ติดใจ[NC18+++ 3P 4P 5P] (อ่านฟรี)
ตอนที่ 43 ผู้หญิงโรคจิต
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่ 43 ผู้หญิงโรคจิต

คำเตือน เนื้อหาในนิยายตอนนี้มีความรุนแรงโปรดใช้วิจารณญานในการอ่านและไม่ควรเลียนแบบพฤติกรรมของตัวละคร ขอบคุณค่ะ

 

ฉันรู้สึกตัวตื่นอีกทีก็ตอนที่มีน้ำเย็นๆสาดเข้ามาที่หน้า ไอออกมาด้วยเพราะสำลักนน้ำที่เข้าจมูก สายตาที่พร่าเลือนค่อยๆเจือมชัดขึ้นมา รอบๆด้านเป็นห้องทึบแคบๆไม่มีกระจก เครื่องไม้เครื่องมือแปลกตาที่ท่าทางดูน่ากลัววางเรียงเป็นระเบียบอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง บนเพดานมีโซ่ห้อยลงมาเป็นจุดๆ อีกทั้งยังมีลูกกรงที่เหมือนคุกนั่นอีก

 

ฉันขยับมือที่เริ่มชาเนื่องจากว่าข้อมือทั้งสองถูกมัดรวบห้อยไว้กับโซ่ พลางนึกทบทวนความทรงจำของตัวเอง เหมือนว่าฉันจะหลับไปในห้องทำงานจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้ คิดไม่ถึงจริงๆว่าอีกฝ่ายจะกล้าหาญชาญชัยขนาดที่ลักพาตัวกันถึงถิ่นแบบนี้

 

เครื่องประดับทุกอย่างที่อยู่บนตัวของฉันหายไปหมดเลย เป็นไปได้ว่าอีกฝ่ายคงกลัวเครื่องติดตามที่ฝังอยู่ในเครื่องประดับ เสื้อผ้าเองก็ถูกถอดออกจนหมดไม่มีเหลือ ฉันรู้สึกได้ว่าที่ข้อพับแขนยังไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรก็ถอนหายใจในใจอย่างโล่งอก ฉันฝังเครื่องติดตามไว้เพราะแผลไม่ใหญ่และหายไได้อย่างรวดเร็วคนพวกนั้นเลยยังไม่เอะใจเท่าไหร่ หวังแค่ว่าคนที่ดูแลเรื่องเครื่องติดตามจะรีบติดต่อหาอลันให้เร็วที่สุด

 

ฉันสอดสายตาไปมาแล้วหยุดมองผู้หญิงในชุดราตรีสีแดงเลือดที่นั่งจิบไวน์อย่างสบายใจตรงหน้า แล้วเอ่ยทัก "ไม่คิดว่าคุณจะใจร้อนขนาดนี้นะคะ อลิซ่า"

 

อลิซ่าชะงักแล้วหันมามองฉันด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเพลิงโทสะ แต่ใบหน้ายังคงเจือไปด้วยรอยยิ้ม พลางลุกขึ้นมายืนตรงหน้าฉัน "ดูเธอสิแม่สาวเอเชีย เมื่อวานคงจะมีอะไรกับเขาทั้งวันทั้งคืนเลยสินะ รอยพวกนี้ถึงได้เต็มตัวเธอไปหมด" อลิซ่าพูดพลางใช้เล็บสีแดงสดกรีดไปเบาๆบนเนินอกของฉัน บนผิวขาวๆนั้นเต็มไปด้วยรอยคิสมาร์ก "แต่ต่อไปนี้อย่าหวังเลยว่าเธอจะได้กลับไปหาเขา วันนี้ฉันจะทรมาณเธอไปเรื่อยๆจนเธอค่อยๆขาดใจตายไป จากนั้นศพของเธอก็จะโยนไปให้สุนัขล่าเนื้อที่แสนดุร้ายของฉันกินจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก" เล็บยาวๆค่อยๆจิกลงมาบนเนื้อของฉันอย่างแรง "อย่าคิดซะล่ะว่าจะมีคนมาช่วย เขาจะไม่มีวันหาที่นี่เจอแน่นอน"

 

ฉันมองอีกฝ่ายด้วยความเย็นชาไร้ความรู้สึก ในใจคิดวิธีสารพัดที่จะทำให้ผู้หญิงตรงหน้ามีสภาพอเนจอนาจจนแม้แต่สุนัขข้างทางยังต้องเห่าไล่

 

เพี๊ยะ

 

ฉันหน้าหันไปตามแรงตบ ในปากได้กลิ่นคาวเลือด ไม่คิดว่าผู้หญิงที่ดูผอมบางแบบนี้จะมีแรงเยอะขนาดนี้มาก่อน

 

"ฉันล่ะเกลียดสายตาเมื่อกี้ของแกซะจริง แกควรจะต้องมีแววตาดิ้นรน เสียใจ โกรธตัวเอง และขออภัยฉันสิ แบบนี้ถึงจะสะใจกว่านะ" มือข้างนั้นที่ตบฉันหน้าหันบีบคางของฉันอย่างแรงแล้วดึงให้ฉันหันกลับไปมองหน้าหล่อน "แต่ก็นะ ถึงแกจะดิ้นรนขอชีวิตยังไง แกก็จะต้องถูกทรมาณจนตายอยู่ที่นี่อยู่ดี ฮ่าๆๆๆ"

 

"ถ้าฉันรอดไปได้ ฉันจะทำให้ชีวิตของเธอจะต้อยต่ำยิ่งกว่าเศษดินที่อยู่บนพื้นถนนเสียอีก"

 

"มันคงจะไม่มีวันนั้นหรอก" อลิซ่ามองฉันขึ้นๆลงๆด้วยสายตาเหยียดหยาม "จะว่าไปรูปร่างของเธอก็ไม่เลวเลยนะ ลูกน้องของฉันในห้องนี้น้ำลายสอกันยกใหญ่แล้วสิ"

 

ฉันได้ฟังดังนั้นก็หันไปเห็นสายตาหื่นกระหายของผู้ชายจำนวนเจ็ดแปดคนในห้อง ในใจคิดว่าหล่อนต้องการที่จะเล่นแบบเดิมอย่างนั้นหรือ

 

"หมาป่าทั้งแปดตัวในห้องนี้ขาดผู้หญิงมาหลายสัปดาห์แล้ว แต่ว่านะ ถ้าให้เซ็กส์กับเธอในตอนนี้ก็คงจะใจดีเกินไปหน่อย ไว้ฉันทรมาณเธอจนพอใจก่อนถึงจะยกหมาป่าพวกนี้ให้เธอละกัน" พูดจบอลิซ่าก็หยิบแส้ขึ้นมาจากกองเครื่องมือทรมาณ "บอกให้รู้ไว้ แส้เส้นนี้เป็นของเล่นโปรดของฉันเลยล่ะ"

 

"โรคจิตไม่เบาเลยนะ คุณหนูตระกูลใหญ่ถูกเลี้ยงดูมายังไงกันนะถึงได้มีนิสัยซาดิสท์แบบนี้"

 

"เก็บเสียงไว้ใช้ร้องตอนโดนฉันฟาดแส้ใส่แกเถอะ" พูดจบก็สะบัดแส้ยาวลงบนตัวของฉัน

 

เพี๊ยะ

 

แส้เส้นนั้นฟาดมาโดนต้นขาของฉันอย่างเต็มแรง จนผิวขาวๆมีเลือดซึมออกมา "อึก" ฉันได้แต่กัดฟันไม่ให้ตัวเองร้องออกมา

 

"กัดฟันงั้นหรอ อยากรู้ซะจริงว่าแกจะอดทนไม่ร้องออกมาได้นานแค่ไหน หึๆ" ว่าแล้วอลิซ่าก็ฟาดแส้ใส่ฉันอย่างไม่ยั้ง

 

เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ เพี๊ยะ

 

ฉันยังคงกัดฟันไว้แม้จะเจ็บเต็มกลืน ตอนนี้ทั่วทั้งตัวมีรอยแส้เต็มไปหมด ไม่ว่าจะ ตัว แขน ขา บางจุดยังมีเลือดซิบออกมาอีกด้วย

 

"อดทนเก่งดีนี่ งั้นไม่เป็นไร ฉันมีหลายวิธีในการทรมาณแก" อลิซ่าวางแส้ลงแล้วหยิบมีดสั้นเล่มหนึ่งขึ้นมา "ฉันล่ะสงสัยจริงๆว่าอลันชอบแกที่ตรงไหนกันนะ? หน้า หน้าอก หรือจะเป็น...นี่?" อลิซ่าใช้ปลายมีดชี้ไปที่หน้า หน้าอกของฉัน แล้วจบด้วยชี้ไปที่กลางกายของฉัน

 

"..." ฉันจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เย็นชา

 

เพี๊ยะ

 

ฉันถูกตบจนหน้าหันอีกครั้ง

 

"ฉันบอกแล้วว่าแกไม่ควรมองฉันด้วยสายตาแบบนั้น" อลิซ่าบีบคางของฉันแน่น

 

ฉันถ่มเลือดในปากใส่หน้าอลิซ่าด้วยความหมั่นไส้ ทั้งๆที่รู้ทั้งรู้ว่าทำแบบนี้มีแต่จะเร่งให้ฉันเจ็บตัวมากขึ้นแต่มันก็สุดจะทนแล้วจริงๆ

 

"กรี๊ดดดดดด แกกล้า!? ได้ แกเตรียมหน้าเละได้เลย จับหน้ามันไว้!"

 

ฉันล็อกศีรษะไว้ขยับไปไหนไม่ได้ ใบมีดแหลมคมพุ่งมาที่หน้าของฉันด้วยความรวดเร็ว ความรู้สึกเจ็บแปลบสายหนึ่งเกิดขึ้นที่แก้มซ้าย เลือดอุ่นๆทะลักออกมาเลอะเต็มหน้า ฉันพยายามข่มความเจ็บปวดแต่ก็อดไม่ได้ที่จะร้องออกมาเสียงแผ่ว เท่าที่รู้สึก เหมือนจะเป็นแผลยามแต่ความลึกนั้นยังไม่ลึกมากนัก

 

ตึกๆๆๆ

 

เสียงฝีเท้าวิ่งอย่างรีบร้อนดังขึ้นมา

 

"คุณหนู คุณวิลเลียมส์มาครับ" ชายคนนั้นพูดพลางหอบเพราะรีบวิ่งมา "แถมยังพาคนจำนวนมากมาอีกด้วยครับ"

 

อลิซ่าพลันมีสีหน้าตื่นตระหนก ใบหน้างามซีดขาวราวกระดาษ "อลันที่นี่ เขารู้ได้ยังไงกัน?" ฉับพลันสีหน้าที่ตื่นตระหนกพลันเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยว "ไปขัดขวางไ่ให้เขาเข้ามาในนี้ พวกแกกก็ออกไปด้วย ส่วนแก! นังแพศยา ตอบฉันมาแแกทำอะไร!"

 

ฉันรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาบ้างเมื่อได้ยินว่าอลันมาถึง แต่ก็ยังวางใจไม่ได้อยู่ดี เหมือนว่าห้องนี้เป็นห้องลับ อลันจำเป็นต้องหาฉันให้เจอก่อนที่อลิซ่าจะฆ่าฉันแล้วเอาศพไปซ่อนหรือไม่ก็ทำลาย และฉันก็ต้องถ่วงเวลาผู้หญิงโรคจิตนิสัยซาดิสทืคนนี้ไว้ให้นานที่สุด

 

"ฉันให้เธอลองทายดูไหม?" ด้วยความที่เจ็บแผลฉันจึงพูดเสียงดังและเร็วมากไม่ได้แต่ก็พอให้อีกฝ่ายได้ยิน

 

"แกอย่ามาเล่นเกมประสาทกับฉัน รีบบอกมาเพื่อต่อชีวิตของแกจะดีกว่านะ"

 

"บอก หรือ ไม่บอก ฉันก็คงถูกเธอเอาชีวิตไปอยู่ดีไม่ใช่หรอ?"

 

อลิซ่าเอามีดมาจี้คอของฉัน "คิดจะเฉไฉงั้นหรอ? ถึงฉันจะไม่ได้ทรมาณแกได้อย่างใจอยากแต่ฆ่าแกก่อนอลันมาเจอแล้วทำลายศพซะก็ไม่เลว"

 

"ฉันล่ะอยากรู้จริงๆเลย เธอรักเขาที่ตรงไหนอย่างนั้นหรอ?"

 

"เรื่องแบบนั้นพอแกตายไปเดี๋ยวก็รู้เองแหละ"

 

ฉันแบบกลอกตามองบนในใจ ทำไมถึงหลอกล่อได้ยากขนาดนี้นะ? ฉันชักจะเริ่มเครียดหนักขึ้นเรื่อยๆเมื่อปลายมีดแหลมคมกดลงมา

 

"นี่ วานอะไรก่อนตายหน่อยสิ ถือซะว่าคำขอร้องครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ฉันจะขอเธอ"

 

"คิดจะถ่วงเวลารึไง"

 

ฉันพูดด้วยสีหน้าจริงจัง "เอาน่าฟังหน่อย เป็นสิ่งหนึ่งที่อยากทำให้ได้ก่อนตายน่ะ คือว่าอย่างนี้นะ ฉันมีน้องชายๆแท้ๆอยู่คนนึงอะ ไม่รู้ทำไมถึงได้เกิดมามีรูปร่างและหน้าตาดีมากขนาดนี้กันนะ? ฉัน(มินจี)น่ะ แอบมองน้องมานานแล้ว ทั้งแอบถ่าย แอบส่องกล้ามท้อง ชอบเอาไปฝันถึงทุกคืนว่าได้มีอะไรกัน ถ้าเธอไม่ว่าอะไรหลังจากฉันตายแล้วเธอช่วยไปมีอะไรกับน้องชายฉันแทนฉันได้ไหม?"

 

"หา???" อลิซ่ามีสีหน้าอึ้งๆ ไม่คิดว่าเรื่องขอก่อนตายจะเป็นเรื่องสุดแปลกขนาดนี้ "ละ แล้วอลันล่ะ?"

 

"นิสัยและรูปร่างของเขาคล้ายน้องชายของฉันมาก ฉันเลยมองเขาเป็นดั่งตัวแทนน่ะ" ฉันพูดพลางแสร้งทำหน้าเศร้าใจ "แต่ถึงยังไงเขาก็สู้น้องชายของฉันไม่ได้เลย ถ้ารู้ว่าเข้าหาเขาแล้วเจอเรื่องแบบนี้ฉันจะไม่ยุ่งเลย"

 

คนสองคนที่ล็อคตัวฉันไว้ผ่อนแรงลงเพราะตกใจกับเรื่องเล่าที่ไม่จริงของฉัน

 

"แก แก แกถึงกับ ถึงกับกล้าหลอกอลันให้รักเพียงเพราะเรื่องแค่นี้งั้นหรอ?!" มีดในมือของอลิซ่าร่วงลงสู้พื้นแล้วหล่อนก็เข้ามาบีบคอของฉันอย่างแรง

 

ฉันหายใจอย่างยากลำบาก แต่อย่างน้อยก็ดีกว่าโดนมีดปาดคอ

 

ขณะที่คิดว่ากำลังจะขาดอากาศตาย ประตูห้องก็ถูกเปิดออกมาอย่างแรง จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงปืนอีกสองนัดชายสองคนที่จับตัวฉันไว้ก็ล้มลง ฉันและอลิซ่าเองก็ล้มลงไปด้วย อลิซ่าถูกดึงออกไปจากตัวฉันพร้อมๆกับเสื้อโค้ทตัวหนึ่งคลุมทับตัวฉันไว้ อลันเข้ามาช่วยฉันพยุงให้ลุกขึ้นยืน

 

"เป็นอะไรไหม? ผมมาช้าไปหรือเปล่า?" น้ำเสียงทุ้มนุ่มถามออกมาด้วยความเป็นห่วง

 

เอาอีกแล้ว จู่ๆฉันก็อยากร้องไห้ขึ้นมา ฉันพยายามอดกลั้นไม่ให้ร้องแต่พอเจอกับสายตาห่วงใยคู่นั้นบ่อน้ำตามันก็แตกทะลักออกมา "ใช่ คุณมาช้า ถ้าหากฉันไม่มีไหวพริบละก็ฉังคงได้ตายจริงๆไปแล้ว ฮือออ"

 

อลันได้แต่กอดฉันไว้เงียบๆ จนฉันเริ่มเจ็บแผลที่หน้าและแผลตามตัวเท่านั้นแหละถึงได้หยุดร้อง

 

"ให้หมอทำแผลที่หน้าของคุณก่อนนะ"

 

"อือ" ฉันส่งเสียงอือออกมาพลางใส่เสื้อโค้ทให้เรียบร้อย พอออกมาจากอ้อมแขนของอลันก็เหลือบไปเห็นอลิซ่าถูกปิดปากจนพูดอะไรไม่ได้โดนล็อคตัวไว้ติดกับพื้น แล้วสายตาก็เลื่อนไปเห็นหมอผู้หญิงคนหนึ่งที่สีหน้าดูนิ่งสงบแม้จะมีคนถูกยิงตายอยู่สองคนในห้องนี้ ฉันปล่อยให้เธอทำแผลที่หน้าของฉันให้ หมอคนนี้มือเบาและทำแผลได้อย่างรวดเร็วทีเดียว ฉันขอบคุณคุณหมอแล้วหันไปมองอริด้วยสายตาเย็นชา

 

"ฉันคงปล่อยให้เธอเล่นสนุกมามากพอแล้ว ถึงเวลาที่ฉันต้องเอาคืนเธอแล้วล่ะ จริงไหม?"

 

อลิซ่าจ้องมองฉันด้วยสายตาเคียดแค้น

 

"วันนี้ฉันเห็นแล้วล่ะว่าแรงแขนของเธอเยอะแค่ไหน ตอนแรกที่ว่าจะทำให้พิการแค่ช่วงขาคงต้องเปลี่ยนใจ เอาให้พูดไม่ได้ขยับไม่ได้ไปทั้งตัวเลยละกัน คุณหมอคะ คุณคงรู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไงให้หล่อนพิการทั้งตัวแต่สามารถหายใจได้อยู่ใช่ไหมคะ?"

 

หมอหญิงคนนั้นพยักหน้า "ก่อนมานี่คุณชายก็เคยสั่งไว้แล้ว ฉันจะจัดจารตามที่คุณผู้หญิงต้องการ"

 

"อืม เช่นนั้นก็รบกวนที"

 

หมอหญิงคนนั้นทำตามที่ฉันขออย่างว่าง่าย ฉันไม่อยากรู้หรอกว่าเธอจะทำอย่างไรฉันเลยเดินออกมาจากห้องโดยมีอลันคอยโอบเอวของฉันไว้อย่างเบามือ

 

ระหว่างที่นั่งอยู่บนรถ ฉันก็เอาศีรษะพิงไหล่อลันอย่างเหนื่อยล้า รู้สึกได้ว่าหนังตาเริ่มหนักอึ้ง "ฉันอยากให้หล่อนถูกนำไปขายในสถานบริการ ให้หล่อนได้รับความอัปยศ"

 

"ได้"

 

"อืมม แล้วก็ขอบคุณคุณมากนะ พอมีคุณอยู่ใกล้ๆแล้วฉันรู้สึกปลอดภัยเสมอเลย"

 

"ระหว่างเราไม่จำเป็นต้องขอบคุณ"

 

ฉันส่งเสียงอือในลำคอแล้วผล็อยหลับไป

 

รอบนี้ฉันตื่นมาก็พบกับเพดานสีขาวและกลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อของโรงพยาบาล กล้ามเนื้อทุกส่วนรู้สึกระบมไปหมดเลยขยับไม่ได้เลย ฉันรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งมาจากมือขวาก็หันไปมอง ก็เห็นอลันนอนฟุบหลับไปพร้อมกับจับมือของฉันไว้ไม่ยอมปล่อย

 

ฉันรู้สึกสงสารเขาขึ้นมา คนที่ต้องนอนเตียงนุ่มๆมาโดยตลอดตอนนี้กลับมานอนฟุบให้ตัวเองปวดหลังแบบนี้

 

"อาา" ฉันจะเรียกอลันให้ตื่นมานอนดีๆแต่กลับพบว่าตัวเองคอแห้งมากๆ

 

อลันที่ได้ยินเสียงแม้เพียงเล็กน้อยก็รีบลุกขึ้นมาทันที "คุณตื่นแล้ว?"

 

"ขอน้ำ" ฉันพูดเสียงแหบ

 

อลันได้ยินแบบนั้นจึงรีบเทน้ำเปล่าให้ฉันดื่มดับกระหาย

 

"คุณรู้ไหมว่าตัวเองหลับไปถึงสามวัน แถมคุณยังมีไข้ขึ้นสูงอีก"

 

"จริงหรอเนี่ย? อาา งานของฉันกองพะเนินแน่ๆเลย"

 

"ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมช่วยคุณ อีกอย่างผมลางานและลาเรียนให้คุณพักผ่อนสองเดือนเรียบร้อยแล้ว ยังไงก็ไม่มีใครกล้าคัดค้านผมอยู่แล้ว"

 

"ตามใจคุณเถอะ อ้อ จริงสิ เราจัดการอลิซ่ารุนแรงขนาดนั้นทางครอบครัวเธอไม่ว่าอะไรหรอ?"

 

"ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ลูกคนเดียว อีกอย่างคนในครอบครัวของหล่อนก็ไม่ได้สนใจหล่อนมากมาย มีใครอยากจะใส่ใจกับลูกคุณหนูที่ดีแต่เสแสร้งแต่ภายในคือโรคจิตดีๆคนนึงบ้างล่ะ แค่ให้เงินให้บ้านมากเกินพอแล้ว"

 

ฉันถอนหายใจ "อาจเป็นเพราะการเลี้ยงดูแบบผิดๆที่ทำให้หล่อนเป็นแบบนี้"

 

โครก

 

ฉันพลันหน้าแดงขึ้นมาเมื่อกระเพาะอาหารส่งเสียงประท้วง

 

"จริงด้วย คุณยังไม่มีอะไรตกถึงท้องมาสามวันเลยนี่นา รอเดี๋ยวนะ" อลันว่าแล้วก็รีบเดินออกจากห้องไป ฉันใช้มือหนึ่งปิดหน้าส่วนอีกมือก็กุมท้องเพราะความรู้สึกที่ว่าหิวไส้กิ่วเริ่มประดังประเดเข้ามาจนชักจะปวด

 

อลันเดินกลับเข้ามาพร้อมถาดอาหารที่ส่งกลิ่นหอมฉุย จนกระเพาะไม่รักดีเริ่มส่งเสียงออกมาอีกแล้ว

 

"เดี๋ยวผมป้อนให้คุณละกัน ตอนนี้คุณน่าจะยังไม่มีแรงอะไร"

 

ฉันมองปลายนิ้วที่สั่นน้อยๆก็ส่งเสียงอืมออกมา ยอมให้อลันตกอาหารเข้าปากให้แต่โดยดี

 

พอกินเสร็จนั่นแหละถึงจะมีหมอเข้ามาดูอาการให้ พอฉันกินยาปฏิชีวนะกับยาอีกสองชนิดลงท้องแล้วจึงหลับต่อด้วยฤทธิ์ยา

 

ตื่นมาอีกทีฉันก็รู้สึกดีขึ้นมากๆแล้ว หมอเองก็บอกว่าสามารถกลับบ้านได้ขอแค่ล้างแผลและทานยาให้ครบก็พอ แต่อลันยังไม่พพอใจเขาขอให้ฉันค้างที่โรงพยาบาลต่ออีกนิดตรวจร่างกายอะไรให้เรียบร้อยและมั่นใจดีก่อนว่าหายดีแล้วจริงๆและเหลือเพียงแค่บาดแผลภายนอก นั่นแหละคือสาเหตุที่ทำให้ฉันต้องอยู่โรงพยาบาลต่ออีกหนึ่งอาทิตย์

 

แผลที่โดนมีดกรีดบนหน้าดีขึ้นมาก แผลตามตัวเองก็เกือบหายแล้ว หลังจากที่ฉันคอยพูดรบเร้าว่าอยากออกจากโรงพยาบาลกรอกหูอลันอยู่ทุกวี่ทุกวันทำให้ฉันไม่ต้องอยู่โรงพยาบาลนานเกินหนึ่งสัปดาห์

 

แต่พอฉันได้ออกจากโรงพยาบาลฉันก็โดนห้ามไม่ให้ออกไปไหนเพราะฉันยังไม่หายดี ถึงจะหงุดหงิดนิดหน่อยแต่ก็รู้ว่าตัวเองยังไม่พร้อมออกไปพบหน้าคนอื่นจริงๆจึงได้แต่จำใจนั่งอ่านหนังสืออยู่เฉยๆในบ้านของอลันหลังเดิม

 

ไปๆมาๆฉันก็พักรักษาตัวมาได้เดือนกว่าๆแล้ว แผลที่หน้าพอได้รับการรักษาอย่างดีก็ไม่มีรอยแผลเป็นเลย สภาพร่างกายก็กลับมาเป็นปกติดีแล้วด้วย ฉันเลยจะขออลันกลับไปเรียนและทำงานเร็วกว่าที่ลาเอาไว้

 

"อลัน ตอนนี้ร่างกายของฉันก็กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมแล้ว ขอฉันกลับไปเรียนก่อนจะหมดวันลาได้ไหม?" ฉันถามอลันหลังจากที่ทานมื้อเย็นกันเสร็จในวันหนึ่ง

 

"ได้สิ แต่ไปเที่ยวที่นึงกับผมก่อนได้ไหมล่ะ?"

 

"ที่ไหนคะ?"

 

"ผมมีบ้านพักตากอากาศหลังหนึ่ง ผมอยากพาคุณไปชมทิวทัศน์สวยๆและได้สูดอากาศบริสุทธิ์"

 

"ในหน้าหนาวแบบนี้หรอ?"

 

"ไม่หนาวเกินไปสำหรับคุณหรอก"

 

"งั้นไปก็ได้ค่ะ"

 

"เก็บของแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าออกเดินทางกันเลย"

 

สิ้นเสียงอลันฉันก็ร้องห๊ะในใจ ทริปจะปุบปับอะไรขนาดนี้??

 

 

 

---------

สวัสดีค่ะรีดดดด

(ว่าจะลงตั้งแต่เมื่อวานแล้วลืมค่ะ แง)

ไม่ได้เจอกันนานเลยยย โอ๊ยยยย คิดถึงจังงง

เอาจริงๆมีแพลนว่าจะอัพนิยายหลังวันหยุดยาวเพราะคิดว่าแบบ

กลับบ้าน มีเวลาว่างๆชิลๆมาแต่งนิยาย เอาเข้าจริงคือไม่ใช่เลยค่ะ(อยากจะร้อง)

แบบว่ามีวันหยุดไม่ได้หยุด ทำงาน ทำการบ้าน เรียน เหนื่อยมาก

(แต่วันธรรมดาก็เหนื่อยว่าอีก ชีวิตในรั้วมหาลัย เรียนน้อยก็จริงแต่รู้สึกเหนื่อยกว่ามัธยมเยอะเลย)

ยิ่งนั่งรถตู้กลับบ้านเองคือเหนื่อยค่ะ พอจะพิมพ์นิยายตอนอยู่บนรถก็ไม่ได้เมารถค่ะ

แต่ถ้าถามว่าหยุดยาวได้เขียนนิยายไหม?

ยืนยันค่ะว่าเขียน แต่เวลามันช่างน้อยนิด;---; ไรท์ไม่ได้อู้เล้ย จริงจริ๊งงง

เห้อออ อยากเที่ยวทะเลลล

ทุกคนลองอวดไรท์หน่อยสิคะ ว่าหยุดยาวที่ผ่านมาไปเที่ยวไหนมาให้ไรท์อิจฉาหน่อยเร็วว

 

ขอพูดถึงเนื้อหาหน่อย

ไรท์ทำร้ายลินซะเยอะเลยตอนนี้ เขียนยากอยู่นะคะ ฉากการทรมาณ ใจจริงคืออยากใส่เยอะกว่านี้ค่ะแต่ไม่เอาสงสารลูกสาว แถมไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องแบบนี้เท่าไหร่ อ้อ แล้วก็ พฤติกรรมไม่ดีๆพวกที่ใช้ความรุนแรง ไม่ว่าจะตัวร้ายทำก็ดี หรือตัวเอกทำก็ดี ไม่ควรเอาเยี่ยงอย่างนะคะ อย่าทำตามนะคะ!!

 

เจอกันตอนหน้าค่ะ

แต่ไม่รู้ว่าจะได้เจอกันเมื่อไหร่นะคะ คือไรท์ต้องเตรียมตัวสอบกลางภาคในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ซึ่งหมายความว่า อาจจะไม่ได้มาอัพยาวเหมือนกับตอนนี้เลยก็ได้ค่ะ

แต่สัญญานะคะ ไม่ทิ้งนิยายแน่นอน จะเขียนจนจบ ยืนยันคำเดิมค่ะ

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น