Let me be yours [20+]
Let me be yours : Part 9 [100%]
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
Let me be yours : Part 9 [100%]

Let me be yours 9 

 

ฤดูหนาวผ่านพ้นเริ่มต้นเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิอย่างสมบูรณ์ สภาพอากาศเริ่มอบอุ่นขึ้นผู้คนต่างกระฉับกระเฉงออกมาทำกิจกรรมกลางแจ้งกันคึกคักถนัดตา สลัดความเกียจคร้านในอุณหภูมิหนาวเหน็บ ฝูงนกบนท้องฟ้าอพยพกลับมาหาอาหาร ยอดอ่อนแทงหน่อผ่านชั้นหิมะผลิบานสร้างความมีชีวิตชีวาแทนที่บรรยากาศทึบทึม 

สัปดาห์สุดท้ายแห่งการเรียนการสอนผ่านพ้นไปแล้ว สถานีถัดไปเป็นการสอบไฟนอล ช่วงเวลานี้ล่ะที่เหล่าบรรดานักเรียนจะได้ใช้บริการห้องสมุดที่ร้อยวันพันปีไม่เคยคิดย่างกรายเข้ามาเหยียบ หลายคนจับกลุ่มกันติวหนังสือเสียงเบาตามโต๊ะที่จัดไว้ให้ แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่กางหนังสือไว้ตรงหน้าเพียงเพื่อใช้แทนผ้าปูลองนอน 

ศอกแหลมถองใส่ชายโครงนาธานดังกึก ทว่าไม่อาจส่งผลถึงเจ้าตัวแต่อย่างใด แรนดี้จึงเพิ่มแรงมากขึ้นอีกหน่อย คราวนี้ได้ผลดังคาดเพราะมีเสียงร้องครางดังขึ้นเบาๆ ให้ได้ยิน 

"เจ็บนะ!! " 

"ก็ทำให้เจ็บน่ะสิ ตื่นได้แล้ว ไม่อยากมีเกรดสวยๆ ประดับทรานสคริปต์ก่อนจบหรือไง" 

"เอามาทำอะไรได้ล่ะ ขายแลกเงิน? " 

แรนดี้ถอนหายใจเฮือกไม่รู้จะทำอย่างไรกับเพื่อนตัวแสบคนนี้ดี 

สีหน้าเหม็นเบื่อของเพื่อนยิ่งกวนอารมณ์นาธานให้ขุ่นคลั่ก เพราะตั้งแต่ดีแลนกลับมาคราวนี้โจเซฟก็แทบไม่มีเวลาว่างให้เขาเลย ถึงแม้จะมาส่งที่โรงเรียนทุกเช้าแต่นอกจากนั้นแทบไม่ได้เห็นหน้า กลายเป็นว่าเขาก็ต้องกลับบ้านกับแรนดี้เหมือนเดิม 

"ฉันจะกลับแล้ว" 

"ขออีกชั่วโมง กลับไปอ่านที่บ้านไม่มีสมาธิ" 

"ไม่รอ" 

แรนดี้เงยหน้ามองเพื่อนสนิทเก็บข้าวของเดินตัวปลิวออกไปอย่างไม่สนใจไยดี ช่วงนี้ดูจะอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ง่ายเป็นพิเศษ ก็คงไม่พ้นเรื่องโจเซฟตามเคย หากเป็นปกติเขาคงรีบเก็บของตามไปแล้วแต่เพราะตอนนี้ตัวแสบมีคนตามใจเพิ่มขึ้นมาอีกคน เดี๋ยวคงโทรตามให้มารับกันเอง คิดได้ดังนั้นจึงกลับมาตั้งใจทบทวนเนื้อหาที่จะใช้สอบต่ออีกครั้ง 

ส่วนอีกด้านหนึ่งนั้น 

หลังจากพยายามโทรหาอยู่สามครั้งและโจเซฟไม่รับสาย เจ้าเม่นแคระจึงล้มเลิกความตั้งใจลงในครั้งที่สี่ ไม่รับก็ไม่รับสิ เดินกลับเองเรื่อยๆ ก็ถึงบ้านเหมือนกัน 

คนหน้ามุ่ยยัดโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกง กระชับสายสะพายกระเป๋าเป้ออกเดินเอื่อยๆ ไปตามทาง หากแรนดี้ไม่อยู่แล้วคงต้องขอรถยนต์สี่ประตูของโยลันดามาใช้เรื่องแบบนี้จะได้ไม่เกิดขึ้นอีก 

พูดถึงโยลันดา ตั้งแต่วันที่โจเซฟบุกขึ้นมาหาเขาถึงบนห้องแม่ก็ยังไม่คาดคั้นเอาคำตอบอะไรกับเขาเลย นาธานมารู้ทีหลังว่าเสียงเคาะประตูยาวนานปลุกเขาตอนนั้นคือฝีมือแม่ เพราะโจเซฟแวะเข้ามาดูแต่เช้าด้วยความเป็นห่วง เขาถึงได้รับรู้เรื่องแรนดี้จากเธอ ความรู้สึกผิดทำให้เขากล้าขอขึ้นไปดูเม่นน้อยด้วยตัวเอง แปลกตรงที่แม่ไม่คัดค้านแถมยังมอบกุญแจห้องให้เขาอีกต่างหาก สัญญาณของผู้หญิงนี่มันน่ากลัวจริงๆ 

นาธานลูบแขนขนลุกชันเบาๆ 

กำลังเดินคิดอะไรเพลินๆ อยู่นั้นเอง เสียงแตรรถดังขึ้นสั้นๆ ในระยะใกล้ทำเอาสะดุ้งโหยง ก่อนรถซีดานสีบรอนซ์เงินจะชะลอความเร็วขับเลียบฟุตบาทตีคู่ขนานกับนาธาน เด็กแสบหันมองรถยนต์คุ้นตาทว่านึกไม่ออก กระทั่งบานกระจกฝั่งคนขับเลื่อนลงเปิดเผยโฉมหน้าคุ้นเคย 

"เฮ้" 

นาธานหยุดเดินเพ่งมองใบหน้าคนบนรถก่อนจะร้องเรียกด้วยความประหลาดใจ "ครูซ? นายนั่นเอง นึกว่าใครที่ไหน ตกใจหมดเลย" 

เจ้าของชื่อยิ้มรับ พลางขอโทษขอโพย ก่อนพยักพเยิดหน้าถาม "จะไปไหนน่ะ ทำไมมาเดินอยู่คนเดียว" 

"กลับบ้าน" 

"บอดี้การ์ดประจำตัวหายไปไหนซะล่ะ" ครูซถามถึงน้องชายข้างบ้านผู้ซึ่งมักจะตัวติดกันกับนาธานดั่งเงาตามตัว การที่ได้เห็นเขาคนเดียวแบบนี้ค่อนข้างน่าแปลกใจ 

"อ่านหนังสืออยู่ที่ห้องสมุด ฉันเบื่อๆ ก็เลยกลับมาก่อน นายล่ะกำลังจะไปไหน" 

"ฉันเพิ่งกลับมาจากในเมือง กำลังกลับบ้านเหมือนกัน ขึ้นมาสิเดี๋ยวไปส่ง" 

ในเมื่อมีราชรถมาเกยถึงที่แล้วเรื่องอะไรนาธานต้องทำร้ายขาของตัวเองด้วยการปฏิเสธกันเล่า เวลานี้จึงมานั่งสบายๆ บนเบาะนุ่มๆ แถมมีขนมอร่อยให้กิน เกิดมาเป็นเขานี่มันดีจริงๆ ไม่เคยมีโอกาสเดินกลับเองถึงบ้านเลย 

นาธานแกะโลลิป๊อปที่ครูซยื่นให้ หลังจากถามและตรวจสอบด้วยตัวเองจนแน่ใจแล้วว่าปลอดภัยจากสารเสพติดไม่น่าไว้วางใจจึงกล้าเอาเข้าปากตัวเอง 

"อืมมม คาราเมล" 

ครูซหัวเราะเสียงเบาให้กับท่าทางราวกับเด็กๆ ของเพื่อนร่วมทาง หางตาเหล่ชำเลืองมอง "แรนดี้ไม่ว่างยังพอว่า แต่ทำไมบอดี้การ์ดคนใหม่ถึงยอมปล่อยให้นายเดินกลับบ้านคนเดียวได้ล่ะ เห็นว่านอกจากแรนดี้ก็มีเขาอีกคนที่คอยรับคอยส่งไม่ใช่หรือไง" 

"ไม่รับโทรศัพท์น่ะสิ โทรจนมือหงิกก็ไม่ยอมรับสาย ไม่รู้มัวทำอะไรอยู่" เจ้าตัวดีบ่นกระปอดกระแปด ไม่ทันเอะใจว่าทำไมคนอื่นถึงรู้เรื่องของตัวเองดีนัก แต่จะว่าไปเมืองนี้แคบนิดเดียว ใครบ้างไม่ให้ความสนใจกลุ่มคนร้านสักแม้จะอยากอยู่ห่างๆ ก็เถอะ แต่เรื่องลึกลับมักน่าสนใจเสมอ 

"อาจจะอยู่ที่ร้านสักก็ได้ เมื่อกลางวันขับรถผ่านเห็นอยู่ที่นั่นนะ คนอื่นๆ ก็อยู่ด้วย" 

คนอื่น?  

คำนี้สะดุดหูนาธานอย่างไรชอบกล คงไม่ใช่ว่าควินตันกลับมาแล้วหรอกนะ เพราะแบบนี้หรือเปล่าถึงไม่ยอมรับสาย มัวยุ่งวุ่นวายอยู่กับคนอื่น? 

ฟันคมกัดโลลิป๊อปดังกึก ใบหน้าบึ้งตึงงอง้ำขัดใจ ถึงแม้โจเซฟจะอธิบายหลายครั้งหลายคราวแล้วว่าไม่มีอะไรแต่ควินตันก็ยังคงเป็นหนามยอกใจเขาอยู่ดี 

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มตวัดมองไปยังคนข้างตัว "พาไปหน่อยได้ไหม" 

"ร้านสัก? " 

นาธานพยักหน้ารับ "ใช่" 

"ได้อยู่แล้ว" 

ครูซจัดให้ตามที่ขอ ไม่กี่นาทีต่อมารถก็แล่นเข้ามาจอดเทียบอยู่ฝั่งตรงข้ามกับร้านสักของดีแลน นาธานลดกระจกลงมองส่องเข้าไปด้านใน กลับต้องแปลกในเมื่อเห็นเพียงคนสวมชุดดำนั่งอยู่ในร้านสองคนเท่านั้น ไม่มีวี่แววของโจเซฟหรือเพื่อนคนอื่นๆ ในกลุ่มของเขาเลย 

ลูกค้าหรือเปล่า 

"ท่าทางไม่เหมือนคนมาสักเลยเนอะ" 

เพราะมัวแต่สอดส่ายสายตาหาคนในดวงใจจึงไม่ทันสังเกตชายร่างใหญ่สองคนในร้านให้ถี่ถ้วน เพราะคำพูดชี้นำของครูซนาธานจึงเพ่งความสนใจกลับไปทางสองคนนั้นอย่างละเอียดอีกครั้ง 

เชิ้ตสีดำถูกคลุมทับด้วยสูทสีเดียวกัน สวมกางเกงสแล็คและรองเท้าหนัง ให้บรรยากาศดุดันเป็นทางการเกินกว่าร้านสักจริงๆ ด้วย ไหนจะท่านั่งที่ราวกับระแวดระวังตลอดเวลาไม่เหมือนบุคคลทั่วไปนั่นอีก เสียงเตือนภัยในหัวพลันดังลั่นให้รีบหลีกหนีไปให้ไกล ทว่าไม่ทันเสียแล้วเพราะหนึ่งในนั้นรับรู้ได้ถึงตัวตนของนาธาน เขาลุกขึ้นกำลังจะสาวเท้าด้วยท่าทางขึงขังมาทางนี้ แต่ประตูห้องด้านหลังกลับเปิดออกมาเสียก่อน ความรู้สึกกดดันเหมือนถูกยึดไว้กับที่จึงค่อยๆ จางหายวับไป เจ้าเม่นแคระพลันถอนลมหายใจยาวเหยียด 

คนพวกนั้นเป็นใครกัน? 

ด้านหลังพวกเขา คนที่ปรากฏตัวออกมาจากห้องก่อนเป็นชายวัยกลางคนสวมชุดไม่ต่างจากสองคนเมื่อครู่เท่าไหร่นัก นั่นเพราะนาธานไม่มีความรู้เรื่องแบรนด์เสื้อผ้า เพราะหากเขารู้คงทราบว่าราคาพวกมันแตกต่างกันราวฟ้ากับเหวทีเดียว ผู้ชายคนนี้ให้ความรู้สึกแตกต่างอย่างสิ้นเชิง หากสองคนเมื่อครู่เปรียบได้กับวายร้ายในชุดสูท คนคนนี้ก็คือลาสบอสตัวจริง ทั้งที่เขาทำเพียงเดินออกมาแต่กลับแผ่อำนาจคลื่นความน่าหวาดหวั่นเสียจนนาธานอยากเลื่อนกระจกขึ้นและหลีกหนีไปให้พ้น มันคงจะเป็นอย่างนั้นแล้วหากไม่ใช่ว่า.... 

"โจเซฟ! " เจ้าตัวดีเอ่ยเรียกเสียงดังเมื่อเห็นร่างสูงคุ้นตาเดินออกมาจากในห้องเดียวกัน มือยกขึ้นโบกไหวๆ ความกลัวเมื่อครู่ถูกพัดหายไปกับความปลอดภัยที่แสนคุ้นเคย 

โจเซฟที่แต่เดิมใบหน้าก็เคร่งเครียดอยู่แล้วพลันแผ่รังสีทะมึนเมื่อหันมาเห็นต้นตอของเสียงเรียก หัวคิ้วกดลึกเหลือบมองไปทางแขกชุดดำผู้มาเยือนโดยไม่ได้รับเชิญด้วยความระแวดระวังเร็วๆ ทีหนึ่ง เห็นว่าทางนั้นไม่ได้มีท่าทีสนใจเม่นแคระของเขาจึงก้าวออกมายืนหน้าร้าน บดบังทิศทางที่จะมองไปยังรถคันนั้น 

แต่เมื่อได้เห็นตัวรถชัดๆ เขาเองก็ต้องแปลกใจ นั่นไม่ใช่รถกระบะของแรนดี้ เจ้าตัวแสบมากับใครกัน ตาคมดุวาววับมองเลยเจ้าเม่นน้อยไปเห็นใบหน้าของใครอีกคนหลังพวงมาลัย ....ครูซ!  

โทสะแล่นริ้วขึ้นมาด้วยความหึงหวงอย่างที่เจ้าตัวไม่อยากยอมรับ และตอนนั้นเองที่เขาเห็นว่าในมือของนาธานถืออะไรอยู่ด้วย ฟันกรามพลันบดกันแน่นจนเป็นสันนูน คงไม่ใช่ขนมสอดไส้ระยำที่รับมาจากไอ้เวรนั่นหรอกนะ! 

คนทางนี้เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันแทบเป็นแทบตายแต่คนทางนั้นยังคงยิ้มระรื่น หันไปปลดล็อกเข็มขัดนิรภัยทำท่าเหมือนจะโดดลงมาจากรถอย่างไรอย่างนั้น โจเซฟพลันตื่นตระหนกตะโกนออกไปเสียงดังด้วยความลืมตัว 

"อย่าลงมานะ กลับบ้านไปซะ! " 

ตอนนั้นเองที่คนในร้านเริ่มให้ความสนใจ โจเซฟรีบหันหลังกลับมาสบตากับทอมส่งสัญญาณให้เขาจัดการทางนี้ ส่วนตัวเองวิ่งข้ามถนนไปยังรถซีดานฝั่งตรงข้าม ในใจสบถสาบานดังลั่นไปตลอดทาง 

ทำไมต้องโผล่มาตอนนี้ด้วยนะ ทำไมต้องวิ่งเข้ามาหาปัญหาทุกที!  

เจ้าตัวดีกลับไม่รู้ตัวเลยสักนิด นาธานมองโจเซฟวิ่งตัดถนนมาหา ตั้งใจจะบ่นว่าเรื่องที่เขาไม่ยอมรับโทรศัพท์ ทว่ายังไม่ทันไม่พูดอะไรกลับถูกสายตาคมปลาบทิ่มแทงเข้าเสียก่อน 

"มาทำอะไรที่นี่ แล้วแรนดี้อยู่ไหน" สายตาไม่เป็นมิตรมองเลยไปด้านหลังเม่นแคระของเขาเป็นการเตือนครั้งที่หนึ่ง 

"อยู่ที่ห้องสมุด" นาธานตอบช้าๆ ทีละคำอย่างไม่มั่นใจ เขาไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด 

"แล้วทำไมนายถึงไม่อยู่ที่ห้องสมุด! " 

คิ้วเรียวพลันขมวดแน่นเมื่ออยู่ๆ ก็ถูกตวาดเสียงเข้มอย่างไม่ทราบสาเหตุ ตาไวมองเห็นโจเซฟกำลังจะแย่งโลลิป๊อปไปจากมือเขาจึงโยกหลบได้ทัน 

"เป็นบ้าอะไรของนายเนี่ย อยู่ๆ มาตวาดกันเรื่องอะไร" 

"เอามาให้ฉัน" โจเซฟเค้นเสียงต่ำ มองอมยิ้มในมือนาธานตาวาวโรจน์ 

"นายอยากได้โลลิป๊อป? " 

"แค่โลลิป๊อป? ไม่ใช่ลูกอมสอดไส้ของบ้าๆ ของหมอนั่นหรือไง" นัยน์ตาดุตวัดมองไปทางครูซอีกครั้ง หากไม่ติดว่าเขายังคาราคาซังอยู่ทางนี้คงได้กระชากเจ้าเม่นตัวดีลงมาจากรถและสำเร็จโทษไปแล้ว แต่เพราะยังทำไม่ได้จึงต้องกัดฟันให้เขาอยู่บนนั้นไปก่อน ทำได้เพียงส่งสายเตือนบุคคลหลังพวงมาลัยเป็นครั้งที่สอง 

"พาเขากลับให้ถึงบ้าน" ประโยคคำสั่งแฝงการข่มขู่ออกไปอย่างไม่คิดปิดบัง ทว่าเมื่อถอนสายตากลับมาหาเด็กแสบเพื่อจะกำชับอีกครั้ง เพียงแค่อ้าปากโลลิป๊อปรสหวานแสบคอก็ถูกยัดเข้ามาในโพรงปากโดยไม่ให้เขาได้ตั้งตัว 

คนลงมือโหดเหี้ยมดวงตาวาววับเดือดดาล อยากจะดันลูกอมให้ทะลุไปถึงคอหอยเลยจริงๆ 

"ก่อนจะว่าคนอื่นเขาก็ดูให้มันดีๆ หน่อย สอดไส้บ้าบออะไรเล่า ถึงเป็นลูกอมกัญญาจริงของแค่นี้มันอันตรายที่ไหน ในแคลิฟอร์เนียยังถูกกฎหมายเลยด้วยซ้ำ อย่าดุให้มันพร่ำเพรื่อนักเลยนายน่ะ หึงก็บอกว่าหึงหวงก็บอกว่าหวงสิ อย่ามาทำฟอร์มโหดกลบเกลื่อนหน่อยเลยน่า มันไม่เนียน! " 

โดนตอกกลับเสียจนยาวเหยียดทำเอาโจเซฟกระแอมไอกลบเกลื่อนแทบไม่ทัน ในโพรงปากยังรับรู้ได้ถึงความหวานซ่านไปทั่วลิ้น อาจเพราะรสชาติของนาธานที่เจ้าตัวหลงเหลือไว้ คงดีกว่านี้ถ้าได้ชิมจากปากหยักนุ่มนิ่มโดยตรง 

แต่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา เขาดูดดุนโลลิป๊อปแสนหวานในปากทิ้งท้ายก่อนจะดึงออกมาเพื่อยัดคืนใส่มือเจ้าตัวดี 

"กลับบ้านไปก่อน" 

นาธานยังคงดื้อดึง เอียงใบหน้าพยายามจะมองเข้าไปในร้านสักอีกครั้ง แต่โจเซฟกลับขยับตัวบังไม่ให้เขามองเข้าไปได้สำเร็จ ดวงตาสีเข้มหรี่มองคนตรงหน้าไม่ไว้วางใจ "ใครน่ะ คนพวกนั้น ไม่เหมือนคนแถวนี้เลย" 

"ไม่ต้องสนใจหรอก ไม่ใช่เรื่องของเด็ก บอกให้กลับก็กลับไปก่อนเถอะน่า เดี๋ยวฉันจะรีบตามไป" ประโยคสุดท้ายนี้เผื่อแผ่ให้อีกคนบนรถได้ยินด้วย เพราะเขาจะตามกลับไปในไม่ช้านี้ฉะนั้นอย่าได้คิดออกนอกเส้นทาง 

ทว่านาธานยังคงเคลือบแคลงสงสัย เขาอยากให้โจเซฟกลับไปพร้อมกัน แต่ในเมื่อทำไม่ได้.... 

เจ้าเม่นแสบขยับตัวเพื่อหันหลังให้ครูซผู้ซึ่งไม่มีบทบาทบนรถอย่างสมบูรณ์ ตอนนี้เขาเผชิญหน้ากับคนนอกรถโดยตรง วางแขนลงกับขอบกระจกขยับโน้มตัวไปใกล้อีกนิด เผยอปากหยักส่งลิ้นเล็กสีแดงสดแลบออกมาเลียโลลิป๊อปที่ยังคงมีรสชาติของโจเซฟเชื่องช้าทว่าเย้ายวน 

ส่งผลให้ดวงตาดุดันเข้มขึ้นหลายส่วน กลั้นลมหายใจมองตามลิ้นแดงฉ่ำชื้นตรงหน้า ก่อนปากนุ่มจะค่อยๆ ดูดเจ้าอมยิ้มน่าอิจฉาเข้าไปทั้งอัน โจเซฟพลันกัดฟันแน่นอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้เหตุผลแตกต่างไปจากครั้งแรกโดยสิ้นเชิง 

เจ้าเม่นแคระยิ้มร้าย ยกมืออีกข้างขึ้นกรีดกรายโบกลาก่อนจะกดเลื่อนกระจกปิด เสียงแผ่วรอดออกมาในวินาทีสุดท้ายก่อนที่ภาพทั้งหมดจะถูกปิดกั้นด้วยฟิล์มกระจกสีดำ 

"รีบมากินโลลิป๊อปของนายล่ะ" 

ตัวแสบ!!  

 

 

 

TBC. 

>>>> 

มีใครได้กลิ่นตุๆ ไหมน้ออออ 

ว่าแต่คุณพ่อ เรื่องเถียงนี่สู้เจ้าเม่นแคระไม่ได้เลยย 

ปล1. ช่วงเวลาการเปิดปิดเทอมในเนื้อเรื่องเป็นช่วงเวลาที่นิลกำหนดขึ้นเองนะคะ 

อาจจะไม่ตรงกับความเป็นจริงค่ะ >< 

ปล2. ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและกำลังใจเช่นเคยค่า 

กลับหน้าเรื่อง

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636973441316511097.jpghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636973441316734995.jpg

ช่องทางการสั่งซื้อ 

www.hermitbookshop.com

 

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636987094938705895.jpghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636987094938213556.jpg

ช่องทางการสั่งซื้อ

http://deerbookshop.lnwshop.com

 

 

 

 

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น