Let me be yours [20+]
Let me be yours : Part 6 [100%]
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
Let me be yours : Part 6 [100%]

Let me be yours 6 

 

ตกหลุม! โจเซฟตกหลุมนาธานเข้าจังเบ้อเริ่ม 

ไม่อย่างนั้นเด็กแสบคงไม่ได้มานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อดื่มนมอุ่นๆ อยู่ในห้องครัวบ้านเขาแบบนี้ กระทั่งนมก็ยังเอาไปอุ่นให้แม้ปากจะบอกว่าตอบแทนค่ากาแฟที่ตัวเองดื่มไปก็เถอะ 

แต่ทำแพนเค้กให้ด้วยนี่มันเกินไปแล้ว นี่มันมาดพ่อบ้านชัดๆ 

เจ้าเม่นแคระยิ้มร่า ทำจมูกฟุดฟิดสูดดมกลิ่นแพนเค้กหอมเนยน่าทาน ใครจะรู้ว่าแค่แสร้งบีบน้ำตาจะได้ผลมากมายมหาศาลขนาดนี้ ที่แท้คนดุอย่างโจเซฟก็แพ้ลูกอ้อนนี่เอง 

รู้อย่างนี้ทำตั้งนานแล้ว! ไม่เสียเวลาคิดแผนให้มากมายหรอก 

"ราดน้ำผึ้งไหม" โจเซฟเอ่ยปากถามอย่างใส่ใจ 

"อื้ม! " นาธานรับคำหน้าชื่นตาบาน ลืมภาพเม่นแคระหงอยถูกเจ้าของทิ้งไปได้เลย สองมือชูมีดกับส้อมเตรียมพร้อมเหมือนเด็กไม่มีผิด ก็มื้อเช้าเขายังไม่ได้กินอะไรเลยนี่นา 

"ค่อยๆ กินล่ะ มันร้อน" 

เตือนไปก็เท่านั้นเพราะเด็กแสบตัดพอดีคำเข้าปากไปแล้ว เคี้ยวตุ้ยๆ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ทำเอาพ่อครัวจำเป็นอดสงสัยไม่ได้ว่ามันอร่อยมากขนาดนั้นเชียวหรือ ก็แค่แป้งแพนเค้กสำเร็จรูปธรรมดาที่อลันซื้อติดบ้านไว้ ทว่าพอได้เห็นปากหยักเคี้ยวหงุบหงับแล้วนึกอยากลองกัดสักคำขึ้นมา 

แพนเค้กนะ เขาหมายถึงแพนเค้ก 

"อะ" ไม่ต้องให้สงสัยเรื่องรสชาตินานเพราะนาธานหั่นให้เขาอีกคำพลางยื่นส้อมมาชิดติดริมฝีปาก จึงอ้ารับแบบงงๆ 

อืม....ดูเหมือนว่าแพนเค้กวันนี้มันหวานกว่าทุกทีหรือเปล่านะ 

ไม่รู้หวานเพราะน้ำผึ้ง หรือเพราะรอยยิ้มเจิดจ้าของคนป้อนกันแน่ 

นาธานทำท่าจะหั่นให้เขาอีกชิ้น "เอาอีกไหม" 

"ไม่ ฉันดื่มกาแฟนายไปแล้ว" 

นึกถึงกาแฟเมื่อเช้าเจ้าเด็กแสบทำหน้าปูเลี่ยน ยังเสียดายเงินไม่หาย "ขมจะตาย ดื่มเข้าไปได้ยังไงหมด แถมคนยังสั่งกันตั้งเยอะ ฉันจิบไปคำเดียวก็แหวะแล้ว" 

"ทีดื่มเหล้าไม่เห็นแหวะ ขมเหมือนกัน" โจเซฟค่อนขอด 

"ก็มันขมคนละแบบนี่" 

"หึ" 

โจเซฟนั่งลงฝั่งตรงข้าม มองนาธานจัดการแพนเค้กสามชิ้นจนหมดเกลี้ยงจาน ทั้งยังดื่มนมไปอีกครึ่งแก้วใหญ่ น่าจะมากกว่าปริมาณมื้ออาหารเช้าของอลันหนึ่งเท่าตัว กินจุไม่เข้ากับรูปร่างโปร่งเพรียวนี่เลย คนอิ่มเอนตัวพิงพนักลูบพุงมองเจ้าของบ้านตาแป๋ว 

"เล่าให้ฟังได้ไหมว่าเอากล้องวงจรปิดไปติดที่หลังร้านแม่ทำไม" นาธานคิดว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับการที่อีกฝ่ายเข้าหาแม่เขาแน่ๆ 

โจเซฟมองหน้าคนถามด้วยสายตาอ่านไม่ออกอยู่ครู่หนึ่ง นานเสียจนนาธานคิดว่าคงไม่ได้คำตอบเหมือนทุกครั้งแน่ ทว่ากลับผิดคาดเมื่อเขายอมตอบออกมาง่ายๆ เพียงสามคำ 

"จับคนร้าย" 

"จับคนร้าย? คนร้ายที่ไหน แล้วทำไมรีบถอดออกล่ะ จับได้แล้วเหรอ" 

"อืม แต่จับได้ที่อื่น" 

"ที่ไหน ใครเหรอ" 

"โตขึ้นอยากเป็นนักข่าวหรือไงหืม ทำอาชีพนี้น่าจะรุ่งนะ ช่างซักช่างถามซะจริง" 

คนโดนเหน็บหน้าบึ้ง ในเมื่อตัวเองตอบไม่ชัดเจนเขาก็ต้องถามเพิ่มเติมอยู่แล้วสิ ความผิดเขาที่ไหนกัน คิดพลางบ่นเสียงกระเง้ากระงอด 

"ก็อธิบายให้มันยาวๆ หน่อยไม่ได้หรือไงเล่า" 

แต่แล้ววินาทีนั้น จู่ๆ นาธานก็พลันใจสั่นเพราะรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งกว่าอาชีพในอนาคตเขาเสียอีก แม้จะเป็นเพียงมุมปากยกขึ้นน้อยนิดเสียจนแทบมองไม่เห็นก็เถอะ แต่ประกายตาอ่อนแสงทอดมองมาทำให้รู้ว่าโจเซฟกำลังยิ้ม 

รอยยิ้มแรกที่นาธานได้รับ!! 

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก 

ใจเจ้ากรรมสั่นระรัวเหมือนเพิ่งวิ่งผลัดสุดท้ายของสี่คูณร้อยเมตรมาอย่างไรอย่างนั้น ไม่ไหว แบบนี้ไม่ไหวแน่ สู้ให้ดุเหมือนเดิมยังดีกว่า ยิ้มแบบนี้แล้วหัวใจเขาจะวาย 

"อะแฮ่ม ว่าไง จับใครอะไรที่ไหนเล่ามาทีเดียวเลย" นับเป็นครั้งแรกที่นาธานไม่กล้าสู้สายตาโจเซฟ 

เขาจึงพลาดโอกาสเห็นรอยยิ้มกว้างมากกว่าเดิมไปอย่างน่าเสียดาย หัวใจดวงน้อยๆ จึงกลับมาเต้นจังหวะปกติอีกครั้ง เพียงเสี้ยววินาทีนั้นโจเซฟก็กลับเข้าสู่ความจริงจังเช่นเดิม 

"จับแอรอน หมอนั่นกลับมาพร้อมยาเสพติดอันตรายแถมยังสร้างความวุ่นวายแต่ไม่ยอมรับ ดีแลนอยากมีหลักฐานเอาผิดหมอนั่นจะได้ดิ้นไม่หลุดอีก คราวนี้จะได้ถอนรากถอนโคนให้หมดทีเดียว ส่วนเรื่องจับได้ที่ไหนนายก็น่าจะรู้อยู่แล้ว" 

แหงสิ เพราะเขาก็คือหนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์ที่แสนวุ่นวายนั่นไง 

"แล้วทำไมต้องเป็นหลังร้านแม่ฉันล่ะ" 

"เพราะร้านขายของฝากติดกับบาร์ที่หมอนั่นใช้เป็นพื้นที่ส่งยา ดีแลนให้ฉันหาทางเอากล้องวงจรปิดไปติดตั้งเพื่อสอดแนม ฉันถึงได้เจอกับแม่นาย" 

เข้ามาเพราะผลประโยชน์จริงๆ ด้วย! กะแล้วเชียวว่าคนพวกนี้ไม่ใช่คนดี นี่เท่ากับหลอกใช้กันชัดๆ แม่เขารู้หรือเปล่าว่าผู้ชายคนนี้วางแผนอะไรไว้ 

"ทำหน้าอะไรของนาย ไม่ต้องมองเหมือนหาเรื่อง โยลันดารู้ดีทุกอย่างเพราะฉันเล่าให้แม่นายฟังตั้งแต่ต้นแล้ว ทีแรกฉันอยากใช้บ้านนายแต่ไกลเกินไป แม่นายถึงได้แนะนำร้านของเธอให้ โชคเข้าข้างที่ร้านอยู่ติดกันพอดี" 

ทำไมแม่ไม่เคยเล่าให้เขาฟัง! มีความลับกันอยู่แค่สองคนโดยกันเขาออกเป็นคนนอก แบบนี้จะให้นาธานรู้สึกอย่างไร ไม่โกรธก็ไม่ใช่เขาแล้ว แต่ทำไมสิ่งที่ตีคู่กันมาคือความน้อยใจล่ะ และดูเหมือนว่าอย่างหลังจะปริมาณมากกว่าเสียด้วย ทว่าเขายังมีส่วนที่ข้องใจอยู่ 

"แล้วเรื่องที่ช่วยจับขโมยให้ล่ะ" เพราะเรื่องนี้คือเหตุผลที่โยลันดาหยิบยกขึ้นมาพูดกับเขาบ่อยครั้งเวลาเชิญโจเซฟมาเป็นแขกที่บ้าน 

คำถามนี้ทำให้โจเซฟกระดากใจเล็กน้อยที่ต้องตอบออกไป เขากระแอมไอเบาๆ ทีหนึ่งเพื่อให้คอโล่ง 

"เพราะอยากให้แม่นายประทับใจในตัวฉัน ก็เลยต้องสร้างเหตุการณ์สมมติขึ้นมานิดหน่อย เรื่องนี้แม่นายก็รู้แล้วและฉันขอโทษเธอไปแล้ว" 

"แต่ฉันไม่รู้! " ไม่รู้อยู่คนเดียว!  

ตรงนี้เริ่มเข้าสู่เนื้อหาที่โจเซฟไม่อยากเล่าให้นาธานฟังมากที่สุด เพราะแรกเริ่มที่รู้จักเขาไม่ได้มองเจ้าเม่นแคระเหมือนอย่างในตอนนี้ ในฐานะเด็กมีปัญหาติดสารเสพติด มั่วสุมอยู่ที่ทะเลสาบแทบทุกวัน เขาคือตัวเลือกสุดท้ายที่โจเซฟอยากให้รับรู้แผนการ 

แต่หากคิดอีกแง่ การบอกให้เจ้าตัวรู้ก็ดีเหมือนกัน เด็กแสบจะได้สำนึกว่าสิ่งที่เคยทำมันผิด 

"นายคิดว่าฉันจะบอกคนที่ไปทะเลสาบเหมือนเป็นบ้านหลังที่สองไหมล่ะ นายที่เป็นเด็กแสบติดยา เกิดเอาแผนของฉันไปเล่าให้คนพวกนั้นฟังจะเกิดอะไรขึ้น ฉันไม่ถูกตลบหลังเล่นงานเสียเองหรือไง" 

"ฉันไม่ได้ติดยา!! " นาธานลุกขึ้นตวาดเสียงดังก้อง คนอื่นกล่าวหาเขายังไงก็ช่าง แต่ต้องไม่ใช่โจเซฟ! 

ดวงตาสีน้ำตาลเข้มขวางขึ้ง ลืมคนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กับแค่แพนเค้กธรรมดาๆ ไปได้เลย ทว่าโจเซฟไม่ตอบโต้อารมณ์ฉุนเฉียว เพียงเอ่ยเสียงราบเรียบดับไฟ 

"นั่นเป็นความรู้สึกก่อนที่ฉันจะรู้จักนาย แต่ตอนนี้ฉันรู้แล้ว" 

ถ้อยคำราบเรียบช่วยดับไฟได้จริงๆ ทว่านาธานยังคงขมวดคิ้วไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูด 

"รู้อะไร" 

"รู้ว่าโดยเนื้อแท้แล้วนายไม่ใช่เด็กนิสัยไม่ดี นายแค่ถูกตามใจจนเคยตัว ทั้งจากแม่นายและเพื่อนสนิทของนายด้วย ฉะนั้นบนโลกนี้ควรมีคนที่ดุนายได้ไว้สักคน" 

กองไฟลุกโชนดับมอดเหลือเพียงกองฟืนอุ่นๆ จุดความหวังโหมกระหน่ำขึ้นมาแทน 

"นายจะยอมเป็นคนนั้น? " 

"ถ้านายอยากให้ฉันเป็น" 

"น....ในฐานะไหน" 

โจเซฟครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนตอบหน้าตาย "พี่ชายก็แล้วกัน" 

"โธ่เอ๊ย!! " กระทั่งกองฟืนอุ่นๆ ก็ยังถูกดับไม่มีเหลือด้วยคำตอบเดียว นาธานทิ้งตัวนั่งลงที่เดิมอย่างขัดใจ ยกสองแขนขึ้นกอดอกด้วยใบหน้าบึ้งตึงส่งเสียงโอดครวญ "ทำไมเล่นตัวขนาดนี้! พี่ชายน้องชายที่ไหนเขาจูบกันเล่า" 

คราวนี้โจเซฟถึงกับหลุดขำออกมาเบาๆ แต่นาธานไม่หลงกลอีกแล้ว ไม่ต้องใช้สายตาไมโครเวฟจ้องกันเลย 

"ถ้าอย่างนั้นนายก็เลิกคิดลวนลามฉันสักทีสิ" 

"ไม่ มี ทาง" เรื่องนี้นาธานปฏิเสธทันควันด้วยการเน้นเสียงกระจ่างชัดทุกถ้อยคำ "หลังจากนี้ฉันจะรุกหนักยิ่งกว่าเดิมอีก ยิ่งกว่าจูบฉันก็จะทำ เตรียมตัวไว้เถอะ" 

คนพูดไม่เขินสักนิด กลับเป็นคนฟังเสียอีกที่ยกฝ่ามือขึ้นลูบใบหน้าอย่างทนไม่ไหว แต่กลับนึกเอะใจบางอย่างขึ้นมาได้ 

"มากกว่าจูบ....นายก็เคยทำ? " 

ทั้งที่อีกฝ่ายถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนเคย แต่ทำไมนาธานถึงรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมากันนะ ทว่ายังคงใจดีสู้เสือตอบอวดดีกลับไป 

"เป็นแค่พี่ชายจะอยากรู้ทำไม ไว้เป็นพ่อเมื่อไหร่ค่อยมาถาม" 

"พ่อ? นี่ยังไม่เชื่อเรื่องที่ฉันบอกว่าไม่ได้คิดอะไรกับโยลันดาอีกหรือ ทำไมขุดเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีกแล้ว" 

"อืม แต่หมายถึงพ่อแบบ ชูก้าแดดดี้นะ" 

เด็กแสบ!!  

ม่านหมอกแห่งความไม่ชัดเจนถูกพัดผ่านไปในที่สุด จากนี้ไม่ต้องคาดเดาไปต่างๆ นานา นาธานได้รับรู้ถึงสาเหตุที่โจเซฟพาตัวเองเข้ามาพัวพันกับแม่ของเขาแล้ว และสาเหตุนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องกังวล ....ดีจริงๆ 

"ว่าแต่อลันไปไหน ตั้งแต่มาถึงยังไม่เห็นเลย" 

"ไปช่วยดีตามหาควินตัน" 

"หมอนั่นถูกใครลักพาตัวไปอีกล่ะ ทำไมปัญหาเยอะจริง" นาธานมั่นใจว่าลดความหมั่นไส้ในน้ำเสียงลงแล้วนะ ทำไมถึงยังได้รับสายตาดุจากโจเซฟอีกล่ะ ไม่ยุติธรรมเลย 

"คราวนี้เขาไปเอง ไม่มีใครลักพาตัวไป" 

"อ้าว ถ้าอย่างนั้นทำไมต้องตามหาด้วยล่ะ" 

โจเซฟเพ่งมองหน้าคนถาม ตัวเองยังไม่รู้จักความรักดีพอแท้ๆ ยังมีหน้ามาบอกให้เขาเตรียมตัวเตรียมใจ แล้วแบบนี้จะให้เขาคิดว่าอีกฝ่ายจริงจังได้อย่างไร คิดแล้วก็ถอนหายใจแผ่ว 

"เพราะดีแลนรักเขามาก" 

เจ้าเม่นแคระเบะปากคว่ำนิดๆ เมื่อได้ยินน้ำเสียงทอดอ่อนลงกว่าเดิมหลายเท่าของโจเซฟยามพูดถึงควินตัน ให้ตายสิ ยังมีเรื่องนี้คอยกวนใจเขาอยู่ด้วยนี่นา 

"เหอะ แล้วทำไมนายไม่ไปตามหาด้วยล่ะ นายก็คงไม่อยากให้เขาไปเหมือนกัน" 

"ฉันมีงานของฉัน" 

"งานอะไร จัดการเรื่องกล้องวงจรปิดอะนะ" 

"นั่นแค่ส่วนหนึ่ง" 

คนถามเลิกคิ้ว เบื่อการตอบห้วนสั้นไม่ขยายความของโจเซฟเหลือเกิน ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าสุดท้ายเขาก็ต้องถามให้ตอบ ทำไมถึงไม่พูดให้มันจบๆ ทีเดียวเลยนะ "แล้วส่วนอื่นๆ ล่ะ" 

"ต้องมาคอยควบคุมความประพฤตินายไง" 

อืม....คำตอบนี้ฟังดูดีใช้ได้แฮะ จะยกโทษเรื่องเมื่อครู่ให้แล้วกัน 

นาธานยิ้มกริ่ม ลุกขึ้นจากโต๊ะเพื่อนำจานไปล้างตามหน้าที่ ทว่าตอนลุกท้องน้อยดันกระแทกเข้ากับขอบโต๊ะโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำให้แก้วนมซึ่งว่างอยู่ฝั่งโจเซฟล้มส่งผลให้นมที่เหลืออยู่ครึ่งแก้วกระฉอกออกมาใส่ทั้งเสื้อยืดและกางเกงยีนของโจเซฟเต็มๆ คราบสีขาวหยดเป็นทาง 

"อุ๊ปส์ ขอโทษที" ฝ่ามือยกขึ้นปิดปากแต่สีหน้าไม่ได้สำนึกผิดสักนิด 

โจเซฟกัดฟันกรอด ข่มอาการมันเขี้ยวอยากตรงเข้าไปขย้ำเจ้าเม่นแคระสักทีสองทีลงด้วยความยากลำบาก แต่ในเมื่อทำไม่ได้จึงจำต้องลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าแทน 

นาธานรีบจัดการล้างจานล้างแก้วพร้อมเช็ดคราบเปื้อนนมบนโต๊ะด้วยความเร็วแสง เพราะในหัวเกิดแผนดีๆ ขึ้นมาแล้ว ปากหยักยกยิ้มตาเป็นประกาย คนเสื้อเปื้อนกางเกงเลอะจะทำอะไรได้ล่ะ แถมนั่นยังไม่ใช่น้ำเปล่าแต่เป็นนม 

....อาบน้ำไงล่ะ 

เด็กแสบแอบย่องตามหลังโจเซฟเข้าไปในห้องนอนของเขา ดันประตูที่เปิดแง้มอยู่เข้าไปเบาๆ ภาพที่เห็นตรงหน้าคือแผ่นหลังเปลือยเปล่าและผ้าขนหนูพันเอวเพียงผืนเดียว เจ้าของเรือนร่างสมบูรณ์แบบกำลังก้มลงหาบางอย่างในตู้เสื้อผ้า นาธานเดาว่าเป็นกางเกงตัวใหม่ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขาสนใจ เพราะไหล่กว้างแผ่ขยายเห็นสะบักหลังชัดเจนตามแนวโค้งของกระดูก ราวกับสยายปีกอยู่อย่างไรอย่างนั้น 

ลำคอพลันแห้งผากเหมือนคนกระหายน้ำมานานหลายวัน ทั้งที่เพิ่งดื่มน้ำเปล่าไปเมื่อครู่ 

นาธานก้าวด้วยฝีเท้าเงียบกริบกระทั่งหยุดอยู่หลังร่างสูงใหญ่ ยกฝ่ามือขึ้นแนบแผ่นหลังระอุอุ่นแผ่วเบา ทว่าโจเซฟกลับไม่สะดุ้งสะเทือนสักนิด เป็นเพราะรับรู้ถึงตัวตนของนาธานตั้งแต่เข้าประตูมาแล้ว 

นาธานรู้สึกได้ถึงชายโครงบานออกภายใต้ฝ่ามือเพราะโจเซฟสูดลมหายใจเข้าลึก นานทีเดียวกว่าเขาจะปล่อยมันออกมา เขาใช้โอกาสนั้นสำรวจแผ่นหลังกว้างในระยะประชิดถึงเพิ่งสังเกตเห็นรอยแผลเป็นหลายรอย ที่เห็นชัดสุดคงเป็นรอยยาวประมาณห้าเซนติเมตรเหนือสะโพกข้างซ้าย เดาว่าตอนที่ได้รับมันมาใหม่ๆ คงสาหัสน่าดู 

ปลายนิ้วเย็นลูบไล้ไปตามแนวยาว เอ่ยถามเสียงค่อย "โดนอะไรมา" 

"มีด" โจเซฟตอบคำถามในระดับเสียงเดียวกัน 

"คงเจ็บน่าดู" 

ผิวกายโจเซฟยังคงอุ่น นั่นหมายความว่าเขายังไม่ได้อาบน้ำ คงตั้งใจเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเดียวหรือไม่เขาก็รีบตามเข้ามาเร็วเกินไป ร่างกายตรงหน้าเขาสูงใหญ่ทว่าไม่มีขนยุบยับ หากไม่นับรอยแผลสี่ห้าแห่งนอกจากนั้นทุกอย่างก็ไร้ที่ติ ผิวในร่มผ้าของโจเซฟเนียนละเอียดเต็มไปด้วยมัดกล้าม หากกอดจะให้ความรู้สึกอย่างไรนะ 

"นาท....อย่า" เสียงห้ามครั้งนี้ไม่ได้หนักแน่นเหมือนเคย เมื่อท่อนแขนบางโอบรอบเอวเขาจากด้านหลัง 

เพราะไม่มีเสื้อผ้าเป็นปราการขวางกั้น ยามเจ้าเม่นแคระสัมผัสจึงไม่ต่างจากถ่านแดงๆ ร้อนลวก นี่พระเจ้ากำลังทดสอบความอดทนเขาอยู่หรือไง 

"นายกล้าพูดหรือเปล่าว่านายไม่ชอบ" 

โจเซฟกัดฟันทน กระทั่งคนกอดยังสัมผัสได้ถึงอาการเครียดเกร็งของกล้ามเนื้อ แต่นี่ล่ะคือสิ่งที่เขาต้องการ 

ฝ่ามือบางเคลื่อนลงต่ำเรื่อยๆ กระทั่งแตะโดนขอบผ้าขนหนู เพียงเขากระตุกเบาๆ มันก็จะหลุดร่วงลงอย่างง่ายดาย 

โจเซฟเค้นเสียงลอดไรฟันเอ่ยเตือน "นายจะต้องเสียใจกับเรื่องนี้แน่" 

"ลองก่อนสิ แล้วฉันจะบอกนายเองว่าเสียใจหรือไม่เสียใจ" 

 

 

 

TBC. 

>>>> 

ตอนหน้าเจอกันนะคะ อุอิ 

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและกำลังใจเช่นเคยค่า 

กลับหน้าเรื่อง

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636973441316511097.jpghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636973441316734995.jpg

ช่องทางการสั่งซื้อ 

www.hermitbookshop.com

 

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636987094938705895.jpghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636987094938213556.jpg

ช่องทางการสั่งซื้อ

http://deerbookshop.lnwshop.com

 

 

 

 

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น