ว มีการปรับเปลี่ยนที่นั่งกันนิดหน่อยเพราะให้พวกต้นรักนั่งอยู่ด้วยกัน ไอ้ไฟก็ไปนั่งติดเมียมันริมสุดฝั่งนู้น ส่วนผมก็นั่งอยู่หัวโต๊ะ ข้างซ้ายเป็นรัก ข้างขวาเป็นไอ้เหี้ยเวย์ 

“เมื่อกี้พี่สั่งพวกของทอดไปให้แล้วห้าชุด น้องๆ อยากสั่งเพิ่มไหมครับ” 

“สั่งอีกครับพี่ชา รักขออีกห้าไปเลยย” 

“ได้ครับ” 

“มึงเปิดไอ้ชาเลยปะๆ มันได้หน้าแทนมึงเลยนะเว้ยย” 

ผมถอนหายใจเฮือกอย่างรำคาญ ใครให้แม่งมานั่งข้างกูวะ ทำมาเป็นกระซิบซะตีนกูแทบลั่น 

“ปัญญาอ่อน แดกเหล้าไปมึงอะ” 

“เมามากไม่ได้ไอ้สัด เดี๋ยวเพ้อไปบอกรักเขา” 

ผมปรายตามองสายตาไอ้เวย์ที่มันหยุดอยู่ที่คนฝั่งตรงข้าม...เหอะ กับเรื่องกูเก่งสัดๆ ส่วนเรื่องตัวเองก็เก่งนะ เก่งเป็นหมา 

“กินเหล้าไหม หรือว่าแค่โค้ก” 

ผมหันไปถามต้นรักที่กำลังนั่งมองผมตากลมใสอยู่...เหมือนกับแมวเวลามองอะไรที่น่าสนใจไม่มีผิด 

“รักคออ่อนมาก ขอเหล้าแบบนิดเดียวนะครับ” 

“อืม ได้...มองกูแบบนั้นคืออะไร” 

“ก็วันนี้พี่ขุนเป็นแบดบอย” 

ผมเผลอยกยิ้มมุมปากออกมากับกระบวนการคิดของต้นรักมัน สรรหาคำน่ามันเขี้ยวพวกนั้นมาใช้เก่งจริงๆ 

“รู้ได้ไง” 

“ก็พี่ขุนเท่มาก แถมยังเหมือนพวกเจ้าชู้อีกด้วยๆๆ” 

“กูเจ้าชู้แค่กับมึง” 

“ฮึ่ยย! พี่ขุนจีบกันอีกแล้ว วันนี้รักขอสั่งห้ามเพราะพี่ขุนวันนี้แบดบอยเกินไป” 

“เดี๋ยวใจมึงรับไม่ไหวน่ะเหรอ” 

“กะ..ก็ใช่น่ะสิครับ!!” 

คิดอะไรก็ยอมรับมาหมดเลย แบบนี้จะไม่ให้ยิ่งหลงกว่าเดิมได้ไงวะ 

“รีบชงไอ้สัด เหล้ากูหมดเป็นชาติแล้วมึงเห็นไหม” 

ผมหันไปมองไอ้เวย์ตาขวางอย่างเซ็งจัดก่อนจะละความสนใจมาชงเหล้าให้ต้นรักมัน คนอื่นๆ เหมือนไอ้กัลป์จะจัดการให้เรียบร้อยแล้ว 

“ไอ้รักไอ้แก้ว วันนี้มึงแต่งเป็นแฝดกันเหรอ” 

“ตาดีนะเนี่ยไอ้กัลป์ จริงๆ ไม่ได้นัดหรอกนะ มันบังเอิญอะฮะๆ” 

ก็เหมือนจริง ต่างกันแค่รักใส่เสื้อสีดำ ส่วนแก้วใส่สีขาว 

“จริงเหรอ เหมือนมากๆ แต่น่ารักทั้งคู่เลย” 

“ไม่ใช่ว่าหล่อเท่ทั้งคู่เหรอดาว” 

“ไอ้รัก มึงอะเหล่ท่อไปก่อนเถอะ” 

สวนสัตว์ย่อมๆ มาอีกแล้วว่ะ...ไม่นานนักสัตว์โลกทั้งสี่ก็ยกโขยงไปเข้าห้องน้ำ เหมือนจะไปถ่ายรูปกันด้วยมั้ง รักบอกผมไว้ก่อนไป 

“เหมือนกลุ่มก้อนเสียงงุ้งงิ้งๆ หายไปจากบริเวณนี้ทันตาเห็นเลยมึงว่าปะ” ไอ้เวย์ว่า 

“นั่นดิ...ไอ้ไฟ น้องไปกันหลายคนไม่ต้องเป็นห่วงขนาดนั้นหรอก” 

ชาว่าต่อทำให้พวกผมหันไปมองทางไฟมัน ไอ้พวกคลั่งเมียอย่างไอ้ไฟก็แย่หน่อย อยากตามเขาไปใจแทบขาดมั้งนั่นถึงมองตามหลังไปขนาดนั้น เออ ว่าแต่มัน...กูก็ไม่ต่างนักหรอก 

“คนมองเยอะ น่าหงุดหงิดฉิบหาย” 

“มึงอยากเปิดเลยปะล่ะไอ้ไฟ เดี๋ยวกูส่งเพื่อนขุนไปนำทีมให้ กูเห็นตาขวางใส่คนแทบรอบโต๊ะละ” 

“กูก็ไม่เห็นใครในกลุ่มเรามันจะไม่ออกอาการนี้เลยนอกจากไอ้ชา” 

เอาง่ายๆ พวกผมตั้งสามคนแม่งก็หวงเขาเป็นหมาไม่ต่างกันหรอก 

“ทำไมต้องน่ารักสัดๆ น่ารักฉิบหาย น่ารักเท่าโลกด้วยกูไม่เข้าใจ...อยากต่อยกับคนในใจเธอว่ะ! สักมัดไหมไอ้สัด” 

“เก่งจริงเรื่องได้แต่เห่า” 

“ไอ้ขุน ไอ้เพื่อนเหี้ย กูขอให้ต้นรักเจอคนใหม่ที่ถูกใจในคืนนี้จนมึงต้องอกหักเป็นหมา สาธุเพี้ยงง” 

“กูก็จะลากคอมึงอกหักเป็นหมาตามไปด้วยแค่นั้นแหละ” 

“ผูกใจเจ็บสัด ฮะๆ” 

ผมยกเหล้าขึ้นดื่มไปพลาง เสียงเพลงดังกระหึ่มจากวงดนตรีสดเป็นตัวเร่งชั้นดีที่ทำให้หลายคนอยากจะซัดเหล้าให้เมากันไปข้าง ผมก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ตัดตัวเองออกจากโลกภายนอก โดยเฉพาะคนที่มาขอชนแก้วด้วย …ไม่ได้เลย กูเนี่ยเป็นเหี้ยไรถึงกลัวรักมันมาเห็นภาพพวกนั้นเข้าขนาดนี้ก็ไม่รู้ 

ไม่นานนักต้นรักกับเพื่อนมันก็กลับมาอีกครั้ง และตอนนี้ของว่างที่สั่งไปก็วางเต็มโต๊ะไปหมด...เยอะกว่าเหล้าเบียร์อีกคิดดู 

“อร่อยเหมือนเดิมเลย!” 

“กินจนพุงกางแน่ๆ ไอ้แก้มอ้วน งานนี้” 

ผมมองแก้มของรักที่มันกองออกมาเพราะเจ้าตัวยัดของกินไว้จนเต็ม ตากลมโตหันกลับมาสบกับผมอีกครั้งก่อนเอ่ยถามเสียงใส 

“พี่ขุนกินไหมครับ รักรับประกันความอร่อยเลยน้า” 

“มึงป้อนกูก็กิน” 

“ทะ..ทำไมต้องให้รักป้อนด้วยล่ะครับ —;” 

“งั้นไม่กิน” 

“ฮึ่ยย พี่ขุนร่างแบดบอยจริงๆ ด้วย” 

ถึงจะว่าแบบนั้นแต่มือเล็กๆ ข้างหนึ่งก็จิ้มนักเก็ตมาให้ผมกินอย่างใจดี...ของกินเล่นที่นี่อร่อยจริงด้วยวะ 

“ไม่อร่อยก็ให้มันรู้ไปสิวะ กูว่ามันน่าจะออกหวานๆ ด้วยใช่ปะเพื่อนขุน” 

เฮ้ออ ผมว่าผมควรสั่งกดมาเก็บแม่งอย่างจริงจังแล้วว่ะ...เสือกเก่งไอ้สัด 

ต้นรักหันกลับไปสนใจของกินตรงหน้าอีกครั้ง ทั้งกินเองทั้งป้อนเพื่อนจนไม่นานมันก็หมดลงและเซตใหม่ที่สั่งไปก็มาเสิร์ฟพอดี แน่นอนว่าผ่านไปแป๊บเดียวมันก็ใกล้จะหมดลงอีกครั้งผมเลยสั่งมาให้รักมันเพิ่มอีกหลายชุด 

“ในอนาคตก็ตั้งใจหาเงินนะมึง โดยเฉพาะค่าของกินเมีย” 

ไอ้เวย์ว่าขึ้นโดยให้เราได้ยินกันแค่สองคน ผมหลุดหัวเราะในลำคออย่างเห็นด้วย 

“เออ แค่มาร้านเหล้ายังเกือบเหมาของกินเล่นเขาหมดร้าน ขวดเหล้ายังจมอยู่ใต้จานกับแกล้ม” 

“แหมม ทำเป็นพูดไปไอ้ขุน ทำแซวเขาแล้วสรุปมึงทำไง?” 

“จ่ายดิรอไร” 

ไอ้เวย์ทำหน้าเหม็นเบื่อใส่ผมก้มลงไปหยิบแก้วเหล้ามากระดกเข้าปาก แต่เพียงแค่อึกเดียวมันก็ผละแก้วออกขมวดคิ้วทำหน้างง 

“แก้วนี่ลืมใส่เหล้าปะวะ กูนึกว่าโค้กเปล่า” 

“พี่เวย์ TT นั่นแก้วของรักนะครับ” 

“โอ๊ยย...ไอ้ขุน ตบหัวกูทำไมวะ” 

“แดกไม่ดูไอ้สัด” 

ผมเอื้อมไปหยิบแก้วใบใหม่เพื่อชงให้รักมัน เพื่อนคนอื่นก็ได้แต่มองอย่างไม่เข้าใจ พวกมันคงคิดว่าไอ้เวย์มันกวนตีนผมเลยโดนโบกเข้าให้ 

“กูถามจริงงงไอ้ขุน นี่มันจบตำนานการชงเหี้ยของมึงเลยนะ กูล่ะเหลือเชื่อ” 

“พี่ขุนชงอะไรนะครับ” 

“ลองชิมแก้วพี่ดูดิ” 

“เดี๋ยวมึงได้โดนอีกทีไอ้เวย์” 

“ขี้หวงสัด ไม่อยากให้ใครเห็นเขาตอนเมาอะดิ” 

“เออ กูยังไม่เคยเห็นแล้วจะให้คนอื่นมันเห็นได้ไง?” 

“กูยอมเลย มึงไปนู่นนะไอ้ขุน ไปต่อแถวต่อจากไอ้ไฟอะ” 

ผมยื่นแก้วใหม่ที่เพิ่งชงเสร็จไปให้รักที่ยังนั่งสงสัยอยู่ เสียงเพลงมันดังด้วยนั่นแหละเลยทำให้ไม่ค่อยได้ยินเท่าไหร่ ผมพยักหน้าเบาๆ เชิงบอกให้เปลี่ยนมากินแก้วนี้แทนรักมันก็ยิ้มรับอย่างว่าง่าย 

“ขอบคุณครับบ” 

“อิ่มไหม หรือให้กูสั่งไว้รออีกชุดเลย” 

“อืมม...เอาเท่านี้ให้หมดก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวรักได้กลิ้งออกจากร้านแทนเดินซะก่อน” 

คนตัวเล็กหลุดหัวเราะเบาๆ อย่างน่าเอ็นดู ผมยกเหล้าแก้วที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้กระดกเข้าปาก รักเองก็หยิบแก้วขึ้นมาเตรียมดื่มบ้างเหมือนกัน แต่ในตอนนั้นก็มีใครไม่รู้เซมาด้านหลังรักมันพอดีผมเลยรีบดึงตัวมันเข้าหาตัว 

“โอ๊ะ ขอโทษครับๆๆ เพื่อนผมเมา ขอโทษจริงๆ ครับ” 

“ไม่เป็นไร” 

หลังสองคนนั้นเดินออกไปแล้วผมก็กลับมาสนใจรักอีกครั้ง ในมือเล็กยังคงกำแก้วอยู่แต่ก็เปียกน้ำไปหมดเพราะมันคงกระเด็นออกมาตอนผมดึงรักเข้าหาตัว 

“เจ็บรึเปล่า” 

“ไม่เลยครับ แต่น้ำหกเกือบครึ่งแก้วแหนะ” 

“ช่างมัน เดี๋ยวกูชงให้ใหม่” 

“พะ..พี่ขุนครับ” 

เสียงเล็กชะงักงั้นไปตอนที่ผมคว้าแก้วออกจากมือมันแล้วใช้ชายเสื้อเช็ดมือให้ ผมก้มหน้าตั้งใจเช็ดให้อย่างดีจนมือมันกลับมาแห้งสนิทเหมือนเดิมอีกครั้ง 

...มือเล็กจังวะ 

“ขอบคุณนะครับ...เสื้อพี่ขุนเปื้อนเลย” 

“ซักก็หาย” 

“คะ..ครับ” 

เพราะเห็นท่าทางเขินได้น่ารักฉิบหายของมันผมก็เกิดหวงขึ้นมาอีกครั้ง สุดท้ายก็พาหัวตัวเองไปพิงกับไหล่รักมันไว้ 

“พี่ขุนง่วงเหรอครับ หระ..หรือว่าเมา” 

ก็ไม่ใช่ทั้งสองอย่างนั่นแหละ 

“ซบได้ไหม” 

“เอ่อ ถ้า...ถ้าพี่ขุนมึนหัวก็พิงได้ครับ รักไม่ว่าหรอก” 

“อืม” 

แล้วผมก็ได้ยินเสียงแซวแว่วจากไอ้เวย์ไอ้กัลป์เข้าคู่กันดังขึ้นมาอยู่สักพัก ผมเลิกสนใจทุกอย่างไปจนหมด รับรู้เพียงแค่กลิ่นหอมๆ จากร่างเล็กเพียงเท่านั้น ผมนั่งซบรักมันอยู่แบบนั้นจนถึงเวลาเราแยกย้ายกันกลับ แต่ถึงจะได้พิงอยู่นานแต่กลับรู้สึกว่ามันไม่พอเลยสักนิด 

เราเดินออกมากันที่ลานจอดรถเพื่อแยกย้ายกันกลับ ผมทักทายพี่เพลิงเล็กน้อยเพราะพี่มันมารับเมียกลับด้วยตัวเอง ส่วนผมก็กำลังโดนกระต่ายตัวเล็กทำหน้ามู่ใส่อยู่ เหตุผลคือหลังจากที่รู้ว่าผมจะขับรถกลับเอง 

“พี่ขุนกินเหล้าไปเยอะมากมันอันตรายนะครับ รักไม่อนุญาตให้พี่ขุนขับรถกลับเองเด็ดขาดเลย” 

“แต่กูไม่ได้เมานะรัก” 

“พี่ขุนนั่งซบรักขนาดนั้นรักเชื่อไม่ได้หรอกครับ...พี่ขุนห้ามเถียงรักนะครับ รักจะไปส่งพี่ขุนเอง แล้วก็จะไปส่งแก้วด้วย” 

“โอเค ไม่เถียง” 

อืม บอกแล้วว่ากูมีแววกลัวเมียแน่ๆ 

แล้วต้นรักหันไปบอกเพื่อนตัวเองหน้ามู่ไม่ต่างกัน เหมือนว่ารักไม่อยากให้คนคุยแก้วใจมารับอะไรทำนองนั้นเลยอยากจะไปส่งเอง 

สุดท้ายเราก็ต้องแยกย้ายกันกลับโดยที่รถผมได้คนขับใหม่เป็นต้นรัก ส่วนรถเบนซ์ของรักมันก็ได้แก้วใจเป็นคนขับกลับเพราะแก้วมันไม่อยากให้เพื่อนตัวเองขับอ้อมไปอ้อมมา...กว่าพวกลูกแมวจะตกลงกันได้ 

“รักต้องเลี้ยวข้างหน้าถูกไหมครับ” 

“อืม แล้วก็ตรงไป” 

“โอเคครับบ” 

เนื่องจากถนนที่โล่งเพราะดึกมากแล้วเลยใช้เวลาไม่นานก็เลี้ยวเข้ามาจอดคอนโดของผม ผมปลดเข็มขัดลงเมื่อรถจอดสนิทดีแล้ว รักเองก็ด้วยเหมือนกัน 

“งั้นรักกลับแล้วนะครับ พี่ขุนก็รีบอาบน้ำพักผ่อน-” 

“ใครจะให้มึงกลับ” 

“…พี่ขุน” 

“คืนนี้ค้างกับกู” 

 

 

 

 

 

ฮึ่ยยย ผมบอกแล้วว่าวันนี้น่ะพี่ขุนคือพี่ขุนร่างแบดบอยจริงๆ! 

ที่ผมมั่นใจก็เพราะว่าเมื่อกี้พี่ขุนได้สารภาพมาตรงๆ แล้วว่าที่ยอมให้ผมขับรถพี่เขามาส่งก็เพราะตั้งใจให้ผมไม่ได้กลับอยู่แล้ว...จอมวายร้ายยอมสารภาพมาแต่โดยดีเลยล่ะ! 

“พี่ขุนทำไมเจ้าแผนการแบบนี้นะ” ผมกอดอกหน้ามุ่ยอยู่กลางห้องรับแขกกว้างของพี่ขุน 

“ใครจะยอมให้มึงกลับตอนดึกๆ แบบนี้คนเดียว” 

“รักหมายถึงที่พี่ขุนวางแผนล่อให้รักมาส่งต่างหากครับ” 

“ก็ใครล่ะเป็นห่วงกูจนไม่ยอมให้ขับรถกลับเอง” 

“ฮึ่ยย ก็รักนี่เองแหละครับ” 

ก็ผมเห็นพี่ขุนดื่มเหล้าไปเยอะมากๆ เลยนี่นา แถมพี่เขายังนั่งซบผมขนาดนั้นด้วยก็ต้องแสดงว่าไม่เมาก็คงจะมึนมากๆ แบบนั้นแล้วต้นรักคนนี้จะยอมให้พี่ขุนขับรถกลับเองได้ยังไงล่ะ 

“ดึกแล้ว รีบไปอาบน้ำเร็ว” 

“ตะ..แต่รักไม่มีชุดเปลี่ยนเลยนะครับ” 

“ชุดกูมีเยอะแยะ” 

ไม่ทันได้เถียงอะไรต่อพี่ขุนก็จับมือพาเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง เมื่อเดินเข้ามาผมก็พอจะเดาได้ว่ามันคงเป็นห้องนอน จู่ๆ ใบหน้าผมก็เริ่มรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นมาซะดื้อๆ ...นี่ห้องนอนพี่ขุนเลยนะ ._. มันเป็นถ้ำของจอมวายร้ายชัดๆ 

พี่ขุนคนเท่ก็ยังจะคงความเท่ไว้สมชื่อจากโทนการตกแต่งหกที่มีเฟอร์นิเจอร์เป็นสีน้ำเงินเข้มส่วนใหญ่และผนังลายหินอ่อนสีดำ ห้องนอนของพี่ขุนมีของตกแต่งน้อยชิ้นมาก ถ้าเป็นแถวห้องรับแขกจะดูแต่งครบครันมากกว่า...แต่ดูรวมๆ แล้วก็ดูดีมากแถมยังเท่สุดๆ ไปเลย 

“มึงอาบห้องน้ำนี้ไป เดี๋ยวกูไปใช้อีกห้อง...ของใช้ในห้องทุกอย่างมึงใช้ได้หมดไม่ต้องขอ” 

“...โอเคครับ” 

“ถ้ามีอะไรก็เรียกกูนะ” 

“ครับพี่ขุน” 

เจ้าของร่างสูงเดินมาส่งผมถึงหน้าประตูห้องน้ำหลังหยิบเสื้อผ้ามาใส่มือผมให้แล้ว เมื่อเห็นผมตอบรับแล้วเขาก็หันหลังกลับออกไปเพื่อใช้ห้องน้ำอีกห้อง...ผมพรูลมหายใจออกมายาวๆ ก้มลงมองชุดพี่ขุนที่กอดไว้แล้วหัวใจก็เผลอเต้นแกว่งไปนิดหน่อยด้วย 

ผมควรคิดแผนรับมือพี่ขุนด้วยไหมนะ ตอนนี้น่าจะสถานการณ์ฉุกเฉินมากสุดๆ เพราะเข้ามาอยู่ในถ้ำเสือเลย ถะ..ถ้าพี่ขุนเล่นตุกติกเมื่อไหร่ล่ะก็รักจะข่วนหน้าให้หมดหล่อเลย! 

ผมใช้เวลาอาบน้ำนานกว่าปกติเล็กน้อยเพราะไม่รู้ว่าของตรงไหนอยู่ตรงไหนบ้าง ต้องยืนอ่านข้างขวดว่าอันไหนแชมพูอันไหนสบู่ ผมต้องสระผมด้วยเพราะในร้านมีกลิ่นเหล้ากลิ่นบุหรี่คลุ้งไปหมด ถ้าไม่สระจะต้องมีกลิ่นติดผมทำให้คิดว่าเป็นต้นรักร่างขี้เมาแน่ๆ 

ผมเดินออกมาอีกครั้งเข้าไปทางห้องแต่งตัวเพราะจะหาไดร์เป่าผม แล้วก็ต้องชะงักไปเล็กน้อยเพราะเห็นว่าพี่ขุนกำลังเป่าผมอยู่ก่อนแล้ว...ตาคู่คมหันมาเห็นผมเขาก็กดปิดไดร์แล้วพยักหน้าเรียกผมให้ไปหา 

“มานี่รัก กูจะเป่าผมให้” 

“พะ..พี่ขุนเป่าเสร็จแล้วเหรอครับ” 

“อืม แห้งแล้ว” 

ผมเดินเข้าไปใกล้ ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวนุ่มโดยที่ด้านหลังมีพี่ขุนคนเท่คอยเป่าผมให้ ร่างสูงอยู่ในชุดนอนกางเกงขายาวตัวเดียวแบบที่ไม่มีเสื้อใส่ 

...ทำไมพี่ขุนไม่ใส่เสื้อกันล่ะเนี่ย!! T__T 

“หอม” 

“คะ..ครับ!?” 

“มึงใช้สบู่ยาสระผมเดียวกับกูแต่หอมกว่าเยอะเลย” 

ฮื่ออ พี่ขุนพูดอะไรอีกล่ะเนี่ยย ;___; แค่นี้ก็ไม่กล้าเงยหน้ามองพี่เขาแล้วด้วยซ้ำ ไม่ได้การแล้ว ถ้าปล่อยให้พี่ขุนเดินโชว์หน้าท้องแบบนี้ต่อไปต้นรักคนนี้อาจจะเป็นลมไปเลยก็ได้ 

“พี่ขุน...ทำไมพี่ขุนไม่ใส่เสื้อล่ะครับ มันหนาวนะ” 

“กูขี้ร้อน แล้วก็เพิ่งสระผมมามันจะเปียกเสื้อ” 

“เอาผ้าเช็ดก็ได้หนิครับ ._.” 

“กูติดนิสัยแบบนี้ไปแล้ว” 

“ตะ..แต่รักไม่กล้ามองพี่ขุนโป๊นี่” 

“หึ ขนาดนั้นเลย” 

“อื้อ ถ้ารักเป็นตากุ้งยิงไปจะทำยังไง” 

“เดี๋ยวก็ได้มองมากกว่านี้อีก” 

“พี่ขุนหมื่น!” 

ทำไมเปลี่ยนชุดแล้วพี่ขุนร่างแบดบอยก็ยังอยู่อีกล่ะเนี่ยยTT 

“เป่าผมให้มึงเสร็จแล้วจะไปใส่ โอเคไหม” 

“โอเคค้าบบ...โถ่ ต้องให้รักพิโรธก่อนอยู่เรื่อย” 

เหมือนกับได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอแผ่วเบา มันทุ้มต่ำชวนให้จั๊กจี้ใจสุดๆ และเพราะกระจกบานใหญ่มันตั้งอยู่ต่อหน้าเลยทำให้ผมเลี่ยงสายตาที่จะมองพี่ขุนไม่ได้จริงๆ 

ยิ่งเห็นรอยสักหลายบริเวณแบบนี้พี่ขุนยิ่งเข้าข่ายเป็นร่างแบดบอยเข้าไปใหญ่เลยU_U 

ผมนั่งใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ อยู่ครู่หนึ่งผมก็แห้งสนิท พี่ขุนเอาไดร์ไปเก็บจนเข้าที่ หยิบเสื้อยืดมาใส่แล้วจูงมือผมไปนั่งลงบนเตียงกว้าง...เตียงพี่ขุนแหละ ฮื่ออที่นอนของจอมวายร้าย ;—; 

“ตัวเล็กสัด” 

ผมมองร่างพี่ขุนที่เข้ามานั่งยองๆ อยู่ข้างเตียงตาปริบๆ ตอนที่มือใหญ่ช่วยจับคอเสื้อที่มันตกไหล่ขึ้นมาให้ไว้ที่เดิม ดวงตาคู่ดุของคนตรงหน้าเงยขึ้นมาสบกับผมอีกครั้งก่อนที่บรรยากาศระหว่างเราจะเงียบลงไปซะดื้อๆ 

ทำไมพี่ขุนมุมนี้ถึงได้ทำเอาใจต้นรักเกิดแผ่นดินไหวได้ขนาดนี้กันเนี่ย ._. 

“ชอบกูบ้างรึยังรัก” 

เสียงทุ้มว่าขึ้นแบบนั้นทำเอาใบหน้าผมเริ่มเพิ่มอุณหภูมิขึ้นอีกครั้ง หัวใจผมเต้นเป็นจังหวะตึกตักๆ ดังขึ้นจนกลัวว่าพี่ขุนจะได้ยินไปด้วย 

“กูไม่ได้บังคับให้มึงตอบกลับมาหรอก ไม่ต้องคิดมาก...แค่อยากบอกไว้ว่ากูชอบมึงมากเลยนะรัก” 

“...” 

“กูไม่เคยชอบใคร ไม่เคยหวั่นไหวแบบนี้กับใคร” 

“…” 

“แต่พอเป็นมึงกูกลับแพ้ทุกอย่างเลย” 

“…” 

ในแววตาคู่สวยตรงหน้าผมมันเต็มไปด้วยความจริงจังและหนักแน่นพาให้ใจผมเต้นแรงกว่าเดิมซะอีก 

“ไม่รู้ว่ามึงจะเชื่อกูไหม...แต่กูนึกภาพตัวเองไปชอบใครไม่ได้อีกเลย แล้วก็นึกถึงวันที่เลิกชอบมึงไม่ออกเลยด้วย” 

“พะ..พี่ขุน” 

“กูชอบมึงมากขึ้นทุกวันจนไม่รู้ว่ามันจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหนเลยรัก” 

“ฮื่อออ พี่ขุนพอแล้วครับ หยุดเดียวนี้เลยย!” 

ผมรับรู้ได้ถึงสิ่งที่เรียกว่าระเบิดตัวตายแบบฉับพลัน เป็นอาการเขินระดับอันตรายผมเลยรีบคว้าผ้าห่มผืนหนามาคลุมหัวคลุมตัวเอาไว้เพราะไม่กล้าสู้หน้ากับพี่ขุนจริงๆ TT 

พี่ขุนนิสัยไม่ดี! พี่ขุนจะฆาตกรรมหัวใจของรักชัดๆ 

ผมที่ได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มต่ำอย่างชอบใจแบบนั้นก็ต้องกัดปากตัวเองแน่นๆ อย่างประหม่า ถึงจะมองไม่เห็นพี่ขุนแต่ก็สัมผัสได้ว่าเขายังคงมองผมอยู่ 

พี่ขุนพูดไว้ตั้งเยอะขนาดนั้น แสดงความกล้าออกมาตั้งเยอะขนาดนี้ก็เลยทำให้ผมอยากจะกล้าพูดบางอย่างออกไปบ้างสักครั้งด้วยเหมือนกัน 

ผมกระชับผ้าห่มแน่นรู้สึกหน้าร้อนจี๋สุดๆ ก่อนจะเอ่ยบอกคนที่คุกเข่านั่งอยู่ตรงหน้ากัน 

“พี่ขุนครับ” 

“ว่าไง” 

“รัก...รักรู้ว่าความรู้สึกรักที่มีต่อพี่ขุนมันพิเศษมากกว่าคนอื่น” 

“…” 

“ตะ..แต่รักกำลังเก็บรวบรวมมันทีละนิดจนให้แน่ใจที่สุดอยู่” 

“…” 

“...พี่ขุนรอรักก่อนนะครับ” 

“…” 

เกิดความเงียบสงัดขึ้นรอบตัวเราอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเห็นพี่ขุนเงียบไปซะดื้อๆ แบบนั้นผมก็เกิดอึกอักขึ้นมา ก่อนที่ในวินาทีต่อมาบนตักจะรับรู้ได้ถึงบางอย่างที่แนบลงมาฟุบเอาไว้ 

“กูไม่ได้คาดหวังว่ามึงจะพูดแบบนี้ออกมาเลยรัก...” 

“คะ..คือ ก็รัก” 

แล้วผมก็ต้องสะดุ้งวาบเมื่อพี่ขุนกำลังทำการเปิดผ้าห่มของผมออก ผมหลับตาปี๋กำผ้าห่มให้แน่นที่สุดเพราะยังไม่กล้าสู้หน้าพี่ขุนจริงๆ 

“ฮื่ออ! พี่ขุนห้ามเปิดนะๆๆ” 

ถึงจะพยายามรั้งไว้ยังไงอีกคนที่แรงเยอะกว่าก็สามารถเปิดมันออกได้อย่างง่ายดาย วินาทีที่เราสบตากันอีกครั้งผมก็รู้สึกว่าโลกมันหมุนคว้างไปหมด 

…แล้วจู่ๆ เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเพราะใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้ก่อนจะแนบจมูกและริมฝีปากลงกับแก้มผม 

ฟอดดด 

ร่างกายผมนิ่งค้างอย่างทำอะไรไม่ถูก ผิดกับคนตรงข้ามที่หลังจากผละใบหน้าออกไปแล้วก็ค่อยๆ ส่งรอยยิ้มอ่อนโยนมาให้กัน 

“อยากทำมานานแล้ว” 

“…” 

“ขอโทษ มึงน่ารักฉิบหายจนกูอดใจไม่ไหว” 

“...พะ พี่ขุน!!!” 

ผมตวัดผ้าห่มออกจากตัวในทันทีเพื่อเอาไปคลุมพี่ขุนแทนจนมิด เสร็จแล้วก็ทำการระดมทุบคนด้านในให้เทียบเท่ากับจังหวะหัวใจผมที่มันกำลังจะหลุดกระเด็นออกมาจากอก 

เกินไปแล้ว! พี่ขุนจะเกินไปแล้วนะๆๆๆ! 

“พี่ขุนห้ามหอมแก้มรักอีก!! ไม่งั้นรักจะแจ้งคุณตำรวจมาจับ!” 

“หึ จะพาตำรวจมาจับกูเลยเหรอ” 

“ใช่! ไว้ถ้ารักหายเขินแล้วถึงจะตามไปประกันตัวพี่ขุนออกมา” 

“แม่ง โคตรรน่าฟัด”  

 

 

 

 

 

 

 

 

……………………………………… 

พี่ยังไม่ได้กินปากแต่กินแก้มน้องแล้วค่า5555555 

คุณตำหนวดดดไปช่วยรักที่ถ้ำเสือทีค่าา>< 

 

Twitter : @Themoonthere 

ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ♥ 

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น