ต้นรักข้างขุน
Chapter 10 || We are Close?
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
Chapter 10 || We are Close?

 

#10 

We are Close?  

 

 

เป็นครั้งแรกที่ผมได้มานั่งกินหมูกระทะตั้งแต่กลางวันแสกๆ แบบนี้ แถมยังไม่ได้รับอนุญาตให้ลุกไปหยิบอะไรเลยด้วยเพราะเพิ่งเป็นลมมา ผมได้แต่ชะเง้อคอมองแผ่นกว้างๆ ของพี่ขุนอย่างเป็นห่วง...พี่ขุนจะเคยมาตักผักตักน้ำจิ้มแบบนี้มาก่อนไหมนะ จะตักเป็นรึเปล่าผมอยากไปช่วยจังเลย…

“พี่ขุนให้รักช่วยไหมครับ รักตักผักเก่งน้า~”

เมื่อพี่ขุนเดินเอาเหล่าของที่ตักมาชุดแรกกลับมาวางที่โต๊ะผมก็รีบเอ่ยโน้มน้าวอีกรอบทันที

“เอาหมูลงเตาไป”

“…ก็ได้ครับ”

เพราะเราเล่นมาร้านหมูกระทะตั้งแต่บ่ายแบบนี้ทำให้แทบทั้งร้านเกือบจะเป็นของเราอยู่แล้ว...จะมีใครบ้างล่ะมากินหมูกระทะเวลานี้ แต่ก็ดีไปอีกแบบนะผมว่า ดูพี่ขุนจะพอใจพอสมควรเลยที่คนไม่เยอะแน่นร้านเหมือนตอนช่วงเย็น

“น่ากินจังๆ”

ผมฟังเสียงหมูสามชั้นดังซู่ซ่าที่เพิ่งเอาลงกระทะ ตาวาววับเป็นประกายด้วยความหิว อยากขอบคุณพี่ขุนสักล้านรอบที่เขาสั่งหมูกระทะชุดใหญ่ที่สุดมาให้ผมที่หิวโซอยู่...พี่ขุนเจ๋งที่สุดเลย!

นอกจากหมูแล้วผมก็เอาลูกชิ้น ผัก ปูอัดและตอกไข่ลงกับหม้อต้มรอบๆ ไปด้วย หอมมากจนอยากเอาหน้าจุ่มลงไปในหมูกระทะเลยล่ะ ฮื่ออ

“เอาไรอีกไหม”

“พอแล้วครับ พี่ขุนมานั่งๆ เดี๋ยวรักจะย่างหมูให้พี่ขุนมั่งง”

“มือมึงสั่นขนาดนั้นยังมีแรงย่างให้กูอีกรึไง”

“มันสั่นเพราะหิวต่างหากล่ะครับ ถ้าได้กินสักชิ้นสองชิ้นรักจะต้องมีแรงเพิ่มขึ้นมาแน่ๆ”

“กินเถอะ กูย่างเองได้”

“พี่ขุนกินเยอะๆ นะครับ ชุดใหญ่แบบนี้ต้องอิ่มไปถึงเย็นแน่เลย”

ด้วยความรู้สึกขอบคุณจากใจจริงๆ ที่พี่ขุนทั้งพาผมไปที่เต็นท์พยาบาล อาสายังพาไปส่งที่หอรวมถึงพามากินหมูกระทะแบบนี้ ผมถึงได้คีบหมูชิ้นแรกที่ย่างสุกแล้วไปไว้ในจานคนตรงข้ามให้ ก่อนส่งยิ้มจริงใจเพื่อแสดงความขอบคุณต่อทุกๆ อย่างไปให้

“ชิ้นแรกจะอร่อยที่สุด รักยกให้พี่ขุนเลยครับ!”

“เออ ขอบใจ มึงก็เอาเข้าปากตัวเองได้แล้ว”

“เรื่องนั้นรักไม่พลาดหรอกค้าบ~”

แล้วผมก็ทำการคีบหมูอีกชิ้นมาจิ้มน้ำจิ้มรสเด็ด เป่าฟู่ๆ ไม่กี่ทีก็ส่งเข้าปาก...อร่อยมาก! ทำไมหมูกระทะวันนี้ถึงได้อร่อยขนาดนี้กันนะTT อร่อยจนอยากจะร้องไห้เลย

“ฮือ ทำไมอร่อยขนาดนี้เนี่ย”

หลังจากนั้นต้นรักร่างหิวโซก็วางตะเกียบไม่ลงอีกเลย ทั้งหมูทั้งอย่างอื่นก็ถูกผมพาเข้ากระเพาะไม่ยั้ง วุ้นเส้นก็หนึบหนับแบบที่ผมชอบเลย ร้านนี้ดีที่สุด! และถึงช่วงแรกๆ จะโดนพี่ขุนดุให้นั่งเฉยๆ ยังไง แต่ช่วงหลังๆ ผมก็แอบวิ่งตามพี่ขุนไปช่วยตักนู่นนี่บ้าง ผิดจากที่คาดคิดไว้เพราะผมไม่ได้โดนดุอีกแค่ให้ถือตะกร้าผักเบาๆ แค่นั้น

“รักไม่คิดเลยว่าพี่ขุนก็จะมางานกีฬาวันนี้ด้วย” พอเข้าสู่ช่วงที่เริ่มอิ่มขึ้นแล้วผมก็เอ่ยชวนอีกฝ่ายคุยบ้าง

...จะไม่ให้อิ่มได้ไงล่ะ ก็พี่ขุนต้องสั่งชุดใหญ่มาให้อีกชุดเพราะผมกินชุดแรกหมดเร็วมากเลยนี่ ._.

“เพื่อนมันชวนมาดูบอล”

ผมพยักหน้ารับหงึกหงัก ใช้ช้อนตักน้ำซุปแสนกลมกล่อมขึ้นมาเป่า เหมือนการมากินหมูกระทะครั้งนี้ผมได้กินไปแล้วแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ที่เหลือถึงจะเป็นพี่ขุน ผมเห็นอีกฝ่ายกินไปน้อยมากๆ …หรือว่าพี่ขุนจะไม่ใช่ทาสหมูกระทะกันนะ

พอนึกขึ้นมาก็เกิดสงสัยเลย คนแบบพี่ขุนนี่จะชอบกินอาหารยังไงนะ ต้องแอบถามดีกว่าเผื่อไปกินตามแล้วจะได้เท่เหมือนพี่เขาบ้าง!

“พี่ขุนไม่ชอบกินหมูกระทะเหรอครับ”

“เฉยๆ แต่ก็ไม่ค่อยได้กินเท่าไหร่”

“แล้วพี่ชอบกินข้าวอะไร รักถามได้ไหม”

“ได้หมด กูไม่เรื่องมาก มีไรให้กินก็กินอันนั้น”

โห…เป็นคนไม่เลือกกินด้วยเหรอเนี่ยย เหมือนรักเลย! รักกินได้ทู้กกอย่าง

“แต่พี่ขุนไม่ชอบกินขนมนี่ครับ”

“อันนั้นไม่ใช่ข้าว”

“จริงด้วย แหะๆ”

ผมพลิกหมูในเตาให้มันสุกทั่วกัน เนื้อฉ่ำน่ากินจนผมอยากกินต่อเรื่อยๆ ไม่หยุดเลย แตกต่างจากพี่ขุนสุดๆ เพราะเขาเหมือนจะอิ่มแล้วจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น ผมแอบสังเกตคนที่มีโครงหน้าสมส่วนที่ส่งให้เจ้าตัวเหมือนกับดารานักร้องในวงการบันเทิงเลยด้วยซ้ำ คิ้วที่มักจะขมวดเข้าหากันหน่อยๆ เป็นเอกลักษณ์เริ่มเป็นภาพที่ชินตาสำหรับผมไปแล้ว

ไม่รู้ตั้งแต่ตอนไหนที่ผมรู้สึกว่ากลัวพี่ขุนน้อยลงไปมากๆ แล้ว…ที่สำคัญยังนึกคิดขึ้นมาได้ว่าเราสองคนรู้จักกันมาขนาดนี้ได้ยังไงกันนะ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วมันดูเป็นไปได้ยากสุดๆ

ผมเกิดหนึ่งคำถามขึ้นมาในใจและอยากจะลองถามพี่ขุนออกไปว่าคิดเหมือนกันรึเปล่า เพราะตอนนี้ผมรู้สึกสบายใจอย่างไม่น่าเชื่อตอนอยู่กับพี่ขุน

“พี่ขุนครับ”

“ว่า”

พี่ขุนคิดว่าเราเริ่มสนิทกันแล้วเหมือนที่รักคิดไหมครับ

อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอมือถือขึ้นมามองกันในทันที เกิดความเงียบขึ้นรอบตัวเราชั่วอึดใจก่อนที่เสียงทุ้มเข้มจะเอื้อนเอ่ยประโยคต่อมาในที่สุด

“ทำไม ถ้าสนิทกันมึงจะพูดเก่งมากขึ้นกว่าเดิมรึไง”

“แหะๆ ใช่ครับ พี่ขุนอาจจะถึงขั้นอยากปิดหูไม่อยากฟังรักพูดแล้วไปเลยก็ได้”

ถ้ากับคนที่สนิทหรือไว้ใจแล้วผมจะเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด ไม่ว่าจะอยู่กับครอบครัว เพื่อนๆ พี่น้องหรือว่าใครก็ตาม…แต่ผมก็ไม่ได้มีคนสนิทเยอะนักหรอก น้อยมากๆ เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ

อาจจะเป็นเพราะบาดแผลในอดีตที่มันยังฝังใจอยู่

งั้นก็เป็น เอาตามที่มึงคิดนั่นแหละ

“รักกับพี่ขุนสนิทกันแล้วใช่ไหมครับ”

ไม่รู้เป็นในวินาทีไหนที่ผมเผลอยิ้มกว้างไปให้อีกคนอย่างดีใจ…ขอบอกเลยนะว่าถ้าต้นรักคนนี้สนิทกับใครแล้วจะใส่ใจอย่างดีที่สุดเลย!

“เออ สนิท”

“งั้นรักชวนพี่ขุนไปกินของอร่อยบ่อยๆ ก็ได้ใช่ไหมครับ”

“…ได้ ถ้ากูไม่ติดงาน”

“ส่งคลิปตลกๆ ไปให้ดูด้วยก็ได้เหรอครับ”

“อยากทำอะไรก็ทำ”

…ใครบอกว่าพี่ขุนดุกัน

ความจริงแล้วพี่เขาออกจะใจดีสุดๆ ไปเลยต่างหากเล่า :)

 

 

 

 

 

 

 

 

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง! วันที่พี่รักจะกลายเป็นคนเท่แล้วจริงๆ!

เมื่อคืนก่อนผมได้นอนคิดมาทั้งคืนว่ามันถึงเวลาแล้วที่แก้มของผมจะต้องลดลงและจะต้องมีร่างกายที่แข็งแรงให้ได้ ผมนอนเลือกวิธีออกกำลังกายนานมากๆ ว่าจะใช้วิธีไหนดี แต่แล้วในที่สุดผมก็สะดุดตาสะดุดใจเข้ากับกีฬาอย่างหนึ่งเข้าอย่างจัง และเพียงแค่นึกภาพว่าผมเล่นมันได้สำเร็จจะต้องเป็นต้นรักที่แสนเท่แน่นอนผมก็เผลอยิ้มออกมายกใหญ่แล้ว

และกีฬาที่ว่านั่นก็คือการเล่นสเกตบอร์ดยังไงล่ะทุกคน!~…ผมน่ะนะ ยิ่งดูคลิปวิดีโอในยูทูบที่เขาเล่นกันพลิ้วๆ แล้วก็รู้สึกประทับใจสุดๆ ไปเลย วันนี้ก็จะเป็นครั้งแรกที่ผมได้ลองฝึกเล่นสเกตบอร์ดจริงๆจังๆ แล้ว

จริงๆ เหตุผลที่มาที่ไปที่ทำให้ผมรู้สึกอยากแข็งแรงขึ้นก็เพราะไม่กี่วันก่อนไอ้กัลป์กับดาวโดนคนนิสัยไม่ดีทำร้ายน่ะสิ ตอนได้รู้ข่าวยอมรับเลยว่าผมโกรธมากๆ โกรธจนอยากจะวิ่งไปต่อยไอ้คนที่มาทำร้ายเพื่อนที่น่ารักทั้งสองคนของผม แต่นั่นก็ยังช้ากว่าพี่ไฟกับพี่เพลิงอยู่ดี…ยิ่งได้เห็นบาดแผลฟกช้ำของไอ้กัลป์เพราะผมวิดีโอคอลไปหาก็รู้สึกโมโหจนอยากจะร้องไห้เลยล่ะ เพราะแบบนี้แหละผมเลยต้องฟิตร่างกายอย่างจริงจังเผื่อว่าถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกผมจะได้มีแรงช่วยเพื่อนบ้าง

แต่ในเรื่องร้ายๆ ก็ยังมีเรื่องดีอยู่บ้างนะ!…นั่นก็คือกัลป์กับพี่เพลิงกำลังจีบๆ กันอยู่ด้วยแหละ เป็นอะไรที่น่าตกใจแต่ก็น่ายินดีด้วยสุดๆ พี่เพลิงเป็นพี่ชายแท้ๆ ของพี่ไฟเลย แล้วก็เรียนแพทย์แถมยังอยู่สายรหัสเดียวกับผมอีกด้วย ผมเคยได้พูดคุยกับพี่เขานิดหน่อยตอนไปเลี้ยงสายรหัสช่วงขึ้นปีหนึ่งแรกๆ เป็นคนที่ใจดีมากคนหนึ่งเลยล่ะ

“พร้อมยังไอ้แก้มอ้วน”

“อีกไม่นานคำคำนี้จะต้องหมดไปอย่างแน่นอน”

ผมกอดอกเชิดหน้าขึ้นพร้อมยกยิ้มมุมปากอย่างภาคภูมิใจ สถานที่ฝึกเล่นสเกตบอร์ดของผมในตอนนี้ก็คือลานสเกตโดยเฉพาะในมหาวิทยาลัยของผมเอง เป็นโซนกิจกรรมกลางแจ้งไว้ให้นักศึกษาได้มาเล่นกัน ผมกับแก้วใจพากันเดินเข้าไปด้านใน เป็นเวลาหกโมงกว่าๆ ที่ท้องฟ้ายังเป็นสีฟ้าอมส้มอยู่ ผมโอบอุ้มสเกตบอร์ดขนาดพอดีไว้ในอ้อมแขน ซึ่งไม่ใช่ของผมเองหรอกแต่ยืมมาจากญาติของไอ้แก้วมันน่ะ…ถึงผมจะอยากเล่นมันให้เป็นยังไงแต่ใจหนึ่งผมก็คิดเผื่อไว้ว่าตัวเองอาจจะไปไม่รอดกับทางนี้ก็ได้เลยยังไม่ซื้อเป็นของตัวเองดีกว่า

ไว้รู้สึกว่าเล่นแล้วถูกชะตาจริงๆ พี่รักจะไปซื้อเลยทันที!

“แต่มึงน่ารักดีอะ ฮะๆ กูขอเก็บภาพเป็นที่ระลึกหน่อยนะ”

“ฮึ่ย บอกเป็นคนเท่ก่อนถึงจะเก๊กท่าให้ถ่าย”

“โอเคได้ ไอ้แก้มอ้วนคนเท่”

“เดี๋ยวเถอะ!”

สุดท้ายผมก็ส่งยิ้มแฉ่งไปให้กล้องของแก้วใจ มันลงสตอรี่ไอจีพร้อมแท็กผมมาด้วย ผมก็เลยกดแชร์ต่อถึงได้เก็บโทรศัพท์ลง…ผมก็งงๆ อยู่นิดหน่อยเพราะไม่รู้ทำไมหลังจากที่เพจมอลงรูปผมที่ถือป้ายวันนั้นไปคนถึงได้ไดเรกไอจีผมมาเต็มไปหมดเลยก็ไม่รู้

แต่ผมก็ไม่ได้ตอบกลับหรอกนะ…เพราะไม่มีใครทักมาหาผมเรื่องของกินเลย ;__;

“โห คนเยอะเหมือนกันนะเนี่ย” ผมมองไปรอบๆ สนาม มีคนกำลังไถสเกตบอร์ดท่าทางพลิ้วไหวกันอยู่เต็มเลย

“นั่นสิ จะพามึงไปฝึกตรงไหนดีนะ”

“ไปมุมๆ ตรงนั้นก็ได้แก้วๆ”

“โอเค ปะๆ”

แก้วใจมาเป็นเพื่อนผมเฉยๆ นี่แหละ มันบอกว่าถ้าปล่อยผมมาเล่นคนเดียวแล้วลื่นล้มเอาแก้มแปะพื้นไปจะทำยังไง ผมก็เห็นด้วยนะ เผื่อผมเกิดหัวฟาดพื้นไปจะได้มีคนพาไปโรงพยาบาล แหะๆ

“โอเค อุปกรณ์พร้อมแล้ว เริ่มกันเลยไหม!” ไอ้แก้วว่าเสียงหนักแน่นเรียกความฮึกเหิมให้กับผม ผมเลยพยักหน้ารับหงึกหงัก สำรวจตัวเองอีกนิดหน่อยแล้วค่อยๆ วางสเกตบอร์ดลงบนพื้น

อย่างแรกคงต้องลองไถๆ ดูก่อนล่ะนะ!

“อย่าปล่อยมือกูนะแก้ว TT”

“ไม่ปล่อยแน่นอน~ จับไว้แล้วไม่ต้องเป็นห่วง”

ไม่รู้ทำไมพอขึ้นมายืนบนสเกตบอร์ดจริงๆ ผมกลับรู้สึกว่าความกล้ามันหายไปเยอะเลย ขาทั้งสองข้างสั่นไปหมดจนต้องจับมือแก้วใจที่ยืนอยู่บนพื้นให้แน่นๆ ...ทำไมพอลองจริงๆ มันถึงได้น่ากลัวแบบนี้นะ TT ขยับตัวนิดเดียวก็พร้อมไถลลื่นได้ตลอดเวลาเลย

“เฮ้ออ จะรอดไหมเนี่ยไอ้แก้มอ้วน กูบอกแล้วให้เต้นแอโรบิคดีกว่า”

“แต่มันไม่เท่นี่!”

“ออกจะสนุก กูพร้อมพามึงเต้นเลยนะ จากประสบการณ์ไปเต้นกับลุงๆ ป้าๆ แถวบ้านมาตั้งแต่เด็ก”

“ถะ..ถ้าไม่รอดจริงๆ กูจะเปลี่ยนก็ได้ U.U”

“ยังไงก็มาลองให้เต็มที่ก่อนเถอะ!”

“ได้! ตะ..แต่ฮื่ออ กูเปลี่ยนไปกอดมึงได้ไหม กูกลัวอ่า”

“ถ้ากอดแล้วจะเล่นยังไงล่ะเนี่ยย”

 

 

 

 

 

 

 

Khunmuen Part 

“ไอ้ขุน”

“ไร”

“บังเอิญจังว่ะ”

ผมเงยหน้าขึ้นมองตามสายตาไอ้เวย์ไปก็หยุดอยู่ที่สองร่าง สมองประมวลผลในวินาทีนั้นว่ามันก็บังเอิญจริงๆ อย่างที่ไอ้เวย์ว่านั่นแหละ...เพราะต้นรักกับแก้วใจกำลังประคองกันเล่นสเกตอยู่ไม่ไกลนัก

วันนี้ผม ไอ้เวย์แล้วก็เพื่อนอีกกลุ่มหนึ่งนัดกันมาเล่นสเกตที่สนามในมหาลัยเพราะไม่ได้มาเล่นกันนานแล้ว อันที่จริงผมเล่นกีฬานี้มาตั้งแต่มอต้น แล้วก็เล่นมาตลอดจนถึงปัจจุบัน แม้หลังๆ จะห่างหายไปบ้างก็ตามเพราะงานยุ่ง

ดูเหมือนสองคนนั้นจะมองไม่เห็นพวกผมเพราะคนเยอะเกินไป มีแต่ผมกับไอ้เวย์ที่มองเห็นอยู่ฝ่ายเดียว

“มองใครวะๆ ไม่ชวนพวกกูเลย” ไอ้เพื่อนผมที่มันเล่นจนเหนื่อยแล้วเพิ่งกลับมานั่งพักข้างกันว่าขึ้น

“เห้ย นั่นมันน้องคนที่เพจมอเพิ่งเอามาลงเมื่อวันก่อนๆ ปะ...หูยย ตัวจริงอย่างน่ารัก”

“อีกคนก็น่ารักเหมือนกันเลย ตัวเล็กๆ เท่าลูกหนู”

“กูเข้าไปจีบเลยดีปะวะ โดนใจอย่างแรง!”

“คว* ส้นตีน หยุดมองไอ้สัด” ไอ้เวย์ว่าเสียงเข้มพร้อมเดินไปตบหัวพวกแม่งคนละที

“โอ๊ยๆ ไอ้เหี้ยเจ็บ มือหนักฉิบหาย”

“ไอ้ขุน แล้วมองกูแรงอะไรขนาดนั้นอะ นี่พวกมึงพากันเป็นอะไรกันวะงง!”

ผมถอนหายใจอย่างหงุดหงิดจนพวกมันหนีออกไปเล่นสเกตบอร์ดอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้ ไอ้เวย์กลับมานั่งเท้าแขนไปข้างหลังมันเสยผมท่าทางหัวเสียไม่ต่างกับผมนักหรอก เรานั่งเงียบๆ เผื่อปรับอารมณ์หงุดหงิดในใจอยู่พักใหญ่กว่าจะพูดคุยกันอีกครั้ง

“ไอ้ขุน มึงหงุดหงิดเหี้ยไร”

“เสือก”

“กูว่าอาการมันชักจะแปลกๆ ขึ้นทุกวันแล้วนะมึงอะ แถมกูยังรู้มาจากไอ้ชาอีกเรื่องที่รักเป็นล้มวันนั้น มึงเสนอหน้าไปช่วยเขาก่อนใครเลยหนิ”

“เออ แล้วจะทำไม มึงมีปัญหาอะไร?”

“ซื้อหวยทำไมไม่ถูกแบบนี้วะ! กูว่าแล๊ววว”

“รำคาญฉิบหาย มึงนั่งเงียบๆ ได้ไหม”

“เพราะรบกวนสมาธิที่มึงมองน้องเขาอะดิ กูรู้หรอก…แต่ใส่เซฟตี้ครบเซตขนาดนั้นเล่นถนัดเหรอวะ”

“เอาให้ขึ้นไปยืนให้รอดก่อนก็พอกูว่า”

ผมมองต้นรักที่กอดคอเพื่อนตัวเองแน่นด้วยใบหน้าที่แสดงความกลัวอย่างชัดเจน บนร่างเล็กๆ นั่นใส่เซฟตี้มาครบชุดทั้งหมวกกันกระแทก สนับเข่าและสนับศอก...โคตรจะสมกับความเป็นต้นรักเลย

“ไอ้ขุนมึงไปช่วยสอนน้องเขาเล่นดิ จะล้มไปทั้งคู่อยู่แล้วนั่น”

ไอ้เวย์ว่าด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล ดูก็รู้ว่ามันเป็นห่วงคนของใจมันขนาดไหน เพราะรักกับแก้วใจตัวเล็กพอๆ กัน ทำให้เวลารักเซจะล้มทับคนที่ประคองอยู่ก็แทบจะล้มไปด้วยกันทั้งคู่ ก่อนจะโอ๋กันด้วยหน้าแมวๆ ...ใครปล่อยสัตว์โลกมาเล่นสเกตบอร์ดอีกแล้วว่ะ

และเป็นในตอนนี้ที่ผมรู้สึกว่าร่างกายมันเผลอชะงักไปซะดื้อๆ เพียงแค่ตากลมๆ หันมาสบประสานกันพอดี...ภายในชั่วพริบตา ดวงตากลมโตที่เบิกกว้างก็เริ่มหยีลงเพราะต้นรักกำลังส่งยิ้มกว้างๆ มาให้ผม แขนเล็กๆ ข้างหนึ่งชูขึ้นจนสุดแขนโบกทักทายกันท่าทางดีใจ

นี่เหรอว่ะสิทธิพิเศษของคนที่สนิทกันแล้วของมัน

“อ้าว ไอ้เหี้ยนี่ เขายิ้มให้ทีรีบลุกไปหาเลยนะไอ้สัด!”

ผมไม่ได้สนใจเสียงกวนตีนๆ ของไอ้เวย์ที่ดังตามหลังมาอีกเพราะหงุดหงิดสายตาไอ้พวกผู้ชายหลายคนในสนามที่หันไปมองคนที่กำลังยิ้มกว้างอยู่...โดยเฉพาะไอ้พวกเพื่อนหน้าม่อของผมแม่งยิ่งมองแทบไม่ละสายตา

ส่งคนมากระทืบพวกมันเลยดีไหมว่ะ รกหูรกตาฉิบหาย

 

 

 

 

 

 

“พี่ขุน~”

“มาเล่นสเกต?”

ผมตกใจจริงๆ นะที่เห็นพี่ขุนมาอยู่ที่นี้ด้วย เมื่อมองไปที่แขนข้างหนึ่งก็เห็นเจ้าตัวถือสเกตบอร์ดเอาไว้...แสดงว่าพี่ขุนก็เล่นเป็นใช่ไหมนะ นี่พี่เขาจะเท่ไปหมดทุกอย่างเลยจริงๆ เหรอเนี่ย

“ใช่ครับ แหะๆ ...แต่รักว่าจะนั่งพักก่อน”

พอผมลงมายืนที่พื้นแล้วแก้วใจก็เหมือนหมดแรงลงทันที...สงสารไอ้ลูกเจี๊ยบมันเหมือนกันนะเนี่ยที่ต้องมาโดนผมทับตั้งหลายรอบ ไอ้แก้วทักทายพี่ขุนเล็กน้อยด้วยท่าทางอ่อนแรงสุดๆ ก่อนจะเดินโซเซอย่างน่าสงสารไปนั่งพักอยู่ไม่ไกล

“พี่ขุนก็เล่นสเกตเป็นด้วยเหรอครับ”

“เป็น เล่นมานานแล้ว”

“เก่งจังเลยครับ รักอยากเห็นพี่ขุนเล่นบ้างๆ”

“ตอนนี้เลย?”

“อื้อครับ รักว่าพี่ขุนต้องเท่มากๆ แน่เลย”

“ไปนั่งรอไป”

ผมรีบพยักหน้ารับหงึกหงักเดินไปทรุดตัวนั่งลงข้างๆ กับแก้วใจ วางสเกตบอร์ดไว้ข้างกายแล้วนั่งกอดเข่าตัวเองมองดูร่างสูงของพี่ขุนเคลื่อนร่างกายบนแผ่นบอร์ดสี่ล้อได้อย่างคล่องแคล่ว ผมมองพี่ขุนตาค้างตอนเขาเอนตัวไปมาเพื่อบังคับทิศทางของล้อเลื่อน เส้นผมสีน้ำเงินเข้มปลิวไหวตามลมน้อยๆ รับกับใบหน้าเรียบนิ่งไม่แสดงความรู้สึกใดๆ

ยอมรับเลยว่าพี่ขุนมุมนี้มีเสน่ห์สุดๆ ไปเลย ท่วงท่าที่เป็นธรรมชาติกับวิธีที่ใช้เท้ายันกับพื้นเพื่อให้บอร์ดเคลื่อนไปด้านหน้าแบบนั้น...ผมเอียงซบแก้มกับไหล่แก้วมันช้าๆ เพราะอยู่ดีๆ ก็รู้สึกหงอยขึ้นมาซะอย่างนั้น

“เป็นอะไรไอ้รัก หงอยเลย...เรื่องสเกตเหรอ ไม่เป็นไรหรอกนะ คนเราก็ต้องเริ่มจากศูนย์ทั้งนั้นแหละ! ฮึบ”

“ขอบคุณนะแก้ว สักวันกูจะต้องเล่นได้เก่งๆ เหมือนพี่ขุนให้ได้เลย!” ผมว่าเสียงฮึกเหิม เรียกกำลังใจกลับมาให้ตัวเองอีกครั้ง

“ใช่ มันต้องอย่างนั้นแหละ…ไม่งั้นการเต้นแอโรบิคจะรอมึงอยู่นะ”

“ฮ่าๆ จริงด้วย”

ผมหันกลับมามองด้านหน้าอีกครั้งตอนได้ยินเสียงไถสเกตบอร์ดเข้ามาใกล้ เป็นพี่ขุนคนเท่นั่นเอง...ผมเงยหน้าขึ้นสบตาคู่คมก่อนที่เสียงทุ้มจะเอ่ย

“อยากเล่นเป็น?”

“ครับ รักอยากเล่นเป็นจริงๆ นะครับ ตะ..แต่แค่รักขึ้นไปยืนก็กลัวไปหมดแล้ว รักค่อยกล้าเลย”

“ลุกมา เดี๋ยวสอน”

ผมเบิกตาโตเพราะไม่คิดว่าพี่ขุนจะใจดีขนาดนี้...ยอมเสียสละเวลาเพื่อมาช่วยต้นรักคนนี้เลยเหรอครับTT

“พี่ขุน...จริงเหรอครับ”

“อืม หรือไม่อยากเรียนกับกู”

“เอาครับ! ลูกศิษย์คนนี้ขอฝากตัวด้วยนะครับ!”

ผมรีบลุกขึ้นยืนอย่างกระตือรือร้น ได้ยินเสียงแก้วใจมันหัวเราะขำด้วย

“ไอ้แก้มอ้วนสู้ๆ ดีๆ ...เรียนกับคนที่เป็นแล้วนี่แหละดีที่สุด ไม่งั้นเราคงกอดกันค่อยๆ กระดึ๊บไปทั้งสนามแน่”

“อื้อ กูไปเรียนกับพี่ขุนก่อนนะ ถ้าเหงาก็โบกมือเรียกกูได้ตลอดเลย~”

“อารมณ์ดีเชียวนะ แต่คนอย่างแก้วใจไม่ใช่คนขี้เหงาซะหน่อย”

“ฮะๆ โอเคค ไปนะ!”

ผมเดินตามหลังคนที่ตัวสูงกว่าต้อยๆ มาถึงจุดที่ค่อนข้างปลอดคนนิดหน่อย แอบมองสำรวจพี่ขุนที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสกรีนลายวินเทจตัวใหญ่ กางเกงยีนทรงหลวมสีซีดและรองเท้าผ้าใบสีดำ...แล้วก็มองต่อมาที่ตัวเองที่อยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีดำพร้อมเซฟตี้ทั้งตัว

...หรือว่าจะเอาอุปกรณ์พวกนี้ออกดีนะ พี่ขุนกับคนอื่นๆ ไม่เห็นใส่กันเลย ._.

“มึงเป็นมือใหม่ ใส่เซฟตี้แบบนี้ดีแล้ว”

“พะ..พี่ขุนอ่านความคิดรักออกด้วยเหรอครับ”

“สีหน้ามึงก็บอกทุกอย่างแล้วรัก...พร้อมเริ่มยัง”

“รักพร้อมแล้วครับ!”

พี่ขุนพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะเริ่มสอนผมจากขั้นตอนพื้นฐานอย่างการทรงตัวบนแผ่นบอร์ดก่อน พี่ขุนทำให้ผมดูเป็นตัวอย่างแล้วถึงให้ผมทำตามบ้าง...ผมรวบรวมแรงใจให้ตัวเองก่อนจะก้าวขาข้างหนึ่งขึ้นไปยืนบนบอร์ดแล้วค่อยๆ ตามด้วยขาอีกข้างหนึ่งเพื่อทรงตัวให้อยู่

“วางเท้าไว้ตรงล้อ”

“ทั้งสองข้างเลยใช่ไหมครับ”

“ใช่”

ทำอยู่หลายครั้งในที่สุดผมก็สอบผ่านวิธีการทรงตัวนิ่งๆ บนสเกตบอร์ดได้สำเร็จ ให้ไปมองทางแก้วใจมันก็ปรบมือให้ยกใหญ่อย่างดีใจ ขั้นต่อไปพี่ขุนลองให้ผมกระโดดขาคู่เพื่อขึ้นไปยืนบนบอร์ดให้ได้...แต่ขั้นนี้แหละที่ทำเอาผมใจฝ่อลงทันทีหลังจากที่พองฟูอยู่ในตอนแรก

“พี่ขุน...รักกลัว”

“กูดูอยู่ ไม่เป็นไร”

คะ..แค่นี้เองรัก! แค่โดดฮึบเดียวเท่านั้น ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับพี่ขุนอีกครั้งก็รู้สึกกล้าขึ้นมามากขึ้น ก้มลงมองแผ่นบอร์ดแล้วก็กระโดดขึ้นไปยืนด้วยสองขาเป็นครั้งแรกก่อนจะทรงตัวไม่ไหวกลับมายืนบนพื้นอีกครั้ง ถึงจะไม่สำเร็จแต่ผมก็รู้สึกว่ามันไม่ได้น่ากลัวขนาดตอนแรกแล้ว

“ลองอีกครั้ง”

“ครับ”

สุดท้ายผมก็ลองกระโดดขึ้นไปยืนบนบอร์ดเกือบห้าครั้งถึงจะสำเร็จได้ ทั้งดีใจทั้งเหนื่อยไปด้วยในเวลาเดียวกัน พี่ขุนสอนขั้นตอนต่อๆ ไปให้ผมอย่างใจเย็น ความกลัวมันลดลงไปเรื่อยๆ เพราะทุกครั้งที่ผมจะเสียหลักล้มลงก็จะได้พี่ขุนช่วยจับเอาไว้ตลอด

“ต่อไปก็ลองไถไปกับพื้นดู…แบบนี้” พี่ขุนทำให้ผมดูเป็นตัวอย่างเหมือนท่าอื่นๆ …แต่ถ้านี้ดูจะเป็นอะไรที่ยากที่สุดสำหรับผมในวันนี้เลยก็ว่าได้

“ลองทำดู”

ร่างสูงยืนอยู่ตรงหน้าห่างจากผมไปสักระยะหนึ่งเพื่อให้ผมไถสเกตบอร์ดไปหา ผมจดจำท่าทางที่เรียนมาและค่อยๆ นำมาใช้กับการไถสเกตบอร์ดครั้งแรก

...และเพราะตรงหน้ามีพี่ขุนยืนอยู่ผมเลยไม่กลัวอย่างที่ควรจะเป็น

“รักจะไปแล้วนะพี่ขุน”

“อืม รออยู่”

ผมถีบเท้าข้างหนึ่งกับพื้นสนามแล้วค่อยเก็บเท้าขึ้นไปยืนบนบอร์ด พยายามทรงตัวให้ยืนอยู่บนนั้นให้ได้...ผมค่อยๆ ยิ้มออกมาทีละนิดเพราะไม่ได้ล้มไปตั้งแต่ก้าวขึ้นบอร์ดอย่างที่คิด ผมสามารถพาตัวเองเคลื่อนมาข้างหน้าได้ตั้งแต่ครั้งแรกเลยนะ!

แต่เพราะในวินาทีถัดมาผมเอนตัวไปด้านหน้ามากไปหน่อยทำให้ผมเสียหลักเกือบจะหน้าคะมำลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว

“หะ..เหวออ!”

ผมหลับตาปี๋คิดว่ายังไงก็คงต้องบาดเจ็บหนักเป็นแน่แม้จะใส่เซฟตี้ครบชุดก็เถอะ…แต่กลับกลายเป็นว่าผมไม่ได้ถูกพื้นแข็งๆ รองรับร่างกายแต่กลับกลายเป็นอ้อมแขนของใครอีกคนแทน ในตอนที่กลิ่นน้ำหอมเย็นๆ โชยมาแตะจมูก วินาทีนั้นอยู่ๆ แก้มผมก็เกิดรู้สึกร้อนวูบวาบขึ้นซะอย่างนั้น ผมค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองภาพสถานการณ์ตรงหน้าก่อนที่จังหวะหัวใจมันจะเต้นแรงขึ้นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว

...ทั้งๆ ที่เราสบตากันมาตั้งไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้ผมกลับไม่กล้าสู้สายตาพี่เขาขึ้นมาดื้อๆ เฉยเลย

“เจ็บไหม ดีใจจนเกือบลงไปนอนกับพื้นแล้วไหมล่ะมึงหนิ”

“พะ..พี่ขุน ขอบคุณที่ช่วยรับรักไว้นะครับ” พี่ขุนค่อยๆ ปล่อยผมให้เป็นอิสระ...แต่ถึงอย่างนั้นกลิ่นกายหอมๆ ของพี่ขุนก็ยังอยู่ชัดติดจมูกผมอยู่เลย ._.

“ก็บอกแล้วไงว่ารอรับอยู่”

“แหะ...รักหนักมากไหมครับ”

“หนัก”

“...”

“โดยเฉพาะแก้มมึง”

นี่พี่ขุนก็จะล้อแก้มรักไปด้วยอีกคนเหรอเนี่ย! ฮึ่ยย ใครๆ ก็ไม่อยู่ฝั่งต้นรักคนเท่บ้างเลย

“วันนี้พอแค่นี้แล้วกัน สำหรับมึงก็ถือว่ามีพัฒนาการมากแล้ว”

“แล้ว..แล้ววันหลังพี่ขุนจะยังมาสอนรักอยู่ไหมครับ”

“อืม อยากมาเล่นวันไหนก็ทักมา”

“พี่ขุนใจดีจังเลยครับ” ผมยิ้มแฉ่งว่า

“แล้วใครที่เคยกลัวกูล่ะ”

“แหะๆ รักเองค้าบ...แต่ตอนนี้เราสนิทกันแล้วรักก็เลยไม่กลัวพี่ขุนแล้วแหละ~”

ผมเก็บภาพวิถีการแต่งกายของพี่ขุนเอาไว้ในใจเผื่อว่าครั้งต่อไปจะได้แต่งออกมาได้เท่ๆ เหมือนพี่ขุนบ้าง...และผมก็เริ่มเล่นวิธีพื้นฐานเป็นบ้างแล้ว แบบนี้ครั้งต่อไปผมต้องใส่เซฟตี้มาอีกไหมนะ

“ครั้งหน้ารักต้องใส่เซฟตี้มาอีกไหมครับพี่ขุน”

พี่ขุนไม่ได้ตอบรับกลับมาเป็นคำพูดในทันที แต่สายตาดุๆ คู่นั้นมองสำรวจทั่วทั้งตัวผมก่อนอย่างถี่ถ้วนจนมาหยุดลงตรงแถวๆ ขา ผมมองตามอย่างงงๆ ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่า...หรือผมจะใส่สนับเข่าผิดวิธีไปรึเปล่านะTT

“ใส่...มึงยังเล่นไม่คล่อง”

“ได้เลยครับ!”

“...แต่ยุงมันเยอะ ครั้งหน้ามึงใส่กางเกงขายาวมาก็ดี”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

………………………………………

ครั้งก่อนพี่ขุนทิ้งพี่ชาไว้คนเดียว คราวนี้เป็นตาพี่เวย์บ้างค่ะ55555

เพิ่งจะตอนที่สิบเอง พี่ขุนอาการชัดขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ยย อะแหะ (˘▾˘) ~

 

Twitter : @Themoonthere 

ขอให้มีความสุขกับการอ่านนะคะ♥

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น