ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
Mafia of love ภาค2: 19

บทที่ 19 

 

 

             ‘อาดาร์คฮับเจไดอยากกินจ่ม…อาดาร์คแกะจ่มใหเจไดหน่อยฮับ’ 

  

           เด็กน้อยวัยหกขวบวิ่งออกจากออ้อมกอดผู้เป็นแม่จากประห้องครัวเมื่อเด็กน้อยเห็นชายร่างสูงที่มีศักดิ์เป็นอาก็วิ่งเข้าหาพร้อมกับลูกกลมสีส้มหวังให้คนที่ตัวเองวิ่งมานั้นแกะให้ 

  

             ‘เจไดอยากกินส้มหรอครับ…เดี๋ยวอาดาร์คปลอกให้นะครับ’ 

  

           ชายหนุ่มรูปหล่อที่กำลังนั่งคุยกับแฟนสาวของตนก็หันหน้ายิ้มใส่หลานชายคนโปรดด้วยความเอ็นดู สองมือใหญ่รับส้มจากมือผู้เป็นหลานและบรรจงปลอกเปลือกด้วยความตั้งใจ หนุ่มน้อยวัยหกขวบก็ได้แต่จ้องมองลูกส้มสีสวยอย่างใจจดใจจ่อ ด้านฝั่งของแฟนสาวนั่นก็คอยมองการกระทำของชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม ทุกครั้งที่ชายหนุ่มตรงหน้าอยู่กับหลานตัวน้อยเขามักจะแสดงท่าทีอบอุ่นเสมอ  

  

           ส้มลูกใหญ่ถูกปลอกออกเหลือแต่เนื้อด้านในโดยฝีมือของอาที่ตอนนี้ยื่นสิ่งหนุ่มน้อยยืนมองตาแป๋วว่าเมื่อไหร่ผู้เป็นอาจะเสร็จเสียที อุ้มมือเล็กของผู้เป็นหลานรีบเอื้อมมือไปคว้ามาพร้อมกับเขย่งหอมแก้มอาตัวเองเพื่อเป็นรางวัล 

  

           ‘ขอบคุณฮับ!’ 

  

             เมื่อได้ในสิ่งที่ใจต้องการร่างเด็กหนุ่มน้อยก็วิ่งหันหลังลับหายไปทางเดิมพร้อมกับเสียงหัวเราะของผู้คนที่นั่งเฝ้ามองเหตุการณ์ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม  

  

           ‘ดูท่าทางดาร์คชอบเด็กมมากเลยนะคะ’ 

  

           หญิงสาวหน้าตาสะสวยเอ่ยถามแฟนหนุ่มด้วยรอยยิ้ม ตนนั้นพอรู้มาบ้างว่าคนข้าวกายรักเด็กเพราะตลอดระยะเวลาที่คบกันร่างสูงมักจะชวนตนนั้นไปซื้อของเล่นให้กับเด็กที่มูลนิธิบ้านเด็กกำพร้าที่ทางครอบครัวของตนนั้นตั้งขึ้นมาไว้ ตั้งไว้เพื่อประดับหน้าตาให้ครอบครัวของตนว่าทางครอบครัวนั้นชอบช่วยเหลือสังคมเพื่อให้ได้ออกสิ่อ 

  

           ‘เด็กน่ารักดีนะ อลิสไม่ชอบหรอ’ 

  

           เสียงนุ่มนวลพร้อมรอยยิ้มที่อบอุ่นเอ่ยถามแฟนสาวขึ้น ร่างบางเมื่อได้ยินคำถามก็ยิ้มตอบกลับไปพร้อมกับแสร้งพูดในสิ่งที่คนข้างกายที่ฟังแล้วจะรักตนมากกว่าเดิม 

  

           ‘อลิสชอบเด็กค่ะ ถ้าเรามีลูกดาร์คอยากมีผู้ชายหรือผู้หญิงหรอ’ 

  

           หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความเขินอายเมื่อต้องพูดคุยถึงเรื่องนี้ ชายหนุ่มหันมายิ้มให้กับคำถามของแฟนสาวของเขาที่ตนเองนั่นรักมากเหลือเกิน ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าพวกเขาทั้งคู่ก็จะเรียนจบกันแล้วดังนั้นตนก็แอบคิดไว้มาหลังงจากแต่งงานตนอยากจะมีลูกทันที เมื่อแฟนสาวพูดในสิ่งที่เขาวางแผนไว้ในอนาคตขึ้นมาก็อดที่จะดีใจไม่ได้ 

  

           ‘ถ้าเลือกได้ก็อยากได้ลูกชายจะได้เอามาเตะบอลเล่นกับป๊าคนนี้’ 

  

           ‘แล้วดาร์คอยากมีสักกี่คนดี อลิสตั้งใจว่าคนเดียว ดาร์คว่ายังไง’ 

  

           ‘ผมว่าคนเดียวไม่พอหรอก สิบสองคนให้ตั้งทีมฟุตบอลไปเลย’ 

  

           เสียงหัวเราะของคนทั้งคู่ดังขึ้นมาจนทำให้ญาติผู้ที่วันนี้เป็นนัดเจอกันระหว่างของสองตระกลูเพื่อพูดคุยเรื่องแต่งงานที่จะถูกจัดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า  

  

งานแต่งที่เกิดจากความรักของคนสองคน  

  

งานแต่งที่ทางฝั่งของฝ่ายชายเตรียมเฝ้ารอมานานหลายปี 

  

แต่ใครจะรู้ว่าฝ่ายครอบครัวของว่าที่ภรรยาตนเองนั้นแต่งเพราะเงิน... 

  

‘ทั้งคู่ช่างเหมาะสมกันจริงๆเลยนะคะ’ 

  

ผู้เป็นแม่ของฝ่ายว่าที่เจ้าสาวยกแก้วน้ำชาลงพร้อมกับพูดขึ้นกลางวงสนทนาที่ตอนนี้กำลังนั่งมองดูคู่ว่าที่สามีภรรยาพูดคุยกันอย่างมีความสุข  

  

‘ใช่ค่ะ ลูกชายดิฉันดูมีความสุขมากเวลาที่ได้อยู่กับหนูอลิส’ 

  

ฝ่ายแม่ของร่างสุงก็พูดสมทบอย่างภูมิใจที่ลูกชายของตนเลือกคู่ชีวิตที่เหมาะสมกับตนเอง ไม่ว่าลูกชายของตนนั้นจะเลือกใครผู้เป็นแม่ย่อมรักตามโดยไม่ขัดขืน 

  

           แต่มีเพียงสายตาตมกริบของผู้เป็นพ่อทางฝั่งว่าที่เจ้าบ่าวที่กำลังมองครอบครัวตรงหน้าก่อนที่กำลังจะเกี่ยวดองกันกับตระกูลของตนด้วยสายตาที่นิ่งเฉย ตนที่เปรียมเสมือนหัวเรือของตระกูลด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาค่อนชีวิตทำให้ตนนั้นไม่ไว้ใจใครง่ายๆแม้กระทั่งญาติของตนเอง ในเรื่องที่ลูกชายคนเดียวของเขากำลังจะแต่งงาน ตนก็ยังเคลือบแคลงใจตั้งแต่ฝ่ายหญิงเรียกสินสอดที่ดูจะเกินไป ถึงแม้จะเป็นจำนวนเงินที่ตนนั้นจ่ายให้ได้สบายๆก็ตามจนตนนั้นอดคิดไม่ได้เลยว่าที่มาแต่งกับลูกชายของเขานั้นเพราะอะไร 

  

           เพราะความรัก…หรือเพราะเงิน 

  

           . 

             . 

             . 

             . 

             . 

  

             ‘พ่อคะหนูอยากรับเด็กมาเลี้ยง’ 

  

           หญิงสาวพูดขึ้นกลางบนโต๊ะอาหารของเช้าวันใหม่ เมื่อผู้เป็นประมุขของบ้านได้ยินนั้นมือที่กำลังงหั่นขนมปังถึงกับชะงักขึ้นพร้อมกับช้อนสายตามองลูกสาวของตนเอง  

  

           ‘’แกว่าอะไรนะ 

  

           ผู้เป็นบิดาถามขึ้นอีกครั้งเพื่อที่ว่าเมื่อกี้ตนเองอาจจะหูแว่ว แต่คำตอบกลับเป็นประโยคจากปากรูปกระจับสีแดงระเรื่อนั้น ผู้เป็นแม่ที่นั่งตรงข้ามลูกสาวคนสวยก็ถึงกับอึ้งไม่แพ้กัน 

            

           ‘หนูอยากเอาเด็กสักคนมาเลี้ยงก่อนที่หนูจะท้องจริงๆ ดาร์คจะได้หลงหนูมากกว่าเดิม’ 

  

           และก็เป็นอีกครั้งที่แผนของสูกสาวตรงหน้าของพวกเขาทำให้เป็นที่น่าพอใจ ตนนั้นไม่สนว่าลูกสาวจะรักหรือไม่รักว่าที่ลูกเขยขอแค่ให้ตระกลูของตนได้เกี่ยวข้องกันในทางกฏหมายก็เพียงพอ เพราะสิ่งที่ตนได้วางแผนไว้คือวันที่ลูกสาวคนนี้จะมีทายาทสืบทอดของตระกูลยิ่งใหญ่อย่างตระกูลกิตตะณไพศาล 

  

เมื่อถึงวันนั้นตนก็จะได้ครอบครองมรดกจากลูกตนเองไม่มากก็น้อย… 

  

‘ลูกสาวแม่คนนี้มองอนาคตกินขาดดีจริงๆ’ 

  

ผู้เป็นแม่พูดชมลูกตัวเองด้วยความภาคภูมิใจโดยที่ไม่ได้ห้ามปราบว่าสิ่งที่กำลังคิดนั้นมันผิดแค่ไหน แต่ถ้าจะให้รับรู้ความผิดชอบชั่วดีก็คงจะคุยกับตระกูลนี้ไม่รู้เรื่องเท่าไหร่ เพราะสันดานดิบใต้จิตสำนึกมันมืดมิดราวกับตกลงในห้วงความโลภจนกู่ไม่กลับ 

  

ความอยากได้อยากมี 

  

ความเห็นผิดแป็นชอบ 

  

           อสูรกายในคราบมนุษย์ 

  

           ‘เสร็จจากนี้เดี๋ยวฉันจะพาแกไปมูลนิธิ ไปเลือกเลือกเอาซะว่าจะเอาเด็กคนไหนมา’ 

  

           เสียงประมุขผู้โอหังของบ้านพูดขึ้นและก้มลงทานอาหารในจานต่อโดยที่หญิงสาวได้แต่นั่งยิ้มกับความคิดตัวเองว่าทำไมหนอ ทำไมถึงิดเรื่องแบบนี้ได้ช่างเป็นความคิดของผู้หญิงที่เพรีบยพร้อมในทุกๆด้านอย่างตนจริงๆ  

  

           พ่อแม่ลูกของตระกูลดังได้เดินทางมาถึงมูลนิธิเพียงฟ้าที่ถูกจัดตั้งขึ้นให้กับครอบครัวตนเองเพื่อโชว์ให้กับสังคมได้รู้ว่าพวกเขานั้นไม่เพียงแต่ตั้งหน้าทำธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่พวกเขานั้นยังสร้างมูลนิธิแห่งนี้ขึ้นเพื่อตอบแทนสังคมและให้โอกาศแก่เด็กที่ไร้บุพการี ได้มีโอกาสเจอแสงสว่างดวงใหม่ที่กำลังรอพวกเขาอยู่ 

  

           ‘สวัสดีค่ะผอ.วันนี้มาเยี่ยมเด็กๆหรอค่ะ ’ 

  

           เพียงฝันผู้ดูแลมูลนิธิที่นี้ตั้งแต่ก่อตั้งได้เดินออกมาไหว้ผู้เป็นนายของเขา ชายร่างท้วมวัยกลางคนพยักหน้ารับไหว้ลูกน้อง สายตากวาดมองไปยังสถานที่ตรงหน้าด้วยแววตาที่ไม่ค่อยสบอารม์เท่าไหร่ไหนจะอากาศที่ร้อนอบอ้าวนี่ยิ่งทำให้ตนอยากจะกลับไปนั่งห้องแอร์ในบ่อนเต็มที ตนตั้งใจไว้แล้วว่าหลังจากที่พาลูกสาวมาเดินเลือกเดินเสร็จตัวเขาเองนั้นจะไปวัดดวงตัวเองที่บ่อนเสียหน่อย 

  

           ‘ลูกฉันจะมาดูเด็กไปรับเลี้ยง มีเด็กคนไหนดูดีพอที่จะชุปให้เป็นทองได้บ้าง’ 

  

           ช่างเป็นประโยคคำถามที่ทำเอาเพีบงฝันถึงกับสะอึ้งในสิ่งที่คนตรงหน้าพูด หน้าที่เรียบเฉยของครอบครัวนี้ไม่แปลกใจเลยที่หลายปากพูดกันลับหลังว่าเป็นครอบครัวตีสองหน้า หน้านึงเอาไว้ใช้ออกสื่อส่วนหน้าที่กำลังปรากฏนี้เป็นหน้าที่แท้จริง เพราะตนรับรู้มาตลอดระยะเวลาที่ทำงานอยู่ตรงจุดนี้ 

  

           ‘มีไหมล่ะ! เร็วๆฉันร้อน!’ 

  

             หญิงสาวในชุดเดรสสีแดงพร้อมกับแว่นตาแบรนด์เนมยี่ห่อดังที่ปกปิดดวงตากลมโตถึงกับโวยวายขึ้นเมื่อความร้อนของสภาพอากาศเมืองไทยจนเหงื่อเริ่มผุดขึ้นบนใบหน้าที่ถูกคลุมไปด้วยเครื่องสำอางราคาแพง เพียงฝันที่ยืนอยู่ถึงกับหันตัวเดินนำเจ้าเข้าไปในของรั้วมูลนิธิปลายฝันด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนักกลัวมาครอบครัวเจ้าจะเกิดอาการวีนใส่ตน  

  

           และในระหว่างที่หญิงสาวร่างบางกำลังเดินตามเข้าไปสายตาเฉียวจากการกรีดอาไลน์เนอร์ก็ไปสะดุดกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังนั่งขุดดินด้วยสองมือของตัวเอง เด็กน้อยผิวขาวตรงหน้าทำเอาสองขาเรียวสวยคู่นี้ต้องหยุดเดินและกอดอกมองเด็กที่นั่งกับพื้นดินด้วยความถูกชะตา 

  

           ‘ทำไมไม่เดินเข้ามาอลิส’ 

  

           เสียงผู้เป็นมารดาตะโกนเรียกลูกตัวเองหลังจากที่หันมาแต่ไม่เจอ เพียงฝันที่กำลังจะพาครอบครัวนี้เดินเข้าไปพบเด็กๆก็ต้องเบนสายตาไปมองเด็กหนุ่มที่ลูกสาวของผอ.ตนนั้นกำลังยืนจ้องมองอยู่กลางแดด หญิงสาวเดสแดงเมื่อเห็นเด็กที่ถูกใจเร็วเกินที่คาดไว้ฏ้ตรงไปหาผู้ที่ดูแลเด็กที่นี่ว่าตัวเองเจอเด็กที่ต้องการแล้ว 

  

           ‘เด็กคนนั้นอยู่ที่นี่นานหรือยัง’ 

  

           ปากกระจับที่ถูกทาด้วยลิปสติกสีแดงสดกอดอกเอ่ยถามคนตรงหน้า เพียงฝันมองเด็กน้อยคนนั้นแล้วหันมาตอบคนตรงหน้าด้วยแววตาที่ดูเป็นกังวล เพราะอะไรนะหรอเพราะเด็กคนนั้นส่อแววไม่ปรกติตั้งแต่ถูกมาทิ้งไว้หน้ามูลนิธิตั้งแต่สองสัปดาห์ที่แล้วนี้เอง เด็กน้อยอายุอายุราวเจ็ดแปดปี ชอบที่จะปลีกวิเวกอยู่คนเดี๋ยว แต่ถ้ามีเพื่อนเล่นด้วยเด็กคนนั้นมักจะชอบแย่งของเล่นของเพื่อนคนอื่นจนไม่มีใครที่อยากจะเล่นด้วย 

  

           ‘นับวันนี้ก็สองสัปดาห์ค่ะ’ 

  

           เช่างเป็นเวลาสั้นเหลือเกินแต่เหมือจะเป็นชะตาที่กำหนดให้ตนเองนั้นให้ได้มาพบเจอกับเด็กหนุ่มนั่น และอดคิดไม่ได้เลยว่าแฟนหนุ่มถ้าเจอเด็กน่าตาน่ารักแบบนั้นจะหลงแค่ไหน 

  

           ‘ฉันเอาเด็กนั่นก็แล้วกัน’ 

  

           ‘อ เอ่อ…ค่ะ’ 

  

           เพียงฝันได้แต่คิดในใจว่าคนเราจะรับเลี้ยงเด็กสักคนต้องเกิดจากคามเอ็นดูอยากที่จะรับไปเลี้ยงและศึกษาพฤติกรรมของเด็กคนหนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจเลี้ยงดู แต่กลับไม่ใช่อย่างคนตรงหน้านี้เพียงฝันไม่อาจรับรู้ถึงความรู้นั้นได้แม้แต่น้อย แต่ตนก็ไม่แปลกประหลาดใจสักเท่าไหร่เพราะขนาดใช้คำพูดยังใช้คำว่า 

  

           เอา แทน รับเลี้ยงเลย… 

  

             ‘เด็กนั่นชื่ออะไร’ 

  

           ร่างบางถามขณะยืนกดโทรศัพท์แชทพูดคุยกับแฟนหนุ่มว่าเย็นนี้เขามีเรื่องจะเซอร์ไพซ์ 

  

             ‘ซันค่ะ’ 

. 

. 

. 

. 

. 

  

ร่างสูงที่นั่งอยุ่ในบ้านของว่าที่ภรรยาของตัวเองหลังจากกลับมาจากดูงานจากบริษัทสำนักงานใหญ่เพราะตนต้องเรียนรู้งานอีกเยอะเตรียมพร้อมหลังจากที่เรียนจบแล้วตนเองจะต้องมารับหน้าที่แทนผู้เป็นบิดาอย่างเต็มตัว ร่างสูงกำยำเอียนตัวลงโซฟาตัวใหญ่โดนมีแม่บ้านยกน้ำเย็นมาเสิร์ฟ เปลือกตาปิดลงเพื่อพักสายตาจากการอ่านเอกสารนับร้อยแผ่นพร้อมกับยกมือมาคลึงบริเวณขมับที่ตอนนี้เริ่มมีอาการปวดจากไมเกรนขึ้นมา 

  

ร่างสูงเอนกายได้สักพักก็รู้สึกได้ว่ามีฝ่ามือนุ่มกำลังเลื่อนมือมานวดให้ตนแทน เปลือกตาคู่นั้นถูกเปิดออกพร้อมกับดวงตาสีฟ้าครามที่ได้มาจากฝั่งพ่อที่มีเสี้ยวของญี่ปุ่นมาบ้าง รอยยิ้มบนใบหน้าอันหล่อเหลาของร่างสูงผุดขึ้นเมื่อเห็นว่าที่ภรรยากำลังนวดคลึงให้อย่างเอาใจ  

  

‘เหนื่อยมากไหมคะดาร์ค เดี๋ยวอลิสนวดให้นะคะ’ 

  

สายตาช่างเอาใจเขายิ่งนักฝ่ามือหนาเลื่อนไปจับสะโพกของคนตรงหน้ายกขึ้นและเปลี่ยนมุมใหมานั่งบนตักตนแทน ฝ่ามือหนาเริ่มลูบไล่เอวมนด้ววความหลงรักที่โงหัวแทบจะไม่ขึ้น ตนเองนั้นรอที่จะเข้าเรือนหอกับว่าที่ภรรยายแทบไม่ไหว ตนเองนั้นหลงร่ายกายตรงหน้าเหลือเกิน 

  

‘เหนื่อยขออ้อนหน่อยได้ไหม’ 

  

เสียงกระซิบรดบริเวณต้นคอทำเอาร่างบางที่กำลังนวดนั้นถึงกับชะงักเพราะอาการตื่นตัวในร่างกาย แต่ก่อนที่มันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ร่างบางก็ต้องดันตัวออกจากแฟนหนุ่มหรือว่าที่สามีในอีกไม่กี่เดือนนี้ออก และนั่นทำเอาเจ้าตัวที่นั่งอยู่บนโซฟาถึงกับจิปากในลำคอ 

  

‘หยุดเลยนะ วันนี้อลิสมีเรื่องสำคัญจะบอกนะคะ’ 

  

หญิงสาวยิ้มร่าด้วยอาการตื่นเต้นที่จะมีของมาเซอร์ไพรซ์แฟนหนุ่ม ร่างหนาที่นั่งอยู่นั้นก็ถึงกับงงว่าเขากำลังจะถูกเซอร์ไพซ์อะไรหรือ แต่ร่างบางไม่ปล่อยให้สงสัยนานก็พยักกหน้าให้คนใช้พาเด็กคนหนึ่งเข้ามานั่งบนโซฟาตัวตรงข้ามกับเขา 

  

‘วันนี้อลิสไปที่มูลนิธิมาแล้วบังเอิญเจอเด็กคนนี้เลยถูกชะตา’ 

  

‘…’ 

  

‘ก็เลยรับเด็กคนนึงมาเลี้ยง เซอร์ไพซ์ไหมคะ’ 

  

รอยยิ้มที่ถูกปั่นแต่งขึ้นให้ฉาบทับใบหน้าจริงที่ถูกกลบไว้ในด้านมืด ซึ่งรอยยิ้มที่ผุดขึ้นราวกับเป็นรอยยิ้มของว่าที่แม่คนใหม่ของเด็กตรงหน้าที่ก่อนหน้านี้สีหน้าท่าทางต่างกันราวฟ้ากับเหว แฟนหนุ่มที่ได้ยินดังนั้นถึงกับช็อคในสิ่งที่เห็น ตนไม่คิดว่าแฟนสาวตรงหน้าจะมีสัญชาติญาณของความเป็นแม่มากขนาดนี้ ส่วนเด็กตรงหน้าก็ช่างน่าเอ็นดูจนตัวเขาอดที่จะเอื้อมมือไปลูบหัวไม่ได้ 

  

‘ไม่คิดเลยว่าอลิสอยากจะมีลูกแบบนี้ผมคิดไว้มาตลอด’ 

  

หญิงสาวเผยยิ้มกว้างขึ้นเมื่อแผนที่ตนเองวางไว้ช่างเข้าทางตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มเลย... 

  

‘อีกหลายปีกว่าอลิสจะมีลูกให้ดาร์ค อลิสเลยคิดว่ารับเด็กมาเลี้ยงให้เขาได้โตมาเป็นพี่ดูแลน้อง แล้วเด็กคนนี้ก็น่ารักน่าเอ็นดูด้วย’ 

  

ฝ่ามือนุ่มเอื้อมมาลูบผมเด็กน้อยที่ตอนนี้กำลังนั่งมองคนตรงหน้าอย่างร่างสูงตาไม่กระพริบ… 

  

‘แล้วเด็กคนนี้ชื่ออะไร’ 

  

เสียงหัวเราะของชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟาดังขึ้นเมื่อแฟนสาวเขาร่ายยาวด้วยสีหน้าที่มีความสุขซึ่งไม่ต่างไปจากเขาก่อนที่จะเอ่ยถามในขณะที่มองหน้าเด็กน้อยตรงหน้า คนที่เขาจะต้องรับเลี้ยงไปพร้อมกับร่างบาง ถึงตนจะไม่สามารถให้เด็กน้อยตรงหน้าเรียกในฐานะพ่อได้ถึงตนจะรักเด็กแค่ไหนแต่ถ้าไม่ใช่ลูกที่เกิดจากเขา เขาก็ไม่อยากให้เรียกพ่อ แต่ตนนั้นจะดูแลเด็กหนุ่มตรงหน้าให้ดีที่สุด… 

  

‘ซันค่ะ เด็กคนนี้ชื่อซัน’ 

. 

. 

. 

. 

. 

 

“ถึงกูจะมีทูไนท์หรือไม่มี…กูก็รักมึงแบบนั้นไม่ได้!” 

 

 

สิ้นคำของคนตรงหน้าทำเอาใจของร่างบางแตกสลายไม่มีชิ้นดี นี่หรือคือคนที่บอกว่าจะดูแลตนไปตลอดแล้วทำไมมันถึงกลับเป็นแบบนี้ น้ำตาที่นองไหลอาบแก้มสองใบหน้ารูปไข่ยิ่งกรีดร้องด้วยความสิ้นหวังราวกับถูกแย่งของรักไปต่อหน้า มือสองข้างเริ่มยกขึ้นมาทุบตีตัวเองด้วยอารมณ์ที่โดนขัดใจจนเกิดรอยแดง ร่างสูงตรงหน้าเมื่อเห็นดังนั้นก็โผล่เข้าไปคว้าแขนเรียวให้เลิกทุบตีตัวเอง แต่เหมือนแรงของคนในอ้อมกอดนั้นมันเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ 

 

 

“ฮือ!...พี่ดาร์คไม่รักซันแล้ว!...พี่ดาร์คกำลังจะทิ้งซันไป!...ฮืออ…กรี๊ดดด!” 

 

 

คำพูดที่ฟังไม่ได้ศัพท์เพราะเสียงสะอื้นปานจะขาดใจพร้อมกับเสียงกรีดรออย่างทุกข์ทรมานทำเอาร่างสูงของดาร์คต้องชะงักเมื่อเห็นปฏิกิริของคนในอ้อมกอด  

 

 

ปฏิกิริยาที่มันไม่ใช่คนปรกติที่เป็นกัน… 

 

 

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างไม่ต้องสงสัยและใช้แรงที่มีรวบตัวร่างบางขึ้นมากอดไว้แน่นพร้อมกับเอ่ยเสียงปลอมและใช้ฝ่ามือตนเองตบหลังร่างบางเบาๆ 

 

 

“ชู่ว์…หยุดร้องก่อน…กูยังอยู่ตรงนี้ซัน…ชู่ว์” 

 

 

เสียงเบาราวกับกระซิบแต่มันกลับทำให้คนที่ร้องไห้ปานจะขาดใจกลับสงบลงได้…ร่างกายของซันที่เหมือนจะได้สติกลับคืนมาเมื่อรับรู้ว่าคนที่ตนเองหวงนักหนากลัวว่าจะทิ้งตนเองไปเหมือนแม่เลี้ยงอย่างอลิสก็ถึงกับกระชับอ้อมกอดราวกับกลัวมันจะหายไป… 

 

 

“ฮึก…อย่าไปนะ…พี่ดาร์คอย่าทิ้งซันไปไหนนะ” 

 

 

เสียงสั่นเครือและพฤติกรรมที่แสดงออกมาของคนในอ้อมกอดทำเอาดาร์คที่ตบหลังร่างบางอยู่ต้องฉุดคิดขึ้นมาว่าเป็นเพราะเหตุใดกันที่ทำให้เด็กที่สดใส ร่าเริง เด็กที่ถูกเขาเลี้ยงดูจากที่มีนิสัยดื้อรั้น เอาแต่ใจ เก็บตัวเงียบหลังจากที่อดีตภรยาได้รับมาเลี้ยงเมืองสิบปีก่อนถึงกลับเปลี่ยนมาเป็นคนละคน นิสัยเดิมเมกลับมา อีกทั้งพฤติการอันน่าเป็นห่วงเข้ามาแทรกตั้งแต่บินกลับมาจากต่างประเทศ มันเกิดอะไรกับคนในอ้อมกอดนี้กันแน่ร่างสูงได้แต่คิดในใจ… 

 

 

 

----- 

มาค่ะ come back แล้วจ้า ไรต์ยังอยู่นะคะยังไม่หนีหายตายจากรีดไปไหน 55555 

 

 

----- 

ฝากผลงาน 

หมอเถื่อน (หมอตินxเจเจ) 

เด็กเฮีย (แมนxกัส) 

เมีย ปากหมา (เต้xเอิร์ธ) 

เด็กคลั่ง S E X 

  

  

            

กลับหน้าเรื่อง

 

 

 

สวัสดีค้าสวัสดีรีดทุกคนที่หลงเข้ามาก็ดีหรือตั้งใจเข้ามาอ่านนิยายไรต์ก็ดี ไรต์สิงอยู่ในธัญนานมากเลยค่ะแต่ไม่ได้มีโอกาศทักทายรีดเลย นิยายทุกเรื่องที่รีดทุกคนได้อ่านนั้นไรต์ตั้งใจเขียนทุกตอนและพยายามเขียนให้ออกมาดีที่สุด ฉะนั้นอย่าลืมเมนต์ให้กำลังใจแก่ตัวละครหลักในนิยายไรต์นะคะตัวละครหลักของไรต์อยากมีfc>< หวังว่าจะได้กำลังใจจากเมนต์ของทุกคนนะคะและขอบคุณรีดทุกคนที่สนับสนุนนิยายไรต์ค่ะ//แมงหมี่

 

 

 

https://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Cartoon00027.gif

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น