ชะตารักนางรอ
เที่ยวเมืองเทียนโจว (1)
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
เที่ยวเมืองเทียนโจว (1)

 

 

คำหวานของภรรยาทำให้หยางเหวินเย่อารมณ์ดีตั้งแต่ยังมิลืมตาตื่น บรรดาบ่าวไพร่พอเห็นรอยยิ้มของคุณชายก็รีบมองหาโดยรอบว่าคุณหนูเถียนเถียนอยู่บริเวณนั้นหรือไม่ และพอเห็นว่าไร้เงาของคุณหนูข้างกาย ก็ถึงกับต้องเอามือทาบอก เพราะปกติแล้วคุณชายหยางมิใช่คนชอบยิ้ม และจะเผยรอยยิ้มน้อย ๆ เฉพาะยามอยู่กับภรรยาเท่านั้น  

ทว่าวันนี้เขากลับก้าวหน้าไปอีกขั้น ยิ้มออกมาได้โดยที่มิต้องมีนางอยู่ข้าง ๆ แค่คิดถึงคำพูดของภรรยา หยางเหวินเย่ก็ยิ้มออกมาได้แล้ว 

“เห็นภรรยาของข้าหรือไม่” ท่านแม่ทัพหนุ่มอยู่บ้านเหลียนซานนานพอที่จะเข้าใจภาษามืออย่างง่ายของบ่าวใบ้ 

“อยู่ในสวนขอรับ” บ่าวใบ้ส่งภาษามือตอบพร้อมกับรอยยิ้ม  

จางฉวนเห็นชัดว่าคุณหนูเถียนเถียนมีความสุข จึงพลอยอารมณ์ดีไปด้วย และพอทราบว่าเหตุแห่งความสุขของนางคือท่านแม่ทัพหนุ่มอารมณ์ร้อน บ่าวใบ้จึงยอมเลิกทำท่าทีปั้นปึ่ง ลืมเลือนเรื่องที่ถูกด่าว่าอัปลักษณ์เมื่อหลายปีก่อน เปลี่ยนเป็นสนับสนุนให้ทั้งสองครองรักกันยาวนาน 

กระทั่งคุณชายหยางจะย่องเข้าสวน จางฉวนก็แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น และไม่เอ่ยเตือนนายสาวล่วงหน้า ทั้งยังตั้งใจว่าจะยืนเฝ้ามิให้ใครเข้าไปรบกวนหรือถ้ำมอง ปล่อยให้สองสามีภรรยาได้พลอดรักกันตามลำพัง 

“เถียนเถียนเบื่อหน้าสามี จนต้องหนีออกมาวาดรูปแต่เช้าเลยหรือนี่” หยางเหวินเย่เย้าภรรยาเล่นอย่างเอ็นดู 

“มิใช่นะเจ้าคะ ข้าเห็นท่านพี่หลับสบายเลยมิอยากปลุก ส่วนภาพดอกไม้ที่กำลังวาด ก็ตั้งใจว่าจะให้ท่านพี่เอาไปแขวนไว้ในจวนแม่ทัพ ยามว่างจากงาน มีเวลามองผ่าน ท่านพี่จะได้คิดถึงเถียนเถียนบ้าง” นางเอ่ยคำหวานออดอ้อนสามี 

“หากอยากจะให้คิดถึงก็ควรวาดรูปเมื่อวานให้แล้วเสร็จ และถ้าจะให้ดี ไม่ต้องวาดตัวเจ้าให้เรียบร้อยนักก็ได้” 

“ท่านพี่!” เถียนเถียนอายเกินกว่าจะโต้แย้ง 

“ภาพดอกไม้จะนำไปแขวนในห้องรับรอง ส่วนภาพของเจ้ากับข้า จะเก็บไว้ชมในห้องนอนเท่านั้น” มีเพียงหยางเหวินเย่เท่านั้นที่ทราบดี ว่าต้องการรูปวาบหวามพวกนั้นไปเพื่อการใด 

“เถียนเถียนวาดภาพเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงแค่ลงสี คงจะแก้ไขอันใดไม่ได้” 

“เอาไว้วาดใหม่ในวันหลังก็ย่อมได้ และหากภรรยาต้องการ สามีคนนี้ก็ยินดีที่จะถอดให้หมดทั้งตัว” หยางเหวินเย่กล่าวเย้าหยอกภรรยาอย่างไม่นึกละอาย 

“พอได้แล้วเจ้าค่ะ” เถียนเถียนหน้าแดงดั่งผลท้อ มือไม้สั่นร่างภาพดอกไม้มิได้อีก 

“จะไปหาท่านแม่หรือ”  

“เจ้าค่ะ” หยางเหวินเย่มองภรรยาเก็บกระดาษและพู่กัน และพอนางมิยอมสบตา ก็ยิ่งอยากจะแกล้งให้หนัก 

“ขอจูบก่อนได้หรือไม่” 

“ท่านพี่เลิกแกล้งเถอะนะเจ้าคะ” เถียนเถียนปฏิเสธ อ้างว่าการจูบกันกลางสวนในยามกลางวัน มิใช่การกระทำที่เหมาะสม 

“เมื่อวานหากซูหนี่ว์มิเข้ามาขวาง ข้ากับเจ้าก็อาจจะร่วมรักกันกลางสวนไปแล้วก็ได้” ภรรยาของท่านแม่ทัพมิยอมฟังอีก นางทิ้งข้าวของและเดินออกจากศาลาหลังน้อยทันที 

ใครเลยจะนึกว่าบุรุษที่มิค่อยชอบสนทนา จะเอ่ยวาจาหยาบคายใต้สะดือได้โดยไม่ระคายปาก และหากมีผู้ใดได้ยินแม่ทัพหยางเอ่ยกับภรรยาด้วยประโยคเมื่อครู่ คนผู้นั้นก็คงจะต้องขยี้หูขยี้ตาสักหลายครา หรือไม่ก็เรียกหาหมอยามาตรวจสอบว่าการได้ยินยังถูกต้องดีอยู่ไม่ 

ทว่าเถียนเถียนกลับทราบดีว่า สามีของนางยังกล่าวอะไรได้มากกว่าเมื่อครู่ที่ผ่านมาอีกหลายเท่า! 

พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของสามีทำให้เถียนเถียนเสียกิริยา กึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงเข้าไปหาท่านแม่สามีที่นั่งเอนหลังอยู่ในห้องรับรอง ลักษณะท่าทางราวกับกำลังทุกข์ร้อน ต้องการหนีให้พ้นจากภัยทำให้หยางชิวเหยานึกเป็นห่วง แต่พอเห็นรอยยิ้มแต้มมุมปากของลูกชายตัวดีที่ตามเข้ามาในภายหลัง บวกกับดวงหน้าซับสีแดงระเรื่อของลูกสะใภ้ นางจึงเดาได้ว่าลูกชายหยอกเย้าภรรยาเล่นอีกแล้ว 

 “จะพาเถียนเถียนไปเที่ยวในเมือง เจ้าคิดดีแล้วหรือ”  

หยางชิวเหยาเอ่ยถามลูกชายที่เดินตามหลังลูกสะใภ้คนโปรดเข้ามาติด ๆ  

“คิดดีแล้ว แต่คงต้องขอให้นางสวมผ้าคลุมหน้าสักหน่อย”  

หยางเหวินเย่มองเสี่ยวเหมยที่กำลังช่วยภรรยาคลุมหน้าด้วยผ้าผืนที่เขาเลือกไว้ตั้งแต่เมื่อคืน 

“เช่นนั้นก็คงพอไหว”  

ฮูหยินหยางยิ้มอย่างโล่งอก มิต้องกังวลถึงความปลอดภัยของลูกสะใภ้ในยามที่ลูกชายกลับคืนสู่เมืองหลวง เลือกระวังมิให้ชายใดได้ยลโฉมของสะใภ้คนงาม ดีกว่าทำแพะหายแล้วเสริมคอกในภายหลัง 

************************

 

น้องเถียนจะได้ออกไปเที่ยวนอกบ้านแล้วววววว

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น