จอมใจเคียงรัก
ตอนที่ 21 หุบเขาหนานไห่
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่ 21 หุบเขาหนานไห่

หลี่จิ้งตั้งรับอย่างลำบากเล็กน้อย พลังยุทธของนางถูกใช้ออกมาต่อเนื่อง ร่างกายเริ่มอ่อนแรง เห็นทีนางต้องคิดหาวิธีอื่นเสียแล้ว

“เจ้ายอมแพ้เสียเถิดเด็กน้อย ถึงวรยุทธเจ้าจะเท่ากันกับข้า แต่เรื่องความแข็งแกร่งเจ้าไม่มีวันสู้ข้าได้หรอก”หัวหน้านักฆ่ากล่าวเยาะเย้ย

“การต่อสู้ใช่ว่าจะต้องใช้กำลังเสมอไป”หลี่จิ้งเอ่ยเสียงเรียบ

ขณะที่นักฆ่าจะกล่าววาจาดูถูกอีกครั้ง ก็พบว่าหลี่จิ้งผ่อนแรงที่แขนลงอย่างกะทันหัน จากนั้นนางรีบล้มตัวนอนลงและไถลตัวไปด้านข้างอย่างว่องไว หัวหน้านักฆ่าจึงเสียหลักเอนไปด้านหน้า หลี่จิ้งที่ดีดตัวลุกขึ้นมากระโดดถีบด้านหลังเขาจนล้มถลาไปไกล

นางใช้โอกาสนั้นดีดตัวไปทางมู่เทียนที่กำลังโดนนักฆ่าที่เหลือไล่ตามฆ่าอยู่ มู่เทียนใช้วิธีหว่านตาข่ายเช่นเดียวกับหลี่จิ้ง แต่เนื่องจากด้านกำลังเขาจึงฆ่าได้แค่นักฆ่าที่วรยุทธขั้นหกคนเดียวเท่านั้น ในขณะที่เขากำลังวิ่งหนีพร้อมกับล่อพวกเขาให้ออกห่างจากหลี่จิ้ง หลี่จิ้งเองก็โผล่มาด้านหลังเขา

นางซัดฝ่ามือใส่นักฆ่าคนหนึ่งเต็มกำลัง อีกฝ่ายกระเด็นไปไกลกระอักเลือดก่อนจะสิ้นลมไปในที่สุด

“รีบไป!”นางดึงมู่เทียนให้วิ่งเข้าไปในป่าส่วนที่ลึกที่สุดทันที

“อย่าให้พวกมันหนีไปได้!”หัวหน้านักฆ่าที่ลุกขึ้นมารีบตะโกนบอกลูกน้อง ก่อนที่ตัวเองจะเร่งฝีเท้าตามไปติดๆ

“หลี่จิ้ง พวกเราจะไปทางไหน”

“หุบเขาด้านหน้า”

หุบเขา? มะ…ไม่จริงน่าอย่าบอกนะว่าเป็นหุบเขาหนานไห่นั่น มู่เทียนหน้าซีดแล้ว

ทางข้างหน้าปรากฏหุบเขาที่ลาดชันลงไปมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด เพราะมันมืดมาก แถมมองดูดีๆจะพบว่ามีหมอกควันจางๆลอยครอบคลุมหุบผาแห่งนี้เอาไว้

ทั้งสองหยุดลงที่ริมผา หันกลับไปมองนักฆ่าที่วิ่งตามมา

“ฮ่าๆๆ พวกเจ้าหนีไม่พ้นแล้ว”หัวหน้านักฆ่าหัวเราะอย่างเยาะหยัน แต่ภายในใจนั้นกลับหวาดหวั่นจนถึงที่สุด บ้าชิบ! นี่มันหุบเขาหนานไห่ในตำนานมิใช่หรือ!?

หลี่จิ้งสังเกตเห็นสีหน้าหวาดกลัวของพวกเขา ก็คาดเดาได้ว่า หุบเขาด้านหน้านั้นคือสถานที่อะไร นางครุ่นคิดเล็กน้อย

“มู่เทียน เจ้ายินดีไปกับข้าหรือไม่”

“มะ…หมายความว่าไง? อย่าบอกนะว่าเจ้าจะกระโดดลงไปด้านล่างนั่น!”

“ใช่”

“…” มู่เทียนรู้สึกอยากจะร้องไห้ ถึงแม้ว่าหุบเขานี้จะไม่เหมือนเหว มันมีที่ลาดชันสามารถไถลลงไปได้ แต่สิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดคือด้านล่างนั้น! เคยมีคนลงไปกันหลายครั้งแล้ว แต่ไม่เคยมีใครรอดชีวิตกลับมาได้เลยสักคน

หลี่จิ้งมองหน้าเขารอคำตอบ นางรู้ดีว่าขืนสู้กันต่อไปพวกนางจะเสียเปรียบ อีกฝ่ายเหลือผู้ที่วรยุทธขั้นเจ็ดอีกสามและขั้นแปดหนึ่ง ส่วนพวกตนมีแค่นางที่วรยุทธขั้นแปดแต่มู่เทียนนั้นมีวรยุทธเพียงขั้นหก เขาไม่สามารถสู้กับพวกนั้นได้ นางเองก็ทนเห็นเขาถูกฆ่าตายไม่ได้ จำต้องยอมพาเขาหนีไปด้วย

พอเห็นพวกนักฆ่าค่อยๆต้อนเข้ามา มู่เทียนจึงกัดฟันตัดสินใจ “ได้!”

สิ้นคำหลี่จิ้งก็ดึงเขาไถลลงไปทันทีโดยไม่ทันให้ตั้งตัว

“ว๊ากกกก!”มู่เทียนแหกปากร้องด้วยความตกใจ

พวกนักฆ่าตกใจรีบถลาเข้ามาริมผา ก้มมองลงไปก็ไม่เห็นเงาร่างพวกเขาแล้ว

“หะ…หัวหน้า เอาอย่างไรดีขอรับ”

หัวหน้านักฆ่ามีสีหน้าหลากหลาย นึกไม่ถึงจริงๆว่าพวกมันจะกล้ากระโดดลงไป

“ฮึ่ม กลับ! ถึงอย่างไรพวกมันคงไม่สามารถรอดชีวิตมาจากที่นั่นได้หรอก”เขาหมุนตัวจากไป เพื่อกลับไปรายงานนายท่าน

ด้านหลี่จิ้งนั้น หลังจากไถลตัวมาได้สักพักแล้ว นางจึงรู้สึกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ ถึงแม้ดินโดยรอบจะเป็นดินร่วน ไม่ทำให้บาดเจ็บมากนัก แต่มันดันไม่เห็นจุดสิ้นสุดสักทีเลยนี่สิ

“อะ…เอาไงดีล่ะ”มู่เทียนหน้าซีดจนไม่เห็นสีเลือด

“ไม่รู้”บริเวณนี้ไม่มีที่ยึดจับเลยสักนิด พวกเขาจึงทำได้ทรงตัวไถลลงไปเท่านั้น

“…”ฮือๆๆ ท่านแม่ข้าคงไม่ได้พบท่านแล้ว! มู่เทียนร้องไห้ในใจ

ขณะที่พวกเขาจับทิศทางไม่ถูก ในที่สุดพวกเขาก็ไถลลงมาสุดก้นเหวแล้วเรียบร้อย

“สุดแล้ว?”มู่เทียนเอ่ยเสียงสั่น

“ใช่”หลี่จิ้งถอนหายใจ ในที่สุดก็รอดแล้ว

นางลุกขึ้นยืนมองไปโดยรอบ แต่ต้องผิดหวังเพราะมันมืดมากจนมองไม่เห็นกระทั่งนิ้วมือของตัวเอง “เจ้ามีสิ่งไหนที่ให้แสงสว่างได้รึเปล่า?”

“เอ่อ…มีไข่มุกจันทราเม็ดเล็ก แต่ไม่รู้จะให้แสงสว่างพอรึเปล่านะ”

“นำออกมาสิ”

“ได้”มู่เทียนล้วงเข้าไปในเสื้อหยิบไข่มุกจันทราที่มีขนาดเท่ากำปั้น ส่งพลังเข้าไปเล็กน้อย ทันใดนั้นไข่มุกก็ส่องสว่างขึ้นมาทันที

ถึงแม้ว่าจะไม่สว่างมากนัก แต่ก็สามารถมองเห็นรอบๆตัวพวกเขาได้อยู่บ้าง

สิ่งที่พวกเขาเห็นคือ พื้นที่โล่งว่างเปล่า แต่หินใต้ฝ่าเท้ากลับขรุขระคล้ายก้อนกรวด และมีเพียงหญ้าขึ้นหร็อมแหร็มเท่านั้น

“พวกเราจะไปทางไหน”

หลี่จิ้งคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ไปทางขวา แล้วเราค่อยหาจุดปีนกลับขึ้นไป”

“อืม”

ทั้งสองพากันเดินไปเงียบๆ คอยระวังซ้ายขวา นอกจากเสียงเดินและเสียงหายใจของพวกเขาแล้วก็ไม่มีเสียงอะไรอีกเลย ทุกอย่างเงียบสนิท

“หน้ากลัวชะมัด”มู่เทียนลูบแขนตัวเองไปมา

หลี่จิ้งมีสีหน้าเรียบเฉย แต่ในใจนางรู้สึกระแวงรอบด้านอยู่ตลอด สัญชาตญาณนางบอกว่า ในที่นี้ไม่ได้มีแค่พวกตน

พวกเขาเดินไปได้สักพักกลับพบว่าด้านข้างมีถ้ำแห่งหนึ่ง จู่ๆบนท้องฟ้าก็มีสายฟ้าแลบฟ้าร้องเสียงดังครืนๆ

“สงสัยฝนจะตก”หลี่จิ้งแหงนหน้ามอง ถึงแม้ข้างล่างหุบเขานี่จะมองไม่เห็นท้องฟ้า แตก็เห็นแสงฟ้าแลบกับได้ยินเสียงฟ้าร้องอยู่

“แย่จริง ขืนตกตอนนี้เราก็ขึ้นไปไม่ได้น่ะสิ!”มู่เทียนรู้สึกกังวล เมื่อเช้าฟ้ายังสว่างแดดจ้าอยู่เลย ทำไมอยู่ๆฝนถึงจะตกได้ล่ะ?

ขบคิดไม่ทันไร ฝนก็ตกลงมาเม็ดใหญ่แล้ว “เราเข้าไปหลบในถ้ำนี่ก่อนดีกว่า”หลี่จิ้งเสนอแนะ

“จะดีหรือ ข้างในถ้ำนั้นจะมีอะไรอยู่รึเปล่าก็ไม่รู้”มู่เทียนยอมรับเลยว่าตอนนี้เขารู้สึกหวาดระแวงไปทุกอย่างจริงๆ

“มีแต่ที่ตรงนี้ที่สามารถหลบฝนได้ เจ้าจะมาหรือไม่ก็แล้วแต่”หลี่จิ้งไม่สนใจเขาเดินนำเข้าไปทันที

“เดี๋ยวสิ รอข้าด้วย!”มู่เทียนหมดทางเลือกจึงได้แต่ตามเข้าไป แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าหลังจากพวกเขาเข้าไปแล้ว ก็เกิดปรากฏการณ์ฟ้าผ่าไปทั่วป่าหนานไห่ และสายฟ้าที่ผ่าลงมาดันเป็นสีแดงฉาน ทำให้ผู้คนที่อยู่ในป่าต่างตกอกตกใจหวาดกลัวรีบหาที่หลบกันจ้าละหวั่น

 

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น