ชะตารักนางรอ
ง้อสตรีไม่เก่ง (3)
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ง้อสตรีไม่เก่ง (3)

 

 

จางฉวนถูกเรียกให้เข้าไปพบในสวนตั้งแต่เช้า แน่นอนว่ามาพร้อมกับเสี่ยวเหมย เพราะคุณชายสกุลหยางมิเข้าใจภาษามือของบ่าวใบ้ 

“เถียนเถียนชอบอะไร” 

“ชอบสามียามประพฤติตัวดี” เสี่ยวเหมยแปลภาษามือตามความจริง 

“อย่าพูดจาส่อเสียด หากเจ้ามิใช่คนสนิทของเถียนเถียน ข้าคงจะทำโทษจนหลังขาดแล้ว!” หยางเหวินเย่ตะคอกเสียงดัง และพอเห็นว่าบ่าวก้มหน้ามิยอมพูดต่อ จึงจำต้องใจเย็นและเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ดีขึ้นอีกหลายส่วน 

“หากเจ้ามิต้องการให้นางมีความสุข ก็ไม่ต้องบอกข้า”  

จางฉวนรีบขยับมือรัวเร็ว ส่งเสียงอืออาไปตามเรื่อง จนเสี่ยวเหมยบอกให้หยุดพักก่อน เพราะนางแปลแทบจะมิทันแล้ว 

 “จะให้คุณหนูเตรียมตัวออกเที่ยวนอกบ้านแบบเมื่อวาน นางคงมิพอใจแน่ แต่หากคุณชายยอมทำเรื่องน่าเบื่อ ก็มิแน่ว่าคุณหนูเถียนเถียนจะใจอ่อน” 

“เรื่องน่าเบื่ออะไรกัน” 

บ่าวใบ้จางฉวนแจ้งว่า ตลอดหลายวันที่ผ่านมา คุณหนูเถียนเถียนได้รับจดหมายยกเลิกนัดวาดภาพหลายฉบับ ทั้งที่ก่อนหน้านี้นางมีลูกค้าสตรีต่อแถวรอจำนวนมาก ยิ่งเลื่อนนัดพวกนางเพราะท่านพี่ต้องการคนดูแล ก็ยิ่งควรจะมิได้พักผ่อนหลังจากประกาศว่าจะกลับมาวาดภาพตามเดิม  

ทว่าข่าวเรื่องท่านแม่ทัพหยางหวนคืนสู่บ้านเหลียนซาน ทำให้บิดามารดาของเหล่าคุณหนูพวกนั้นมิอนุญาตให้บุตรสาวเข้าบ้านสกุลหยางอีก และพอหยางเหวินเย่กล่าวถามว่าเพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น มือไม้ของจางฉวนก็กลับมารัวเร็วจนเสี่ยวเหมยแทบจะอธิบายไม่ทันอีกครั้ง 

“เดิมทีผู้คนทั่วเมืองก็ชอบเล่าลือเรื่องความเจ้าชู้ของท่านแม่ทัพหยาง ทว่านั่นก็ยังเป็นเพียงแค่ข่าวลือ จนกระทั่งเมื่อเดือนก่อน สองคุณชายสกุลเหอเดินทางเข้าเมืองหลวง เพื่อเยือนจวนของท่านแม่ทัพ กลับมาก็กล่าวทั่วโรงสุราว่าในจวนของท่านเลี้ยงดูนางคณิกามากกว่ายี่สิบนาง มัวเมาลุ่มหลงในตัวสตรีจนลืมไปว่าตนมิใช่ชายโสด และนั่นคือสาเหตุที่เหล่าคุณหนูทั้งหลายถูกสั่งห้ามมิเข้าบ้านเหลียนซานอีก” เสี่ยวเหมยแปลความของจางฉวนบ่าวใบ้เสร็จก็ถึงกับคอแห้ง 

“ข้าคือสาเหตุที่ทำให้นางมิได้วาดรูปคุณหนูปากเสียพวกนั้นหรือ” หยางเหวินเย่มิเสียเวลาแก้ข่าว เพราะชื่อเสียงเขาก็มิได้ดีดั่งที่จางฉวนหลอกด่าจริง 

“ชีวิตของคุณหนูไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น นางขังตัวเองไว้ในบ้านเหลียนซาน เพราะกลัวว่าความงามจะสร้างความลำบากใจให้กับผู้อื่น และเป็นเหตุให้เสื่อมเสียไปถึงคุณชาย พอได้ฟังเรื่องราวที่เหล่าคุณหนูทั้งหลายกระซิบกระซาบให้ฟังบ้าง ก็นับว่าเป็นเรื่องบันเทิงใจอย่างหนึ่งเจ้าค่ะ” คราวนี้เสี่ยวเหมยมิได้แปลภาษามือของบ่าวใบ้ ทว่ากล่าวเล่าถึงความเป็นไปของคุณหนูที่นางรัก 

“ความจริงเสี่ยวเหมยอยากจะให้คุณชายพาคุณหนูออกไปเที่ยวข้างนอกบ้าง จะได้ยืนยันกับผู้คนในเมืองว่านางมิได้ถูกทอดทิ้งดั่งข่าวลือ เหล่าคุณชายพวกนั้นจะได้เลิกปีนรั้ว ลอบชมดูความงามของคุณหนูสักที” 

“มีเรื่องเช่นนั้นด้วยหรือ” หยางเหวินเย่กดหัวคิ้วจนชนกัน 

เขาลดอคติที่มีต่อจางฉวน กล่าวสอบถามไปว่าที่ผ่านมามีคุณชายบ้านใดทำสำเร็จหรือไม่ บ่าวใบ้เห็นว่าคุณชายเริ่มจะมีทีท่าเป็นห่วงเจ้านาย จึงกล่าวไปว่ามีครั้งหนึ่งที่เกือบพลาด เพราะคุณชายท่านหนึ่งสวมชุดของสตรี ตั้งใจจะลอบเข้าพบเพื่อยลโฉมของคุณหนูให้สมกับความปรารถนา ทว่าประมุขของบ้าน หยางซือถงจับได้เสียก่อน 

“มินึกว่านางจะต้องลำบากถึงเพียงนั้น ข้าตกลงจะทำตามที่จางฉวนแนะนำ บ่ายนี้เจ้าจงไปทำตามที่ข้าสั่ง หากเถียนเถียนพอใจกับของรางวัล ข้าจะไม่ถือโทษที่เจ้าทำหน้าตาบึ้งตึงเสียมารยาทอยู่เรื่อย ๆ” หยางเหวินเย่กล่าวต่อจางฉวน และพอมองหน้าให้ชัด ก็พอจะเข้าใจอะไรบางอย่าง 

ห้าปีก่อน หยางเหวินเย่เข้าใจว่าภรรยาของเขาอัปลักษณ์ เพราะมองดูคล้ายบุรุษมากกว่าสตรี คิ้วหนาน่ารังเกียจ และริมฝีปากห้อย แต่วันนี้พอพิศดูใบหน้าของจางฉวน ก็ตระหนักแล้วว่า เรือนร่างบอบบางในคราวนั้น มิใช่ภรรยา ทว่าคือบ่าวใบ้จางฉวน 

“เจ้าไม่ชอบหน้าข้า เพราะถูกข้าด่าว่าตอนที่อยู่กระโจมแม่ทัพใช่หรือไม่”  

จางฉวนตาเบิกกว้าง ด้วยมินึกว่าท่านแม่ทัพจะจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อห้าปีก่อนได้ คราวนั้นอยากจะตอบโต้เสียเหลือเกิน แต่จนใจว่าตนยังเป็นเด็กบ้าใบ้อายุแค่สิบสองปี หาใช่ชายหนุ่มรูปร่างกำยำเช่นในปัจจุบันไม่ 

“ตอนนั้นข้าเมามายไร้สติ หากเจ้าใส่ใจก็คงมิฉลาดนัก” หยางเหวินเย่ถือว่าตัวเองเป็นนาย จึงไม่จำเป็นต้องกล่าวคำขอโทษ ทว่าก็บอกเป็นนัย ๆ ว่ามิควรใส่ใจเรื่องเก่าที่หาสาระไม่ได้ 

บ่าวใบ้ทำมือไม้ไปว่าไม่ได้ใส่ใจเรื่องราวในอดีต และขออภัยหากเผลอทำตัวเสียมารยาท ทว่าพอคุณชายกลับห้องพักไป ก็รีบหันไปบอกกับเสี่ยวเหมยว่า บ่ายนี้จะได้ดูอะไรสนุก ๆ กันแล้ว 

จางฉวนหัวเราะไร้เสียง 

เพราะทราบดีว่าไม่มีงานใดในบ้านเหลียนซาน หนักเท่ากับการเป็นแบบวาดภาพให้คุณหนูเถียนเถียนอีกแล้ว! 

พอได้ความแล้วว่าต้องทำอย่างไรให้ภรรยาหายโกรธ หยางเหวินเย่ก็หายตัวเข้าไปในห้องหนังสือเพื่อเขียนจดหมายเตรียมส่งข่าวให้กับองค์ไท่จื่อ  

หลายวันก่อนได้ยินว่าหัวเมืองทางใต้เริ่มแข็งข้อ แม้จะยังอยู่ภายใต้การควบคุม ทว่าเขาก็มิควรประมาท ลองสอบถามดูว่าต้องการให้กลับไปยังเมืองหลวงก่อนหมดวันลาพักร้อนหรือไม่ 

หยางเหวินเย่ภาวนาให้ยังมิต้องกลับคืนสู่เมืองหลวงในเร็ววัน แต่จะเพราะวันคล้ายวันเกิดของบิดาที่กำลังจะมาถึง หรือว่าเพราะภรรยา เขาเองก็ยังมิแน่ใจในนัก 

ภรรยาของเขายังคงยิ้มหวานดังเดิม ทว่าพูดด้วยน้อยจนน่าใจหาย ยามร่วมรับประทานอาหารก็เอาอกเอาใจพูดคุยกับท่านแม่เพียงแค่คนเดียว ดวงหน้าของนางปราศจากผ้าคลุมปิดบังความงามแล้ว ต่อให้เขาโกรธจนแทบกระอัก ทว่าพอได้มองดวงตาสีน้ำผึ้งคู่นั้นก็พลันใจอ่อน ละลายเหลวคล้ายขี้ผึ้งราคาถูกต้องเปลวไฟ 

ยิ่งเห็นนางตรงเข้าไปดูแลต้อนรับท่านพ่อเพิ่งที่กลับมาจากต่างเมือง ก็ยิ่งฉุนเฉียวจนทำอันใดไม่ได้ จริงอยู่ว่านางดูแลเขาได้อย่างมิขาดตกบกพร่อง อาหารบนโต๊ะยังคงเป็นอาหารจานโปรด ยามอยากน้ำชาก็จัดหาโดยมิต้องถาม ต้องการสิ่งใดทางก็หามาให้โดยมิปริปากพูดด้วยสักคำ มีเพียงรอยยิ้มแต้มมุมปากเท่านั้นที่ทำให้เขายังรู้ว่านั่นคือภรรยา มิใช่หุ่นไม้หรือรูปปั้น 

หยางเหวินเย่บอกกับตัวเองให้อดทน เพราะช่วงบ่ายก็คงจะได้เห็นรอยยิ้มของนางแล้ว 

เขาเลือกสวมเสื้อผ้าสีม่วง สีโปรดของภรรยา 

เขาบอกตนเองว่ามิได้รักนาง แค่ต้องการตามใจสักหน่อยก็เท่านั้น 

*********************

ไม่ได้ค่ะ แต่หยิบม่วงมาใส่เอาใจเฉยๆ

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น