ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่ 8 คบกันไปเลย

19.00 น. 

“วันนี้พอแค่นี้ละกันทุกคน พรุ่งนี้งดซ้อมนะให้พักกันวันนึง” พี่ฟ้าพูด พรุ่งนี้พีพีไม่ว่าง พี่ฟ้าก็เลยให้งดซ้อมเพราะว่าไม่มีเดือนจะซ้อมยังไง แต่ฉันว่าพี่ฟ้างดเพราะพีพีไม่มานั่นแหละ  

“งั้นปันกลับก่อนนะคะพี่ๆ สวัสดีค่ะ” ฉันพูดลาพี่ๆทุกคนก่อนจะหันมาเก็บของรีบเดินออกมาตามหาภูมิที่หน้าห้อง เพราะเมื่อกี๊ยังเห็นเดินคุยโทรศัพท์อยู่ 

หมับ! 

กำลังกวาดสายตามองหาภูมิไปทั่วแต่ก็ไม่มีวี่แววใดๆ หรือมันจะไปห้องน้ำคิดได้ดังนั้นก็สาวเท้าเพื่อจะไปดูที่ห้องน้ำทันทีแต่ก็ก้าวมาได้ไม่กี่ก้าวก็มีคนจับมือไว้ก่อน 

“หาภูมิเหรอ?” เสียงพี่แบล็คพูดขึ้นเมื่อฉันหันหน้ามา ตอนแรกก็คิดว่าพีพีซะอีกพราะชอบมาถามว่ากลับด้วยกันกับเขาไหม ทั้งๆที่เห็นอยู่ว่าฉันไปๆมาๆกับภูมิ 

“ใช่ค่ะ พี่แบล็คเห็นมั้ยคะ เมื่อกี๊ปันยังเห็นเดินคุยโทรศัพท์อยู่เลยแวบๆ” ฉันพูด 

“กลับไปแล้ว” พี่แบล็คพูดเสียงเรียบๆ แต่อะไรนะ!!  

“.....” 

“กลับไปเมื่อกี๊แล้ว เห็นบอกว่ามีธุระด่วนน่ะ” พี่แบล็คพูด แล้วทำไมไม่บอกกันก่อนอย่างน้อยฉันขอกลับก่อนก็ได้แล้วตอนนี้จะเอาไงดี 

“กลับไปแล้วเหรอได้ไงอะ แล้วปันจะกลับไง” ฉันพูดทำหน้างอ วันนี้เจออะไรก็มีแต่เรื่องเซ็งๆว่ะ  

“กลับกับพี่ไง ภูมิมีธุระเลยต้องรีบไปพี่ก็เลยบอกว่ากลับเถอะเดี๋ยวพี่บอกปันเอง” พี่แบล็คพูด ใครอยากกลับด้วยไม่ทราบคนยิ่งรู้สึกนอยด์ๆอยู่ 

“ใครจะกลับด้วยล่ะคะ ปันบอกเหรอ” ฉันพูดเสียงแข็ง 

“เป็นอะไรรึเปล่าปันปัน ทำไมพูดห้วนๆแปลก พี่ไปทำไรให้เราไม่สบายใจเหรอ” พี่แบล็คพูด 

“เปล่าค่ะ ปันแค่กลัวว่าจะวุ่นวายพี่แบล็คเปล่าๆ งั้นเดี๋ยวปันหาทางกลับเองไม่รบกวนพี่แบล็คดีกว่า ปันไปก่อนนะคะ” ฉันพูดออกไปลวกๆเพราะไม่อยากคุย ในใจมันยังหงุดหงิดกับคำพูดของเขาอยู่ 

ถ้าพี่แบล็คยังไม่พร้อมที่จะมีใคร ฉันเองก็ควรถอยถ้าสารภาพออกไปก็กลัวว่าอาจจะได้ห่างกันออกไป จะทำแบบไหนมันก็เจ็บไปซะหมดทุกทาง แต่อย่างน้อยทางนี้ก็คงดีกว่าแค่ได้มองเขาจากตรงนี้ ได้อยู่ตรงนี้ในฐานะน้องสาวก็ดีแค่ไหนแล้ว 

หมับ 

“วุ่นวายอะไรล่ะ อย่ามาดื้อนะ กลับด้วยกันนี่แหละ เร็วพี่หิวแล้วอย่าลีลาให้มากนัก” พี่แบล็คพูดแล้วลากแขนฉันตามเขาไปเลย ไม่ได้รอให้หนีหรือตอบอะไรสักกะนิดเดียว 

  

บนรถ... 

“กินอะไรดี ปันเลือกเมนูมาซิ เดี๋ยวพี่พาไปเลี้ยง” พี่แบล็คพูด 

“ตามใจเลยค่ะ” ฉันพูด 

“ปันปันเลือกมาเร็วๆ” พี่แบล็คพูด อะไรกันเนี่ยก็บอกว่าตามใจก็ถามอยู่ได้ ไอ้พี่บ้า 

“.....”  

“ยัยดื้อ ทำไมถึงดื้อแค่บอกว่าอยากกินไรเองมันยากนักรึไงนะ” พี่แบล็คพูด 

“ก็ปันคิดไม่ออกนี่ค่ะ พี่แบล็คเลือกสิ ทำไมต้องรอให้ปันเลือกด้วยนะ” ฉันพูด 

“ก็ปู่รหัสเรามันให้พาไปเลี้ยง พี่ก็ต้องตามใจไง” พี่แบล็คพูด ปู่รหัสอีกละ ใจดีจริงส่งนั่นส่งนี้มาให้หรือให้คนพาไปเลี้ยงตลอดแต่ไม่ยอมปรากฎตัวให้เห็นเลยเนี่ยนะ ไอ้คำใบ้ของพี่ปีสองก็ยากซะเหลือเกิน แบบนี้อีกไม่กี่วันข้างหน้าก็ถึงวันเฉลยสายรหัสแล้วอีปันคงได้โดนลงโทษแน่ๆ 

“ปู่รหัสอีกและ ปันไม่อยากได้หรืออยากจะกินของๆเขาแล้ว” ฉันพูด 

“ทำไมล่ะ?” พี่แบล็คพูด 

“ปันอยากรู้มากกว่าค่ะว่าเป็นใคร พี่แบล็คบอกปันหน่อยได้มั้ยล่ะว่าปู่รหัสปันคือใคร” ฉันพูด 

“ไม่บอกหรอก” พี่แบล็คพูด 

“เห้อนั่นไง ช่างเถอะ” ฉันถอนหายใจหนักแล้วพูดแกมสบถออกไป 

“งั้นถ้าพี่บอกว่าพี่รหัสปันเป็นใคร ปันต้องยอมกลับมาเป็นปกตินะ ตอนนี้คือปันกลายเป็นใครก็ไม่รู้อ้ะ” พี่แบล็คพูด จะยอมบอกจริงเหรอวะ เชื่อได้แค่ไหน 

“บอกจริงๆไหมล่ะ” ฉันพูด  

“เห็นพี่ชอบโกหกรึไง บอกจริงๆสิแต่ปันไปสืบเรื่องปู่รหัสเอาเองนะ” พี่แบล็คพูด 

“ถ้าบอกจริงๆ ปันก็จะยอมเป็นปกติค่ะ” ฉันพูด ตามจริงไม่ได้ยอมหายหงุดหงิดเพราะเรื่องสายรหัสนะ แต่แค่เห็นรอยยิ้มและคำพูดพยายามบอกให้เราแบบนี้อ่ะ มันน่ารักใจฉันมันอ่อนแอเกินจะต้านทานไหว 

“เต้ ติณภพปีสอง คำใบ้ผู้บรรลุธรรมคือความหมายชื่อของมัน” พี่แบล็คพูด อ้อพี่เต้งั้นเหรอ คนผิวแทนชอบเล่นบาสน่ารักๆ  

“นี่ปันพึ่งรู้เลยนะว่าติณภพแปลว่าผู้บรรลุธรรมน่ะ แล้วใครจะรู้ล่ะคะ คำใบ้ยากเกิ้นน” ฉันพูด 

“เราก็แค่ไปค้นหาในกูเกิ้ลมันก็ได้แล้วมั้ย เราน่ะมันไม่พยายามเอง” พี่แบล็คพูด ว่าเก่งกับบ่นเก่งอีกและ 

“ค่า ก็ปันมันเป็นเด็กดื้อนี่นา ฮ่าๆๆ” ฉันพูดแล้วหัวเราะออกมาอย่างขำๆ 

“ดื้อจริงๆแหละ แล้วจะกินไรดีล่ะ เดี๋ยวจะได้กินอีกทีก็ดึกกันพอดีอะ แล้วก็ชอบบ่นว่าคุมน้ำหนัก” พี่แบล็คพูด 

“งั้นกินเตี๋ยวดีกว่า อยากกินเส้นๆซุบน้ำร้อนๆให้ชื่นใจ ไปค่ะหน้าคอนโดปันมีร้านนึงอร่อยมากกก” ฉันพูด 

“โอเคครับยัยดื้อ” พี่แบล็คพูดพร้อมเอามือมาขยี้หัวฉันหนึ่งที มีคงมีครับแหวะ 

 

At ร้านก๋วยเตี๋ยว 

ร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าอร่อย ไม่จำเป็นต้องเป็นร้านโตๆหรูหรา ร้านลุงหน้าคอนโดฉันก็อร่อยมากกว่าร้านหรูบางร้านด้วยซ้ำ ฉันกินไม่บ่อยมากนะแต่ก็น่าจะหลายครั้งแล้วตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ วันนี้ชวนพี่แบล็คมากินซะเลย ของอร่อยบอกต่อแฟนมโน 

“หนูเอาเส้นเล็กหมูน้ำใสค่ะลุง” ฉันพูดแล้วเดินไปตักน้ำก่อนจะไปนั่งลงที่โต๊ะที่พี่แบล็คนั่งอยู่ 

“อ่ะได้แล้วจ้า แล้วพ่อหนุ่มกินอะไรดีล่ะ หรือว่ามาส่งแฟนเฉยๆ” ลุงพูดหลังจากที่ยกชามก๋วยเตี๋ยวมาเสิร์ฟ 

แค่กๆ  

“ไม่ใช่นะลุง นี่เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน” ฉันรีบพูดแก้กลับไป ลุงนี่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยตอนนี้ยังไม่เป็นแต่หลังจากนี้ก็ไม่แน่ไหม 

“อ้าวเหรอ ก็ดูเหมาะกันดีทำไมไม่คบกันไปเลยล่ะ เป็นทำไมพี่น้อง” ลุงพูด 

“น้องผมสวยจะตาย เป็นคนดังของคณะอีกมีหวังผมโดนบรรดาแฟนคลับรุมตายพอดีถ้าเป็นแฟนกัน” พี่แบล็คพูด พูดซะอย่างกะชอบฉันอย่างนั้นแหละ แต่ก็ไม่เลยสักนิดไอ้พี่แบล็คบ้า 

“แล้วสรุปเอาอะไรมั้ยเรา ร้านลุงอร่อยน้า ลองแล้วจะติดใจ” ลุงพูด 

“งั้นผมเอาเหมือนนี่เลยครับพิเศษนะครับลุง” พี่แบล็คพูด แล้วลุงก็เดินกลับไปทำก๋วยเตี๋ยวต่อ ตอนนี้ยังไม่มีลูกค้าเข้าใหม่ มีที่นั่งกินอยู่สองสามโต๊ะ 

เรานั่งกินก๋วยเตี๋ยวกันไปอย่างสนุกสนาน ลุงก็เดินมาพูดด้วยบ้างเวลาแกว่าง ใช้เวลาอยู่ร้านก๋วยเตี๋ยวนานใช่เล่นนะ พี่แบล็คติดใจใหญ่จนต้องสั่งเพิ่มอีกชาม แหน่ะเห็นมั้ยบอกแล้วว่าอร่อย 

 

วันต่อมา... 

ตอนนี้ก็เลิกเรียนแล้ว ฉันต้องแยกกับกรีนและภูมิไปที่ห้องซ้อม เพื่อนๆของฉันยังคงไปซ้อมเชียร์ทุกๆวันหลังเลิกเรียน ภูมเองก็ต้องไปถึงจะมาช่วยซ้อมแต่ก็มาได้หลังซ้อมเชียร์นั่นแหละ แต่ก่อนที่จะถึงห้องซ้อมก็เจอกับกลุ่มพี่ปีสองในนั้นมีพี่เต้กำลังเดินมาทางนี้สงสัยไปเอาอุปกรณ์ที่ห้องเก็บของมา ได้จังหวะแล้วเข้าไปทักดีกว่า  

“สวัสดีค่ะพี่ๆ นี่ขนของไปห้องเชียร์เหรอคะ” ฉันยกมือไหว้และพูดกับพี่ๆ 

“ใช่แล้วจ้ะ นี่เราจะไปซ้อมใช่มั้ยสู้ๆน้า” พี่ผู้หญิงคนหนึ่งตอบกลับมายิ้มแย้ม 

“ขอบคุณค่ะ เอ่อะพี่เต้คะ ปันขอคุยด้วยแปปนึงได้มั้ยคะ?” ฉันพูด 

“ครับ ได้สิพวกมึงไปก่อนเดี๋ยวกูตามไป พี่ครามจะด่าเอา” พี่เต้พูดบอกเพื่อนและยื่นของให้ยกไปด้วย 

“รีบตามมาล่ะ อย่าไปก่อกวนน้องนะมึง” เสียงเพื่อนในกลุ่มพูดแซวแล้วเดินไป 

“ว่าไงครับปันปัน มีอะไรจะคุยกับพี่รึเปล่า” พี่เต้พูด 

“ปันว่าพี่เต้รู้ว่าปันจะคุยอะไร” ฉันพูดออกไปแกล้งๆ อยากรู้ว่าจะโป๊ะไหม 

“รู้แล้วเหรอว่าเราเป็นสายรหัสกัน” พี่เต้พูด นั่นไงโป๊ะแล้วหนึ่ง 

“ฮ่าๆๆ รู้ตัวมั้ยคะว่าโป๊ะ” ฉันพูดขำๆ พี่เต้ก็ได้แต่ยิ้มแหยๆมาให้ 

“เราหลอกต้อนพี่เหรอ ร้ายนะเนี่ย” พี่เต้พูด 

“พี่เต้คะ ยอมรับปันเป็นน้องรหัสนะ อย่าใจร้ายเลยปันก็ตัวแค่นี้เอง ไหนจะต้องไปซ้อม ไปเรียนไม่มีเวลาไปตามหาตามตื้อเลยง่ะ” ฉันพูดอ้อนๆ 

“แหม อ้อนจริงเชียว แล้วปันรู้ได้ไงว่าเป็นพี่ล่ะ” พี่เต้พูด 

“ปันไปค้นหามาว่าชื่อพี่เต้แปลว่าผู้บรรลุธรรมค่ะ ปันว่าใช่แหละ ใช่แน่นอน” ฉันพูด จะบอกไปเลยว่าพี่แบล็คบอกก็กลัวว่าจะโดนหาว่าไม่มีความพยายาม ถึงมันจะจริงก็ช่างเถอะ 

“แล้วปันมั่นใจได้ไงว่าเป็นพี่ล่ะ” พี่เต้พูด นี่มันจะไม่ยอมง่ายๆเลยใช่ไหมนะ 

“เห้อ ปันมั่นใจล้านเปอร์เซ็นเลยล่ะค่ะแต่ถ้าพี่เต้ไม่อยากรับปันก็ไม่เป็นไร ปันมันก็แค่เด็กที่ไม่พยายามอะไรเลย แล้วก็แค่เอาเวลาไปทุ่มกับงานกับอะไรมากกว่าถึงจะอยากมาตามหาแต่เวลาไม่พอแค่ไหนก็ตาม” ฉันพูดแสร้งตีหน้าเศร้าตัดพ้อออกไป 

“พอๆครับพอ ยอมก็ได้เรานี่นะ ก็แค่ถามทำไมต้องตัดพ้อกันขนาดนี้เนาะฮ่าๆๆ” พี่เต้พูด 

“จริงเหรอคะ พี่เต้ใจดีที่สุดในโลกเลยสมแล้วที่ปันได้เป็นน้องรหัส ดีใจจริงๆเลย” ฉันพูดแล้วยิ้มแย้มออกมา 

“แหม คนตัดพ้อเมื่อกี๊ไปไหนแล้ว” พี่เต้พูด 

“ฮ่าๆๆ ก็คนมันดีใจไง เอ้อพี่เต้คะแล้วสายรหัสปีสามปีสี่เป็นใครอะ พี่เต้พอจะบอกปันได้มั้ย” ฉันพูด 

“ปีสามก็พี่วิอ่ะ คนที่น่ารักและใจดีๆหน่อย รู้จักมั้ย” พี่เต้พูด  

“พี่วิที่น่ารักๆนะเหรอคะ อุ้ยดีอ่ะ แล้วพี่ปีสี่ล่ะคะเป็นผู้ชายใช่ไหมคนไหนอะ” ฉันพูด 

“นี่เรารู้เหรอว่าปีสี่สายเราเป็นผู้ชาย” พี่เต้พูด 

“แล้วใช่ไหมค่ะ พี่เขาจะฝากขนมมาให้เกือบทุกวัน ฝากเงินมาเลี้ยงข้าวอีกด้วยนะ บอกไว้ว่าปู่รหัสฝากมาให้เงี้ย คนไหนอะพี่เต้ปันอยากรู้” ฉันพูด 

“เฮียแบล็คนี่ก็ใจดีอะไรขนาดนั้นนะ ปีเราไม่เห็นจะได้เลย ลำเอียงเกิ้นน” พี่เต้พูด 

“ห้ะ!!” 

กลับหน้าเรื่อง
ลุงร้านเตี๋ยวยังบอกให้คบกันเลย ดูออกว่าชอบกันก็มีแต่สองคนนั้นแหละไม่รู้ใจตัวเองสักที อ่านแล้วมาเม้นท์แชร์กันนะคะ 🙏❤️
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น