Let me be yours [20+]
Let me be yours : Part 8 [50%]
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
Let me be yours : Part 8 [50%]

Let me be yours 8 

 

"นายว่านอกจากร้านสักแล้วคนพวกนั้นทำอะไรอีก" นาธานโยนเอ็มแอนด์เอ็มเข้าปาก พลางเหลือบไปฟังความคิดเห็นจากเพื่อนสนิท 

ทว่าฝ่ายนั้นยังคงปั้นปึ่งใส่เขาไม่เลิกเนื่องจากเรื่องที่เพิ่งเล่าให้ฟัง กับแรนดี้นาธานไม่เคยมีความลับ เพราะฉะนั้นเรื่องเมื่อเช้าจึงถูกถ่ายทอดออกไปทั้งหมดโดยไม่บิดเบือน อีกฝ่ายถึงได้หันหลังให้เขาเอาแต่เล่นเกมในคอมพิวเตอร์ไม่สนใจกันอย่างนี้ 

แรนดี้แสร้งทำเป็นหูทวนลม ทั้งที่เพิ่งพูดเรื่องเปลืองตัวไปเมื่อเช้าแท้ๆ ไม่ทันไรเจ้านี่ก็พาตัวเองไปป้อนให้หมอนั่นถึงปาก ดีที่ยังไม่ถูกกินรวบหัวรวบหาง แต่เขาสันนิษฐานว่าคงอีกไม่นานหรอก ในเมื่อเจ้าตัวเต็มอกเต็มใจให้เขากินออกขนาดนั้น 

"นี่ จะโกรธอะไรนักหนา ไหนบอกว่าซัพพอร์ตเต็มที่ไง นี่คือความสุขของเพื่อนนายนะ" 

แรนดี้วางมือจากเกมที่เล่นอยู่ หมุนเก้าอี้กลับมาประจันหน้าคนที่ยึดพื้นที่บนเตียงเขาไปแล้วเรียบร้อย แถมยังโยนขนมของเขาเข้าปากหน้าตาเฉย 

"ใครจะไปรู้ว่าไวไฟขนาดนี้เล่า! เมื่อวานเพิ่งจูบเองนะ วันนี้จะเสร็จหมอนั่นแล้ว" 

นาธานยกนิ้วชี้ขึ้นส่ายไปมาได้อย่างน่าหมั่นไส้เป็นที่สุด "พูดใหม่ โจเซฟต่างหากที่เสร็จฉัน งานนี้ฉันประสบความสำเร็จเห็นๆ " 

คนฟังนึกอยากลุกขึ้นมาหวดเจ้าเพื่อนตัวดีสักทีสองทีให้รู้แล้วรู้รอดไป ไม่รู้ไปเอาความคิดประหลาดพิสดารพวกนี้มาจากไหน เกือบโดนรวบหัวรวบหางอยู่แล้วยังไม่สำนึก 

แต่เอาเถอะ เห็นว่าจริงจังหรอกนะ ปล่อยให้ได้เรียนรู้ด้วยตัวเองแล้วกัน 

"เห็นๆ กันอยู่ว่าคนที่สักเป็นคือดีแลนคนเดียว การที่คนกลุ่มนั้นรวมตัวกันย่อมต้องมีอะไรซุกซ่อนไว้ใต้พรมอยู่แล้วล่ะ แต่ถามโจเซฟน่าจะง่ายกว่ามาถามฉันนะ" 

"ยอมตอบก็ดีสิ" 

"ก็ใช้เสน่ห์ที่มีกับเรื่องอื่นบ้างสิ ไม่ใช่เรื่องบนเตียงอย่างเดียว" 

นาธานมองค้อนเพื่อนสนิทวงใหญ่ ไม่ใส่ใจต่อล้อต่อเถียงถ้อยคำค่อนขอดไม่จริงจัง นึกย้อนกลับไปถึงท่าทางของโจเซฟอีกครั้ง เขาดูไม่อยากพูดถึงงานที่ทำเท่าไหร่ อาจเป็นงานอันตรายหรือธุรกิจสีเทาผิดกฎหมายอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่....ก็อาจจะเป็นสีดำ 

"ยากแฮะ ที่รู้แน่ๆ คือคงไม่เกี่ยวกับสารเสพติดเพราะคนพวกนั้นมีปฏิกิริยาต่อต้านหนักหนา หรือว่าจะค้าอาวุธสงคราม" 

แรนดี้ส่ายหน้าไม่เห็นด้วย "ไม่น่าใช่ ถ้าค้าอาวุธสงครามจริงป่านนี้คงรวยเป็นมหาเศรษฐีไปแล้ว ซื้อกาสิโนสักแห่งสองแห่งในลาสเวกัสยังได้ จะมาเสียเวลากับบาร์เล็กๆ ทำไม" 

"ก็จริงของนาย หรือว่าจะ....รับจ้างฆ่าคน! " 

แรนดี้จ้องหน้าเพื่อนสนิทด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ ไปเอาความคิดบรรเจิดขนาดนี้มาจากไหนกันล่ะ "นั่นคือการเดาอาชีพของคนที่นายอยากได้มาเป็นแฟนในอนาคตนะ ช่วยนึกอะไรที่มันน่าขนลุกน้อยกว่านี้หน่อยได้ไหม" 

"แล้วมันยังมีอะไรอีกล่ะที่บอกไม่ได้น่ะ" 

"เลิกเดาเถอะ โลกของนายกับฉันมันเล็กเกินกว่าจะไปคาดเดาโลกสุดแสนอันตรายน่าตื่นตาตื่นใจของคนพวกนั้นเยอะ วันนี้เขาไม่ตอบก็ใช่ว่าวันหน้าเขาจะไม่บอกนี่ ค่อยๆ ตะล่อมถามเอาสิ ไม่พูดเรื่องนี้แล้ว ปวดหัว สรุปว่านายจะไม่ยื่นสมัครเรียนปีนี้ใช่ไหม" 

นาธานทำหน้าเหม็นเบื่อเมื่อเพื่อนเปลี่ยนหัวข้อสนทนากะทันหัน วกกลับมาพูดเรื่องนี้อีกแล้ว "ไม่ยื่น ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าฉันจะทำอะไร" 

สายตาที่มองเพื่อนสนิทเต็มไปด้วยความไม่ไว้วางใจ เจ้าเพื่อนคนนี้มีความคิดบรรเจิดขึ้นมาทีไรเขาอดเป็นห่วงไม่ได้ทุกที "ทำอะไร" 

"บาร์เทนเดอร์" 

"หยุดเลย" 

"นายนั่นแหละหยุดแรนด์ ฉันกำลังเจรจาเรื่องนี้กับโจเซฟอยู่ เขาคงไม่ใช้ฉันทำตำแหน่งสำคัญตั้งแต่แรกเริ่มหรอกน่า อาจเริ่มต้นจากเช็ดแก้วหรือเฝ้าบาร์ รับหน้าลูกค้าก็น่าจะสนุกดี กลางวันช่วยแม่กลางคืนช่วยผั....อะแฮ่ม ช่วยแฟน ดีออกจะตาย รอเลยนะ แก้วแรกที่ชงได้ฉันจะให้นายชิม" 

คนฟังถึงกับหมดคำพูดในความแก่นเซี้ยวของเจ้าเพื่อนตัวดี เรื่องนี้คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่โจเซฟจัดการเองแล้ว อยากรู้เหมือนกันว่าคุณครูจะปราบพยศนักเรียนดื้อด้านคนนี้อย่างไร ไม่ใช่ว่าได้คนตามใจเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนหรอกนะ เขาล่ะกลัวจริง 

แรนดี้ถอนหายใจเบาๆ 

"ฉันบอกนายไปหรือยังว่าเทอมแรกฉันอาจต้องย้ายไปอยู่หอ" 

เอ็มแอนด์เอ็มที่ถูกโยนขึ้นไปกลางอากาศตกลงใส่หน้าผากและกระเด็นร่วงหล่นลงบนผืนเตียง ก่อนจะกลิ้งหลุนๆ ตกกระทบพื้นอย่างน่าเสียดาย เหตุเพราะคนโยนกำลังช็อกกับข่าวที่ได้ยินเกินกว่าจะสนใจมัน 

นี่เขาหูฝาดไปหรือเปล่านะ "ยัง....ยังไม่ได้บอก" 

"งั้นตอนนี้นายก็รู้แล้ว" 

นาธานส่ายใบหน้าหวือปฏิเสธเรื่องที่เขาเพิ่งได้ยิน "ไม่แรนด์! ทำไมต้องย้ายไปอยู่หอด้วยล่ะ วิทยาลัยชุมชนอยู่ห่างจากที่นี่แค่ชั่วโมงกว่าๆ เองนะ ไม่จำเป็นเลย" เขาตื่นตระหนกขึ้นมาจริงๆ แล้ว 

ตั้งแต่จำความได้นาธานเติบโตขึ้นมาโดยมีแรนดี้อยู่เคียงข้างในทุกช่วงเวลาของชีวิต หลักฐานคืออัลบั้มรูปถ่ายของเขาที่โยลันดาเก็บสะสมไว้ทุกปี ในสิบรูปต้องมีแรนดี้โผล่เข้ามาอยู่ร่วมเฟรมด้วยไม่สองก็สามภาพเป็นอย่างน้อย พวกเขาไม่เคยต้องแยกกัน 

"ฉันคิดว่ามันจำเป็นนะ เทอมแรกต้องปรับตัวหลายๆ อย่าง แล้วฉันก็ไม่อยากแบ่งเวลานอนของฉันกับการขับรถไปกลับสองชั่วโมงทุกวันนาท นั่นคงเหนื่อยมาก และฉันอยากเหนื่อยแค่กับการเรียนเรื่องเดียว" 

"นายจะทิ้งฉันเหรอ?! ทิ้งฉันไว้ที่นี่คนเดียว! " คำว่าทิ้งที่แม้คนพูดเองยังหวาดกลัว 

"ตอนนี้นายมีโจเซฟแล้ว และฉันไม่ได้จะทิ้งนาย" แรนดี้พยายามทำใจเย็นทั้งที่เจ็บปวดกับข้อกล่าวหาที่เพื่อนสนิทยัดเยียดให้ เขารู้อยู่แล้วว่าต้องรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ ฉะนั้นสิ่งเดียวที่เขาทำได้คืออธิบายอย่างมีเหตุผลและระมัดระวัง "ฉันยังกลับมาที่นี่ทุกสุดสัปดาห์นาท เรายังเจอกันได้เหมือนเดิม อีกอย่างฉันเช่าอยู่หอเอกชนข้างนอกวิทยาลัย นายมาหาฉันเมื่อไหร่ก็ได้ที่นายต้องการ" 

"มัน ไม่ เหมือน กัน! " 

นาธานกำลังช็อกกับความรู้สึกที่ต้องเสียเพื่อนคนสำคัญในชีวิตของเขาไป ข่าวกะทันหันทำให้เขารับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่ไหว เขาเคยชินที่มีเพื่อนคนนี้อยู่ข้างๆ คิดอะไรไม่ออกแค่ไปหาแรนดี้ โทรหาแรนดี้สิไม่ถึงห้านาทีเขาก็โผล่มาหน้าบ้านนายแล้ว นี่กลายเป็นสโลแกนประจำตัวเขาไปแล้ว แต่สิ่งเหล่านี้กำลังจะหายไป 

แรนดี้ลุกจากเก้าอี้หน้าคอมพิวเตอร์เพื่อมานั่งข้างนาธาน ซึ่งเจ้าตัวรีบผละจากด้วยท่าทีปฏิเสธชัดเจน 

"หรือนายจะไปเรียนที่นั่นกับฉันล่ะ เลือกสักสาขาที่นายสนใจ" 

นาธานเม้มริมฝีปากแน่น ส่ายใบหน้าด้วยความผิดหวัง เมื่อเช้าเพิ่งได้รับข่าวดีมาหมาดๆ เขายังคงลอยตัวอยู่บนปุยเมฆนุ่มนวลอบอวลไปด้วยความสุขสบายใจ จึงยังไม่พร้อมร่วงหล่นลงมา 

"ฉันว่าฉันกลับก่อนดีกว่า" 

"นาท...." 

"ไม่แรนด์ ....ไม่" 

แรนดี้มองเพื่อนสนิทเดินออกจากห้องด้วยสายตาห่วงกังวล เขารู้ว่าถ้าตามไปและยืนกรานจะไปส่งคงไม่พ้นได้ลงไปทะเลาะกันข้างล่างอีกรอบแน่ ฉะนั้นตอนนี้ที่ทำได้คงมีแต่ให้เวลานาธานได้ตกผลึกความคิดด้วยตัวเอง 

บางที เขาอาจเลือกเวลาบอกได้ไม่ดีนัก 

 

นาธานไม่ได้ตรงกลับบ้าน เขาแวะไปยังสถานที่ที่จะทำให้เขาลืมความไม่สบายใจ 

"โอ๊ะโอ ดูสิว่าใครมา" หางตาเหลือบมองไปทางต้นเสียงยียวนกวนประสาททันทีที่เขาโผล่หน้ามาถึง คิ้วเรียวเลิกขึ้นด้วยความประหลาดใจ 

"เงียบน่าลีโอ ฉันมาไม่ได้หรือไง แล้วนี่พวกนายทำอะไรกันอยู่ ทำไมวันนี้มารวมตัวกันได้ล่ะ นึกว่าทะเลสาบกินคนสิ้นชื่อไปแล้วซะอีก" 

"อะไรกันนาธาน มีเพื่อนใหม่แล้วลืมเพื่อนเก่าทางนี้ไปเลยหรือไง" ครูซเอ่ยหยอกล้อไม่จริงจังนัก ตรงนั้นยังมีเซทด้วยอีกคน ซึ่งอีกฝ่ายยังคงกล้าๆ กลัวๆ ไม่กล้าทักเขาเพราะวีรกรรมที่เคยทำไว้ นาธานเพียงมองผ่านเขาไป ความรู้สึกโกรธตอนเรื่องนั้นเกิดขึ้นใหม่ๆ เหมือนผ่านมานานเป็นปีแล้ว 

ครูซยังคงแซ็วต่อด้วยรอยยิ้มทีเล่นทีจริง "ไม่ใช่เพราะเพื่อนใหม่นายเหรอถึงได้ทำให้ที่นี่เงียบเหงาแบบนี้น่ะ" 

นาธานยักไหล่นั่งลงบนพื้นหญ้าด้านข้างเขา เซทจึงถือโอกาสนั้นกระเถิบเข้ามาใกล้อีกหน่อย นาธานเองก็อารมณ์ขุ่นมัวเกินกว่าจะสนใจ ไม่ต้องพูดถึงลีโอที่จี้ไฟลงบนบาดแผลสดใหม่ของเขาเลย 

"แรนดี้ล่ะ ทำไมหมอนั่นปล่อยให้นายมาที่นี่คนเดียว ปกติเห็นตัวติดกันอย่างกับฝาแฝด" 

นาธานพลันชักสีหน้าบึ้งตึง ทั้งที่มาเพราะอยากลืมแท้ๆ ดันมีคนสะกิดปากแผลของเขาให้เปิดออกอีก มือเรียวเอื้อมคว้าสิ่งที่ครูซเพิ่งหยิบออกมาจากกระเป๋าเสื้อ อีกมือเขาถือไฟแช็กพร้อมจุดมันแล้ว ทว่าจู่ๆ กลับหายวับไปจากสายตา 

"ฉันซื้อต่อ" เขาคาบมวนกระดาษไว้ในปาก จุดไฟพลางสูดลมผ่านก้นกรอง ส่วนปลายพลันเผาไหม้ติดไฟแดงขึ้นมา นาธานสูดลมหายใจเข้าไปเฮือกใหญ่เต็มปอด ก่อนที่คำเตือนจะมาทัน 

"เบาหน่อย มันค่อนข้าง....แรง" 

นาธานไอค่อกแค่กออกมาทันทีด้วยความไม่เคยชิน ลำคอแสบร้อนไปหมด ก้มลงมองของที่อยู่ในมือเหมือนเห็นเป็นของประหลาดทั้งที่รูปทรงมันก็คุ้นเคยดีแท้ๆ "อะไรเนี่ย" 

"ก็อดฟาร์เธอร์" 

"พ่อทูนหัวบ้าอะไรวะ! " เด็กแสบสบถเบาๆ กลิ่นไหม้ฉุนทำเอาเขามึนไปเลย นี่แค่เฮือกเดียวเองนะ ถึงจะเป็นเฮือกใหญ่มากก็เถอะ 

ครูซหัวเราะร่วนก่อนจะอธิบายเพิ่ม "ก็อดฟาร์เธอร์ โอจี สายพันธุ์ที่แรงที่สุดของกัญชา ราคาไม่ใช่ถูกๆ นะ แถมหายากด้วย เพราะฉะนั้นทิ้งขว้างไม่ได้" เขาคว้ามวนอัดแน่นไปด้วยของล้ำค่าในมือนาธานคืนกลับไป ในเมื่อเจ้าตัวทำท่าจะโยนทิ้ง 

"ของดีต้องค่อยๆ ลอง" ลีโอกล่าวเสริมก่อนจะรับมวนกระดาษมวนใหม่จากครูซและจุดสูบด้วยอีกคน ส่งผลให้ควันสีขาวกระจายฟุ้งโดยรอบก่อนอันตรธานหายเหลือไว้เพียงกลิ่นไหม้เฉพาะตัวอบอวล 

"แรงไป มีที่เบากว่านี้บ้างไหม" 

ครูซส่ายหน้าตอบคำถามนาธาน "ไม่ได้หยิบติดมา" 

"ฉันมีนะ" 

นาธานตวัดหางตามองเซทที่เพิ่งเปิดปากพูด แต่นาธานไม่ไว้ใจเขาอีกแล้วจึงไม่ได้รับของมา เพียงนั่งอยู่ตรงนั้นปล่อยให้กลิ่นฉุนจมูกเผาสติ พูดคุยเรื่องสัพเพเหระอยู่กับพวกเขาจนกระทั่งเย็น 

จนโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยีนสั่นขึ้นมาเพราะมีสายเข้านั่นแหละ ถึงนึกได้ว่าโจเซฟจะไปรับเขาที่บ้านแรนดี้ตอนห้าโมง ตอนนี้ห้าโมงสิบห้าแล้ว 

เจ้าตัวรีบลุกขึ้นขอตัวกลับก่อน วิ่งออกมาไกลจนพ้นระยะเสียงพูดคุยค่อยกดรับสาย 

"ฮัลโหล" 

"อยู่ที่ไหน" เสียงถามจากปลายสายราบเรียบ ห่างไกลจากความอบอุ่นเมื่อช่วงเช้าไกลโพ้น 

"เอ่อ...." นาธานกำลังจะตอบว่าเขากลับบ้านมาก่อนแล้ว ในหัวคิดคำนวณว่าจากระยะทางแล้วเขาจะวิ่งกลับถึงบ้านก่อนโจเซฟได้หรือไม่ ทว่าโชคดีจริงๆ ที่ยังไม่ทันโกหกออกไป 

"นายไม่อยู่บ้านแรนดี้ ฉันโทรไปถามโยลันดาแล้วเธอบอกว่านายยังไม่ถึงบ้าน" 

"อ้อ...." 

เวรล่ะสิ ควรบอกว่าอยู่ที่ไหนล่ะ 

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มกวาดมองโดยรอบอย่างใช้ความคิด กระทั่งนึกถึงสถานที่หนึ่งขึ้นมาได้ 

"ฉันมาซื้อของที่ซูเปอร์ เดินเพลินๆ เลยไม่ได้โทรบอกนาย" 

"เดินมาตั้งแต่บ่ายแล้วยังไม่เสร็จ? " 

เวร ไอ้เพื่อนสนิทที่กำลังจะทิ้งเขาไปรายงานโจเซฟชัดเจนขนาดนี้เชียว หัวสมองเจ้าเม่นแคระวิ่งทำงานเร็วจี๋ยังดีที่กัญชาพ่อทูนหัวเฮือกเดียวนั่นไม่ได้ทำลายกระบวนการคิดของเขาไปด้วย 

"บังเอิญเจอเพื่อนที่โรงเรียนก็เลยติดลมไงเล่า นายจะคาดคั้นฉันทำไมเนี่ย แล้วตอนนี้นายอยู่ที่ไหน" เด็กแสบแสร้งทำเป็นหัวเสียขึ้นมาบ้าง ก่อนหลอกถามเพื่อสืบตำแหน่งของอีกฝ่าย แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเอาอย่างไรต่อไป 

"ยังอยู่หน้าบ้านเพื่อนนาย" 

ปากหยักปล่อยลมออกมาเบาๆ ด้วยความโล่งอก แต่เมื่อลองคิดทบทวนดูแล้วเขาคงเทียบความเร็วกับเครื่องยนต์หนึ่งพันแปดร้อยซีซีไม่ได้อยู่ดี 

"งั้นเรามาเจอกันระหว่างทางนะ ฉันจะเดินเรื่อยๆ รอนายอยู่แถวซูเปอร์" 

"อืม" โจเซฟรับคำเสียงนิ่งก่อนจะวางสายไป 

โชคดีที่จากตรงนี้ใกล้กับซูเปอร์มากกว่า นาธานจึงรีบออกวิ่งก่อนที่โจเซฟจะมาถึง และก็ทันเพียงเส้นยาแดงผ่าแปดจริงๆ เพราะเพียงเขาจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยไม่เหมือนเพิ่งวิ่งสี่คูณร้อยเมตรมา รถซีดานของโจเซฟก็โผล่ออกมาจากหัวมุมจอดเทียบด้านข้างเขาแล้ว 

กระจกฝั่งคนขับเปิดออก นาธานจึงรีบยิ้มประจบประแจง ในใจนึกขอบคุณสภาพอากาศช่วงปลายฤดูหนาว ไม่อย่างนั้นเขาคงเหงื่อท่วมให้ถูกจับได้แล้ว 

"ไฮ ฮอตทีชเชอร์" 

"ขึ้นมา" โจเซฟไม่สนใจคำทักทายสุดทะเล้นของนาธาน เอ่ยปากสั่งเสียงนิ่ง 

เจ้าตัวแสบรีบวิ่งอ้อมตัวรถเพื่อไปขึ้นเบาะนั่งข้างคนขับ ทว่าทันทีที่ประตูรถปิดลง ในวินาทีนั้นเมื่อเข้ามาอยู่ในที่พื้นที่อับและปราศจากกลิ่นไม่พึงประสงค์ หลักฐานก็ฟ้องตัวมันเองออกมา 

"กลิ่นอะไร" 

เม่นแคระที่คิดว่าตัวเองรอดแล้วพลันเบิกตากว้าง นั่งอยู่ในวงล้อมของคนพวกนั้นตั้งนานหลายชั่วโมง เขาลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไร!! 

 

 

 

50% 

>>>> 

เอาแล้ววววเด็กดื้อ โดนตีไหมเนี่ยยย >< 

... 

ประเด็นเรื่องแรนดี้ ลองนึกภาพตามว่า ปกติเรามีเพื่อนคนหนึ่งอยู่ในทุกช่วงเวลาของชีวิต 

เกิดคิดปุบปับว่า เฮ้ย อยากกินหมูกระทะ โทรกริ๊งหาเดี๋ยวนั้น อีกครึ่งชั่วโมงถึงร้านได้กินเลย 

แล้ววันหนึ่งอยู่ๆ เราโทรหามันไม่ได้แล้ว ไปนั่งกินหมูกระทะคนเดียวก็ไม่อร่อยด้วย 

แบบนี้ น่าจะเข้าใจนาทได้มากขึ้นนะคะ 

มันจะเป็นหงอยๆ เศร้าๆ มากเลย TT  

น้องเสียใจ พ่ออย่าดุเยอะเลยนะะะ 

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและกำลังใจเช่นเคยค่า 

กลับหน้าเรื่อง

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636973441316511097.jpghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636973441316734995.jpg

ช่องทางการสั่งซื้อ 

www.hermitbookshop.com

 

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636987094938705895.jpghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636987094938213556.jpg

ช่องทางการสั่งซื้อ

http://deerbookshop.lnwshop.com

 

 

 

 

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น