รับจ้างตั้งครรภ์ Mpreg [END]
EP.3 พี่ทัพคือคำต้องห้าม
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
EP.3 พี่ทัพคือคำต้องห้าม

EP.3 พี่ทัพคือคำต้องห้าม

[รับจ้างตั้งครรภ์] : สวีทการ์เดนท์

 

 

 

หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำเมื่อรู้ตัวว่ากำลังโดนลวนลาม ที่รักรีบคว้ามือปลาหมึกไว้ไม่ให้ล่วงล้ำไปมากกว่านี้ พอเอี้ยวหน้ากลับก็ยิ่งตกใจกว่าเดิมเพราะจมูกคมชนแก้มของเขาเต็มๆ จนต้องรีบกระเถิบกายหนีอัตโนมัติ อีกนิดเดียวก็จะตกเตียงแล้ว แต่ลำแขนใหญ่รวบรั้งเอวเอาไว้เสียก่อน

 

“จะไปไหน” เสียงทุ้มกระซิบชิดใบหู ลมหายใจร้อนๆรินรดส่งผลให้คนฟังขนลุกเกรียวกราว

 

“คุณทัพฟ้า ปล่อยรัก”

 

“ตั้งใจอ่อยไม่ใช่เหรอ แล้วจะหนีไปไหนล่ะ” เขาถามขึ้นอีกรอบ ก่อนจะหลับตาลงสูดดมกลิ่นกายของสุดที่รักเข้าสู่ปอด ต้องคิดใหม่แล้วล่ะว่าเด็กนี่ซื่อบื้อหรือร้ายกาจกันแน่

 

“ก็คุณเป็นคนบอกเองว่าจะไม่ทำ แล้วมากอดทำไม” ร่างบางถามกลับเสียงเบาหวิว ใบหน้าก็เริ่มบึ้งตึง ดีนะที่อีกฝ่ายมองไม่เห็น ไม่งั้นคงโดนดุแหงๆ

 

“นายอยากให้ฉันกอด”

 

“ไม่ใช่สักหน่อย” เขารีบปฏิเสธทันควัน

 

“ฉันอยากสำรวจว่ากางเกงในที่นายใส่อยู่มันเป็นแบบไหนกันแน่” ปากหยักเอื้อนเอ่ยพร้อมกับลากฝ่ามือลงมาบริเวณเดิม แต่ครั้งนี้ไม่ใช่แค่ลูบไล้

 

“นี่ มันเจ็บนะ” เป็นเพราะทัพฟ้าออกแรงบีบเคล้นอย่างสนุก ทำเอาหนุ่มน้อยดิ้นพล่าน

 

“ขอดูหน่อยสิ”

 

“ไม่”

 

คำปฏิเสธไม่ได้มีผลอะไรอยู่แล้ว ทัพฟ้าคลายอ้อมแขนออกก่อนจะขยับลงจากเตียง เขาเดินไปเปิดไฟให้ภายในห้องนอนสว่างอีกครั้ง สุดที่รักรีบหยัดตัวขึ้นนั่ง พลางดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่างกาย ดวงตากลมโตมองตามทุกการกระทำ

 

“มองแบบนี้หมายความว่ายังไง จะขัดขืนงั้นเหรอ ไม่ได้ซื้อตัวมาเพื่อให้เล่นตัวหรอกนะ” คิ้วเข้มเลิกขึ้นถาม นัยน์ตาสีดำขลับจ้องกลับอย่างไม่ลดละ

 

“คุณจะทำหรือเปล่า ถ้าไม่ทำก็อย่าดูเลย” หากคืนนี้จะมีเพศสัมพันธ์กันเขาก็พร้อมอยู่แล้ว ถึงจะกลัวเจ็บเหมือนที่คุณหมอปาหนันอธิบายแต่ก็ต้องอดทน เพราะยังไงต้องอุ้มท้องลูกของทัพฟ้าอยู่ดี

 

“ฉันไม่อยากทำ แค่อยากดู”

 

ขายาวก้าวเข้าใกล้เตียง พร้อมใช้สายตาสำรวจดวงหน้าของคนที่ไม่เหมือนเด็กสู้ชีวิต ถ้าพบเจอกันที่อื่นคงคิดว่าเป็นเด็กที่ถูกเลี้ยงอย่างประคบประหงมไม่เคยทำงานหนักมาก่อน

 

“รักไม่ให้ดู” มือบางกระชับผ้าห่มแน่นกว่าเดิมอีก

 

“ทำไมที่รักต้องหวงตัวด้วยล่ะ เด็กขายส่วนมากต้องอยากนำเสนอสินค้าสิ” ไม่ได้ว่าเปล่า เขาตามขึ้นมาบนเตียงอีกรอบ

 

“ก็บอกว่าไม่ได้ขาย” เรื่องนี้ขอเถียงขาดใจ อะไรที่ไม่ใช่เรื่องจริงก็ไม่เห็นต้องยอมรับ

 

มือหนาดึงผ้าห่มอย่างแรงแต่ที่รักก็จับไว้มั่นไม่ยอมปล่อย ทั้งสองยื้อยุดกันอยู่พักหนึ่งจนคนที่ต้านแรงไม่ได้เริ่มเบะ อีกทั้งส่ายหน้าไปมาด้วยความเว้าวอน

 

“ไม่นะ” ช่างน่าสงสารเหลือเกิน แต่ไม่ใช่สำหรับทัพฟ้าแน่ๆ

 

“มันดึกมากแล้ว ฉันไม่ได้มีเวลาขนาดนั้น จุดประสงค์ที่นายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ก็เพราะต้องการให้ฉันเอาไม่ใช่เหรอ ถ้าถึงตอนนั้นก็ต้องเปิดทุกซอกทุกมุมอยู่ดี อย่าเล่นตัวนักเลย”

 

คนขี้รำคาญกระแทกเสียงใส่ พลางใช้สายตาตำหนิอีกด้วย ทำเอาคนฟังรีบก้มหน้าก้มตาไม่อยากมองคนใจร้าย นั่นสิ...ทำไมเขาต้องไม่อยากให้ทัพฟ้าเห็นในเมื่อยังไงก็ต้องได้เห็น พอคิดดังนั้นก็ค่อยๆคลายมือออกจากผ้าห่มอย่างยอมจำนน เป็นแค่ลูกจ้างจะไปขัดใจเจ้านายได้ยังไง สัญญาก็เซ็นแล้ว เงินส่วนแรกก็ได้มาแล้วด้วย

 

“อย่าขัดขืน” เสียงทุ้มออกคำสั่ง

 

ตามด้วยดึงผ้าห่มออกให้พ้นทางก่อนจะขยับกายเข้าหา สองแขนแกร่งกักกันอีกฝ่ายไว้ไม่ให้หนี ใบหน้าของพวกเขาใกล้กันมากจนที่รักต้องยกกำปั้นขึ้นดันหน้าอกล่ำให้ออกห่าง แต่ยิ่งต่อต้านก็ยิ่งสู้ไม่ไหว สักพักก็เงยหน้าขึ้นมามองค้อน แต่ก็ได้แค่มองเพราะไม่กล้าบ่นสักคำ ถึงกระนั้นปลายจมูกโด่งก็ยังคลอเคลียตามแก้มของเขาอยู่ดี ครั้นเสหน้าหลบไปอีกทางก็ยังตามมาดมซอกคออีก

 

“คุณทัพ” ได้แต่เรียกชื่อเท่านั้นทั้งที่ไม่พอใจเป็นอย่างมาก

 

“ให้ฉันถอดให้เหรอ”

 

“ไม่ รักจะถอดเอง แต่แค่แป๊บเดียวได้ไหมครับ รักง่วงแล้ว” คนตัวเล็กต่อรอง เวลานี้ก็ยังเบี่ยงหน้าหลบอยู่ท่าเดิม ที่เขาไม่อยากให้ทัพฟ้าสำรวจนานก็เพราะกลัวสายตาที่หยามเหยียด ไม่อยากฟังคำพูดที่แสนร้ายกาจ ถ้าร่างกายของเขาไม่ถูกตาก็คงโดนว่าให้เจ็บช้ำน้ำใจแน่ๆ

 

“ฉันไม่ดูนานหรอก ไม่ได้น่าสนใจขนาดนั้น” เห็นไหมล่ะ แต่ละคำช่างไม่น่ารักเอาเสียเลย ถ้าไม่น่าสนใจทำไมยังคะยั้นคะยอจะดู ถึงที่รักจะคิดแบบนั้นแต่ก็ไม่กล้าปริปากถาม

 

ทำได้เพียงพยักหน้ารับ ก่อนจะสอดมือเข้าใต้สาบเสื้อเพื่อหาขอบกางเกง ไม่แม้แต่จะสบสายตากับคนตรงหน้า จากนั้นก็ค่อยๆรูดดึงลงจนกระทั่งมันร่นมากองรวมกันที่ข้อเท้า ถึงตอนนี้ที่รักยังคงก้มหน้าก้มตาอยู่ พลางดึงชายเสื้อลงมาปิดกลางเป้า ด้านทัพฟ้ามองตาค้างเลยทีเดียวเพราะไม่คิดว่าสุดที่รักจะขาสวยถึงเพียงนี้ ทั้งเรียวทั้งขาวเนียนชนิดที่ว่าไร้ที่ติ

 

“พอแล้วนะครับ” ดวงตากลมช้อนขึ้นมอง คนที่จ้องตาไม่กะพริบในคราแรกรีบดึงสติกลับมา

 

“อะไร ยังไม่เห็นข้างหลังเลย” ไม่ว่าเฉยๆ เขาดึงกางเกงตัวนั้นให้หลุดจากข้อเท้าและโยนทิ้งอย่างไม่ไยดี

 

“คุณ!” ร่างเล็กหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่

 

พรึ่บ!

“อ๊ะ!” มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

ที่รักถูกดึงแขนจนเสียหลักล้มทับบนหน้าขาแข็งๆ ใบหน้าคะมำลงกับเตียง ก้นลอยเด่นขึ้นสูง มือหนาตะปบเข้าตรงนั้นทันทีก่อนจะเริ่มบีบเคล้นอีกหนจนเกิดริ้วแดง พลางคิดว่าถ้าที่รักจะใส่กางเกงในแบบนี้ก็เปลือยกายเถอะ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างลืมตัวและขบกรามแน่น เลือดเริ่มสูบฉีดเมื่อได้สัมผัสความนุ่มลื่นทั่วบั้นท้าย

 

“อย่าบีบ รักเจ็บ” ก็ว่าพูดคำนี้หลายครั้งแล้วนะ ทำไมอีกฝ่ายไม่ฟังบ้างเลย

 

“ชอบเหรอกางเกงในสไตล์นี้”

 

“ไม่ใช่นะ คุณผู้หญิงซื้อให้รักต่างหากล่ะ บอกว่าถ้าใส่แล้วคุณจะรีบปั๊มทายาท” ซึ่งที่รักเองก็อยากอุ้มท้องไวๆจะได้รีบไปจากที่นี่ ถึงจะใหญ่โตมโหฬารแต่ก็ไม่ใช่บ้านของเขา

 

“เสียใจด้วย วันนี้ฉันง่วงมาก ไว้วันหลังก็แล้วกัน” ทัพฟ้าคงลืมคำพูดตัวเองไปเสียแล้ว ที่บอกว่าจะวันไหนก็ไม่เอาที่รักหรอกเพราะไม่ชอบความไร้เดียงสาและความจืดชืดอ่อนประสบการณ์ แต่ตอนนี้กลับบอกว่าเอาไว้วันหลัง

 

เริ่มปวดหนึบไปทั่วแก่นกายแต่ก็พยายามหักห้ามใจตัวเอง เขาดึงร่างเล็กกลับมานอนในท่าเดิมตามด้วยดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัว ยังไม่คลายมือออกจากแขนเรียวทั้งที่ก็ต่างคนต่างนอน หมอนก็หนุนคนละใบ

 

“คุณปล่อยก่อน รักจะไปใส่กางเกง”

 

“ไม่ต้องใส่ นอนเดี๋ยวนี้” เหมือนผู้ใหญ่สั่งให้เด็กพักผ่อน คนฟังถึงกับงุนงงว่าทำอะไรให้ไม่พอใจอีก แล้วทำไมต้องนอนจับแขน ทำไมไม่ให้ใส่กางเกง แล้วจะนอนแบบเปิดไฟไว้อย่างนี้น่ะเหรอ

 

“คุณทัพ”

 

“...” คนตัวโตไม่หือไม่อือใดๆทั้งสิ้น ที่รักมองใบหน้าคมที่หลับไปเป็นที่เรียบร้อย ก่อนจะย่นจมูกใส่อย่างหมั่นไส้และหลับตาลงตาม

 

...

 

เวลาเก้าโมงตรง พ่อกับแม่ของทัพฟ้ายังไม่เห็นลูกชายลงมาทานข้าวเลย ซึ่งผิดปกติมากๆ เพราะทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ทัพฟ้าจะเข้าบริษัทก่อนแปดโมงพร้อมเหล่าพนักงานทั้งหลาย บัดนี้ฝั่งแม่ยิ้มจนแก้มปริที่ตัวเองจะได้อุ้มหลานในเร็ววัน

 

“อีกหน่อยน้องที่รักก็ต้องตรวจครรภ์แล้วสินะ” เธอว่าออกมาอย่างมีความสุข

 

“คุณคิดว่าเมื่อคืนเจ้าทัพปั๊มลูกงั้นเหรอ” สามีถามกลับทันควัน

 

“ก็ใช่น่ะสิ ฉันถึงได้เตรียมอาหารเช้าจำพวกเพิ่มพลังไว้ให้ลูกไง เดี๋ยวขอขึ้นไปดูก่อนนะว่าตื่นกันหรือยัง”

 

คุณหญิงดารากานต์พูดอย่างอารมณ์ดีก่อนจะเดินขึ้นไปบนบ้าน เธอเคยคิดเอาไว้ว่าทัพฟ้าจะต้องหลงเสน่ห์สุดที่รักแน่ๆและคงเป็นแบบนั้นจริงๆถึงได้ตื่นสายตะวันโด่งอย่างนี้ หลานน้อยตัวจ้ำม่ำกำลังจะมาเกิดแล้วสิ พอมาถึงหน้าห้องเธอจึงเอาหูแนบฟังก่อนว่าคนข้างในตื่นหรือยัง ผลปรากฏว่าเงียบมาก

 

ก๊อกๆๆ

“ทัพ ตื่นยังลูก” คุณหญิงเคาะเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา

 

เธอจึงถือวิสาสะเปิดเข้าไปเลยเพราะประตูไม่ได้ล็อก ถึงกับเบิกตากว้างทันทีเมื่อเห็นกางเกงตัวที่สุดที่รักใส่เมื่อคืนกองแหมะอยู่ที่พื้น พอเคลื่อนสายตาไปที่เตียงก็พบว่าลูกชายนอนกอดก่ายร่างเล็กอย่างแนบแน่น มีผ้าห่มคลุมส่วนล่างของคนทั้งคู่ แสดงว่าเมื่อคืน...

 

“อือ” ที่รักครางอื้ออึงพลางขยับตัวยุกยิก คุณหญิงจึงรีบปิดประตูไว้ตามเดิม

 

ไม่แปลกที่ทัพฟ้าจะหลับเป็นตาย เขาเพิ่งได้นอนตอนตีห้าเองมั้ง หงุดหงิดใจมาก ขยับออกห่างจากที่รักก็แล้วแต่ยิ่งทำให้นอนไม่หลับจนต้องขยับเข้ามากอดอีก ยิ่งคนตัวเล็กไม่ได้สวมกางเกงก็ยิ่งทำให้น้องชายของเขาตื่นตัว

 

“คุณทัพฟ้า ตื่นได้แล้วครับ” เจ้าของชื่อลืมตาขึ้นมอง สีหน้าดูเนือยๆ

 

“อะไร”

 

“รักจะไปห้องน้ำ คุณกอดรักอยู่” ที่รักพูดพึมพำในลำคอและพยายามขยับออกจากพันธนาการ

 

“อย่าทำตัวน่ารำคาญนะที่รัก ฉันไม่ใช่คนใจดี” หงุดหงิดใจที่พักผ่อนไม่เพียงพอ

 

“...” รู้แล้วว่าไม่ใช่คนใจดี แต่แค่จะไปเข้าห้องน้ำก็โดนดุแล้วงั้นเหรอ ไม่เข้าใจเลย

 

“เฮ้อ...” ทัพฟ้าถอนหายใจหนักๆ ตัวต้นเหตุที่ทำให้เขาตื่นสายคือคนในอ้อมแขนนี่แหละ สุดท้ายก็ยอมผละกอดออก

 

ที่รักรีบลงจากเตียงแต่ก็ลืมนึกไปว่าไม่ได้ใส่กางเกงนอน ตากลมเบิกกว้างก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ ผ่านไปสักพักค่อยโผล่หน้าออกมาดูว่าคนใจร้ายยังอยู่หรือเปล่า พอไม่เห็นก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกและรีบอาบน้ำแต่งตัวลงไปข้างล่าง

 

“น้องที่รัก ไปทานข้าวกับพี่ทัพที่ห้องอาหารนะ” กะว่าจะไปหาแม่แต่คุณผู้หญิงดันเรียกไว้เสียก่อน

 

“รักว่าจะไปทานกับคุณแม่น่ะครับ”

 

“สายขนาดนี้คงทานกันหมดแล้วล่ะ มาเถอะ ฉันมีเรื่องอยากถามเยอะแยะไปหมดเลย”

 

ดารากานต์ดึงแขนที่รักเข้ามาในห้องอาหารทันที พอไปถึงก็เห็นทัพฟ้ากำลังนั่งรอด้วยสีหน้าที่ไม่สบอารมณ์นัก คงเป็นเพราะสายป่านนี้ยังไปไม่ถึงบริษัท

 

“นั่งตรงนี้” คุณหญิงจัดแจงให้ ที่รักก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามร่างใหญ่

 

“ผมสามารถทานข้าวได้หรือยังครับ” ใครได้ยินก็คงรู้ว่านี่คือการพูดประชด แถมยังตวัดสายตามองคนตรงหน้าอย่างเอาเรื่อง

 

“ตาทัพ นี่ของลูกนะ หอยนางรมกับไข่ลวก คงฟาดฟันกันทั้งคืน ถึงได้เหนื่อยจนตื่นสาย”

 

หนุ่มน้อยแสดงท่าทีเลิ่กลั่กเพราะเมื่อคืนจบลงด้วยการนอนจับแขน แต่ก็ไม่รู้ว่าตัวเองเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของทัพฟ้าตั้งแต่ตอนไหน แถมยังหนุนหมอนใบเดียวกันอีกด้วย ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์ตามที่คุณหญิงอยากให้เกิด เมื่อคืนเธออุตส่าห์เชียร์เต็มที่ว่าให้สุดที่รักอ้อนพี่ทัพฟ้าหน่อย แต่จะเอาเวลาไหนไปทำแบบนั้นในเมื่อทัพฟ้าดุเขาทุกประโยค อีกอย่าง...เขาอ้อนใครไม่เป็นหรอก

 

“ส่วนนี่ผลไม้เพิ่มพลังของน้องที่รัก”

 

“ขอบคุณครับ” ที่รักบอกกลับ คุณผู้หญิงใจดีกับเขามาก

 

“น้องน่ารักไหม” เธอกระซิบถามลูกชาย ที่รักมองตามตาใสแป๋วด้วยความอยากรู้ว่าคุยอะไรกัน

 

“ไม่ครับ” ทัพฟ้าตอบเสียงดังฟังชัดจนคนแม่ตีแขนไปหนึ่งทีและบ่นอุบอิบ

 

“ที่รักเป็นยังไงบ้าง เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” ครั้งนี้เธอหันมาถามอีกคน

 

“คือว่า...” ความจริงเขาอยากสารภาพว่ามันยังไม่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่รู้จะพูดยังไงไม่ให้เสียน้ำใจคนฟัง คุณผู้หญิงดูคาดหวังมากๆ

 

“ไม่ต้องอาย พูดมาเถอะ”

 

“ผมไม่ได้ทำอะไรเขา เราต่างคนต่างนอน” ทัพฟ้าเป็นคนบอกเอง ที่รักเม้มปากแน่นอย่างรู้สึกผิดที่ทำให้ผิดหวัง

 

“ว่าไงนะ”

 

“ครับ ผมไม่ค่อยชอบแกงจืดเท่าไหร่น่ะ กินแล้วคงไม่มีรสชาติ” น้ำเสียงกระแทกแดกดันเหลือเกิน

 

“ตาทัพ มันจะมากเกินไปแล้ว” คนแม่ว่ากลับอย่างไม่ยอม เธอเป็นห่วงความรู้สึกที่รักมากที่สุด กลัวว่าจะเก็บเอาไปคิด แต่หารู้ไม่ว่าเมื่อคืนลูกชายของเธอพูดสาดเสียเทเสียตั้งเยอะ

 

“ผมจะทานข้าว ต้องรีบเข้าบริษัท”

 

“ไม่ต้องเข้า แม่บอกพ่อไว้แล้วว่าวันนี้จะให้ทัพพาน้องไปซื้อโทรศัพท์มือถือ เมื่อวานแม่ลืมซื้อให้”

 

“ไม่เป็นไรครับคุณผู้หญิง รักคงไม่ได้ใช้หรอก” ที่รักรีบปฏิเสธ

 

“มีไว้ก็ไม่เสียหายสักหน่อย ให้พี่ทัพเลือกให้ก็ได้ถ้าที่รักเลือกไม่เป็น” ที่จริงอยากเลือกให้ด้วยตัวเอง แต่อีกใจหนึ่งก็อยากให้ทั้งสองคนใช้เวลาอยู่ด้วยกันเยอะๆ

 

“คุณแม่ ผมไม่ได้มีเวลาเที่ยวเล่นขนาดนั้นนะครับ” คนตัวโตเอ่ยออกมาอย่างไม่เห็นด้วย

 

“ทัพจะขัดใจแม่ไปถึงไหน โทษฐานที่เมื่อคืนไม่ได้ดั่งใจ แม่ขอออกคำสั่งให้พาน้องไปซื้อมือถือ พาไปกินของอร่อยๆด้วยก็ดี”

 

“คุณหญิง” ที่รักพูดเสียงแผ่วพร้อมกับส่ายหน้าไปมา

 

“เชิญทานข้าวตามสบาย แม่ไม่กวนแล้ว หวังว่าน้องคงได้รับการดูแลเป็นอย่างดี” พูดส่งท้ายแค่นั้นและกำลังจะเดินออกจากห้องอาหาร แต่ลูกชายว่าขึ้นเสียก่อน

 

“เกินไปมั้งครับ ซื้อตัวมาให้อุ้มท้อง ทำไมต้องพาออกไปข้างนอกด้วย” มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขาเลย เสียเวลามาก

 

“ซื้อตัวมาให้อุ้มท้องแล้วน้องจะท้องไหมล่ะถ้าทัพยังเป็นแบบนี้อยู่ นอนด้วยกันทั้งคืนแต่ไม่ยอมแตะตัวเลยงั้นเหรอ” เธอก็พูดไปอย่างนั้นแหละ เห็นเต็มตาว่ากางเกงที่รักกองอยู่บนพื้น ทั้งกอดขนาดนั้นไม่เรียกแตะตัวจะเรียกอะไร ที่ต้องทำเนียนเพราะไม่อยากให้ลูกชายรู้ว่าแอบไปส่องมา

 

“งั้นเดี๋ยวรักไปซื้อเองก็ได้ครับ จะได้ไม่ต้องรบกวนคุณทัพฟ้า”

 

“น้องที่รัก ฉันบอกให้เรียกว่าพี่ทัพไม่ใช่เหรอ ต้องเรียกว่าพี่ทัพเท่านั้น” คำว่าคุณทัพไม่เห็นเสนาะหูเธอเลย ต้องคำว่าพี่ทัพถึงจะเหมาะกับที่รัก

 

“คุณแม่!” ทัพฟ้าขอคัดค้าน

 

“ไหนลองเรียก” แต่เธอไม่ได้สนใจ ยังคุยกับอีกคนด้วยน้ำเสียงที่หวานละมุน

 

“เอ่อ...” ที่รักเป็นใบ้ในทันที พลางมองหน้าคนฝั่งตรงข้าม โดนดุทางสายตาอีกแล้ว

 

“น้องที่รักต้องเรียกให้ชินปากเข้าใจไหม ไหนเรียกหน่อยเร็ว พี่ทัพ” เธอยังคงเร่งให้พูด ส่วนเจ้าของชื่อมองเหมือนกับจะฆ่ากันให้ตาย คุณผู้หญิงย้ำอีกรอบว่าต้องการได้ยินคำนั้น ที่รักเงียบไปสักพักใหญ่ๆก่อนจะรวบรวมความกล้าและเอื้อนเอ่ย...

 

“พี่ทัพ” มันช่างเบาแสนเบา

 

“ไพเราะมาก” ดารากานต์ยิ้มกว้าง

 

“รีบกินสิ จะพาไปซื้อ” ทัพฟ้าบอกกลับก่อนจะยกยิ้มมุมปาก

 

“เห็นไหม อ้อนพี่เขานิดๆหน่อยๆก็ใจอ่อนแล้ว ทานให้อร่อยล่ะ พาน้องเที่ยวให้สนุก” คุณหญิงดารากานต์สีหน้าเปลี่ยนไปราวกับคนละคน ตอนแรกอารมณ์ไม่ดีเท่าไหร่นักที่รู้ว่าลูกชายไม่ทำหน้าที่ปั๊มทายาท แต่พอเห็นว่าจะพาที่รักไปซื้อของ เธอก็ยิ้มร่าทันที

 

ห้องอาหารเงียบมากราวกับไม่มีคนอยู่ เป็นการทานข้าวที่สุดแสนจะเกร็งของที่รักเลยก็ว่าได้ เขาเริ่มหวั่นกลัวเพราะแววตาที่ทัพฟ้ามองคือกำลังไม่พอใจที่ถูกเรียกแบบนั้น แต่เขาไม่มีทางเลือก ทุกอย่างมันเป็นความต้องการของคุณผู้หญิง จะไม่ทำตามก็ไม่ได้

 

เมื่อทานข้าวเสร็จที่รักก็ขอตัวไปหาคุณแม่ก่อน ไปถามท่านว่าอยากได้อะไรหรือเปล่าจะได้ซื้อกลับมาฝาก พอเดินกลับมาที่โรงจอดรถก็เห็นสีหน้าหงุดหงิดอีกแล้ว ก็เป็นทัพฟ้าที่อนุญาตให้เขาไปหาแม่ไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้ถึงได้แสดงท่าทีไม่พอใจ ประสาทเสียแน่ๆ

 

“ขึ้นรถสิ นั่งข้างพี่ทัพ” เสียงทุ้มเอ่ยบอกแต่ฟังดูก็รู้ว่าไม่มีความจริงใจสักนิด

 

“คุณเลิกประชดสักทีได้ไหม”

 

“แล้วที่รักจะให้พี่พูดยังไงล่ะ” หนักกว่าเดิมอีก ทัพฟ้าประชดประชันกว่าเดิม

 

“นี่คุณ!”

 

“ขึ้นรถ เสียเวลามามากแล้ว”

 

ที่รักเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างคนขับ ไม่อยากพูดคุยหรืออยู่ใกล้เลย ยังไม่ติดเครื่องยนต์ ทัพฟ้าปลดเนคไทออกก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเม็ดบนด้วย ไหนๆก็ไม่ได้เข้าบริษัทแล้ว จึงแต่งกายไม่เป็นทางการ

 

“พูดให้ฟังอีกรอบซิ นายควรเรียกฉันว่ายังไงนะ” ใบหน้าคมหันไปหาคนตัวเล็ก ใบหน้าหวานก็รีบหันขวับกลับมามอง

 

“ถ้ารักพูด คุณก็จะหาเรื่องดุรักอีก” ที่รักรู้ทัน และจะไม่ยอมตกเป็นเบี้ยล่างให้โดนตำหนิ

 

“เห็นฉันเลวร้ายมากหรือไง ฉันไม่ดุหรอกน่ะ แค่พูดเหมือนตอนที่อยู่ในห้องอาหารมันจะอะไรนักหนา”

 

“...” นี่เหรอที่บอกไม่ดุ ประโยคสุดท้ายฟังยังไงก็เหมือนคนขี้รำคาญ

 

“เร็ว” ทัพฟ้าเอ่ยเร่ง ที่รักถอนหายใจหนักๆก่อนจะกัดริมฝีปากอย่างครุ่นคิด ถ้าเขาไม่พูด...อีกฝ่ายก็คงไม่ยอม

 

“พี่ทัพ”

 

หมับ!

“อื้อ...” ใบหน้าหวานถูกดึงเข้าไปจูบ

 

ปากหยักกดลงบนปากนุ่มอย่างหนักหน่วง ความจริงเขามองริมฝีปากนี้ตั้งแต่ตอนถูกเรียกว่าพี่ทัพครั้งแรก ถ้าในห้องทานอาหารไม่มีแม่ของเขาอยู่ด้วยก็คงดึงมากัดปากสั่งสอนตั้งแต่ตอนนั้น ใช่...เขากำลังขบกัดอวัยวะที่พ่นคำนั้นออกมา จนคนโดนกระทำเริ่มร้องประท้วง กำปั้นเล็กทุบต้นแขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ทุบอยู่หลายทีจนเจ้าของร่างกายเริ่มรำคาญ จึงผละออกมามอง บัดนี้ปากเล็กบวมและแดงเป็นอย่างมาก

 

“ถ้าเรียกว่าพี่ทัพหนึ่งครั้ง จะโดนกัดปากให้ระบมหนึ่งที เพราะฉันไม่ชอบคำนี้ ถ้าอยากได้แผลก็เรียกบ่อยๆ” แววตาดุมองอย่างคาดโทษ

 

ที่รักเม้มปากแน่น ทั้งเบะเหมือนจะร้องไห้ ที่ทัพฟ้ารบเร้าให้เขาพูดก็เพราะอยากลงโทษให้หลาบจำสินะ คงจะไม่ชอบจริงๆนั่นแหละ แล้วต่อไปจะโดนแบบนี้อีกกี่ครั้งในเมื่อต่อหน้าคุณผู้หญิงเขาต้องได้เรียกว่าพี่ทัพอยู่แล้ว

 

 

—-TBC—-

 

 

ห้ามเรียกแบบนั้น เพราะพี่ทัพฟ้าความอดทนต่ำมาก

 

 

กลับหน้าเรื่อง
  ขอสงวนสิทธิ์ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ฉบับเพิ่มเติม พ.ศ. 2558 ห้ามทำการคัดลอกหรือดัดแปลงเนื้อหานิยายทุกเรื่องของนักเขียนสวีทการ์เดนท์   ขอบคุณนักอ่านทุกคนที่คอยติดตามผลงานค่ะ
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น