ต้นรักข้างขุน
Chapter 11 || Rabbit owns a car
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
Chapter 11 || Rabbit owns a car

  

#11 

Rabbit owns a car 

 

 

ผมนอนคว่ำหน้ากับเตียงนอนแสนนุ่มสบายพลางตีขาไปมาอย่างอารมณ์ดี ตรงหน้าเป็นหน้าจอไอแพดที่เปิดคลิปในยูทูบบอกวิธีเลือกสเกตบอร์ดแบบต่างๆ สำหรับมือใหม่ ถึงจะดูไปงงไปบ้างแต่ผมก็รู้สึกว่ามันสวยทั้งหมดเลย

...ใช่แล้วทุกคน! ตอนนี้ผมตัดสินใจจะเล่นสเกตบอร์ดจริงๆ จังๆ แล้วล่ะ

สิ่งที่ทำให้ผมกล้าเล่นจนตัดสินใจได้ขนาดนี้ก็ต้องยกเครดิตเกินครึ่งให้พี่ขุนเลย~ พรุ่งนี้ผมว่าจะไปเลือกซื้อสเกตบอร์ดมาเป็นของตัวเองแล้ว แต่เพราะไม่ค่อยมีความรู้ด้านนี้เท่าไหร่เลยต้องมาดูที่เขาแนะนำในคลิปเอา

“อืมม ทักไปขอคำแนะนำจากพี่ขุนด้วยดีไหมนะ”

ผมยกนิ้วขึ้นเกาแก้มอย่างครุ่นคิด กลัวจะไปรบกวนพี่เขารึเปล่าด้วยนี่สิ...แต่ถ้าไม่ว่างจริงๆ พี่ขุนก็คงจะเก็บไว้ตอบเวลาอื่นล่ะเนอะ

สุดท้ายผมก็พยักหน้าหงึกหงักกับตัวเองก่อนจะเปลี่ยนไปเข้าหน้าไลน์ เลือกหาแชทพี่ขุนแล้วพรมนิ้วพิมพ์ข้อความลงไป

t.♥ : พี่ขุนครับ σ・ω・) σ

: รักมีอะไรอยากถามพี่ขุนหน่อย

: แต่ถ้าพี่ขุนไม่ว่างก็ไม่เป็นไรนะครับๆ

KM. : ว่าง มีอะไร

 

ตะ..ตอบเร็วมากเลยแฮะ ฮู่วว…ค่อยยังชั่วหน่อย แสดงว่าพี่ขุนไม่ได้ยุ่งอยู่จริงๆ ด้วยสินะ

 

t.♥ : รักอยากถามว่าพี่ขุนพอมีสเกตบอร์ดรุ่นไหนแนะนำมือใหม่อย่างรักไหมครับ

: รักว่าจะไปหาซื้อพรุ่งนี้น่ะครับ

KM. : จะไปซื้อที่ไหน

t.♥ : ที่ห้างแถวมอเราครับบ

KM. : อืม กี่โมง

t.♥ : ช่วงเย็นๆ เลยครับ หลังเลิกเรียนรักต้องกลับมาที่หอก่อนเพราะพี่ส้มจะเอาขนมเข้ามาให้

: พี่ส้มเป็นพี่เลี้ยงของรักเองครับ (≧◡≦)

KM. : โอเค

: เดี๋ยวพาไปซื้อ 

 

เอ้อะ...ผมไม่ได้อ่านผิดไปใช่ไหมนะ

ไม่รู้ทำไมเหมือนกันอยู่ๆ ผิวแก้มมันก็รู้สึกร้อนๆ ขึ้นมาจางๆ พอสนิทกันแล้วพี่ขุนก็ใจดีมากๆ เลย

โถ่...รักขอโทษนะครับที่เคยกลัวพี่ขุนมาตั้งนาน U.U ตอนนี้พี่ขุนคือคนที่ใจดีที่สุดในโลกของต้นรักคนนี้เลยนะครับ!

 

 

 

 

“โห เยอะแยะไปหมดเลย”

“เลือกเอาลายที่มึงชอบ”

“แล้วทำไมแบบนั้นมันถึงยาวจังล่ะครับพี่ขุน”

“อันนั้นเรียกว่าลองบอร์ด”

ผมมองไปรอบๆ ร้านที่พี่ขุนพามาเลือกซื้อสเกตบอร์ดอย่างตื่นตาไปหมด ทั้งลายทั้งสีละลานตาให้เลือกตามสไตล์ที่ชอบ แต่ผมเห็นอันไหนก็คิดว่าสวยสุดๆ ทำให้เลือกยากมาก ดีนะที่มีพี่ขุนช่วยบอกช่วยแนะนำทุกๆ อย่างอยู่ด้วย

...วันนี้ผมนั่งรถมากับพี่ขุนล่ะเพราะพี่เขาบอกว่าต้องผ่านทางมาหอผมอยู่แล้วเลยบอกให้ไปด้วยกัน และพี่ขุนก็มาด้วยลุคเท่ๆ เหมือนเดิมอย่างทุกครั้งด้วยชุดเสื้อช็อปวิศวะทับเสื้อยืดสีดำ จิวหูสีเงินสะท้อนเล่นกับแสงไฟยิ่งทำให้เจ้าตัวดูแบดบอยเข้าไปใหญ่...ผมไม่ได้คิดไปเองนะ ยืนยันได้จากสายตาสาวๆ ที่มองพี่เขาได้เลย!

“รักชอบสีฟ้าครับพี่” ผมเอ่ยบอกพี่เจ้าของร้านตามความต้องการ

“รอแป๊บนะเดี๋ยวพี่ไปหยิบมาให้เลือก”

พี่ขุนพาผมมาซื้อสเกตบอร์ดแบบประกอบ ซึ่งทางร้านจะประกอบให้เลย ผมหันไปมองคนข้างกายที่มีสีหน้านิ่งๆ ติดดุตามแบบฉบับของเจ้าตัว ยิ่งมายืนข้างกันแบบนี้ผมก็ยิ่งรับรู้ถึงความต่างของส่วนสูงเราได้อย่างชัดเจน...ตอนเด็กๆ รักก็ออกจะชอบกินนมนะ ทำไมไม่สูงบ้างเลยTT

สงสารพี่ขุนจังเวลาที่ต้องก้มลงมามองผมเยอะๆ ตอนคุยกัน...ผมค่อยๆ เขย่งเท้าขึ้นเพื่อลดความห่างของส่วนสูงระหว่างเรา

โห แค่นี้รักก็สูงจนหัวเลยคางพี่ขุนมาแล้ว~

“ทำอะไร”

“…แหะ รักกำลังเพิ่มส่วนสูงให้เท่าพี่ขุนอยู่ครับ”

พี่ขุนก้มลงมามองผมนิ่งๆ ด้วยสายตาที่ผมก็อ่านไม่ออกเหมือนกัน ผมมองพี่ขุนตาปริบๆ เพราะไม่รู้ว่าพี่เขาจะตอบอะไรกลับมาหรือว่าเราจบบทสนทนาเรื่องนั้นกันไปแล้วกันแน่...แต่ในเวลาต่อมาน้ำเสียงทุ้มเข้มก็เอื้อนเอ่ยคำพูดออกมา ไม่ได้ปล่อยให้ผมยืนงงอีกต่อไป

ไซซ์นี้แหละ กำลังพอดี

ซะ..ไซซ์นี้เหรอ

“ฮึ่ยย รักอยากสูงๆ จะได้เท่เหมือนพี่ขุนนี่ครับ” ผมย่นจมูกว่า

“ชมกู?”

“ใช่สิครับ พี่ขุนในสายตาต้นรักน่ะหล่อเท่สุดๆ ไปเลยครับ”

“ใช้คำได้ติงต๊องสมกับเป็นมึงจริงๆ”

“รักเป็นคนเท่ต่างหากครับ! เดี๋ยวรักตีเลย”

“ขู่กูเหรอต้นรัก”

“ปะ..เปล่านะครับ รักล้อเล่นนิดเดียวเอง ทำไมพี่ขุนต้องเรียกชื่อกันเต็มยศเลยด้วย”

“หึ”

เมื่อเห็นพี่ขุนหัวเราะในลำคอแบบนั้นผมก็หลุดขำบ้าง...หลังจากนั้นพี่เจ้าของร้านก็เอาบอร์ดสีฟ้าหลากหลายลายมาให้ผมได้เลือก ผมใช้เวลาตัดสินใจค่อนข้างนานเลยจนเหลืออยู่สองลายสุดท้ายที่ทำให้ต้องตัดสินใจนานหน่อย และเพราะเลือกไม่ได้จริงๆ ผมเลยหันไปขอความเห็นจากพี่ขุนด้วย

“พี่ขุนช่วยรักเลือกหน่อยสิครับ รักเลือกไม่ถูก”

“ก็สวยทั้งคู่…แต่กูว่าลายนี้เหมาะกับมึงมากกว่า”

“อื้อครับ รักว่ารักก็เอียงใจไปทางนี้อยู่เหมือนกัน...งั้นรักเอาลายนี้ครับพี่”

“โอเคเลยน้อง”

ระหว่างที่รอให้พี่เขาประกอบบอร์ดให้สายตาผมก็สบเข้ากับร้านไอศกรีมเข้าอย่างจัง นะ..น่ากินจังเลย

ผมรีบหันไปมองพี่ขุนด้วยสายตาออดอ้อนอย่างไม่รู้ตัวจนคนตัวสูงกว่าต้องเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย

“พี่ขุน รักขอไปซื้อไอติมกินรอได้ไหมครับ”

“กูก็นึกว่าอะไร เฮ้อ...อืม ไป”

แล้วพี่ขุนคนใจดีก็พาผมออกมาต่อแถวซื้อไอศกรีม ตั้งใจไว้อย่างดิบดีว่าจะซื้อให้พี่ขุนด้วยอีกโคนแต่ก็มานึกขึ้นได้ว่าพี่ขุนไม่ชอบกินพวกขนมกับของหวานนี่นา...แล้วแบบนี้จะเลี้ยงอะไรตอบแทนพี่ขุนกันดีล่ะทีนี้

อ่าๆๆ เลี้ยงข้าวไง เลี้ยงข้าวนี่แหละดีที่สุด!

“พี่ขุนๆ หลังซื้อสเกตบอร์ดเสร็จแล้วไปกินข้าวกันนะครับ รักเลี้ยงเอง~ แทนคำขอบคุณที่พี่ขุนพามาซื้อของ”

“ได้ หิวแล้วรึไง”

“ใช่ครับ แต่ตอนนี้รักมีไอติมทดแทนไปก่อนแล้วว”

เมื่อถึงคิวผมพอดีผมเลยได้สั่งไอติมวานิลลาโคนใหญ่ที่สุดไปอย่างอารมณ์ดี รอไม่นานพี่พนักงานก็ยื่นของหวานแสนจะน่ากินมาให้ แล้วผมก็ต้องตกใจเพราะในตอนที่รับไอติมโคนใหญ่มาไว้ในมือร่างสูงข้างกายก็ได้ทำการยื่นเงินไปจ่ายให้ผมอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว

“พี่ขุน ไม่เป็นไรครับๆ รักจ่ายเอง”

“มึงจะเลี้ยงข้าวหนิ งั้นกูจ่ายค่าไอติมแล้วกัน”

“แต่อันนี้รักกินคนเดียวไงครับ TT”

“จะละลายแล้วรัก รีบกิน”

“อะ จริงด้วยครับๆ ...ฮื่ออ อร่อยเหมือนเดิมเลย พี่ขุนกินไหมครับๆ กินได้เลยรักไม่หวงๆ”

“หลอกง่ายจังวะ”

“หือ พี่ขุนว่าอะไรนะครับ”

“เธอ” 

เพราะเสียงเรียกที่ดังขึ้นทำให้ผมกับพี่ขุนหันไปมองคนนั้นอย่างแปลกใจ ผมเผลอชะงักไปเล็กน้อยเพราะเขาสวยมากๆ เลยล่ะ ผมยาวสีดำสนิทดัดลอนรับกับโครงหน้ารูปไข่ เครื่องหน้าทุกอย่างลงตัวรับกันอย่างดีแบบที่คงทำให้หลายคนสะดุดตาเป็นแน่...หรือว่าเขาจะเป็นคนรู้จักของพี่ขุนกันนะ เพราะเขาเข้ามาถามพี่ขุนนี่นา

“เราขอไลน์เธอหน่อยได้ไหม เราสนใจเธอตั้งแต่ที่เห็นเมื่อกี้เลย”

โห...พะ พี่ขุนสุดยอดไปเลย หล่อมากๆ จนมีพี่ผู้หญิงคนสวยมาขอจีบตรงๆ เลยเหรอเนี่ย ถึงจะอึ้งกับสถานการณ์ตรงหน้ายังไงผมก็อดไม่ได้ที่จะก้มลงไปเลียไอติมในมือเพราะกลัวมันละลายอย่างที่พี่ขุนเตือน ._.

แหะ...ผมแค่เป็นคนใส่ใจกับของกินมากๆ เท่านั้นเองนะ

“ไม่ได้”

“…”

“…อ่า มีแฟนแล้วเหรอ”

“เปล่า แต่ไม่ได้”

คราวนี้ผมถึงกับละความสนใจออกจากไอติมได้จริงๆ เพราะตกใจกับคำปฏิเสธโดยทันทีของพี่ขุน พี่ผู้หญิงมีสีหน้าผิดหวังลงทันทีก่อนจะเดินจากออกไป ผมที่อดเห็นใจเขาไม่ได้เลยเผลอมองตามหลังไปด้วย

โถ...พี่สาวครับ มาจีบรักแทนก็ได้นะครับ รักใจดีน้า~

“ทำหน้าอะไรของมึง”

ผมหันกลับมามองคนตรงหน้าอีกครั้งก็เจอเข้ากับสายตาดุๆ เข้าซะอย่างนั้น

“แหะ เปล่าค้าบ...แล้วทำไมพี่ขุนถึงปฏิเสธล่ะครับ ถ้าเป็นรักนะคงได้แต่ยืนเขินจนพูดไม่ออกแน่ๆ”

“กูพอใจ”

 

 

 

 

 

 

“พี่ขุน รักอิ่มจนจะเดินไม่ไหวแล้วครับ”

“กินขนาดนั้นเอาไปเก็บไว้ที่ไหนวะ”

“กระเพาะรักมีหลุมดำนะพี่ขุนไม่รู้เหรอ”

ผมว่าขำๆ ทำให้พี่ขุนส่ายหน้าออกมาเบาๆ หลังจากที่เรากลับไปรับสเกตบอร์ดและจ่ายตังค์เรียบร้อยเราก็ไปกินสเต๊กกันต่อเป็นมื้อค่ำ ผมสั่งมาชุดใหญ่จัดเต็มเพราะความหิว แต่เพราะกินอิ่มมากเกินไปสุดท้ายเลยได้แต่มายืนลูบท้องปรอยๆ อย่างแน่นท้อง

และตอนที่เราเดินผ่านหน้าร้านรองเท้าผ้าใบแบรนด์ดังพี่ขุนก็หยุดไปซะดื้อๆ ทำให้ผมต้องหยุดตามไปด้วย คนตัวสูงกว่าหันกลับมามองผมเล็กน้อยโดยที่ไม่ได้พูดอะไร

“พี่ขุนจะซื้อรองเท้าเหรอครับ รักรอได้ๆ”

“อืม เข้าไปดูหน่อยแล้วกัน”

“โอเคครับ”

พี่ขุนเดินตรงเข้าไปเลือกดูรองเท้าผ้าใบเงียบๆ ผมก็เลยได้ยืนดูไปด้วย จนกระทั่งผ่านไปหลายคู่ในที่สุดมือใหญ่ก็เลือกหยิบรองเท้าข้างหนึ่งขึ้นมาดู และผมคิดว่าพี่เขาคงจะชอบคู่นี้มากที่สุดแน่นอน พี่พนักงานผู้ชายเดินเข้ามาให้คำแนะนำก่อนที่พี่ขุนจะพยักหน้ารับเบาๆ

“ลูกค้าอยากลองเป็นไซซ์อะไรดีครับ”

“มึงใส่ไซซ์อะไร”

“คะ..ครับ?”

ผมหันไปมองพี่ขุนอย่างงงๆ เพราะอยู่ๆ อีกฝ่ายก็หันมาถามผมแทนที่จะบอกไซซ์ตัวเองกับพี่พนักงานไป...ทำไมพี่ขุนต้องอยากรู้ไซซ์รองเท้าของรักด้วยนะ

“รักใส่เบอร์สามสิบเจ็ดครับ”

“ตามนั้น”

“ลองเบอร์สามสิบเจ็ดนะครับ รอสักครู่นะครับ”

ผมได้แต่กะพริบตาปริบๆ อย่างตกใจ เดี๋ยวสิ...พี่ขุนจะมาซื้อรองเท้าไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงกลายเป็นให้ผมลองเฉยเลยล่ะ

“พี่ขุน ทำไมถึงเป็นไซซ์ของรักล่ะครับ”

“มึงจะเริ่มเล่นสเกตบอร์ดแบบจริงจังแล้วนี่”

“อ่า ก็ใช่ครับ แล้ว...”

“เล่นสเกตเรื่องรองเท้าก็สำคัญ ถือว่ากูซื้อให้เป็นกำลังใจในการเริ่มเล่นของมึงแล้วกัน”

“พี่ขุน”

พอได้ยินแบบนั้นหัวใจผมมันก็เต้นด้วยความสับสน ทั้งเกรงใจทั้งซาบซึ้งตีกันมั่วไปหมด พอเจอพี่ขุนแบบที่ใจดีต่อกันมากๆ เข้าผมก็อยากจะร้องไห้มันออกมาซะตรงนี้เลย...พี่ขุนทำให้รักเป็นคนขี้แยแล้วนะรู้ไหมครับ!

“แต่มันแพงนะครับ รักเกรงใจ ;_;”

“ไม่แพง”

“แพงสิครับ ตั้งหลายพัน”

“ถ้ามึงเถียงอีกกูจะซื้อคู่เป็นหมื่นให้แทน เอาไหม?”

“มะ..หมื่น! พอเลยครับ พอแล้ว…รักไม่เถียงพี่ขุนแล้วครับTT”

“ดี”

ฮึ่ยย ทำไมพี่ขุนชอบข่มขู่กันตลอดเลย ก็รู้อยู่ว่ารักไม่กล้าสู้แน่ๆ ...รอก่อนเลยครับพี่ขุน รอต้นรักคนนี้แข็งแกร่งขึ้นเยอะกว่านี้ก่อนพี่ขุนสู้รักไม่ได้แน่ รักจะไปฝึกวิธีการพูดกดดันเอาไว้ใช้กับพี่ขุนด้วย!

ถ้าพี่ขุนเจอรักข่มขู่ให้กินขนมเยอะๆ แล้วพี่ขุนจะรู้สึก!

“บ่นอะไรในใจ”

“…รักก็คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยน่ะครับ~”

“น่าเชื่อมากมั้ง”

“โถ่ พี่ขุนก็แกล้งๆ เชื่อรักหน่อยไม่ได้เหรอครับ”

“แล้วกูจะได้อะไรตอบแทน”

“รักก็ไม่รู้ครับ”

ผมหัวเราะว่าจนตาหยี ก็ผมไม่รู้จริงๆ นี่นา…แล้วไม่นานผมก็ต้องรับรองเท้าผ้าใบคู่สวยมาลองใส่ตอนพี่พนักงานเดินมาให้ พอลองใส่แล้วมันก็พอดีกับเท้าผมเป๊ะเลยแถมยังค่อนข้างจะใส่สบายอีกด้วย พี่ขุนนี่เลือกเก่งจังเลย พอใส่ออกมาแล้วก็เพิ่มความเท่ขึ้นมาได้ตั้งเยอะ

“อืม เหมาะดี ผมเอาคู่นี้”

“ได้เลยครับ”

ผมถอดรองเท้าคู่ใหม่คืนพี่พนักงานไปเพราะเขาจะได้เก็บใส่กล่องแล้วเอาไปคิดเงินได้ เราเดินไปหยุดยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์ก่อนที่ผมจะรับถุงรองเท้ามา

“รักขอบคุณมากนะครับพี่ขุน รักสัญญาเลยว่าจะตั้งใจเล่นสเกตอย่างดี”

“ต่อให้มึงเล่นไปแล้วไม่ชอบกูก็ไม่ได้ว่าถ้ามึงจะเลิกเล่น อยากซื้อก็คือซื้อให้ กูไม่ได้คาดหวังว่ามึงต้องเอาไปใส่เพื่อเป็นอย่างนู้นอย่างนี้ซะหน่อย”

“…แบบนี้รักยิ่งรู้สึกขอบคุณพี่ขุนมากกว่าเดิมอีกครับ”

หลังจากนั้นเราก็ได้เวลากลับจริงๆ ซะที พี่ขุนเอาสเกตบอร์ดและรองเท้าผมไปเก็บไว้ที่เบาะด้านหลังให้ ผมนั่งฟังเพลงสากลบนรถที่พี่ขุนเปิดอย่างเพลินๆ ช่วงเวลาค่ำๆ แบบนี้กำลังรถติดได้ที่เชียวล่ะ ตอนนี้รถติดไฟแดงผมก็เห็นพี่ขุนก้มมองโทรศัพท์หน้าเครียดหน่อยๆ ด้วย

“รัก กูแวะเข้าไปที่อู่แป๊บหนึ่งได้ไหม งานมีปัญหาลูกน้องกูมันอยากให้เข้าไปดู”

“ได้ครับพี่ขุนๆ รักไม่รีบไปไหน”

พอได้ยินคำว่าเข้าไปที่อู่ผมก็หูผึ่งทันทีอย่างช่วยไม่ได้...รักไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเพราะแอบคิดไปว่าจะได้กินบราวนี่อีกหรอกนะครับ ._.

“โอเค”

ผมพยายามกลั้นยิ้มอย่างสุดความสามารถเพื่อไม่ให้พี่ขุนเห็นอาการดีใจที่เกิดขึ้นของตัวเอง…คือว่านะ หลังจากนั้นผมก็พยายามตามหายี่ห้อแบบที่พี่ขุนให้มาแต่ก็ไม่เจอเลย ยี่ห้อไหนก็ไม่อร่อยเท่าจริงๆ ใช้เวลาเกือบยี่สิบนาทีรถคันสวยก็เลี้ยวเข้ามาในบริเวณอู่ซ่อมรถขนาดใหญ่

ผมลงจากรถแล้วเดินตามพี่ขุนเข้าไปด้านในที่เคยมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่พอเดินลึกเข้ามาตรงโถงซ่อมรถผมก็แอบสะดุ้งหน่อยๆ เพราะช่างเกือบทุกคนแทบจะถอดเสื้อกันหมดเลย...หละ หลบตาแทบไม่ทันแหนะ

“ถอดเสื้อกันทำเหี้ยไรนัก” หลังพี่ขุนว่าเสียงดุแบบนั้นคนอื่นๆ ก็ทำหน้างงกันไปยกใหญ่ ผมก็ได้แต่แอบๆ ยืนหลบหลังพี่ขุนเพราะรู้สึกเขินๆ ภาพตรงหน้าอยู่มาก

“ก็เรื่องปกติปะวะพี่”

“ช่วงนี้พักผ่อนน้อยเหรอไอ้สัด ทำพวกกูเหวอแดกตั้งแต่เข้ามาเลย...เห้ยๆ นั่นมันน้องแก้มเยอะเมื่อคราวก่อนนี่หว่าๆๆ”

ผมแอบสะดุ้งเล็กๆ อีกครั้งเพราะตกใจที่พี่เขาเอ่ยเรียกกันเสียงดัง ชะโงกหน้าออกจากไหล่พี่ขุนช้าๆ ก็เห็นว่าพี่คนที่จำกันได้เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ใส่เสื้ออยู่ ผมได้ยินเสียงถอนหายใจเหมือนหงุดหงิดจากพี่ขุนด้วยเลยเงยหน้ามองพี่เขาอย่างไม่เข้าใจ

...เหมือนตั้งแต่เข้ามาที่อู่ พี่ขุนก็อารมณ์ไม่ดียังไงไม่รู้แฮะ

“มาทำอะไรเหรอครับตัวเล็ก อ้อๆ พี่ชื่อเจมนะ ครั้งก่อนพี่เห็นเราแต่ไม่ได้เข้าไปทักทายน่ะ” พี่เจมเดินเข้ามาใกล้ก่อนจะหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพี่ขุนและผม

“พี่เห็นรักที่นี่เหรอครับ”

“ใช่ครับ มองผ่านแวบเดียวก็โดนความน่ารักของเรากระแทกใจเข้าอย่างจังเลย”

ทำไมไม่เป็นโดนความเท่กระแทกใจบ้างล่ะครับ TT

“ทำหน้าทำเสียงล่อตีนดีนะมึงอะไอ้เจม”

“อ้าว เพื่อนขุนกูเป็นอะไรอี๊ก น้องเขามาครั้งก่อนยังไม่โหดพร้อมตีนกระตุกขนาดนี้เลย…กูว่านะ รอบนี้มันมีไอ้คนหนึ่งเริ่มใจเอียงไปหาเขาแล้วแน่ๆ เลยว่ะ”

“มึงอยากรู้เหรอ”

“ฮะๆ ไม่ดีกว่า กูอยากมีชีวิตยืนยาว”

“รัก ไปรอในห้องทำงานกูก่อนแล้วกัน…รอคนเดียวได้ใช่ไหม”

แล้วพี่ขุนก็หันมาพูดกับผมอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว แต่ผมก็พยักหน้าตอบรับกลับไป

“ได้ครับ”

“อืม ไป”

คนตัวสูงกว่าพาผมเข้ามาทางห้องรับรองคราวก่อนที่ผมเคยมานั่งรอ แต่ครั้งนี้ผมได้เข้ามาในห้องทำงานเลย การตกแต่งด้านในก็เป็นโทนน้ำเงินเข้มเรียบหรูสุดๆ กว้างขวางแล้วก็ไม่รกเลยสักนิด จุดเด่นที่สุดคงไม่พ้นโต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ตรงหน้า พี่ขุนจับแขนผมให้มาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ก่อนเอ่ยบอกกันเสียงเรียบนิ่ง

“รออยู่ในนี้ เดี๋ยวไปเอาบราวนี่กับน้ำมาให้ อยากกินไหม”

“กินครับ! รักชอบบราวนี่อู่พี่ขุนที่สุดเลย” ผมรีบพยักหน้าบอกอย่างดีใจ ในที่สุดน้องบราวนี่แสนอร่อยก็จะได้มาอยู่ในอุ้งมือพี่รักอีกครั้งแล้ว!

ร่างสูงเดินกลับออกไปโดยไม่ได้พูดอะไรอีก ผมนั่งตีขาไปมาเบาๆ อย่างเฝ้ารอคอย ดูเหมือนตอนนี้พี่อร (คนที่เอาบราวนี่มาให้ผมคราวก่อน) จะเลิกงานแล้วรึเปล่านะ ในอู่ก็ดูจะเหลือแต่เหล่าช่างเท่านั้นด้วย

พี่ขุนกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมโหลบราวนี่กับน้ำเย็นๆ หนึ่งแก้ว ผมรีบเอ่ยขอบคุณพี่เขาไปอย่างไม่รอช้า

“น้ำผลไม้หมด กินน้ำเปล่าไปก่อนนะ เดี๋ยวกูสั่งน้ำหวานมาให้”

“ไม่เป็นไรครับพี่ขุนๆ รักกินน้ำเปล่าได้ครับ ขอแค่มีบราวนี่ก็พอแล้ว~”

“กูจะสั่งเหล้ามาเลี้ยงพวกลูกน้องอยู่แล้ว กินๆ ไปเถอะ”

“ถะ..ถ้าแบบนั้นรักก็ขอบคุณอีกครั้งนะครับ”

“อืม กูไปคุยงานก่อนเดี๋ยวมา”

“ครับ พี่ขุนสู้ๆ นะครับ!”

 

 

 

 

 

 

Khunmuen Part 

“เข้าเรื่องเลย”

ผมเดินกลับมาทางลูกน้องตัวเองอีกครั้งด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ไอ้เจมทักมาบอกผมว่าการแข่งรถที่สนามผมคืนนี้น่าจะไม่สงบสุขแน่ๆ และสีหน้าคนอื่นๆ ก็เปลี่ยนเป็นจริงจังในทันทีด้วยเหมือนกัน

“โอเค มึงจำพวกไอ้แอลได้ใช่ไหม”

“อืม แล้ว?”

“พวกมันมาแข่งสนามเรากี่ครั้งๆ ก็แพ้ไปหมดใช่ไหมล่ะ ครั้งนี้แม่งน่าจะเล่นสกปรก”

“มึงแน่ใจได้ไง”

“เด็กของเราที่มึงส่งไปจับตาดูมันส่งข่าวมา”

แน่นอนว่าทุกนักแข่งที่จะมาเล่นในสนามผม ต้องโดนสืบประวัติมาแล้วทั้งนั้น เพื่อป้องกันสิ่งที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสนาม มีไม่น้อยนักหรอกที่ใช้วิธีแข่งขับแบบตุกติกทั้งในสนามแล้วก็นอกสนาม และถ้าผมจับได้เมื่อไหร่มันจะถูกกำจัดออกไปจากที่ของผมทันที

รวมถึงมันหมายถึงว่าฝ่ายนั้นจะสูญเสียผลประโยชน์จำนวนมากที่สามารถกอบโกยไปจากสนามผมในทันที

ใครๆ ก็รู้กฎข้อนี้ดี ไม่ใช่แค่โดนเอาออกไปดีๆ เท่านั้นหรอก แต่ผมก็จะคิดค่าเสียเวลากับพวกมันเช่นกัน...แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังมีคนอยากลองดี

“มันจะลงมือคืนนี้?”

“ใช่ มันคงแค้นเรามากเพราะทุกครั้งที่แพ้มันแพ้ให้เด็กสนามเราตลอด และครั้งล่าสุดคงเป็นฟางเส้นสุดท้าย มันเสียเงินเกือบยี่สิบล้าน”

“มันจะทำอะไร”

วางเพลิงสนามฝังขวาตอนที่การแข่งเริ่มแล้ว และมันมีคิวแข่งเป็นคิวท้ายๆ เลยไม่เดือดร้อนอะไรแน่ๆ ถ้ามันทำสำเร็จไม่ใช่แค่เราจะเสียเงินมหาศาลแต่ชื่อเสียงก็ไม่น้อยหน้าเหมือนกัน”

“เรารอคำสั่งจากพี่ก่อน แต่จริงๆ อยากไปลากคอแม่งมาซะตอนนี้เลย”

“สันดานหมาขี้แพ้ฉิบหาย เหี้ยแบบนี้อยู่ไม่นานหรอกมึง”

“แล้วแต่มึงจะตัดสินใจ อยู่ที่มึงสั่งมาไอ้ขุนว่าจะให้จัดการยังไง”

ผมพยักหน้ารับช้าๆ หยิบบุหรี่หนึ่งมวนขึ้นมาจุดสูบลดระดับความคุกรุ่นในอก...คิดว่ากูสร้างที่นี่มากี่วันกัน?

ถ้าเป็นเรื่องสนามกับอู่ สิ่งที่ผมสร้างมาด้วยสองมือมันคือสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ ในชีวิตของผม ถ้าไอ้เหี้ยหน้าไหนมันกล้าแตะ ผมจะเอามันคืนกว่าสิบเท่า

“หึ คิดว่ากูโง่มั้ง” ผมปล่อยควันสีขาวออกมาเป็นทางยาวก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองลูกน้องตัวเองทีละคน “มีใครร่วมมือกับมันอีก คนอย่างมันคงไม่ยอมเสี่ยงคนเดียวแน่ๆ”

“เป็นอย่างที่พี่คิดนั่นแหละ...มีอีกสองคน มันน่าจะโดนไอ้แอลเป่าหูมา”

“แค่มึงสั่งมาไอ้ขุน”

“ดี…ถ้ามันคิดจะเผาถิ่นกู ก็ส่งคนไปเผาบ้านมัน เอาให้มันมอดจนไม่เหลือเหี้ยอะไรติดตัวเลยแม้แต่อย่างเดียว”

 

 

 

 

 

 

 

“อ้ะ พี่ขุนคุยงานเสร็จแล้วเหรอครับ”

“อืม”

ร่างสูงเปิดประตูห้องทำงานเข้ามาอีกครั้งด้วยใบหน้าที่ดุดันต่างจากตอนแรกโดนสิ้นเชิง พี่ขุนทิ้งตัวลงบนเก้าฝั่งตรงข้ามผมพร้อมวางซองบุหรี่และกระเป๋าตังค์ไว้บนโต๊ะข้างกัน มือหน้าเสยขึ้นก่อนถอนหายใจออกมาหนักๆ พลางใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้ม ท่าทางแบบนี้ยิ่งทำให้รู้ว่าพี่เขากำลังอารมณ์ไม่ดีมากๆ อยู่

...งานพี่ขุนคงจะเครียดมากเลยรึเปล่านะ

ผมเห็นพี่ขุนดูเคร่งเครียดแบบนี้ผมก็รู้สึกไม่สบายขึ้นมา ถึงพี่เขาจะไม่ได้ดุผมหรือแสดงสีหน้าไม่ดีแต่ผมก็อยากให้พี่ขุนกลับมาอารมณ์เย็นขึ้นอีกครั้งเลยค่อยๆ ใช้มือดันขวดโหลบราวนี่ไปข้างหน้าช้าๆ

“รักไม่รู้ว่าพี่ขุนต้องเครียดเรื่องงานมากขนาดไหน...แต่รักเป็นกำลังใจให้นะครับ”

“ด้วยการให้บราวนี่กู?”

“อื้อครับ เพราะรักชอบกินบราวนี่ที่นี่มากๆ รักก็เลยอยากให้พี่ขุนกินด้วย รักแบ่งของที่ชอบมากๆ ให้พี่ขุนเผื่อว่าพี่ขุนจะรู้สึกดีขึ้นเลยนะครับ”

“กูไม่แย่งมึงหรอก มึงบอกเองว่าชอบมาก ถ้ากูไปแย่งแล้วมึงกระโดดกัดกูขึ้นมากูจะทำยังไง”

ผมหลุดยิ้มออกมาช้าๆ เพราะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศมาคุรอบๆ ตัวพี่ขุนที่เริ่มเบาบางลงมาได้หน่อยๆ แล้ว

“พี่ขุนตัวสูง รักกระโดดกัดไม่ถึงหรอกครับ”

“คิดจะกัดตรงไหนของกูล่ะนั่น?”

“กัดแก้ม! รักจะกัดแก้มให้พี่ขุนหมดหล่อไปเลย หลังจากนั้นรักก็จะกลายเป็นคนเท่แทนพี่ขุนเอง~”

“ความคิดมึงนี่นะ”

“ฉลาดหลักแหลมใช่ไหมล่ะครับ!”

“อันตรายฉิบหายต่างหาก”

 

 

 

 

 

“แล้วๆ เวลาจะออกตัวรถจะมีพี่ผู้หญิงสวยๆ มาถือธงเหมือนในหนังด้วยไหมครับ”

“อืม มี”

ตอนนี้เรากลับมาอยู่ในรถคันหรูของพี่ขุนอีกครั้งเพื่อเดินทางกลับจริงๆแล้ว ผมถามพี่ขุนไปพลางดูดชานมไข่มุกในแก้วไปอย่างอารมณ์ดีเพราะชอบชานมมากๆ ...อ้อ ก่อนหน้านี้พี่ขุนบอกผมว่าหลังจากไปส่งผมเสร็จก็จะกลับไปคุมสนามแข่งต่อตอนดึกๆ ตอนนั้นแหละผมถึงได้รู้ว่านอกจากเปิดอู่ของตัวเองแล้วพี่ขุนยังมีสนามแข่งรถของตัวเองอีกด้วย! ไม่รู้ว่าความเท่ของพี่ขุนมันจะไปสุดอยู่ที่ตรงไหนกันนะ TT

ผมที่เคยดูหนังเกี่ยวกับการแข่งรถมาก็ตื่นเต้นยกใหญ่ ถามนู่นนี่ไม่หยุดแต่พี่ขุนก็ยังตอบกันกลับมาตลอด เพราะแบบนี้นี่เองพี่ขุนถึงได้มีรถเท่ๆ ตั้งหลายคัน (ที่ผมรู้เพราะทุกครั้งที่เห็นรถพี่เขามันก็แทบจะไม่ซ้ำกันเลยนี่สิ)

“รักอยากเห็นพี่ขุนลงแข่งจัง รักว่าพี่ขุนต้องเท่มากแน่ๆ”

“อยากมาดู?”

“รักอยากดูครับๆ”

“อ่า ถ้ากูลงแข่งจะชวนมาดูละกัน...แต่ปกติกูก็ขับรถเร็วอยู่แล้ว ไม่ต่างกันเท่าไหร่หรอก”

“จริงด้วยครับ พี่ขุนขับเร็วเป็นจรวดเลยที่รักเคยเห็นTT”

แต่ดีนะพอผมมานั่งด้วยพี่ขุนก็ไม่ได้ขับด้วยความเร็วขนาดนั้นแล้ว อยากขอบคุณพี่เขาสักร้อยๆ ครั้งเลย ถึงเวลาดูในหนังมันจะดูเท่ยังไงแต่พอมานั่งจริงแล้วผมว่าวิญญาณผมน่าจะหลุดลอยออกไปจากร่างก่อนแน่ๆ

“ถ้าเร็วไปก็บอก กูชิน”

“โอเคครับ...อ้อ รักถามหน่อยสิครับว่าบราวนี่ที่พี่ขุนเอามาให้กินยี่ห้ออะไรเหรอครับ รักจะได้ไปซื้อตามบ้าง”

“ไม่ได้ซื้อ แม่กูทำมาให้ เขาก็รู้ว่ากูไม่ชอบแต่ก็บอกว่าเอาไว้ให้รับแขกแทนแล้วกัน”

“แบบนี้นี่เอง มิน่าล่ะ รักไปหาซื้อหลายยี่ห้อยังไงก็ไม่เหมือน”

“ชอบมากขนาดนั้นเลย?”

“ชอบมากๆๆๆ เลยครับ เป็นบราวนี่ที่อร่อยที่สุดสำหรับรักเลย...แล้วแบบนี้รักขอสูตรจากคุณแม่พี่ได้ไหมครับ”

รักจะได้เอาไปให้พี่ส้มทำให้กินบ้าง จะได้กินเยอะๆ ไปเลย~

“ไปเรียนทำกับแม่กูที่บ้านเลยไหมล่ะ”

“มะ..ไม่ต้องขนาดนั้นหรอกครับ รักเกรงใจ อีกอย่างรักเข้าครัวไม่เก่งมากๆๆ เลยครับ เก่งแต่กินอย่างเดียว แหะๆ”

“อืม เดี๋ยวไปขอสูตรมาให้ ตอนนี้ก็กินที่กูให้ไปก่อนแล้วกัน” ครั้งนี้ก็เหมือนครั้งที่แล้วเลย...พี่ขุนเอาบราวนี่มาให้ผมกลับไปกินที่บ้านอีกโหลหนึ่งด้วยTT

“รักจะกินอย่างดี ไม่ให้เหลือแม้แต่ชิ้นเดียวเลยครับ”

ตอนนี้รถเข้ามาจอดติดไฟแดงอยู่พี่ขุนเลยได้ละสายตาจากถนนมามองกันเล็กน้อย ผมก้มลงไปดูดชานมไข่มุกในมืออึกใหญ่ เคี้ยวไข่มุกเม็ดเล็กหงุบหงับๆ อย่างชอบใจ แต่แล้วเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ที่ดังขึ้นก็ทำให้ผมต้องหยิบขึ้นมาดูอย่างงงๆ

“หืม”

เพราะแจ้งเตือนที่ว่าเป็นชื่ออินสตาแกรมของพี่ขุนเลยทำให้ผมยิ่งงงหนักเข้าไปใหญ่ หันไปมองคนข้างกายก็เห็นว่าเขาก้มหน้าจับโทรศัพท์หน้านิ่งไม่มีท่าทีผิดปกติใดๆ พอกดเข้าไปดูผมก็เห็นว่าพี่ขุนแท็กสตอรี่ไอจีมา

พี่ขุนแท็กอะไรมากันนะ...

“เดี๋ยว...พี่ขุนครับ ถ่ายตอนไหนเนี่ย”

ผมเบิกตากว้างเพราะมันคือคลิปที่ผมเพิ่งโม้ว่าจะกินบราวนีอย่างดีก่อนจะก้มลงดูดชานมในแก้วอย่างเอร็ดอร่อย ทำไมผมถึงไม่สังเกตุเห็นเลยนะว่าพี่ขุนถ่ายคลิปกันอยู่ ;_;

…และเป็นในตอนนี้ที่สายตาผมอ่านไปเจอข้อความเล็กๆ ตรงมุมขวาล่างเข้า

‘Rabbit truck’ 

นาทีนี้แหละที่ผมรู้สึกว่าใบหน้ามันร้อนฉ่าขึ้นมาพร้อมกับจังหวะหัวใจที่เต้นแกว่งไปหลายจังหวะ...มันคือความรู้สึกอะไรกันล่ะเนี่ย ._.

...รถพี่ขุนจะกลายเป็นรถขนกระต่ายไปได้ยังไงกันเล่า

“พะ..พี่ขุน เดี๋ยวสาวๆ มาขึ้นรถต่อจากรักจะว่ายังไงล่ะครับ”

“พูดอะไรของมึง”

“…”

“ทั้งบิ๊กไบค์ทั้งรถกู มันมีแค่มึงที่ได้นั่ง” 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

…………………………..

หะ..หัวหน้าเค้าว่าอย่างนั้นเองเลยค่ะ!! ลูกเรือยืนเหวอกันยกใหญ่ ไม่ต้องชงเพราะพี่เค้าทำไว้เข้มสุดๆ (〃▽〃)

 

ตอนหน้าน่าจะมาช้าหน่อยนะคะ ต้องไปเตรียมทำพรีเซ็นต์ฝึกงานจบคับบ…เราจะฝึกงานจบวันศุกร์นี้แล้วค่าทุกคน~ จะมีเวลาแต่งนิยายเต็มเวลาแล้วค่า~ ฮื่ออ

ยังไงก็เจอกันตอนหน้านะคะ! ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ ᕙ(⇀‸↼‶)

 

Twitter : @Themoonthere 

ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ♥

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น