ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ความช่วยเหลือ

ตอนที่ 1 ความช่วยเหลือ

 

              บนเตียงกว้างที่ถูกปูด้วยผ้าปูที่นอนสีหวานร่างเล็กเจ้าของใบหน้ารูปไข่ ปากนิดจมูกหน่อย ตาชั้นเดียวกำลังนอนหลับพริ้มอย่างสบายอารมณ์ เธอคือลูกสาวคนเล็กของเจ้าพ่อค้าทองรายใหญ่ที่สุดในประเทศ เธอเป็นผู้หญิงร่างเล็กแต่แปลกที่คนอื่นชอบบอกว่าเธอเตี้ยทั้งที่ความสูงของเธอก็ได้มาตรฐานหญิงไทย

ครืดดดดด ครืดดดดด หญิงสาวขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อโดนรบกวนเธอยกมือขึ้นมาขยี้ตาเบาก่อนที่จะค่อยๆเปิดเปือกตารับแสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามา เธอเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูมากดรับสายและกรอกเสียงงัวเงียใส่โทรศัพท์

“ฮัลโหล”

[มึงยังไม่ตื่นอีกหรออีซิ้ม นี่มันจะเที่ยงแล้วนะ] ปลายสายพูดอย่างหงุดหงิด]

“กูตื่นแล้วนี่ไงแค่นี้นะ แล้วเจอกัน” หญิงสาวกดวางสายแล้วก้าวขาลงจากเตียงอย่างเชื่องช้าก่อนจะหยิบผ้าเช็ดตัวเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ เวลาผ่านไปเกือบสิบห้านาทีหญิงสาวก็เดินตัวเปียกออกมาจากห้องน้ำ เธอใช้เวลาแต่งหน้าตัวเกือบชั่วโมง ร่างเล็กยืนสำรวจตัวเองในกระจก ตอนนี้เธออยู่ในชุดเสื้อสายเดี่ยวสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีดำ เธอหยิบแจ๊คเก็ทหนังสีดำมาสวมทับเสื้อสายเดี่ยวก่อนจะรูดซิปเพื่อปิดเนินอกที่ใหญ่เกินตัวเอาไว้ เธอหยิบรองเท้าส้นสูงห้านิ้วสีดำพร้อมกับกระเป๋าแบรนด์เนมสีเดียวกันกับรองเท้าก่อนจะเดินออกจากห้องนอนตัวเองลงไปชั้นล่าง หญิงสาววางรองเท้าไว้หน้าประตูอย่างเบามือแล้วยัดเท้าเรียวเข้าไปในรองเท้าอย่างตั้งใจ

“หมวยเล็กจะไปไหน” เสียงทุ้มของผู้ชายวัยสามสิบต้นๆเอ่ยถามน้องสาว

“มิ้งค์มีนัดกับเพื่อนค่ะเฮีย ไปก่อนนะมิ้งค์สายแล้ว” หญิงสาวตอบพี่ชาวก่อนจะวิ่งขึ้นรถคันหรูแล้วขับออกไปอย่างเร่งรีบ

“ยัยเตี้ยเอ้ย” ชายหนุ่มมองการกระทำของน้องสาวแล้วก็ยืนยิ้ม

 

ณ ห้างดังย่านใจกลางเมือง

หญิงสาวสามคนกำลังนั่งคิ้วขมวดอยู่ภายในร้านอาหารญี่ปุ่นร้านหนึ่งภายในห้าง

“มันออกมาแล้วจริงๆใช่มั๊ยเนี่ย” หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีแดงเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิด

“ออกมาแล้ว มั้ง” หญิงสาวอีกคนเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าไร้อารมณ์

“นั่นไงวิ่งมาโน่นแล้ว สงสารมันเถอะขามันสั้น” หญิงสาวอีกคนพูดติดตลก ก่อนจะโบกมือโบกไม้เรียกผู้มาใหม่ “ตลอดเลยอีซิ้มมึงอ่ะ วันหลังพวกกูต้องนัดมึงตั้งแต่ตีห้าเลยมั๊ย”

“อีเคสมึงก็เวอร์ บ้านกูอยู่ไกลรถก็ติด” คนมาใหม่แก้ตัว

“ย่ะ! สั่งอะไรมากินเหอะพวกกูรอมึงจนไส้จะขาดแล้วเนี่ย” ผู้หญิงผมแดงพูดขึ้นอย่างหมั่นไส้

 

หลังจากกินอาหารเสร็จทั้งสี่สาวก็พากันเดินช็อปปิ้งในห้างอย่างสบายใจ

“อิ้งค์กูปวดขี้ พากูไปเข้าห้องน้ำหน่อย” คนตัวเล็กพูดพรางทำใบหน้าบูดเบี้ยว

“มึงนี่ลำไส้ตรงนะอีมิ้งค์แดกปุ๊บขี้ปั๊บ” เจ้าของใหน้าเย็นชาบ่นเพื่อนแต่ก็เดินจูงแขนเพื่อนไปเข้าห้องน้ำอยู่ดี “กูนั่งนอข้างนอกนะรีบขี้รีบออกมา”

“เออๆ” คนตัวเล็กวิ่งหายเข้าไปในห้องน้ำทันที ระหว่างที่เธอกำลังนั่งปลดทุกข์ในห้องน้ำในห้างเธอก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคุยกันเสียงดัง

“ฉันคิดแผนที่จะจับคุณน๊อตได้แล้วซินดี้” เสียหญิงสาวพูดอย่างอารมณ์ดี

“แผนอะไรของแกแอล” หญิงสาวอีกคนเอ่ยถามเพื่อน

“ฉันจะบอกเขาว่าฉันท้อง แกต้องช่วยฉันนะ”

“ช่วยยังไง เขาจะเชื่อแกหรอแล้วถ้าเขาพาแกไปตรวจที่โรงพยาบาลล่ะ”

”ก็นั่นแหละ แกต้องไปหาฉี่คนท้องมาให้ฉัน”

“อ๋อ ได้สิแล้วคุณน๊อตเขาจะรับว่าเป็นลูกเขาหรอ”

“เขาไม่กล้าปฏิเสธหรอก ถึงเขาจะเจ้าชู้แต่เขาก็เป็นสุภาพบุรุษพอ”

“ถ้าได้ดีแล้วอย่าลืมเพื่อนนะ ว่าที่คุณนายผับXX” คนตัวเล็กที่นั่งปลดทุกข์ในห้องน้ำถึงกับทำตาโตเมื่อรู้ว่าคนที่ผู้หญิงสองคนนั้นพูดถึงคือคนที่เธอรู้จัก เขาเป็นเพื่อนของแฟนเพื่อนเธอเธอจัดการธุระของตัวเองในห้องน้ำให้เสร็จเพื่อจะรีบออกมาดูหน้าผู้หญิงสองคนนั้นแต่เธอก็ออกมาไม่ทัน เพราะผู้หญิงสองคนนั้นไม่อยู่แล้ว เธอจึงเดินออกมาจากห้องน้ำทันที

“ขี้นานเป็นบ้าเลย อีคริสต์ กับอีเคสกลับแล้วนะ”

“อ้าวหรอ มันรีบไปไหนของมัน” หญิงสาวสองคนเดินกอดคอกันช็อปปิ้งอย่างสบายใจต่อเมื่อได้ของที่อยากได้พวกเธอก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

 

 

ณ คอนโดหรูย่านใจกลางเมือง

“คุณว่าไงนะแอล” ชายหนุ่มพูดหน้าเครียด

“แอลท้องค่ะ ลูกของคุณนะคะน๊อต” ทันทีที่หญิงสาวพูดจบชายหนุ่มก็ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาอย่าหมดแรง เขาหน้าจะฟังทีเพื่อนๆเตือนบ้างไม่รักสนุกจนเกินไป เขาน่าจะยืดอกพกถุงไม่งั้นเขาคงไม่พลาดแบบนี้

“ผมอยากพาคุณไปตรวจที่โรงพยาบาลเพื่อความชัวร์”

“ได้สิคะ” หญิงสาวตอบตกลงแล้วกระตุกยิ้มมุมปากเธอคิดแล้วว่าเขาคงไม่เชื่อง่ายๆ

 

 

 

ณ โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง

 

Mink Talks

ฉันเดินออกจากลิฟมาแล้วเดินออกไปทางลานจอดรถด้วยความเหนื่อยล้า ฉันเป็นลูกสาวเจ้าพ่อแต่เลือกจะมาทำงานพยาบาลเพราะใจรักทำไมฉันถึงอยากเป็นพยาบาลนะเหรอตอนเด็กๆม๊าฉันป่วยหนักจนท่านเสียฉันเลยฝังใจที่ดูแลท่านไม่ได้อย่าถามนะว่าทำไมไม่เรียนหมอก็เป็นเพราะว่าระดับสติปัญญาฉันไม่เก่งถึงขั้นนั้นไงล่ะ

ฉันกำลังจะเดินไปที่รถตัวเองสายตาก็ไปสะดุดกับชายหญิงคู่หนึ่งฉันหยุดยืนจ้องหน้าพวกเขานิ่ง คนทั้งคู่ก็จ้องมาที่ฉันด้วยเหมือนกัน

“น๊อตผู้หญิงคนนี้เป็นใคร” อยู่ๆฉันก็โพ่งขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยเขาทำหน้างงใส่ฉันก่อนจะเดินมากระซิบข้างหูฉัน

“คิดจะทำอะไรของคุณ” เขาทำตัวสนิทกับฉันจนผู้หญิงที่มากับเขาทำหน้าไม่พอใจ “วันนี้ผมไม่มีอารมณ์เล่นนะคุณ”

“น๊อตคะ ยัยเตี้ยนี่เป็นใครคะ” ผู้หญิงที่มากับเขาพูดพร้อมกับมาดึงตัวเขาออกห่างจากฉัน ฉันกำหมดแน่นอย่างข่มอารมณ์กล้าดียังไงมาเรียกฉันเตี้ย

“ฉันเป็นเมียเขาไง” ฉันพูดด้วยอารมณ์เดือดสุดๆ ตอนนี้อยากเอาชนะยัยนี่เฉยๆนี่แหละ น๊อตหันมามองหน้าฉันงงๆ

“หน้าด้าน! ฉันต่างหากที่เป็นเมียน๊อตและตอนนี้ฉันกำลังอุ้มท้องลูกของน๊อตอยู่”

“พอแล้วแอล!” แอลงั้นเหรอ ฉันจ้องหน้าผู้หญิงคนนั้นนิ่งสมองฉันประมวลไปถึงเหตุการณ์ในห้องน้ำที่ห้างเมื่อหลายวันก่อน

“ท้องงั้นหรอ หึ! ท้องลมหรือเปล่า” ฉันพูดขึ้นมันทำให้ผู้หญิงคนนั้นหน้าเสียทันที น๊อตก็ยังคงทำหน้าตางงๆกับท่าทีของฉัน

“กะ แกพูดเรื่องอะไรฉันท้องจริงๆนะ ไม่เชื่อไปตรวจฉี่ด้วยกันมั๊ยล่ะ”

“ตรวจแค่ฉี่มันไม่พอหรอกไหนๆก็มาถึงโรงพยาบาลแล้วตรวจเลือดด้วยเลยชัวร์กว่า” ผู้หญ๗งคนนั้นอึ้งไปกับคำพูดฉัน

“คุณกลัวอะไรแอลถ้าคุณท้องจริงๆ หรือคุณหรอกผม” น๊อตพูดด้วยใบหน้าจริงจัง

“ถ้าตรวจฉี่เธออาจจะไปเอาฉี่คนอื่นมาตรวจได้เพราะตอนเข้าห้องน้ำไม่มีใครเข้าไปดูเธอ แต่ถ้าตรวจเลือดรับลองได้เลยว่าเห็นกันหมดทุกคน” ฉันยิ้มร้ายให้ผู้หญิงคนนั้น เธอกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ แต่ใครจะสนใจหล่อนยะ “แล้วก็นะวิธีจับผู้ชายของเธอมันทุเรศมากเลย คิดได้ยังไงมาหลอกว่าตัวเองท้อง”

“กะ แกพูดอะไร ฉันไม่ได้หลอกนะ”

“งั้นหรอ^_^” ฉันเหยียดยิ้มพร้อมกับยกมือขึ้นกอดอก “แล้วถ้าฉันบอกเธอว่าวันนั้นในห้องน้ำที่ห้าง ฉันได้ยินที่เธอคุยกันกับเพื่อนเธอล่ะ”

“นี่มันเรื่องอะไรกัน!” น๊อตถามเสียดัง “คุณโกหกผมหรอแอล”

“อะ แอลเปล่านะน๊อต”

“งั้นก็ไปตรวจเลือดอย่างที่มิ้งค์พูด” น๊อตพยายามฉุดกระชากเธอให้เข้าไปในโรงพยาบาล แต่เธอไม่ยอม “แสดงว่าคุณโกหกผม”

“อะ แอลขอโทษ” ยัยนั้นบีบน้ำตาทันที “แอลไม่อยากให้น๊อตทิ้งแอล”

“พอทีเถอะ คุณไปซะก่อนที่ผมจะโมโหมากกว่านี้” เสียงทรงอำนาจของเขาทำให้ผู้หญิงคนนั้นสะดุ้งเฮือกแล้วเดินกระแทกเท้าไปทันที

พอฉันเห็นว่าทุกอย่างคลี่คลายฉันก็เดินจะไปขึ้นรถตัวเอง แต่โดนมือหนาคว้าข้อมือเอาไว้ซะก่อน ฉันหันกลับไปมองเจ้าของมือทันที เขายิ้มเจ้าเล่ห์ใส่ฉัน

“อยากเป็นเมียเฮียก็ไม่บอก”

“ปล่อยฉันนะไอ้ตี๋” ฉันพูดพร้อมกับสลัดข้อมือออกจากมือเขา “ฉันอุดส่าช่วย รู้อย่างนี้ปล่อยให้โดนหลอกซะก็ดี นี่เห็นว่าเป็นเพื่อนหมอธันหรอกนะ ฉันถึงยอมเสวนาด้วยเนี่ย”

“โอเค เฮียแค่ล้อเล่นนิดหน่อยเองตัวเล็ก”

“ใครตัวเล็กห๊ะ!

“อ้าวก็หนูไงคะ ตัวเล็กของเฮีย” เขายกมือขึ้นลูบหัวฉันเบาๆ ไอ้บ้านี่มันจะมากไปแล้วนะ ฉันตีมือเขาแล้วเดินหนีมาขึ้นรถทันที “ขอบคุณนะตัวเล็ก ที่ช่วยเฮียวันนี้”

เขาตะโกนไล่หลังฉันมา แต่ฉันทำเป็นไม่สนใจที่จริงฉันจะไม่ช่วยเขาก็ได้นะเพราะฉันไม่ค่อยจะชอบขี้หน้าเขาอยู่แล้ว แต่ที่ช่วยเพราะเห็นว่าเขาเป็นเพื่อนกับหมอธันแฟนยัยเคสเพื่อนรักฉัน

 

เช้าวันต่อมา

ฉันตื่นแต่เช้าขับรถมาทำงานเหมือนเดิมอย่างที่เคยทำทุกวัน ฉันจอดรถไว้ที่ลานจอดรถที่ประจำแล้วเดินเข้าไปในตัวตึก วันนี้ฉันเลิกงานห้าทุ่มแนะลิ้นห้อยแน่แค่คิดก็เพลียแล้ว ฉันเดินเข้ามาในแผนกก็เจอหมอธันนั่งมองเคสด้วยสายตาที่แบบจะกินเพื่อนฉันเข้าไปทั้งตัว จะหลงอะไรขนาดนั้นฉันอิจฉา

“สวัสดีค่ะหมอธัน” ฉันเอ่ยทักหมอทันอย่างเป็นมิตร ทำไมนะทำไมฉันถึงไม่โชคดีเจอผู้ชายดีๆแบบยัยเคสบ้าง อายุอานามก็ใกล้เลขสามขึ้นทุกทีแฟนสักคนยังยังหาไม่ได้เลย

“สวัสดีครับคุณมิ้งค์ ได้ข่าวว่าเมื่อวานช่วยเพื่อนผมให้ลอดจากการเป็นพ่อคน”

“เอ่อ เรื่องบังเอิญค่ะ ถ้าไม่คิดว่าหมอนั่นเป็นเพื่อนหมอธันมิ้งค์ก็คงไม่ยุ่ง แฮะๆ”

“ยังไงก็ขอบคุณแทนไอ้น๊อตนะครับ ไม่ได้คุณมิ้งค์คงแย่เพื่อนผมคนนี้มันค่อนข้างโง่”

“ฮ่าๆๆๆๆ มิ้งเชื่อค่ะ” ฉันหัวเราะอย่างพอใจ แล้วเดินไปทำงานต่อให้คู่รักที่เพิ่งเปิดตัวเขาสวีทกันต่อ

 

ฉันทำงานตั้งแต่เช้ายันห้าทุ่ม ตอนนี้ได้เวลาเลิกงานของฉันแล้วฉันฉันเดินออกจากลิฟมาที่ลานจอดรถอย่างหมดแรงการควงเวรเป็นอะไรที่หนักนะดีหน่อยที่พรุ่งนี้เป็นวันหยุดฉัน จะได้นอนตื่นสายๆหน่อยฉันกดรีโมทปลดล๊อครถระหว่างที่กำลังจะเปิดประตูสายตาฉันก็เหลือบไปเห็นล้อรถฉันที่ตอนนี้มันแบนแต๊ดแต๋ ฉันเดินดูรอบคันมันเป็นไปได้ยังไงที่รถฉันจะยางแบนพร้อมกันสี่ล้อต้องมีคนแกล้งฉันแน่ๆ ฉันหันมองไปทั่วลานจอดรถสายตาฉันก็ไปสะดุดกับร่างหนาเขากำลังเดินมาทางฉัน ฉันพยายามเพ่งสายตามองคนที่กำลังเดินมาในใจกลัวว่าจะโดนจี้นะแต่ขาฉันมันเก้าไม่ออกแล้ว ทำยังไงดีล่ะฉันจะโดนฆ่าข่มขืนมั๊ยไม่นะม่ายยยยยย

“อ้าวตัวเล็ก มายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้ดึกๆดื่นๆไม่กลับบ้าน”

“นะ นาย”

“เฮียเองค่ะ” ฉันมองคนตรงหน้าแบบงงๆไอ้ตี๋มันมาทำอะไรที่นี่เวลานี้วะ

“นายมาทำอะไรที่นี่”

“เอ่อ พอดีลูกน้องที่ผับเฮียไม่สบายน่ะเลยพามาส่งโรงพยาบาล หมอให้นอนโรงพยาบาลแล้ว” เขาตอบยิ้มๆ “แล้วนี่ตัวเล็กเพิ่งเลิกงานหรอคะ”

“อือ” ฉันตอบสั้นๆ แล้วล้วงหยิบโทรศัพท์ออกมาจะโทรให้คนที่บ้านมารับ แต่แล้วความซวยก็บังเกิดกับฉันอีกเมื่อโทรศัพท์ฉันแบตหมด “แม่ง! ซวยกว่ากูจะมีอีกมั๊ยเนี่ยมนุษย์โลก”

“เอ่อ ตัวเล็กมีอะไรจะให้เฮียช่วยมั๊ยคะ” ไอ้ตี๋ยังคงยิ้มตาหยีใส่ฉันเหมือนเดิม

“มี” ฉันตอบเขาหน้านิ่ง ถึงในใจจะไม่อยากขอความช่วยเหลือเขาก็เถอะแต่ดึกดื่นแบบนี้ฉันจะไม่เสี่ยงนั่งTAXIกลับบ้านเด็ดขาด “เอ่อ ไปส่งฉันหน่อยสิรถฉันมัน....”

“ด้วยความเต็มใจค่ะ” ผู้ชายบ้าอะไรพูดจาคะขา มึงตุ๊ดป่ะเนี่ยไอ้ตี๋

เขาเดินนำฉันไปที่รถสปอร์ตคันหรูของเขาก่อนที่จะเปิดประตูฝั่งตรงข้ามตนขับให้ ฉันขึ้นไปนั่งบนรถเขาเงียบๆ เขาเดินไปปิดประตูฝั่งคนขับแล้วก็ก้าวขึ้นมานั่งเช่นกัน เขาหันมาจ้องฉันนิ่งก่อนจ่อยๆโน้มหน้ามาใกล้ๆฉัน เฮ้ย!

“นายคิดจะทำอะไร” ฉันถามเสียงสั่นเมื่อใบหน้าของเราสองคนใกล้กันจนจมูกแทบจะชนกันไอ้ตี๋กระตุกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ อย่าบอกนะว่าเขาจะปล้ำฉันฉันนั่งตัวแข็งเป็นก้อนหินไม่กล้ากระดุกกระดิก

“เฮียก็แค่จะคาดเข็มขัดให้ตัวเล็ก ทำไมต้องทำหน้าตกใจขนาดนั้นด้วย” เขาเอื้อมมือไปดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้ฉัน “คิดลึกนะเรา”

“ฉันไม่ได้คิดอะไรทั้งนั้นแหละ ชิ!

“โอเคๆ บ้านตัวเล็กอยู่แถวไหน” ฉันบอกทางให้เขา เขาใช้เวลาขับรถไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ถึงบ้านฉัน

“ขอบจัย” ฉันพูดพร้อมกับเอื้อมมือไปเปิดประตูแต่เปิดยังไงก็เปิดไม่ออก ฉันหันหน้ากลับไปเตรียมจะโวยวายแต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อไอ้ตี๋มันยื่นหน้ามารอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ หน้าฉันกับหน้าเขาอยู่ห่างกันแค่ไม่กีเซ็นฉันรีบถอยหลังจนหลังชนกับประตูรถ “เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ!

“พรุ่งนี้ตัวเล็กไม่ได้ไปทำงานใช่มั๊ย?” เขารู้ได้ไง “งั้นเดี๋ยวเฮียมารับไปกินข้าว”

“ใครเขาจะไปกับนาย”

“ก็ตัวเล็กไงคะ” หน้าด้านเป็นบ้าเลยผู้ชายอะไรพูดเองเออเองทุกอย่าง   

“ฉันไม่ว่าง ฉันมีนัดแล้ว”

“ไม่รู้ล่ะ ถ้าตัวเล็กไม่ตอบตกลงก็ไม่ต้องลงจากรถ” เขาพูดพร้อมกับทำท่าจะขับรถออกไป

“นี่นาย! โอเคไปก็ไป” ฉันตอบตกลงไปงั้นแหละพรุ่งนี้ฉันชิ่งทีหลังก็ได้ เขายิ้มอย่างพอใจในคำตอบแล้วกดปลดล๊อคประตูให้ฉัน ฉันรีบเปิดประตูแล้ววิ่งเข้าบ้านอย่างไม่คิดชีวิต

 

“หมวยเล็ก! ทำไมเพิ่งกลับป๊าโทรหาก็ไม่ติด” ทันที่เข้ามาในบ้านป๊าฉันที่ยืนรออยู่ในห้องรับแขกก็เอ่ยถามเสียงเข้ม

“เอ่อ แบตโทรศัพท์มิ้งค์หมดค่ะป๊า” ฉันตอบป๊าพร้อมกับล้วงโทรศัพท์ออกมาโชว์

“แล้วรถไปไหน ใครมาส่งหน้าบ้าน”

“รถมิ้งค์เสียค่ะ เลยให้เพื่อนมาส่ง”

“เพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชาย”

“ผะ ผู้หญิงค่ะป๊า มิ้งค์มีเพื่อนผู้ชายที่ไหน” ฉันโกหกป๊าหน้าตาย ขืนบอกว่าผู้ชายมาส่งฉันตายแน่เพราะป๊าหวงฉันยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ “มิ้งค์ไปนอนก่อนนะป๊ามิ้งค้ง่วง ห้าวววว” ฉันยกมือขึ้นปิดปากแล้วหาว

“อย่าให้ป๊ารู้นะว่าหมวยเล็กแอบมีแฟน” ป๊าตะโกนไล่หลังฉันขึ้นมาเมื่อเห็นฉันวิ่งหนีขึ้นมาชั้นสอง และนี่คือเหตุผลหลักที่ฉันไม่มีแฟนซะทีเพราะป๊ากับเฮียทั้งสองของฉันไม่ยอมให้ผู้ชายหน้าไหนเข้าใกล้ฉันได้เลย

 

ฉันทิ้งตัวนอนบนเตียงนุ่มหลังจากอาบน้ำเสร็จหวังว่าพรุ่งนี้ไอ้ตี๋คงไม่มาจริงๆหรอกนะ ฉันถอนหายใจเบาๆแล้วหลับตาลงก่อนจะดิ่งเข้าสู่ห่วงนิทรา

 

ครืดดดดด ครืดดดดดด ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ตัวเอง ฉันเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มากดรับสาย

“ฮัลโหลค่ะ”

[ตัวเล็กคะ เฮียรออยู่หน้าบ้านแล้วค่ะ] เสียงทุ้มปลายสาย ทำให้ฉันสปริงตัวลุกจากเตียงนอนแล้ววิ่งไปที่ระเบียงห้อง รถสปอร์ตคันหรูจอดเทียบอยู่รั้วบ้านฉัน

“นายมาทำบ้าอะไรเนี่ย!

[มารับตัวเล็กไปกินข้าวไงคะ]

“ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้นนายกลับไปซะไอ้ตี๋”

[ถ้าตัวเล็กไม่ลงมา เฮียจะขับรถเข้าไปหาตัวเล็กในบ้าน]

“จะบ้าหรอเดี๋ยวก็โดนป๊ากับเฮียฉันยิงกระบาลหรอก”

[ไม่รู้ล่ะถ้าอีกสามสิบนาทีตัวเล็กยังไม่ออกมาหาเฮีย เฮียจะเข้าไปหาตัวเล็กเอง] นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย! ฉันโยนโทรศัพท์ไว้บนเตียงนอนแล้วหยิบผ้าเช็ดตัววิ่งเข้าห้องน้ำอย่างร้อนรน ฉันใช้เวลาอาน้ำไม่ถึงสิบนาที ฉันเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบเอาเสื้อยืดแขนสั้นกับกางเกงยีนขาสั้นออกมาแล้วใส่มันอย่างเร่งรีบก่อนจะหยิบแว่นสายตามาใส่ แล้วคว้ากระเป๋าเป้มาละพายก่อนหยิบโทรศัพท์บนเตียงนอนแล้ววิ่งลงไปลงบันไดไปด้วยใบหน้าตื่นตระนก

“หมวยเล็กจะไปรีบไปไหนเนี่ยวิ่งอย่างนั้นเดี๋ยวก็ล้มหรอก” เฮียมินทร์เอ่ยทักฉันพร้อมกับดึงกระเป๋าเป้ที่ฉันสะพายอยู่ข้างหลังไว้

“เฮียๆมิ้งค์มีธุระมิ้งค์รีบ” ฉันพูดพร้อมกับสะบัดตัวแรงให้ให้หลุดจากการจับกุมของเฮียมินทร์แล้วตั้งหน้าตั้งตาวิ่งออกจากประตูบ้านมา เฮ้ย! ลืมส้นสูงฉันก้มดูนาฬิกาข้อมือแล้วก้อต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่วันนี้ใส่อีแตะนี่แหละวะ เตี้ยก็ช่างแม่งหน้าฉันสวย ฉันคีบอีแตะสีเขียวนีออนแล้ววิ่งอย่างไม่คิดชีวิตเพื่อออกไปหาไอ้ตี๋ที่จอดรถอยู่หน้าบ้าน ตื่นเต้นเป็นบ้าเลยเว้ย! กับการวิ่งหนีเฮียหนีป๊าออกมาหาผู้ชายเนี่ย

 

ฉันวิ่งมาหยุดยืนหอบหายใจอยู่หน้ารถสปอร์ตคันหรูที่ติดฟิล์มกระจกสีดำทึบทั้งคันมันจึงทำให้ฉันไม่สามารถมองเห็นคนที่นั่งอยู่ในรถ ฉันสูดเอาออกซิเจนเข้าปอดจนพอพอใจแล้วจึงเดินไปกระชากประตูรถฝั่งตรงข้ามคนขับแล้วยัดตัวเข้าไปนั่งอย่างหงุดหงิด ฉันหันมองไอ้ตี๋ที่ตอนนี้อยู่ในชุดเสื้อโปโรสีน้ำเงิน กางเกงยีนสีเข้มแบรนด์ดัง เขาใส่แว่นสีชามันทำให้เขาดูหล่อจนฉันหัวใจเต้นแรง บ้าไปแล้ว เขาแลดูหล่อเหมือนโอปป้าในซีรี่ย์เกาหลีแล้วดูฉันสิ ดูสภาพฉันตอนนี้เหมือนเด็กเนิร์ดกำลังจะไปเรียนพิเศษยังไงก็ไม่ปาน

 

End Mink Talks

 

 

 

 

ฮัลโหลลลลล เอฟวี่บอดี้ เป็นยังไงกันบ้างไรท์มาอัพให้ตามสัญญาแล้วนะเชิญอ่านกันให้หนำใจ ฝากติดตามความน่ารักมิ้งมิ้งกุ้งกิ้งของเฮียกับเจ๊ด้วย

 

อยากบอกว่าเรื่องนี้พ่อตาโหดนะจ๊ะ มาดูกันว่าเฮียตี๋ของเราจะพิชิตใจพ่อตาด้วยวิธีไหน เอาใจช่วยเฮียด้วยน๊าถึงเฮียจะเจ้าชู้โคตรๆ แต่เฮียแกก็รักจริงหวังแต่ง

 

ไรท์กราบขออภัยหากไรท์พิมพ์ผิดพิมพ์ตกหล่น ใช้ภาษาไม่ถูก คอมเมนท์ติเตือนได้ค่ะ ด่าได้นะคะแต่อย่าแรง ไรท์เป็นคนเซนท์ซิทีฟ

 ฝากไลค์ฝากกดโหวตให้ไรท์ด้วยน๊าที่รัก

 

 

สุดท้ายนี้ไรท์อยากบอกว่า....ไรท์รักรีดเดอร์ทุกคนสุดหัวใจ จ๊วบ จ๊วบhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/928425071.gif

 

 ยินดีต้อนรับนักอ่านทุกท่านเข้าสู่.....โลกของ Jira Ch.

 

โลกที่มีแต่ผู้ชายหล่อล่ำ น่าจับปล้ำ น่าจับทำสามี ฮ่าาาาาาา

 

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ exo

 

สามารถติดตามพูดคุยกับJiraได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจตามลิงก์ด้านล่างได้เลยคร้าาาาา

https://www.facebook.com/NiyayJiraCh/?ref=bookmarks

 

อย่าลืมเข้าไปกระทืบไลค์รัวๆให้ Jira นะคะ

Inbox ไปพูดคุยเมาท์มอยเป็นเพื่อนแก้เหงาได้ Jira ตอบทุกคน ไม่กัดตัดเขี้ยวแล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆ

 

กราบแทบอกนักอ่านทุกท่านสำหรับแรงสนับสนุนที่มีให้กันเสมอมารักนะคะ

 

 

 

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น