จอมใจเคียงรัก
ตอนที่ 28 ถือกำเนิด
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่ 28 ถือกำเนิด

มู่เทียนมองหลี่จิ้งอย่างไม่เชื่อสายตา เขาจ้องตรงหน้าอกของนางโดยเฉพาะคิดในใจว่าเป็นของจริงหรือไม่ จนกระทั่งมีเงาร่างหนึ่งเข้ามาบดบัง

เฉินไป๋หงควบม้าขึ้นมาบังหลี่จิ้ง เขายิ้มน้อยๆเอ่ยถามมู่เทียน “เรื่องที่นางเป็นสตรีขอให้คุณชายมู่ปิดบังผู้คนที่เมืองหลวงก่อนชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยของนาง”

“แน่นอนอยู่แล้ว”มู่เทียนยืดอกเอ่ยอย่างเคร่งขรึม

“แล้วเจ้ายังมีธุระอื่นอีกหรือไม่ พวกเราจะได้ออกเดินทางต่อ”เฉินไป๋หงยังคงยืนขวางตรงหน้าหลี่จิ้งเหมือนเคย

“เอ่อ…ข้าอยากพูดคุยกับหลี่จิ้งสักหน่อยได้หรือไม่”ไม่รู้เป็นอะไรตอนนี้เขาถึงหวั่นเกรงคุณชายเฉินผู้นี้มากเป็นพิเศษ

เฉินไป๋หงไม่ตอบ หลี่จิ้งควบม้ามาอยู่ข้างเขา “เจ้ามีอะไรหรือ?”

มู่เทียนกวักมือเรียกนางก่อนจะควบม้าไปอีกทางเป็นการบอกให้นางตามมา

หลี่จิ้งหันไปเอ่ยกับเฉินไป๋หง “เชิญพวกท่านล่วงหน้าไปก่อน เดี๋ยวข้าตามไป”

เฉินไป๋หงยิ้ม “ไม่เป็นไรพวกข้ารอได้ เจ้ารีบไปคุยกับเขาก่อนเถิด”

หลี่จิ้งไม่พูดอะไรต่อ ในเมื่อเขาอยากรอนางเองก็อย่าให้เขารอนานแล้วกัน

หลี่จิ้งควบม้าไปหามู่เทียนที่ยืนรอนางใต้ต้นไม้ใหญ่ นางกระโดดลงจากม้าอย่างสง่างาม จนมู่เทียนอดคิดไม่ได้ว่าท่าทางของนางยังคล้ายบุรุษอยู่เหมือนเดิม

“เจ้ามีเรื่องอะไรจะพูดกับข้า”หลี่จิ้งเอ่ยเข้าเรื่องทันที

“อ่อใช่ ข้าจะบอกเจ้าว่าตอนนี้ไม่ว่าใครต่างตามหาเจ้าให้วุ่นเลย ขนาดฮ่องเต้ยังสั่งให้พ่อข้าคอยอารักขาเจ้า ตอนนี้พวกเขายังยืนคอยเจ้าอยู่หน้าโรงเตี๊ยมอยู่เลย”มู่เทียนยิ่งคิดยิ่งอดขำไม่ได้

หลี่จิ้งเลิกคิ้วเล็กน้อย “แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรว่าข้าออกมาแล้ว”

“หือ เจ้าคิดว่าที่พวกเราอยู่ด้วยกันมาหลายวันขนาดนี้จะไม่รู้หรือว่าเจ้าคิดอย่างไร ยิ่งพอได้ยินว่าคณะของคุณชายเฉินเดินทางออกจากเมืองหลวงแล้ว ข้าจึงเดาได้ว่าเจ้าต้องแฝงตัวออกมาพร้อมกับพวกเขาแน่ แต่ข้าคิดไม่ถึงว่าเจ้าจะออกมาแบบเปิดเผยอย่างง่ายดายแบบนี้”พูดจบเขามองหลี่จิ้งยิ่งมองยิ่งคิดว่านางเป็นหญิงงามโดยแท้

หลี่จิ้งไม่สนใจสายตาสืบเสาะของเขา “เจ้ามีเรื่องจะพูดกับข้าแค่นี้?”

“ไม่ใช่ ตอนนี้ข้าได้ข่าวมาว่าประมุขเหลียนซวนออกตามหาเจ้าอย่างลับๆ แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายไม่ได้คิดเหมือนคนอื่นว่าต้องดึงเจ้ามาเป็นพวก เจ้าต้องระวังตัวหน่อยล่ะ อีกไม่นานคงมีคนสงสัยว่าเจ้าคือหญิงสาวที่ออกเดินทางมาพร้อมคุณชายเฉิน”

หลี่จิ้งพยักหน้า “อืมขอบใจเจ้ามากที่เตือน”

“ว่าแต่เจ้าพักอยู่ไหนหรือ ไว้ว่างๆข้าจะไปเยี่ยมเยียนเจ้า”เขามองหลี่จิ้งอย่างอาลัยนิดๆ

“ข้าอยู่ที่เขาซูลี่”

“หา!? อย่าบอกนะว่าเจ้าคือลูกศิษย์ของปรมาจารย์หวังหย่ง!”

“ใช่ เจ้ารู้จักอาจารย์ข้าด้วย?”

“รู้จักสิเขามีชื่อเสียงในหมู่ชาวยุทธเป็นอย่างมาก แถมฝีมือยังไม่ธรรมดาอีกด้วย”มู่เทียนพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“…” ไม่รู้เลยว่าอาจารย์ขี้บ่นคนนั้นจะมีชื่อเสียงมากขนาดนี้

“เอาล่ะข้าต้องไปแล้ว มีอะไรเจ้าไปหาข้าได้ที่เขาซูลี่แล้วกัน”

“ได้ ข้าไปแน่นอน!”

หลังจากร่ำลากันเรียบร้อยหลี่จิ้งจึงไปสมทบกับเฉินไป๋หงแล้วออกเดินทางทันที

“เจ้านั่นมาพูดอะไรกับเจ้าหรือ”เฉินหลิงลู่เข้ามาถาม

“ไม่มีอะไรหรอก แค่มาร่ำลาแล้วบอกให้ข้าระวังตัวเท่านั้น”

“อ่อ แล้วทำไมเขาไม่มาร่ำลาข้าบ้าง”เฉินหลิงลู่เอ่ยอย่างงอนๆ

“เขาคงลืมกระมัง”

“…”

พอออกจากแคว้นหนานแล้วหลี่จิ้งจึงอยากแยกตัวจากไป แต่เฉินหลิงลู่ไม่ยินยอม นางอยากพาหลี่จิ้งไปที่บ้านของนางที่อยู่ในแคว้นถังด้วยกัน ขณะที่หลี่จิ้งจะปฏิเสธนั้นจู่ๆถุงผ้าที่ใส่ไข่ยักษ์ใบนั้นกลับเคลื่อนไหว และเริ่มแผ่ความร้อนออกมาให้คนได้รู้สึก

เฉินไป๋หงขมวดคิ้ว “มันเริ่มแผ่ความร้อนออกมาอีกแล้ว”

หลี่จิ้งก้มมองถุงผ้านางแค่เห็นมันเคลื่อนไหวไปมาเท่านั้นไม่รับรู้ถึงความร้อนดังกล่าว นางจึงนำไข่ออกมาจากถุงผ้า ไข่สีแดงลอยขึ้นมาตรงหน้าเธอทันที

“ร้อน! ร้อนจริงๆด้วย!” เฉินหลิงลู่รีบถอยออกห่างอย่างตกใจ ความร้อนนี้แทบแผดเผาผิวของนางเลยทีเดียว

หลี่จิ้งหันไปมองเฉินไป๋หง “มันเป็นอะไรไป?”

เฉินไป๋หงสังเกตไข่รอบๆจึงพบรอยแตกเล็กๆมุมหนึ่ง “ข้าคิดว่ามันจะฟักออกมาแล้ว”

หลี่จิ้งจ้องไข่แดงใบใหญ่นั่นทันที จะฟักแล้วเหรอ?

ทุกคนต่างจ้องไข่ใบนั้นอย่างใจจดใจ่จ่อ ไม่นานรอยแตกของไข่เริ่มเยอะขึ้น ความร้อนเองก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเช่นกัน

พวกเขาต่างถอยห่างไข่ใบนั้น มีเพียงหลี่จิ้งที่ไม่ได้จากมันไปไกล เพราะนางลองถอยหลังห่างจากมัน ไข่ใบนั้นกลับลอยตามนางไม่ยอมห่างจากนางเลย

“พี่ไป๋หงนางไม่ร้อนเลยหรือ”เฉินหลิงลู่เช็ดเหงื่อที่ไหลตามขมับ

“ไม่ เพราะนางคือเจ้านายของมัน”เฉินไป๋หงเฝ้ามองอย่างนิ่งเงียบ

“เจ้าตัวในไข่เป็นตัวอะไรกันแน่ นี่ขนาดยังไม่ออกมานะยังแผ่ความร้อนได้กว้างไกลขนาดนี้”เฉินหลิงลู่มองไข่ใบนั้นอย่างหวั่นเกรงและหันไปมองหลี่จิ้งอย่างชื่นชมปนอิจฉานิดๆ ไม่คิดเลยว่าอาจิ้งจะได้ครอบครองสิ่งที่มีพลังมากขนาดนี้

เปลือกไข่ที่ร้าวจู่ๆกลับมีกรงเล็บกะเทาะออกมาจนเกิดเป็นรูๆหนึ่ง เผยให้เห็นกรงเล็บเล็กๆสีแดงโผล่ออกมาจากรูนั้น

ทุกคนจ้องเขม็งที่กรงเล็บนั่น ต่างคาดเดาไปต่างๆนาๆว่ามันเป็นตัวอะไร ในขณะที่ทุกคนคิดว่ามันจะเจาะเปลือกออกมาเรื่อยๆเจ้าตัวที่อยู่ข้างในกลับหยุดนิ่งคล้ายกับว่ามันขี้เกียจจะกะเทาะเปลือกต่อแล้ว เผยให้เห็นเพียงกรงเล็บข้างหนึ่งยื่นออกมาจากนอกเปลือกไข่ ทั้งยังค้างไว้ท่านั้นไม่ขยับเพิ่มเติมอีก

“…”

ทุกคนต่างหมดคำพูด หลี่จิ้งหันไปหาเฉินไป๋หงพร้อมกับส่งสายตาที่เหมือนจะถามว่า เอาอย่างไรต่อ

เฉินไป๋หงรู้สึกอยากหัวเราะ เขากำลังจะตอบ ไข่แดงใบนั้นกลับส่งแสงสีแดงออกมาอย่างเจิดจ้าทำให้พวกเขารีบปิดตาลง แสงสีแดงนั้นพุ่งขึ้นฟ้าไปครู่หนึ่งก่อนที่เปลือกไข่จะระเบิดออกมา แรงระเบิดนั้นทำให้พวกเขาได้รับแรงปะทะจนถอยหลังไปหลายก้าว มีเพียงหลี่จิ้งที่ไม่ได้รับผลกระทบเหล่านี้ นางเพียงแค่หรี่ตาลงเท่านั้น

หลังจากที่ทุกคนลืมตาจึงเห็นแสงสีแดงคล้ายกับเพลิงไฟล้อมรอบสัตว์ตัวนั้นไว้จนมองไม่เห็นรูปร่างของมัน แต่ความร้อนนี่กลับรุนแรงกว่าเดิมยิ่งนัก ทำเอาเส้นผมของแต่ล่ะคนเริ่มหงิกงอเล็กน้อย

“อาจิ้งเจ้าทำอะไรกับมันสักอย่างเถิด ข้าจะเสียโฉมอยู่แล้ว!”เฉินหลิงลู่กุมผมของตนใบหน้าเหมือนกับจะร้องไห้

เอ่อ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรนี่สิ หลี่จิ้งจนปัญญา แต่นางจำเป็นต้องทำอะไรสักอย่างเลยลองยื่นมือไปที่วงแสงนั่น พอนางสัมผัสเท่านั้นแหละ กลับมีพลังบางอย่างดูดนางเข้าหามัน พอมือนางแตะต้องเจ้าสิ่งที่อยู่ข้างในนั่น พลังบางอย่างกลับไหลเข้ามาในร่างกายของนาง นางรู้สึกอบอุ่นไปทั่วร่างกาย ความรู้สึกเหมือนเส้นเลือดขยายศีรษะปลอดโปร่งจนคิดอะไรไม่ออก

เฉินหลิงลู่ตกใจ จะเข้าไปช่วยสหายแต่ถูกเฉินไป๋หงห้ามไว้

“รอก่อน”

“แต่อาจิ้งจะไม่เป็นไรจริงๆหรือ”เฉินหลิงลู่ยังอดห่วงไม่ได้

“นางไม่มีท่าทางทรมานอะไร คงไม่เป็นอะไรหรอก”เฉินไป๋หงมองดูแบบไม่ห่างสายตา ถ้าเกิดนางรู้สึกไม่ดีเพียงน้อยนิด เขาจะรีบไปช่วยทันที

หลี่จิ้งได้สติรูม่านตาของนางจู่ๆกลับเป็นสีแดงเพลิงแล้วกลับคืนสู่สภาพเดิม นางจ้องมองเพลิงที่ล้อมรอบเจ้าตัวนั้นก่อนจะค่อยๆจางลงจนเผยรูปร่างของเจ้าตัวนั้นในที่สุด

มันมีลักษณะคล้ายนกตัวใหญ่ตัวหนึ่งแต่หางของมันยาวเฟื้อย มีหงอนที่งดงามอยู่บนหัว ขนทั่วตัวเป็นสีแดงเพลิง มันหลับตาและลอยอยู่บนอากาศตรงหน้าหลี่จิ้ง

นางถอนมือที่แตะมันกลับมา เท่านั้นแหละมันลืมตาทันที ดวงตาของมันคล้ายกับลูกแก้วสีแดงสดใสดูสวยงามยิ่งนัก มันจ้องหลี่จิ้งนิ่งจากนั้นจึงส่งเสียงร้องออกมา

“จี้!”

หลี่จิ้ง “…”

“จี้!”

หลี่จิ้ง “…”

“เอ่อ…มันพูดกับเจ้าอยู่หรือ”หลังจากที่เฉินหลิงลู่หายตื่นตะลึง จึงเอ่ยถามหลี่จิ้งเพราะดูเหมือนเจ้านกตัวนั้นกำลังพูดกับนางอยู่

หลี่จิ้งหันไปมองเฉินหลิงลู่พร้อมกับพยักหน้า “ใช่ มันเรียกข้าว่าแม่”

ทุกคน “…”

 

 

***มาแล้วจ้า อาจลงช้าหน่อยนะเพราะสองอาทิตย์นี้ไรท์ไม่ค่อยว่าง ต่อไปนี้ฝากอาจิ้งของไรท์ต่อด้วยนะ ถึงพระนางเรื่องนี้จะมีความรักช้าแต่มีมาแน่นอน555 ฝากติดตามด้วยนะเจ้าคะ😁😊🥰😘

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น