ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
Mafia of love ภาค2: 21

บทที่ 21 

 

 

             “วันนี้ไม่เข้าบริษัทหรือไง” 

 

             เสียงป๊าที่นั่งจิบกาแฟนั่งอ่านข่าวออนไลน์ในไอแพคที่อยู่ในมือเงยหน้าถามผมที่กำลังตักข้าวต้มเข้าปาก ส่วนม๊าก็กำลังช็อปปิ้งกระเป๋าเสื้อผ้าแบรนด์ดังจะส่งมาให้ม๊าผมเลือกก่อนคนอื่นเป็นประจำ ซึ่งอภิสิทธิ์แบบนี้กว่าจะได้มาก็หมดไปหลายล้านอยู่นะครับ  

 

             “วันนี้ผมจะเวิร์คฟอร์มโฮม ป๊าไม่ต้องกลัวว่าผมจะอู้งานหรอกน่า” 

 

             “วันๆอยู่บริษัทป๊าก็ไม่เห็นแกจะทำอะไร เจ้าดาร์คทำทั้งนั้น” 

 

             “โห่ ป๊าอ่ะ!” 

 

             ผมที่นั่งคอตกหน้าถ้วยโจ๊กต้องเชิดหน้าชูคอไปหาป๊าทันที ป๊าพูดซะเหมือนผมไม่ทำงานทำการอย่างนั้นแหละ อยู่บริษัทผมก็ทำแต่ป๊าไม่เห็นเองมากกว่า เมื่อป๊าเห็นหน้าผมไม่พอใจก็ถึงกับเลิ่กคิ้วไม่รู้ไม่ชี้ตามประสาป๊าที่คอยชอบแกล้งผมอยู่เรื่อย ตั้งแต่เด็กจนตอนนี้อายุจะเข้าเลขสามแล้วป๊าก็ยังทำเหมือนเดิม 

 

“แล้วเป็นอะไร ทำไมอยากทำงานที่บ้าน” 

 

เสียงทุ้มนุ่มของป๊าเอ่ยถามจากการละสายตาจากสิ่งที่อยู่ในมือ ป๊าขยับกรอบแว่นมองผมอย่างรอคำตอบ แล้วมีหรอที่ผมจะบอกความจริงว่าที่ไม่อยากไปบริษัทเพราะไอ้ดาร์ค ไม่มีทางซะหรอกผมไม่อยากทำตัวเป็นเด็กให้ป๊ากับม๊าเห็น 

 

 “ผมแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศทำงานนิดหน่อย” 

 

ผมตอบกลับไปส่วนมือก็ใช้ช้อนคนโจ๊กที่อยู่ถ้วยด้วยสายตาเหม่อลอย เหม่อลอยคิดเรื่องคืนก่อน คิดว่าทำไมไอ้ดาร์คถึงต้องลงแรงอยู่เฝ้าเด็กโรคจิตนั่นทั้งคืน ลูกน้องอามันหรือที่มีศักดิ์เป็นพ่อของซันก็ออกจะเยอะแยะ แล้วทำไมไอ้ดาร์คที่ขึ้นชื่อว่าผวผมต้องท่อไปถึงโรงพยาบาลด้วย 

 

“ดาร์ครู้ไหมว่าเรามานอนบ้าน” 

 

ม๊าที่กำลังนั่งกินข้าวเช้าอยู่ตรงข้ามผมเงยหน้ามาถาม ถึงผมจะตอบหรือไม่ตอบด้วยความที่เป็นม๊ายังไงก็ต้องรู้แหละว่าที่ผมกลับมานอนบ้านเป็นเพราะอะไร แต่ถึงม๊าจะรู้คำตอบอยู่ในก็ไม่พูดออกมา เพราะม๊ารู้นิสัยผมดีว่าเรื่องไหนที่ผมไม่บอกมันคือผมยังไม่พร้อมที่จะเล่าให้ใครฟัง  

 

“รู้มั้งครับ” 

 

ทำไมอาการเจ็บแปลบในใจถึงกำเริบขึ้นเพียงแค่ม๊าถามถึงชื่อคนที่ทำให้ผมนอนไม่หลับทั้งคืน ใช่ เมื่อคืนผมไม่ได้หลับทั้งคืน ถ้าจะพูดให้ชัดเจนคือผมนอนรอให้ไอ้ดาร์ตตามกลับคอนโดทั้งคืน แต่รอแล้วรอเล่า รอจนผมหลับตื่นมาอีกทีเช้าของอีกวัน ผมก็ไม่เห็นมันมาอยู่ดี 

 

ยิ่งมันทำแบบนี้ผมยิ่งหน่วงในใจ… 

 

“มีปัญหาอะไรกันรึเปล่า ถึงหอบตัวเองมานอนบ้าน” 

 

ประโยคคำถามแบบนี้ไม่ใช่ม๊าอย่างแน่นอนเพราะม๊ารู้นิสัสผมดี ถ้าถามแนวนี้ป๊ษผมเอง ชอบถามจี้จุดบอดในใจให้มันตื่นขึ้นมาใหม่อีกรอบ เมื่อผมได้ยินคำพูดของป๊าริมฝีปากผมก็เม้มเจ้าหากันด้วยความวิตกกังวล ยิ่งมันหายไปทั้งวันโดยไม่ตามมาง้อผมแบบนี้จิตใจผมยิ่งไม่อยู่กับร่องกับรอย 

 

“วันนี้ออกไปทำสปากับม๊าไหม วางงานสักวันไม่ทำให้เงินบริษัทป๊าแกหายหมดหรอก” 

 

“แหม่คุณ ผมไม่ได้ใจดำที่เห็นสภาพลูกของเราไม่ดีแล้วปล่อยให้ทำงานหรอกนะ” 

 

บทสนทนาของป๊ากับมาไม่ได้อยู่โสตประสาทสักนิดเดียว เมื่อบรรยากาศเข้าสู่สภาวะตึงเครียดเพราะผมไม่อยากตอบในจริงที่ป๊าก็น่าจะรู้อยู่เต็มอกเช่นกัน ม๊าเลยทำหน้าที่เป็นตัวช่วยให้ทุกอย่างมันดูคลี่คลายลง แต่ถึงม๊าจะชวนออกผมก็ไม่มีอารมณ์ที่เดินไปไหนได้แน่ ยิ่งไม่ได้นอนทั้งคืนแบบนี้ถ้าล้มตัวนอนลงบนเตียงอีกรอบสงสัยจะหลับยาวยันเย็น  

 

“ไม่ดีกว่าม๊า ผมนอนพักเอาแรงอยู่บ้านดีกว่า” 

 

ผมตอบด้วยสีหน้าที่เพลียจัดแล้วหันมาตักโจ๊กเข้าปากคำสุดท้ายปรกติโจ๊กเป็นเมนูอาหารที่ผมชอบที่สุด ทุกเช้าตอนอยู่บ้านผมจะกินไม่เหลือข้าวสักหยด แต่มาวันนี้อารมณ์หายใจยังจะไม่มีอย่าไปนึกถึงอารมณ์กินข้าวเลย ผมนั่งจำใจกินไปคำสองคำก็ดีแค่ไหนแล้ว 

 

“ป้าสาย ป้าสายจ๊ะ” 

 

ในจังหวะที่ผมวางช้อนลงกับถ้วยก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ม๊าเรียกป้าสายมาที่โต๊ะ ผมเอื้อมมือคว้าผ้าบนตักขึ้นมาเช็ดมุมปากเล็กน้อยเพื่อเตรียมตัวลุกขึ้นห้องไปพักผ่อน  

 

“ป้าสายยกผลไม้กับน้ำแตงโมงปั่นขึ้นไปให้ทูไนท์ทีนะจ๊ะ” 

 

“ได้ค่ะคุณนาย” 

 

รอยยิ้มของม๊าฉายแววมาให้ผมสิ่งที่ม๊าสั่งกับป้าสายมันคือของที่ผมชอบทั้งนั้น ผมยิ้มให้มาแล้วลุกขึ้นเดินไปหอมแก้มผู้หญิงที่ผมรักมากที่สุด  

 

“ขอบคุณนะครับม๊า รักที่สุดเลย” 

 

ผมก้มลงห้อมแก้มม๊าฟอดใหญ่ด้วยความรักท่เต็มเปี่ยมก่อนที่ผมจะเดินอ้อมไปหาป๊าแล้วก้มลงหอมเหมือนกับที่หอมม๊าอย่างเท่าเทียม  

 

“ไนท์ก็รักป๊าที่สุดเหมือนกัน” 

 

ฝ่ามือของป๊าเลื่อนมาลูบหัวผมอย่างเบามือเวลาผมมีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจก็ได้ม๊ากับป๊านี่แหละที่ช่วยพยุงตัวผมให้ขึ้นมา ไม่มีคำถามใดๆมีแต่การกระทำแบบที่ป๊าทำอยู่ให้กับผมเสมอ  

 

“ไนท์ขอขึ้นไปนอนก่อนนะ รู้สึกเพลียขึ้นมาซะดื้อๆ” 

 

หลังจากที่กอดทั้งคู่จนหนำใจผมก็ขอตัวขึ้นไปนอนถึงแม้ไม่ได้เพลียตามที่พูดก็เถอะ นาทีขอใช้เครื่องมือโกหกเพื่อให้ม๊ากับป๊าไม่จับพิรุธผมมากไปกว่านี้จะดีกว่า  

 

ซึ่งในระหว่างที่ขาผมกำลังไปทางบันได้ของบ้านหนุ่มใส่สูทดำเต็มยศสี่คนได้เดินตรงเข้ามาในบ้าน โดยมีพี่ฉัตรเป็นคนเดินนำหน้าและสิ่งที่ทำให้ผมตกใจไม่น้อยนั่นก็คือ 

 

ดอกลิลลี่สีแดง… 

  

ดอกลิลลี่สีแดงช่อใหญ่แบบที่ไม่ได้ใหญ่กว่าไซส์ปรกติมันเป็นช่อที่สั่งทำโดยเฉพาะถูกหอบมาโดยหนุ่มชุดดำสี่ช่อ ผมที่ยืนตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยมีป้าสายที่ยืนอยู่ด้านข้างทางขึ้นบันได ดอกลิลลิ่ชิ่ใหญ่ถูกนำพามาเรื่อยๆจนหยุดอยู่ตรงหน้าผม  

 

“นายสั่งให้ผมนำสิ่งนี้มาให้คุณทูไนท์ครับ” 

 

เสียงพี่ฉัตรพูดขึ้นท่ามกลางสายตาของป๊าม๊าที่จับจ้องมาทางผม ถ้าถามว่าอึ้งไหมแน่นอนว่าต้องอึ้ง แต่ถ้สมันมีเวลาสั่งลูกน้องมาขนาดนี้แล้วทำไมมันไม่มาเองล่ะ 

 

“นายพี่เขาหายหัวไปไหน” 

 

ผมกอดอกยืดตัวหน้าตรงคอตั้งถามเสียงเรียบ สายตาทำแค่ชำเลืองมองดอกไม้ที่อยู่ตรงหน้าโดยกลีบสักดอกผมก็ไม่แตะต้อง พี่ฉัตรและเหล่าบรรดาสมุนสูทดำทั้งหลายที่อยู่ด้านหลังพากันมือเกร็งกันหมดเนื่องจากถือช่อดอกไม้เป็นเวลานาน  

 

“นายบินไปคุยงานที่ฮ่องกงตั้งแต่เช้าของเมื่อวานครับ จะกลับถึงไทยวันนี้สองทุ่มครึ่ง นายกำชับให้ผมมอบสิ่งนี้ก่อนที่นายจะมาถึงครับ” 

 

ที่มัมโทรหาผมทั้งวันและไม่มาตามผมเพราะติดงานสินะ ผมมองดอกลิลี่สีแดงเป็นสัญักษณ์แทนคำขอโทษได้ดีเชียว แต่คิดว่าแค่นี้มันจะทำให้ผมหายโกรธกับสิ่งที่มันทำไว้หรอไง แต่ผมก็ยอมรับว่าการที่ไอ้ดาร์คสั่งคนของมันให้เอาดอกไม้มาขอโทษผมมันรู้สึกชื้นใจในระดับนึง แต่มันเป็นระดับที่ยังแต่คำว่าพอใจหรอกนะ ผมไม่ใช่คนง้อง่ายๆตัวมันเองก็รู้ดีแก่ใจ 

 

“ผมวานพี่ฉัตรเอาให้คนสวนด้านนอกทีนะครับ แล้วฝากบอกนายพี่ด้วยผมไม่รับ” 

 

“แต่…” 

 

“ขอตัวครับ” 

 

สีหน้าผมจริงจังอย่างเห็นได้ชัดเลยทำให้พี่ฉัตรไม่กล้าที่จะพูดอะไรต่อ ผมหันหลังให้กับคำขอโทษของไอ้ดาร์คอย่างไม่ใยดี เหมือนกับที่มันปล่อยให้ผมนั่งรอทั้งคืน คืนนั้นกับคืนที่ผ่าน ซึ่งมันเทียบไม่ได้กับความรู้สึกที่ผมต้องเผชิญในแต่ละวินาทีหรอก มันก็รู้ว่าผมไม่ชอบ แต่มันก็เลือกที่จะทำ  

 

ทำแล้วมันก็ต้องได้รับผลที่ตามมาอย่างสมน้ำสมเนื้อหน่อยสิถึงจะรู้สึก… 

. 

. 

. 

. 

. 

 

Dark P 

 

“แกคิดว่าฉันบินมาถึงที่นี่ เพื่อให้พวกแกกับฉันว่าไม่รู้?” 

 

“อ เอ่อ…” 

 

ชายร่างท้วมนั่งตัวสั่นเทาอยู่บนโต๊ะประชุมตัวใหญ่ในบริษัทชั้นด้านธุรกิจค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับต้นของประเทศ ดาร์คหนุ่มชายวัยกลางคนที่ขึ้นแท่นผู้บริหารคนใหม่ได้ไม่กี่ปีเขาก็เจอปัญหามากมาย เหล่าสุนัขรับใช้ที่โอหัง ความโลภเข้าครอบงำ ริอาจหาผมประโยชน์เล็กๆน้อยๆลับหลังเขา ถ้าตนยอมก้มหน้าทำเป็นไม่รู้เรื่องแล้วปล่อยผ่านก็ทำได้ แต่ตนไม่ขอทำดีกว่า ถ้าสุนัขที่รับมาเลี้ยงแล้วไม่เชื่อง ตนจะเลี้ยงให้เสียข้าวสุกทำไมกัน 

 

“ฉันไม่มีเวลามานั่งเล่นกับพวกนายหรอกนะห่าวชวน” 

 

“อ เอ่อ…” 

 

“แล้วนายล่ะชินจาง ตอบฉันสิว่าทำไมเงินในบัญชีไตรมาสสามถึงหายไปกว่าล้านหยวน!” 

 

“…!” 

 

ความอดทนมันคือฟางเส้นสุดท้ายที่ตนนั้นข่มไว้ในใจได้ขาดสะบั้นลงเมื่อร่างสูงตาเฉียวคมคู่นี้นั่งมองพวกปรสิตตรงหน้ามานานนับชั่วโมง ซึ่งเป็นชั่วโมงที่ตนเองรู้สึกเสียเปล่าสิ้นดี ไม่มีคำตอบใดๆมีเพียงอาการพูดติดขัดไม่เป็นศัพท์เหมือนที่เป็นอยู่ตรงหน้าตนตอนนี้ 

 

“ฉันถามว่าเงินล้านยวนมันหายไปไหน! ตอบ!!” 

 

สิ่งที่เขาเกลียดที่สุดคือต้องมานั่งเล่นละครตบตาในเมื่อรู้ทั้งรู้ว่าสิ่งที่กำลังฉายอยู่ตรงหน้ามันคือละครฉากนึงก็เท่านั้น นัยต์ตาดุดันคู่นี้มันเริ่มฉายแววรำคาญขึ้นเสียแล้วและมันฉายแววผิดหวังเล็กน้อยเมื่อลูกน้องที่ตนไว้ใจ ถึงขนาดที่ส่งตัวให้มาคุมสาขาที่ฮ่องกง แต่พอนับวันเข้าเงินทองที่เข้ามาอย่างง่ายได้และสิ่งอบายมุขทั้งหลายเข้ามาหล่อหลอมให้กลับกลายเป็นคนโลภ ตนเองไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมาถึง  

 

วันที่ต้องตัดปรสิตชั้นต่ำพวกนี้ทิ้ง… 

 

“ม เมื่อ…เดือนที่ผ่านมาทางบริษัทเราได้ทำการวางเงินก้อนแรกเพื่อขยายแนวการลงทุนแบบอื่น…ป ไป…ครับ” 

 

ร่างสูงเอื้อมมือปลดกระดุมสูทออกแล้วเอนกายไปทางด้านหลังเก้าอี้หนังสีน้ำตาลตัวใหญ่ เอนกายฟังอดีตลูกน้องตนเองที่กำลังแสดงละครบทใหม่ให้กับตนเองได้ดู ตนนั่งมองดูสายตานิ่งรอฟังคนตรงหน้าพูดให้จบประโยค แต่กลับไม่มีประโยคต่อมานอกเหนือจากเม็ดเหงื่อที่ผุดตามใบหน้าหยดลงมาตามไร่ผม  

 

“ว่าต่อสิ ฉันกำลังฟัง” 

 

ร่างสูงโน้มตัวประสานมือเท้าคางนั่งดูละครฉากต่อไปถึงแม้ใจจะอยากจัดการให้มันเสร็จไปเสีย ตนยกนาฬิกาบนข้อมือราคาแพงขึ้นดูอีกห้านาทีจะครบหนึ่งชั่วโมงเต็ม แทนที่หนึ่งชั่วโมงนี้จะได้บินกลับไปง้อเมียแต่ต้องมานั่งทนฟังพวกไร้ประโยชน์พวกนี้พล่ามคิดแล้วก็พลานให้หงุดหงุดใจกว่าเดิม  

 

“แต่ทางฝั่งนั้นเล่นตุกติก เอ่อ เลยทำให้ทางเราต้องเสียเงินส่วนนี้ไปครับนาย” 

 

             เสียงหัวเราะดังลั่นเมื่อผู้เป็นนายใหญ่ได้ยินประโยคอดีตลูกน้องแก้ตัวให้กับตนเอง ช่างเป็นสุนัขรับใช้ที่โง่เขล่าเบาปัญญาเสียจริง ตนนั้นนึกไม่ถึงจริงๆว่าได้เลี้ยงงูพิษไว้ใกล้ตัวมานานนับหลายปี  

 

             “กร…” 

 

             ร่างสูงในสูทรัดรูปกำยำลุกขึ้นเต็มความสูงสง่าน่าเกรงขามราวกับรูปสิงโตขนาดใหญ่ที่ถูกแขวนโชว์ไว้ด้านหลัง รูปสิงโตขนาดใหญ่นี้มีไว้เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานให้แก่ตนก็เท่านั้น และเพื่อให้เหล่าลูกน้องที่คอยรับใช้ตนให้จำขึ้นใจว่า อย่าริอาจหักหลังตนไม่ว่าจะต่อหน้าหรือลับหลัง หากมันผู้ใดฝ่าฝืนต้องได้รับโทษเฉกเช่นวันนี้ 

 

             “ครับนาย” 

 

             มือขวาคนสนิทของร่างสูงที่เข้ามาอย่างน้อบน้อมก่อนที่จะส่งของเล่นชิ้นโปรดให้แก่ผู้เป็นนาย ของเล่นสุดพิเศษที่เอาไว้ใช้กับพวกพิเศษ  

 

             “ฉันนั่งฟังสองประโยคแต่เสียเวลาหนึ่งชั่วโมง แกคิดว่าฆ่าเสียเวลาที่ฉันควรจะต้องได้คืออะไร” 

 

             “…!” 

 

             ของเล่นชิ้นโปรดถูกวางลงตรงหน้าด้วยฝีมือของลูกน้องคนสนิทที่เขานั้นไว้ใจรองลงมาจากฉัตร ที่ตอนนี้คงกำลังจัดการของที่ตนตั้งใจเตรียมไว้ให้เมียสุดที่รักโดยเฉพาะ  

 

             ร่างหนาเอื้อมไปหยิบของตรงหน้าขึ้นมาแล้วค่อยๆเปิดผ้าออกจนปรากฏให้เห็นปืนรุ่นเก็บเสียงชั้นดีที่นำเข้ามาจากประเทศรัซเซียที่ตนพึ่งได้ของมาจากคู่ค้าทางธุรกิจจากประเทศต้นกำเนิดโดยแท้ คุณสมบัติของมันคือ เงียบ ซึ่งมันเป็นข้อดีที่จะกำจัดพวกเห็บไร่พวกนี้ในพื้นที่กึ่งสารธณะในบริษัทชั้นนำที่ตนได้สร้างมาเพื่อเป็นฉากบังหน้าธุรกิจสีเทาของตระกูล 

 

             “น นายครับ…ผมขอโทษครับนาย!” 

 

             “อย่า…อ อย่า!…ทำอะไรพวกผมเลยนะครับ” 

 

             ปลายปากกระบอกปืนหันไปเดินกลางหน้าของชายร่างท้วมเป็นเป้าหมายคนที่หนึ่ง สายตาเกรี้ยวกราดของร่างสูงทวีคูณขึ้นเมื่อต้องทนนั่งฟังคำโกหกพร้อมกับละครตบตาอย่างที่ผ่านมา เหล่าปรสิตพวดนี้ช่างบังอาจเกินไป พวกมันประเมินความเสี่ยงคราวนี้ต่ำไป 

 

             “ฆ่าเสียเวลาของฉันคือ...” 

 

“…” 

 

ชีวิตที่ไร้ค่าแบบพวกแกไง หึ” 

 

ร่างสูงไม่พูดพร่ำอะไรให้มากความก่อนที่จะเหนี่ยวไกลยิงแสกหน้าไปที่คนทั้งคู่ในเวลาไม่ถึงเสี้ยววินาที ลูกปืนสองนัดถูกใช้ไปเพื่อส่งให้พวกนั้นลงไปอ้อนวอนเข้าที่ขุมนรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผ้าเช็ดหน้าสีแดงถูกส่งมาให้ตนอีกครั้งเพื่อเช็ดคราบเลือกที่กระเซ็นทั่วใบหน้าราวกับตนนั้นพึ่งไปจุ่มเลือดหมูสดก็ไม่ปาน  

 

“เคลียร์สถานที่ซะ แล้วสั่งคนให้ลากคอพวกที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องยักยอกเงินบริษัทมาให้หมด” 

 

“…” 

 

“ลากออกมาทำให้พวกมันไม่เหลือรอดกลับมาใช้ชีวิตบนโลกได้อีก” 

 

“ครับนาย” 

 

ร่างสูงเช็ดคราบเลือดออกเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะโยนเศษผ้าลงบนร่างที่ไร่ลมหายใจของอดีตลูกน้องคนสนิท ก่อนที่ขายาวของหนุ่มมาเฟียมาดนิ่งจะเข้าไปในห้องลับเพื่อเอาไว้ชำระฆ่าเชื้อโรคและคราบเลือดโดยเฉพาะ ถึงแม้ร่างสูงจะจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้นแต่ใจเขากลับคิดหาวิธีรับมือกับบุคคลที่ขึ้นชื่อว่าเมียได้อย่างไร เพราะรายนั้นจัดการยากยิ่งกว่าและมันต้องใช้ทักษะกับประสบการณ์สูงมากถึงมากที่สุด แค่ร่างสูงนึกถึงใบหน้าสวยใบนั้นตนเองก็อยากจะกลับถึงไทยซะตอนนี้วินาทีเลย เพราะตนนั้น 

 

เป็นมาเฟียที่หลงเมียมาก… 

. 

. 

. 

. 

. 

              

             แสงจากพระจันทร์ยามค่ำคืนที่สาดส่องผ่านม่านโปร่งแสงชั้นเยี่ยมของเจ้าของห้องใหญ่ที่กำลังนอนหลับในห้วงวิมานของตนเอง หนุ่มมาเฟียร่างสูงกำยำที่เดินย่องเข้ามาในห้องหลังจากที่เครื่องแตะพื้นประเทศไทย ตนได้สั่งลูกน้องให้ตรงดิ่งมาที่นี้ก่อนเป็นอันดับแรก และสิ่งที่ทำให้ตนหน้าเครียดเข้าไปใหญ่เมื่อฉัตร ลูกน้องคนสนิทของตนรายงานว่าดอกไม้ที่ตั้งใจจะเซอร์ไพรส์มันใช้ไม่ได้กับการง้อในครั้ง เมื่อตนได้ยินถึงกุมขมับตัวเอง  

 

             ตนบอกแล้วว่าเมียคนนี้ง้อยาก… 

  

             ร่างสูงเดินมาหยุดอยู่บนเตียงกว้างที่ตอนนี้มีเพียงตัวโจทย์ของตนกำลังนอนอย่างสบายใจ โดยมีแค่เสื้อยืดสีขวาผ้าบางเพียงตัวเดียว และตอนนี้ชายเสื้อตัวใหญ่ได้เลิ่กขึ้นจนตนนั้นเห็นช่วงล่างของร่างบาง หนุ่มมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลผู้นี้ถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างติดขัดเมือเห็นภาพตรงหน้า 

 

ช่างเร้าอามรณ์ของตนยิ่งนัก... 

 

             ร่างสูงใช้มือเลื่อนเน็คไทคตัวเองออกจากรอบคอบแล้วใช้ใช้รอบมือข้างซ้ายของตัวเอง ก่อนที่จะโน้มตัวคลานขึ้นไปหาร่างบางตรงหน้า หรือเมียสุดที่รักของตนนั่นเอง สายตาเจ้าเหล่ปนหื่นกระหายฉายแววขึ้นเมื่อเห็นรูปร่างที่นอนยั่วยวนจนทำให้สิ่งที่อยู่ใต้กางเกงคับแน่นจนปวด  

 

             ร่างบางใต้ร่างยังไม่รู้สึกตัวอีกว่ากำลังจะถูกสิงโตตัวนี้ขย้ำกินในอีกไม่ช้า ใบหน้ารูปไข่ของคนที่นอนหลับตาพริ้มบนเตียงใหญ่มันอดไม่ได้ที่ร่างสูงจะต้องก้มลงประทับรอยจูบเพื่อเรียกสติของคนที่หลับให้ตื่นมาเห็นใบหน้าของตนให้เต็มตา  

 

             “อื้อ!” 

 

             เมื่อริมฝีปากของคนใต้ร่างถูกรบกวนจากเปลือกตาที่นิ่งสนิทกลับแปรเปลี่ยนค่อยๆลืมตาท่ามกลางความมืดที่มีเพียงแสงจากดวงจันทร์สาดส่องเข้ามาเท่านั้นเอง  

 

             “กลับมาแล้วครับ” 

 

             “…” 

 

             “คิดถึงเมียจังเลย” 

 

             ร่างสูงพูดวนอยู่ใต้จมูกร่างบางอย่างเย้ายวนโดยที่ร่างบางไม่ทันจะตั้งสติให้ครบก็ถูกฉกฉวยริมฝีปากไปซะดื้อๆ ก่อนที่มือหนาด้านบนนั้นจะเลื่อนขึ้นมาคลำบริเวณหน้าอกอย่างเอาแต่ใจ  

 

             “อื้อ! ปล่อยกู!” 

 

             แต่มีหรือที่ร่างบางจะยินยอมเมื่อความโกรธที่สะสมมาเป็นเวลานับหลายวัน ทำให้สองขาเรียวสวยคู่นั้นถึงกับถีบตัวผู้เป็นสามีที่รักด้วยพิษแรงโกรธ ถึงแม้ร่างบางจะรู้ตนสู้ไม่ได้ก็ตาม 

 

             “ออกไป! จะไปไหนก็ไป! ออกไปให้พ้นสิวะ!” 

 

             แรงดิ้นที่มากกว่าทุกครั้งเกือบทำให้มาเฟียผู้น่าเกรงขามของใครหลายๆคนต้องแพ้พ่ายให้กับภรรยาของตนเอง แรงที่ปะทะกับตนนั้นไม่ได้เกินความสามารถที่ต้นจะเอาไม่อยู่ และกลับนึกคิดเรื่องพิเรนบางอย่างขึ้นในหัว วิธีที่จะทำให้ภรรยาของเขาหายงอล  

 

             “ขอโทษ ขอโทษ” 

 

             “…” 

 

             “ผิดไปแล้ว ยกโทษให้เถอะนะ” 

 

             นัยส์ตากลมโตสั่นไหวเล็กน้อยก่อนที่จะเบือนหน้าหนีออกไปอีกทางราวกับไม่อยากเจอหน้าของตนเสียอย่างนั้น แต่แรงที่ดิ้นเมื่อสักครู่มันกลับยุติลง ทำให้ตนนั้นได้ทันทีเลยว่าคนตรงหน้ากำลังรอดูว่าผมจะทำอะไรให้ตัวเองนั้นหายโกรธ ร่างสูงยกยิ้มมุมปากทันใดเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามหมากที่ตนนั้นวางไว้ เพราะหลังจากนี้เขารับร้องได้ว่าเมียตรงหน้าจะเปลี่ยนจาก 

 

             คำด่าเป็นเสียงครางอย่างแน่นอน…. 

             

 

-------- 

ตัดฉับ/// ใครอยากอ่าน nc เม้นนนน เม้มไวมาไวเด้อสู โดยเฉพาะ nc555 

 

------- 

 

หมอเถื่อน (หมอตินxเจเจ) จบ 

เด็กเฮีย (แมนxกัส) ยังไม่จบ 

เมีย ปากหมา (เต้xเอิร์ธ) จบ 

เด็กคลั่ง S E X ยังไม่จบ 

 

              

 

              

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

              

กลับหน้าเรื่อง

 

 

 

สวัสดีค้าสวัสดีรีดทุกคนที่หลงเข้ามาก็ดีหรือตั้งใจเข้ามาอ่านนิยายไรต์ก็ดี ไรต์สิงอยู่ในธัญนานมากเลยค่ะแต่ไม่ได้มีโอกาศทักทายรีดเลย นิยายทุกเรื่องที่รีดทุกคนได้อ่านนั้นไรต์ตั้งใจเขียนทุกตอนและพยายามเขียนให้ออกมาดีที่สุด ฉะนั้นอย่าลืมเมนต์ให้กำลังใจแก่ตัวละครหลักในนิยายไรต์นะคะตัวละครหลักของไรต์อยากมีfc>< หวังว่าจะได้กำลังใจจากเมนต์ของทุกคนนะคะและขอบคุณรีดทุกคนที่สนับสนุนนิยายไรต์ค่ะ//แมงหมี่

 

 

 

https://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Cartoon00027.gif

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น