ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
Chapter 15 || Promise

 

#15 

Promise 

 

 

ผมวางกระเป๋าผ้าลงบนโซฟาแล้วตรงเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างมือเหมือนอย่างทุกๆ ครั้งที่ถึงห้อง เป้าหมายต่อไปแน่นอนว่ามันคงไม่พ้นโซนครัวเป็นแน่...หลังเลิกเรียนแบบนี้พี่รักน่ะหิวมากๆ เลยล่ะ!

ผมนึกลังเลขึ้นมาว่าจะลงไปหาซื้ออะไรกินหรือว่าจะต้มมาม่าเกาหลีกินดี ไม่ว่าจะคิดถึงทางไหนก็ดูจะน่ากินไปหมดเลย...เป็นต้นรักก็ไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกน้า~ โดยเฉพาะเวลาเลือกของกิน แหะๆ

ในขณะที่ผมยืนคิดไม่ตกอยู่นั่นเองเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าผ้าก็ดังขัดขึ้นซะก่อน ผมเดินไปหยิบขึ้นมาเพื่อจะรับสาย แต่ก็ต้องชะงักไปเล็กน้อยพร้อมอาการที่เรียกว่าใจแกว่ง

วันนี้พี่ขุนทำให้หัวใจผมเต้นแรงไปกี่รอบแล้วนะ ;_; เมื่อเช้าก็เกือบวายตายไปตั้งหลายรอบแหนะ

“คะ..ครับพี่ขุน” ผมรับโดยที่จังหวะหัวใจเต้นตึกตักอย่างไม่ชินนักกับความรู้สึกใหม่ๆ ระหว่างเราสองคน

[กลับหอรึยัง]

“กลับแล้วค้าบ รักกำลังหิวมากๆ เลยว่าจะหาอะไรกินครับ”

[วันนี้กูมีแข่งรถที่สนามกู ไปดูไหม...แต่จะพามึงไปกินข้าวก่อน]

เมื่อได้ยินคำว่าแข่งรถร่างกายมันก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที ภาพพี่ขุนในสนามแข่งที่เคยแต่จินตนาการเอาไว้ ตอนนี้กลับมีโอกาสที่ผมจะได้เห็นจริงๆแล้ว แถมที่สำคัญพี่ขุนยังจะพาไปกินข้าวอีกด้วย

นี่มันโปรโมชันซื้อหนึ่งแถมหนึ่งชัดๆ! ได้เวลาต้นรักโกยกำไรแล้วล่ะ!

[อ้อ ไอ้ไฟกับเมียมันก็ไปนะ]

“ดาวก็ไปด้วยเหรอครับ” ยิ่งได้ยินว่าดาวไปด้วยผมก็ยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่ แบบนี้ต้องเป็นซื้อหนึ่งแถมสองแล้วสิ!

[อืม มันไม่ได้มาสนามนานแล้วเลยว่าจะมาดูหน่อย]

“งั้นรักขอไปด้วยนะครับ รักอยากดูๆ”

[โอเค หิวมากไหมตอนนี้]

“หิวครับ รักหิวมากกกกก”

[หึ กำลังไปรับ อยากกินอะไรก็คิดไว้เลยจะพาไปกิน...กูขับรถก่อนนะรัก]

“ได้เลยครับ พี่ขุนขับรถปลอดภัยนะครับ รักจะไปแต่งตัวเท่ๆ รอเพื่อไปบุกสนามแข่งของพี่ขุน!”

[อย่าให้คนมองเยอะก็พอ กูหวงมึง]

ฮึ่ยยย! พี่ขุนเอาอีกแล้วนะ หรือว่าผมจะต้องขู่พี่ขุนไปดีนะว่าถ้ายังไม่เลิกทำให้หัวใจผมเต้นแรงอีกจะพาคุณพ่อไปข่มขู่แล้วน่ะ!

 

 

 

 

 

Khunmuen Part 

“รักเท่ใช่ไหมล่า~ พี่ขุนถึงมองค้างขนาดนี้”

น่ารักสัดๆ ต่างหาก...ผมมองคนตัวเล็กกว่าที่ก้าวเข้ามานั่งในรถด้วยท่าทางสดใสตามแบบของตัวเอง แค่นั้นแหละผมก็หลุดยิ้มจางๆ ออกมาแล้ว

อาการหนักขึ้นทุกวันเลยกู

ตอนนี้ต้นรักอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงยีนที่แนบไปกับขาเรียว...เนี่ย แค่นี้กูก็หึงฉิบหายแล้ว ยิ่งใส่เสื้อขาวแบบนี้ยิ่งทำให้เจ้าตัวดูขาวมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก

“มึงอยากให้กูตอบแบบไหนล่ะ ความจริงหรือแบบที่มึงต้องการ”

“มะ..ไม่เอาดีกว่าครับ พี่ขุนไม่ต้องตอบแบบไหนทั้งนั้นแหละๆ”

หึ...ก็เป็นซะแบบนี้ไง ผมแม่งถึงได้อาการหนักขนาดนี้ ตั้งแต่บอกชอบไปรักมันก็ดูจะเขินง่ายไปหมด ยิ่งน่ารักสัดๆ กว่าเดิมอีก

“อยากกินอะไร”

“รักอยากกินสุกี้แห้ง~~”

อืม พอพูดเรื่องของกินก็ลืมเรื่องเขินไปทันที เลี้ยงง่ายอยู่ง่าย...น่าอุ้มเอาไปเลี้ยงที่บ้าน

“อยากกินร้านไหน”

“ร้านไหนก็ได้เลยครับ แล้วพี่ขุนอยากกินอะไรไหม รักเปลี่ยนไปกินแบบพี่ขุนได้น้า เผื่อพี่ขุนไม่ชอบสุกี้”

ผมหันไปมองต้นรักเล็กน้อยก่อนจะกลับมาสนใจถนนตรงหน้าเหมือนเดิม อย่างที่บอกว่ากินได้ทุกอย่าง ผมเลยไม่ค่อยมีอะไรที่อยากกินเป็นพิเศษนักหรอก เพราะงั้นเลยอยากให้รักมันเป็นคนเลือกมากกว่า พอเป็นของที่มันอยากกินผมจะรู้สึกว่ามันอร่อยตามไปด้วย

…เข้าใจแล้วว่าทำไมไอ้ไฟถึงคลั่งเมียมันหนักขนาดนั้น เรื่องความรักแม่งรุนแรงเอาเรื่องฉิบหายแบบนี้ไง

“เสียงโทรศัพท์พี่ขุนรึเปล่าครับ”

ผมพยักหน้ารับเบาๆ เพราะเสียงเรียกเข้าที่ดังขึ้นมันเป็นโทรศัพท์ของผมเอง

“ดูให้หน่อยใครโทรมา”

“ได้ครับ…เอ่อ รักคิดว่าน่าจะเป็นคุณแม่พี่ขุนนะครับ”

“โอเค รับให้หน่อย”

“ครับ!? ให้รักรับสายคุณแม่เหรอครับ”

“อืม กูขับรถอยู่”

“กะ..ก็ได้ครับ”

ผมหลุดยิ้มบางเบาโดยที่คนข้างตัวไม่ทันได้มองเพราะรักมันกำลังแตกตื่นกับการรับสายจากแม่ผมอยู่…ก็ฝึกไว้ไง อนาคตลูกสะใภ้

“สะ..สวัสดีครับ คือขอโทษนะครับที่รักรับสายแทน พอดีพี่ขุนขับรถอยู่น่ะครับ”

ต้นรักหันมามองผมเล็กน้อยก่อนจะกลับไปสนใจแม่ผมต่อ และเพราะรถมันก็กว้างแค่นี้และเงียบมากพอทำให้ผมได้ยินเสียงแม่ตามไปด้วย

[อ้าวเหรอลูก พี่หมื่นขับรถอยู่นี่เอง]

“ใช่ครับ คุณแม่อยากฝากอะไรบอกพี่ขุนผ่านรักไหมครับ หรือถ้าไม่สะดวกรักส่งโทรศัพท์ให้พี่ขุนคุยได้นะครับ”

[ไม่มีเรื่องสำคัญอะไรหรอกครับ แม่แค่จะโทรหาพี่เขาเพราะคิดถึงเฉยๆ …แต่ว่าตอนนี้แม่ว่าแม่อยากคุยกับหนูมากกว่าอีก]

“คุยกับรักเหรอครับ”

ผมยกยิ้มอีกครั้งเมื่อได้ยินแบบนั้น ผิดกับต้นรักที่มีหน้าสีหน้างุนงงในทันที…ไม่แปลกใจเลยที่แม่ผมจะอยากคุยกับรักขึ้นมาแบบนั้น แน่นอนว่าแม่น่ะรู้ดีว่าผมไม่ได้ให้ใครแตะต้องของของตัวเองง่ายๆ เพราะผมเป็นคนที่หวงพื้นที่ส่วนตัวมาก

ยังไม่ทันได้บอกแม่เรื่องมีลูกสะใภ้ในใจแล้วก็ดูเหมือนแม่ผมจะจับได้ซะก่อนแล้ว

[ใช่ครับ หนูชื่อรักเหรอลูก]

“ใช่ครับคุณแม่ ชื่อเต็มๆ ว่าต้นรักครับ”

[ชื่อน่ารักจังเลย เจ้าของชื่อก็คงจะน่ารักมากเลยใช่ไหมครับ]

“ขอบคุณนะครับคุณแม่ แต่ว่าตัวจริงน่ะรักหล่อเท่นะครับ ไม่ได้น่ารักหรอกนะครับ”

ผมหัวเราะในลำคอแผ่วเบาอย่างเอ็นดูคนข้างกาย ไม่ต่างจากแม่ผมที่หลุดหัวเราะออกมาไม่ต่างกัน

[อย่างนั้นเหรอลูก แต่แม่ว่าถ้าถามจากพี่หมื่น เขาต้องตอบอีกอย่างแน่เลย ฮะๆ …แล้วหนูกับพี่หมื่นจะไปไหนกันเหรอครับ แม่ขอถามได้ไหม]

“ได้สิครับ รักกับพี่ขุนกำลังไปกินข้าวกันครับ~~~”

[ไปกินข้าวก็เลยอารมณ์ดีเหรอลูก] ผมเดาได้เลยว่าตอนนี้แม่ผมคงไม่พ้นยิ้มอย่างเอ็นดูรักมันอยู่…เกิดมาเพื่อให้คนทั้งโลกเอ็นดูจริงๆ นั่นแหละ

“ใช่ครับ! รักน่ะชอบของกินที่สุดเลยครับ โดยเฉพาะบราวนี่ของคุณแม่รักชอบกินมากๆ เลยครับ”

[จริงเหรอลูก แม่เพิ่งรู้ว่ามีคนชอบบราวนี่ของแม่ขนาดนี้ รักชอบมากเลยเหรอ…เอ๊ะ ที่เมื่อเช้าพี่หมื่นเข้ามาเอาบราวนี่ที่บ้านนี่ใช่เอาไปให้หนูไหมครับ เพราะปกติพี่ขุนไม่กินของหวานอยู่แล้ว]

เมื่อแม่ผมโยนคำถามนั้นมา ต้นรักที่พูดเจื้อยแจ้วในตอนแรกก็เปลี่ยนเป็นเม้มปากแน่น แก้มขาวสองก้อนเริ่มขึ้นสีจัดอย่างน่ามอง

“คะ..ครับ รักเป็นคนกินเองครับคุณแม่”

หึ คราวนี้แม่ผมคงรู้แน่ชัดแล้วล่ะว่าผมคิดยังไงกับคนที่แม่คุยด้วยอยู่

[ต้นรักอยากเข้ามากินขนมกับแม่ไหมครับลูก แม่จะทำบราวนี่สูตรพิเศษไว้ให้หนูเยอะๆ เลย]

มาแล้วไง คำพูดล่อลวงว่าที่ลูกสะใภ้เข้าไปในบ้าน…สมแล้วจริงๆ ที่เป็นแม่ผม

“สะ..สูตรพิเศษเลยเหรอครับ”

เออ มันล่อลวงง่ายขนาดนี้ไง แม่ผมคงยิ้มกว้างยิ่งกว่ากว้างแล้วมั้ง

[ใช่ค่ะ มานะลูก ถ้าว่างเมื่อไหร่ก็ให้พี่หมื่นพาเข้ามาได้ตลอดเลย แม่ยินดีต้อนรับลูกสะ.. เอ่อ หนูมากเลยจ้ะ งั้นแม่ขอคุยกับพี่ขุนก่อนวางสายหน่อยได้ไหมครับ]

“สักครู่นะครับคุณแม่ๆ …พี่ขุนครับ คุณแม่อยากคุยด้วยหน่อยน่ะครับ”

“อืม โอเค”

ผมรับโทรศัพท์มาเพราะรู้ว่าแม่ต้องถามบางประโยคอย่างแน่นอน ไม่งั้นคงไม่หายข้องใจแน่ๆ

“ขุนเองแม่”

[พี่หมื่น แม่รู้ว่าเราไม่ต้องอ้อมค้อมกันแล้ว เพราะงั้นแม่ขอถามคำเดียวเลยนะครับ]

“ครับ”

[คนนี้ว่าที่ลูกสะใภ้แม่ใช่ไหมครับ]

“จะเหลือเหรอครับแม่”

[กรี๊ดดด ในที่สุด!! ทำดีมากค่ะพี่หมื่น…แม่อยากจะกรี๊ดดังๆ อีกรอบ ตายแล้วแค่นี้นะลูก แม่ต้องรีบไปบอกพ่อ รอช้าไม่ได้ต้องเตรียมต้อนรับว่าที่ลูกสะใภ้!]

 

 

 

 

 

 

 

“คนเยอะหน่อยนะ มึงโอเครึเปล่า”

“สบายมากครับ!”

ผมพาต้นรักเดินเข้ามาในสนามแข่งตามที่บอกไว้ว่าจะพามาดู ตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงกว่าๆ เท่านั้นทำให้ท้องฟ้ายังคงสว่างจ้าอยู่ เนื่องจากวันนี้มีเกมแข่งขันค่อนข้างหลายคู่มากกว่าทุกวันทำให้เริ่มเปิดสนามค่อนข้างเร็วหน่อย ผมก็เลยต้องเข้ามาเช็กความเรียบร้อยเร็วไปด้วย ส่วนพวกไอ้ไฟจะเข้ามาตอนงานเริ่มเลย

“อร่อยมากเลย?”

ผมเลิกคิ้วถาม รักมันดูดชานมในแก้วที่ผมซื้อให้ก่อนขับรถมาที่นี่ด้วยสีหน้ามีความสุขมากเหลือเกิน

“อร่อยมากๆ เลยครับ พี่ขุนกินไหมๆ ลองสักครั้งพี่ขุนอาจจะติดใจกลายมาเป็นทาสชานมเหมือนรัก~”

“ติดใจมึงแล้ว กูไม่ว่างไปติดอย่างอื่นหรอก”

“พะ..พี่ขุนห้ามจีบรัก!”

“ก็ชอบมึงจะห้ามได้ไง”

“พี่ขุนห้ามบอกชอบรักด้วยครับ!!”

เขินจนแก้มพองหมดแล้วนั่น น่าเอ็นดูฉิบหาย

“เหรอ”

“ใช่ครับ เพราะถ้ารักช็อกตายขึ้นมาจะทำยังไงเล่า!”

ใครจะปล่อยให้ว่าที่เมียตายง่ายๆ …พอบอกชอบไปแล้วอะไรๆ แม่งก็ดูจะควบคุมยากยิ่งกว่าเดิมอีก ผมพาต้นรักเดินเข้ามาด้านในแถวจุดปล่อยตัวรถ ทุกคนกำลังทำหน้าที่ของตัวเองอยู่อย่างจริงจัง เพราะกฎสำคัญของสนามแข่งผมคือจะเกิดข้อผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด

“มาแล้วเหรอพี่”

“เออ เตรียมงานไปถึงไหนแล้ว”

“อีกนิดก็เรียบร้อยแล้วครับ”

“อืม ดี”

พนักงานหลายคนหันมาทักทายผมอย่างสนิทสนมกันดี เกือบทุกคนทำงานกับผมมาตั้งแต่เริ่มสร้างสนามกันทั้งนั้น แต่ก็มีจำนวนหนึ่งที่รับมาใหม่เป็นช่วงๆ

ทุกคนที่หันมาเห็นผมเริ่มทำสีหน้าแปลกใจเพราะใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างกัน ต้นรักกำลังตั้งใจดูดชานมในแก้วพร้อมกับมองไปรอบๆ ตัวอย่างสนอกสนใจจึงไม่ทันได้มองว่ามีคนมองตัวเองเยอะขนาดไหน

“สนามแข่งกับชานม กูเพิ่งเคยเห็นว่ะ”

“แต่มากับไอ้ขุนปะ”

“มึงพามาเหรอไอ้ขุน”

เหมือนพวกมันอดสงสัยไม่ได้ถึงได้เอ่ยถามออกมา คราวนี้รักเริ่มสังเกตเห็นแล้วว่าคนมองเยอะถึงได้ขยับเข้ามายืนชิดกับผมมากขึ้น

มองแบบสงสัยกูไม่ว่าหรอก…ถ้าอย่าให้เห็นว่ามองแบบอื่นแล้วกัน

“เออ กูพามา พวกมึงมีปัญหาไร” ผมขมวดคิ้วว่าเพราะเริ่มหงุดหงิดที่พวกมันมองรักนานไปแล้ว มันยิ้มแห้งมาให้เมื่อจับสังเกตอารมณ์ของผมได้ก่อนพากันหลุบตากันเป็นแถว

“ใครจะกล้ามีพี่ พวกผมแค่แปลกใจไงไม่เคยเห็นพี่พาใครมา”

“คนนี้ชื่อต้นรัก กูจีบอยู่”

“…เชี่ย! ถามจริง”

คราวนี้แทบจะทุกคนเลือกที่จะหันมาสนใจทางผมจนหมด ต้องถอนหายใจออกมาหนักๆ อีกครั้งเพราะไม่อยากให้ใครมองรักมันเท่าไหร่ ยิ่งมันกำลังเขินแบบนี้ยิ่งหวงฉิบหายเข้าไปใหญ่

“ไอ้ขุน กูฝันไปปะวะ”

“ขอดูหน้าว่าที่เจ้าของสนามแข่งตัวจริงในอนาคตใกล้ๆ หน่อยเถอะ”

“ใกล้มากไปก็ระวังตีนกูลั่นแล้วกัน”

“ขะ..ของจริงวะ”

“พี่ขุนมันอาการหนักขนาดนี้ได้ไงวะ”

“ไปทำงาน ว่างมากนักนะพวกมึง”

พอผมว่าอย่างนั้นมันก็สะดุ้งกันเป็นแถบก่อนจะแยกย้ายกันกลับไปทำงานตามเดิม ผมก้มลงมองคนที่ยืนชิดกันแก้มแดงจัดอยู่ รักเองก็เงยหน้าขึ้นมามองผมแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

“อึดอัดไหม ครั้งหน้ากูจะได้ระวังมากกว่านี้”

ต้นรักหลุบตาลงเม้มปากเล็กน้อย….สักพักหนึ่งถึงได้เงยหน้าขึ้นมองผมด้วยดวงตากลมโตคู่นั้นอีกครั้ง

“ปะ..เปล่าครับ รักแค่ไม่ชินเวลาโดนคนอื่นแซว”

“ลูกน้องกูเยอะ มึงน่าจะเจออีกพอสมควร แต่กูจะปรามๆ พวกมันให้”

“ขอบคุณนะครับ”

“ไม่เป็นไร”

“ระ..รักหมายถึงที่พี่ขุนใส่ใจความรู้สึกรักขนาดนี้ รักขอบคุณจริงๆ นะครับ”

“กูชอบมึง กูก็ต้องอยากดูแลมึงให้ดีที่สุดเท่าที่กูจะทำได้อยู่แล้ว เพราะงั้นไม่ต้องขอบคุณ กูทำให้ด้วยความเต็มใจ”

“วันนี้พี่ขุนจะบอกชอบกันบ่อยเกินไปแล้วนะครับ! ฮึ่ยย รักจะจัดการพี่ขุนยังไงดีนะ”

ปากเล็กมุ่ยลงพร้อมแก้มสองข้างที่ขึ้นสีแดงก่ำกว่าเดิม ผมเอื้อมมือไปกุมมือที่เล็กกว่าเอาไว้แล้วพาเดินไปทางห้องสำหรับแขกวีไอพี

“ไม่ต้องทำอะไรเยอะหรอกรัก กูมีแววกลัวเมียขนาดนี้ ในอนาคตไม่น่ารอด”

“…”

“ขอแค่มึงสั่งมากูก็ยอมไปหมดแล้ว”

 

 

 

 

 

 

 

“ขอบคุณนะครับพี่”

“ยินดีค่ะคุณรัก”

ผมกำลังจะบอกว่าไม่ต้องเรียกคุณหรอกครับแต่ก็ไม่ทันซะแล้วเพราะทันทีที่ว่าจบพี่เขาก็หมุนตัวเดินออกไปจากห้องเลย ผมเลยต้องกลับมามองขนมถาดใหม่ตาปริบๆ …ถ้ารวมกับของเดิมที่วางอยู่ก่อนแล้วก็รวมเป็นห้าถาดได้

นี่พี่ขุนเห็นผมเป็นหลุมดำดูดของกินจริงๆ สินะTT

ผมหยิบขนมหนึ่งชิ้นขึ้นมากัดกร้วมๆ ขณะสอดส่องสายตาไปทางด้านล่างบริเวณสนามแข่ง พี่ขุนพาผมขึ้นมานั่งรอบนห้องกระจกนี่ก่อนจะขอตัวไปตรวจงานข้างล่างก่อนแล้วจะกลับขึ้นมาอีกครั้ง พี่เขาบอกว่าไม่อยากให้ลงไปด้วยเพราะแดดมันยังร้อนอยู่

“โหห มีพี่สาวถือร่มให้ด้วย”

ร่างสูงของพี่ขุนกำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดได้ที่กับการตรวจงานอย่างจริงจัง ตอนนี้พี่เขากำลังเดินออกไปยังส่วนที่เป็นแดดทำให้มีพี่ผู้หญิงคนสวยเดินตามออกไปกางร่มคันใหญ่ให้ด้วย ผมมองภาพนั้นนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะคว่ำปากออกมาน้อยๆ

“ฮื่ออ รักก็อยากมีโมเมนต์นั้นบ้างอ่า :(”

อยากมีพี่สาวคนสวยมากางร่มให้บ้าง จะได้ดูเท่เหมือนพี่ขุนไง

ผมนั่งมองพี่ขุนไปเพลินๆ พี่ขุนในตอนที่จริงจังกับงานน่ะเป็นอะไรที่มีเสน่ห์มากๆ เลยล่ะ ยิ่งตอนที่พี่เขาขมวดคิ้วน้อยๆ ยิ่งทำให้เจ้าตัวดูเป็นงานเป็นการเข้าไปใหญ่

เพราะมันเป็นอะไรที่ทำให้ละสายตาได้ยากแบบนั้นไง…ถึงทำให้หัวใจต้นรักคนนี้เต้นเร็วขึ้นซะอย่างนั้น ;__;

ต้องหลุบตามองขนมในมืออยู่นานเลยล่ะกว่าที่เจ้าหัวใจจะกลับมาสงบตามเดิมได้

ผมนั่งกินขนมไปเรื่อยๆ อยู่พักใหญ่พี่ขุนก็กลับขึ้นมาอีกครั้ง เผลอแป๊บๆ ท้องฟ้าก็เปลี่ยนสีไปซะแล้ว รอบสนามก็กลายเป็นคึกคักเต็มไปด้วยผู้คน เป็นภาพแปลกใหม่ที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลยในชีวิต จะเคยก็มีแต่ในหนังเท่านั้น พอมาดูด้วยตาตัวเองแล้วมันก็อดที่จะตื่นเต้นไม่ได้เลยจริงๆ

ไม่นานต่อจากนั้นดาวกับพี่ไฟก็มาถึง ผมยิ่งดีใจเข้าไปใหญ่ที่มีดาวมานั่งลุ้นดูการแข่งด้วยกัน ส่วนพี่ไฟก็เพียงแค่นั่งนิ่งๆ อาการแตกต่างจากพวกเราสองคนเลยล่ะ

“ต่อไปตาพี่ขุนแล้วเหรอครับพี่ไฟ”

ดาวหันไปถามพี่ไฟที่นั่งจับมือกันอยู่ข้างๆ เพื่อความแน่ใจ

“ใช่ครับ น่าจะไม่เกินสิบนาที”

พี่ขุนแยกตัวออกไปตั้งแต่ยี่สิบนาทีที่แล้วได้เพื่อไปเตรียมแข่ง ก่อนออกไปผมก็ยังเห็นพี่ขุนมีท่าทีปกติไม่มีแววตื่นเต้นแต่อย่างใด โห ถ้าเป็นผมนะ ต้องมีเดินผิดๆ ถูกๆ กันบ้างล่ะคนเยอะขนาดนี้ ผมกวาดตามองด้านล่างเพื่อมองหาเจ้าของร่างสูง มองอยู่นานจนสุดท้ายก็เห็นพี่เขากำลังนั่งอยู่ในรถคันสวยตรงจุดออกตัว เสียงเชียร์ดังกระหึ่มรอบสารทิศจนเราที่อยู่ในห้องกระจกยังได้ยินไปด้วย

พี่ขุนในตอนนี้น่ะ…เท่สุดๆ ไปเลย

“ตื่นเต้นมากเลยเหรอรัก”

ดาวหันมาถามกันด้วยรอยยิ้ม ทำให้ผมเพิ่งรู้ตัวว่าแสดงอาการตื่นๆ อย่างชัดเจนขนาดไหน

“อื้อ เราตื่นเต้นมากเลยดาว หัวใจเต้นตุบๆ ไม่หยุดเลย”

เราหันกลับไปสนใจสถานการณ์ในสนามอีกครั้งเมื่อคนถือธงเดินเข้าไปประจำตำแหน่ง ผมภาวนาในใจว่าขอให้พี่ขุนแข่งรถได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยด้วยเถอะ

“อะ..ออกตัวไปแล้วล่ะดาว”

“เร็วมากเลย”

ดาวว่าอย่างอึ้งๆ ไม่ต่างจากผม พี่ขุนออกตัวด้วยความเร็วในแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน ว่าที่เคยเห็นเร็วมากแล้ว แต่ตอนนี้กลับเทียบกันไม่ติดเลยจริงๆ รถพี่ขุนขับนำหน้าใครพวกแถมยังทิ้งห่างพอสมควร ใจผมเสียววาบไปหมดในจังหวะที่พี่ขุนเข้าโค้งด้วยความเร็วแล้วดิฟจนล้อรถเบียดไปกับถนน

“พี่ขุน…ระวังนะครับ”

ผมเผลอพูดโดยไม่รู้ตัวตอนที่มีรถคันหนึ่งขับขึ้นมาจี้ท้ายรถพี่ขุนระยะประชิด ทั้งคู่ต่างไม่มีใครรถความเร็วลงเลยแถมอีกคันยังพยายามแซงพี่ขุนให้ได้ เหงื่อผมออกเต็มมือไปหมดยิ่งตอนพี่ขุนพยายามเบี่ยงรถกันคันข้างหลังไว้หัวใจผมยิ่งเต้นแรง แล้วไม่นานนักพี่ขุนก็ขับเข้าเส้นชัยไปเป็นคนแรกได้อย่างสวยงาม

“เย้! พี่ขุนชนะแล้วดาว!”

“สุดยอดไปเลย”

ผมกับดาวหันไปกอดกันอย่างดีใจปนโล่งอก ความเร็วระดับนั้นแต่พี่ขุนกลับควบคุมรถเอาไว้ได้เป็นอย่างดี…สมแล้วที่เป็นพี่ขุนคนเท่!

“เอาเรื่องเหมือนเดิม” พี่ไฟว่าขึ้นบ้าง

“แล้วพี่ไฟอยากจะกลับไปแข่งบ้างไหมครับ”

“มีศุกร์แล้วพี่ก็ไม่อยากแข่งเท่าไหร่ ศุกร์อยากเห็นเหรอ”

“ศุกร์แล้วแต่พี่ไฟครับ ถ้าพี่ไฟอยากแข่งบ้างศุกร์ก็ไม่ห้าม แต่ก็จะเป็นห่วงพี่ไฟมากขึ้นหน่อย”

“โอเคครับ ถ้าพี่อยากแข่งแล้วจะบอกนะ”

ผมหลุดยิ้มบางเบากับโลกความรักของทั้งสองคน น้ำเสียงที่ทั้งคู่ใช้คุยกันก็จะแตกต่างไปอีกระดับจากเวลาปกติ เป็นโทนเสียงที่สัมผัสได้ถึงความรักที่อัดแน่นอยู่เต็มไปหมดเลยล่ะ

ในตอนที่ผมหันกลับไปมองด้านล่างอีกครั้งก็ต้องชะงักไปเพราะเห็นผู้ชายอีกคนซึ่งเป็นคนเดียวกับที่ขับรถมาจี้พี่ขุน เขากำลังเดินเข้าไปหาพี่ขุนด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก ทั้งสนามนิ่งเงียบจับจ้องไปยังทั้งคู่เป็นตาเดียว แล้วผู้ชายคนนั้นก็พูดคำหนึ่งใส่พี่ขุนซึ่งผมอ่านปากได้ว่ามันคือคำที่หยาบคายมาก

วินาทีนั้นผมรีบลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างไม่ทันได้คิดอะไรอีก สองเท้าวิ่งลงไปด้านล่างสนามผ่านกลุ่มคนมากมายตรงไปหาพี่ขุนให้เร็วที่สุดด้วยความเป็นห่วงจับใจ ผู้ชายคนนั้นดูท่าจะโมโหมากจนผมกลัวว่าเขาจะพลั้งมือทำอะไรพี่ขุนเข้า

“คว* เจ้าของสนามแม่งก็ได้เปรียบอยู่แล้วไหม?”

“กระจอกเองก็ต้องยอมรับ”

ในตอนที่ผมใกล้ถึงจุดที่พี่ขุนยืนอยู่ทำให้ได้ยินสิ่งที่ทั้งคู่คุยกัน และทันทีที่พี่ขุนว่าจบอีกฝ่ายก็เหมือนจะพุ่งเข้าไปหาพี่ขุนผมเลยรีบวิ่งให้เร็วมากขึ้น

…ผมหอบหายใจอย่างหนักจ้องหน้าผู้ชายนิสัยไม่ดีคนนั้นหลังพาตัวเองมายืนขวางพี่ขุนได้สำเร็จ

ไม่รู้เลย

ไม่รู้ตัวเลยว่าเป็นห่วงพี่ขุนมากขนาดนี้ รู้แค่ว่าต่อให้ต้องรับหมัดหนักๆ แทนพี่เขาก็ไม่เป็นไร

ขอแค่พี่ขุนไม่เจ็บก็พอ

“…รัก”

“ห้ามทำพี่ขุนนะ!”

ผู้ชายตรงหน้าชะงักไปเมื่อเห็นผม…เขาเลิกคิ้วมองผมอย่างแปลกใจ ก่อนที่ไม่นานนักแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธจะค่อยๆ กวาดมองผมอย่างเชื่องช้าแล้วเผยยิ้มน่าขนลุกออกมา

“ว้าว…ของดีนี่-อั่ก!

พลั่ก!

ผมเบิกตากว้างอย่างตกใจเพราะในเสี้ยววินาทีคนที่ยืนอยู่ด้านหลังผมกลับพุ่งเข้ามาต่อยหน้าผู้ชายนิสัยไม่ดีคนนั้นจนล้มลงไปกับพื้นอย่างแรง…

หาที่ตายนัก…ดี เดี๋ยวกูจัดให้สมใจ

พี่ขุนตรงหน้าเป็นพี่ขุนแบบที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนเลย เขาดูโกรธมาก…แต่ความโกรธทั้งหมดนั่น คือพี่เขากำลังโกรธแทนผม

แทนผมทั้งหมดเลย…

 

 

 

 

 

 

 

 

“จะพารักกลับหอเหรอครับพี่ขุน”

“เปล่า พาไปกินน้ำเต้าหู้ปลอบใจ”

ผมถามขึ้นในตอนที่เราเดินมาหยุดอยู่หน้าบิ๊กไบค์คันใหญ่ของพี่ขุนแล้ว หมวกกันน็อกใบใหญ่ถูกสวมลงบนหัวผมก่อนที่พี่ขุนจะยกกันขึ้นไปนั่งบนเบาะรถโดยไม่ทันตั้งตัว

“พะ..พี่ขุน”

“หมวกแน่นไปไหมรัก”

“ไม่ครับ พอดีแล้วครับ”

“อืมโอเค”

คราวนี้พี่ขุนสวมหมวกกันน็อกให้ตัวเองบ้างก่อนจะขึ้นคร่อมรถคันใหญ่ ผมมองมือตัวเองที่โดนที่พี่ขุนจับไปพาดเอวเอาไว้ตาปริบๆ แล้วก็อดที่จะรู้สึกเขินขึ้นมาไม่ได้

ตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าๆแล้ว หลังจากเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นพี่ขุนก็ฝากผมไว้กับพี่ไฟและดาวก่อนจะหายไปสักพักใหญ่เลย ผมเองก็อดที่จะเป็นห่วงอีกคนไม่ได้แต่พอเห็นพี่เขากลับมาอีกครั้งอย่างปกติดีทุกอย่างผมก็เบาใจไปได้บ้าง

ใช้เวลานานพอสมควรเราถึงมาจอดที่หน้าร้านคุณลุงได้ และครั้งนี้พี่ขุนก็ยังช่วงอุ้มผมลงมาอีกครั้ง…โถ่ ให้รักปีนเองเหมือนครั้งนั้นก็ได้นะครับTT

พี่ขุนพาผมเข้ามายืนต่อแถวเพื่อรอซื้อน้ำเต้าหู้…เกิดความเงียบขึ้นระหว่างเราสองคนเพราะตอนนี้สมองผมมันวกกลับไปคิดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นซ้ำๆ อีกแล้ว หัวใจผมรู้สึกเหมือนถูกบีบรัดเพียงแค่นึกถึงตอนที่พี่ขุนโดนหาเรื่องแบบนั้น…และยิ่งหนักกว่าเดิมตอนที่คิดว่านี่อาจจะไม่ใช่ครั้งแรกที่พี่เขาโดน

“พี่ขุนเจอแบบนี้บ่อยไหมครับ” สุดท้ายผมก็เลือกที่จะถามออกไปเพราะความรู้สึกไม่สบายใจมันกำลังเล่นงานอย่างหนัก

ถึงจะเป็นพี่ขุนคนเท่…แต่ก็มีโอกาสที่จะโดนทำร้ายได้อยู่ดีนี่นา ._.

“อืม ก็บ่อย แต่กูจัดการได้”

“…”

“…ไม่ต้องคิดมาก กูอุตส่าห์พามากินน้ำเต้าหู้ปลอบใจแล้วไง”

“รัก…รักรู้สึกไม่ดีเลยครับ”

“ถึงได้เอาตัวมาบังกูไว้เลยน่ะเหรอ”

“ตอนนั้นร่างกายมันไปเอง…รักแทบจะไม่รู้ตัวเลยครับ”

“รู้ไหมรัก”

“ครับ?”

“ยิ่งมึงดีแบบนี้กูยิ่งชอบมึงเข้าไปใหญ่เลย ชอบเหี้ยๆ”

“…”

“…แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ อย่าทำแบบนั้นอีกได้ไหมรัก ถ้ามึงเจ็บตัวหรือเป็นอะไรขึ้นมากูคงต้องรู้สึกจะเป็นจะตายฉิบหายแน่ๆ”

“…”

ผมเงยหน้าขึ้นมองพี่ขุนก่อนจะเห็นว่าในแววตาคู่คมมันฉายความรู้สึกเจ็บปวดอยู่อย่างชัดเจน ความรู้สึกมากมายไหล่ผ่านเข้ามาในความคิดจนต้องนิ่งคิดไปหลายนาทีผมถึงได้ค่อยๆ พยักหน้ารับพี่ขุนแผ่วเบา

“รักสัญญาครับ…แต่พี่ขุนก็ช่วยสัญญากับรักด้วยได้ไหม”

“…”

“สัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้ดี อย่าให้ใครมาทำร้ายพี่ได้ง่ายๆ”

“อืม สัญญา”

ผมพรูลมหายใจออกมาช้าๆ เมื่อความรู้สึกหนักอึ้งเหล่านั้นเริ่มเบาบางลงไปแล้ว… พี่ขุนนะพี่ขุน มาทำให้รักเป็นห่วงจนลืมเรื่องความอร่อยของน้ำเต้าหู้ไปเลย!

“สบายใจขึ้นยัง” ใบหน้าหล่อเหลายกยิ้มจางมาให้กัน…หน็อยย พี่ขุนกำลังล้อกันอยู่ชัดๆ เลยนี่

“ยังครับ ถ้าจะให้หายหมดรักต้องได้กินน้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋เยอะๆ เลย”

“เหมาหมดทั้งร้านเลยไหม”

“บะ..แบบนั้นคนอื่นก็จะอดกินของอร่อยสิครับ”

“หึ ท่าจะกลับมาอารมณ์ดีเหมือนเดิมแล้วจริงๆ”

เพราะไม่อยากมองรอยยิ้มหล่อๆ ของพี่ขุนอีกแล้วผมก็เลยหันหน้ากลับไปทางแถวที่ต่ออยู่ หันหลังไปให้พี่ขุนซะเลย พอหายคิดมากแล้วอาการเขินทั้งหมดก็ไหลเข้ามาสิงสถิตต้นรักคนนี้อีกครั้งอย่างรู้งานเลย TT ให้พักหัวใจกันบ้างก็ไม่ได้เหรอ ขอสักหนึ่งนาทีก็ยังดี

แต่สิ่งที่ผมเรียกร้องไปก็ดูจะไม่มีทางเป็นจริงได้ง่ายๆ เพราะร่างสูงที่ยืนอยู่ด้านหลังกันขยับเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังผมแนบชิดไปกับอกกว้าง และพี่ขุนยิ่งทำการเขย่าหัวใจผมมากกว่าเดิมด้วยการวางคางตัวเองลงมาบนหัวผม

“เมื่อย ขอเท้าคางหน่อย”

ผมยืนนิ่งอย่างทำอะไรไม่ถูก นอกจากเจ้าแก้มทั้งสองข้างที่รู้หน้าที่ตัวเองเป็นอย่างดีว่าต้องเพิ่มอุณหภูมิขึ้นไปจนเสี่ยงว่ามันอาจจะถึงจุดเดือดรึเปล่า

มะ..ไม่ได้การแล้ว! ผมจะปล่อยให้พี่ขุนมามีอิทธิพลต่อการเต้นของหัวใจผมแบบนี้ไม่ได้อีกเด็ดขาด! ต้องหาทางหยุดพี่ขุนร่างวายร้ายให้ได้!

แล้วประโยคที่ไอ้กัลป์สอนไว้เมื่อเช้าก็ลอยเข้ามาในหัวขึ้นมา…มีทางออกเดียวแล้ว ผมต้องเลือกเอาคำสอนของไอ้กัลป์มาใช้แล้วล่ะ

“พี่ขุนเอาคางออกไปจากหัวรักเดี๋ยวนี้นะครับ ไม่งั้นล่ะก็!”

“ก็?”

“ไม่งั้นรักจะเอาแก้มตัวเองไปซ่อน! แล้วพี่ขุนก็จะไม่ได้เห็นแก้มของรักอีกเลย”

“กูก็แย่ดิ”

ยะ..แย่งั้นเหรอ! ทำไมถึงแย่ล่ะ นี่พี่ขุนคิดอะไรไม่ดีกับแก้มผมอยู่จริงๆ งั้นเหรอ!

“พี่ขุนห้ามคิดอะไรไม่ดีกับแก้มรักนะครับ!! หะ..ห้ามอยากคิดจะหอมด้วย!!”ผมยกมือขึ้นปิดแก้มตัวเองทันทีอย่างเลิ่กลั่ก

“มึงคิดว่ากูคิดแค่นั้นเหรอรัก”

“…อึก”

ผมเผลอกลืนน้ำลายลงคอเชื่องช้าเมื่อพี่ขุนเอ่ยเสียงนิ่งจริงจังแบบนั้น ทะ..ทำไมผมถึงมีแนวโน้มว่าคำพูดต่อไปของพี่ขุนมันกำลังจะปลิดชีพผมกันนะTT

“ไม่เลย ตั้งแต่รู้ว่าชอบมึงกูก็อยากทำมากกว่านั้นเยอะ”  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

…………………………………….

มาเดากันไหมคะว่าพี่ขุนจะได้กินปากน้องตอนที่เท่าไหร่555555555

รวมพลังปกป้องน้องรักกันค่ะ!

แต่งเพลินจนลืมดูเวลาเลยค่ะ ถ้าดึกไปมาอ่านกันพรุ่งนี้นะคะทุกคน (〃▽〃) ขอโทษค่าาอะแหะ

 

Twitter : @Themoonthere 

ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ♥

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น