จอมใจเคียงรัก
ตอนที่ 15 การประลองรอบสอง
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่ 15 การประลองรอบสอง

วันรุ่งขึ้นหลี่จิ้งตื่นแต่เช้าเพื่อมาฝึกวรยุทธอยู่ภายในสวนของโรงเตี๊ยม วันนี้เป็นการแข่งขันพลังยุทธและสัตว์อสูร แต่นางไม่มีสัตว์อสูรสักตัว จึงได้แต่ใช้พลังยุทธในการต่อสู้ ผู้อื่นอาจคิดว่าคนที่ไม่มีสัตว์อสูรจะต้องเสียเปรียบ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ มันขึ้นกับระดับฝีมือการต่อสู้ของตัวเองต่างหาก

 

เฉินหลิงลู่ที่ตามหาหลี่จิ้งจนพบ นางมีสีหน้าร้อนรนรีบเดินเข้ามาหาหลี่จิ้งทันที

 

“อาจิ้ง เกิดเรื่องขึ้นแล้ว!”

 

“มีอะไรหรือ?”

 

“เมื่อวานนี้เจ้าได้ไปล่วงเกินใครมาหรือเปล่า?”

 

หลี่จิ้งครุ่นคิดอย่างสงสัย “ไม่รู้สิ” นางนึกไม่ออกอีกอย่างเพราะขี้เกียจไปจำ

 

เฉินหลิงลู่ถอนหายใจกับท่าทางเหมือนทองไม่รู้ร้อนของอีกฝ่าย “ถ้าอย่างนั้นข้าถามใหม่ เจ้ารู้จักเหลียนเจี๋ยเหมยหรือไม่?”

 

หลี่จิ้งยังคงทำหน้างุนงง

 

“นางคือบุตรสาวของประมุขเหลียนแห่งหอวิหคเหินอย่างไรเล่า”

 

ภาพหญิงสาวคนหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของหลี่จิ้ง อย่าบอกนะว่าเป็นนาง?

 

“ช่างเถิด แต่ตอนนี้เจ้าคงงานเข้าแล้วล่ะ ได้ยินว่านางไปฟ้องพ่อของนาง ว่ามีเด็กหนุ่มหน้าตางดงามยิ่งกว่าสตรี ใส่ชุดสีดำท่าทางเย็นชาไปหาเรื่องนาง ตอนนี้ทางนั้นกำลังหาตัวเจ้าให้วุ่นเลย”

 

“แล้วทำไมเจ้าถึงคิดว่าเป็นข้าล่ะ?”

 

เฉินหลิงลู่กลอกตา “ลักษณะแบบนั้นมันเจ้าชัดๆ เมื่อวานเจ้ายังใส่ชุดสีดำอีกด้วย”

 

หลี่จิ้งไม่สนใจหันกลับไปฝึกวรยุทธต่อ “ถึงจะเป็นข้าจริง ข้าก็ไม่กลัว เพราะข้าไม่ได้ทำอะไรผิด”

 

“ข้ารู้ เจ้าไม่หาเรื่องใครก่อนแน่ ต้องเป็นนางนั่นแหละ เพราะนิสัยของนางก็ชั่วร้ายเอาแต่ใจหาเรื่องคนไปทั่ว” เฉินหลิงลู่พูดถึงเหลียนเจี๋ยเหมยด้วยสีหน้ารังเกียจ

 

“แต่เจ้าก็ต้องระวังหน่อยนะ ถึงวรยุทธของนางจะสู้เจ้าไม่ได้ แต่สัตว์อสูรของนางนั้นเป็นถึงระดับหกเชียวล่ะ ได้ยินว่าพ่อของนางควบคุมมันได้จึงได้มอบให้บุตรสาวของตน ถ้าเกิดเจ้าได้ต่อสู้กับนางจริงคงต้องลำบากสักหน่อยแล้ว”

 

หลี่จิ้งเลิกคิ้วเล็กน้อย สัตว์อสูรระดับหกมีพลังเท่ากับคนที่มีวรยุทธถึงขั้นแปดเลยทีเดียว ซึ่งหมายความว่านางเจอคู่ต่อสู้ที่เท่าเทียมตัวเองแล้วถึงแม้จะเป็นสัตว์อสูรก็เถอะ “อืม ข้าจะระวัง ขอบใจเจ้ามากที่เตือน”

 

เฉินหลิงลู่ยิ้มอย่างเขินๆ “เกรงใจทำไมเล่า เราเป็นเพื่อนกันนะ ต้องช่วยเหลือกันสิ”

 

“…” ได้ ถ้าอีกฝ่ายอยากเป็นเพื่อนกับนางขนาดนั้น

 

เข้าสู่การแข่งขันวันที่สอง ผู้ประลองที่ผ่านเข้ารอบเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง แต่ล่ะคนล้วนมีวรยุทธขั้นหกขึ้นไปทั้งนั้น แต่พอพวกเขาเห็นหลี่จิ้งเดินขึ้นมา ทุกคนล้วนหวาดเกรงและชื่นชม เมื่อวานพวกเขาได้ยินเรื่องเล่าของเขามาว่า มีวรยุทธถึงขั้นแปดเลยทีเดียว แต่ล่ะคนจึงได้แต่ภาวนาขอให้ตนเองไม่จับได้อีกฝ่าย ไม่อย่างนั้นคงได้แพ้ตั้งแต่ยังไม่ทันเริ่ม

 

หลี่จิ้งเดินเข้ามาสังเกตว่าวันนี้ในลานประลองเต็มไปด้วยสัตว์อสูรหลายสิบตัว มีตั้งแต่ตัวเล็กจนไปถึงตัวใหญ่ รูปร่างน่ารักจนไปถึงน่าเกลียดน่ากลัว ครึกครื้นยิ่งนัก แสดงว่าแต่ล่ะคนล้วนมีภูมิหลังไม่ธรรมดาถึงได้มีสัตว์อสูรไว้ในครอบครอง

 

เหลียนเจี๋ยเหมยที่สังเกตเห็นอีกฝ่าย หน้าตาโกรธเกรี้ยวทันที ยกมือชี้หน้าใส่หลี่จิ้ง “ที่แท้เป็นเจ้า พวกเจ้าไปจับตัวมันมาให้ข้า!” นางสั่งลูกน้องของตนเอง

 

เหลียนโม่หยางขมวดคิ้วเอ่ยปากห้าม “อย่าก่อเรื่อง! เขาเป็นผู้เข้าแข่งขันเหมือนกัน เจ้าลืมกฎแล้วหรือ”

 

“แต่เขา…”

 

“ถ้าเจ้าอยากแก้แค้นก็รอให้งานจบ หรือจับสลากได้เขาเสียก่อน อย่ามาก่อเรื่องให้เสียชื่อเสียงของสำนักเราเด็ดขาด” เหลียนโม่หยางกล่าวอย่างเคร่งขรึม

 

เหลียนเจี๋ยเหมยส่งเสียงฮึดฮัดอย่างขัดใจ แต่นางก็ต้องเชื่อฟังพี่ชายของตนเอง

 

หลี่จิ้งปลายตามองพวกเขาทั้งสองอย่างเฉยชา ถึงจะมีเรื่องจริงนางก็ไม่กลัว แต่นางจะไม่เข้าไปหาเรื่องใครก่อนเท่านั้น

 

“เฮ้ หลี่จิ้งเจ้ามาแล้ว” มู่เทียนเข้ามากอดคอหลี่จิ้งทันทีที่มาถึง

 

“อืม” นางพยักหน้าเล็กน้อย

 

“ว่าแต่วันนี้เจ้าได้เตรียมสัตว์อสูรมาต่อสู้ด้วยหรือเปล่า?” มู่เทียนเอ่ยถาม

 

“ข้าไม่มี” นางก้มไปมองสัตว์อสูรของมู่เทียนซึ่งเป็นหมาป่าที่มีขนสีเงินทั้งตัวและมีเขาสีเงินหน่อหนึ่งงอกออกมากลางศรีษะ

 

“เอ๋? เจ้าไม่มีอย่างนั้นหรือ แต่ไม่เป็นไรหรอกด้วยวรยุทธของเจ้าชนะได้อยู่แล้ว”

 

หลี่จิ้งไม่เอ่ยอะไร รอจนถึงจับสลากอีกครั้ง ทุกคนเดินขึ้นไปจับสลากทีละคน จนครบหมด จากนั้นจึงเริ่มประกาศการต่อสู้รอบแรกขึ้น

 

หลี่จิ้งก้มมองหมายเลขตนเอง มันคือเลขห้า นางเงยหน้ามองไปบนเวที ซึ่งตอนนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังต่อสู้กันอย่างเต็มที่ โดยมีสัตว์อสูรต่อสู้ด้วยเหมือนกัน พลังยุทธที่เปลี่ยนเป็นอาวุธและพลังในรูปแบบต่างๆ ล้วนโลดแล่นอยู่บนเวที สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมทั้งหลาย

 

และถ้าสัตว์อสูรของใครระดับสูงกว่าสัตว์อสูรของฝ่ายตรงข้าม ฝ่านนั้นก็จะชนะเร็วเพราะมีสัตว์อสูรที่ชนะสัตว์อสูรด้วยกันแล้วรุดมาช่วยรุมคู่ต่อสู้ต่อ

 

หลี่จิ้งพบว่าสัตว์อสูรส่วนมากจะอยู่แค่ระดับสี่ระดับห้าเท่านั้น ยังไม่เห็นมีตัวไหนที่มีระดับสูงกว่า หรือพิเศษกว่าตัวอื่นๆ หรือว่าจะมีแค่ของเหลียนเจี๋ยเหมยเท่านั้น? แต่ไม่นานนางก็ได้คำตอบ

 

การต่อสู้ลำดับที่สามเป็นเหลียนโม่หยาง เสือขาวที่ดูไม่ต่างจากเสือทั่วไปของเขาถึงจะเป็นสัตว์อสูรระดับห้า แต่พลังของมันแทบจะไม่ต่างจากสัตว์อสูรระดับหกเลย มันขยายร่างกายใหญ่โตจนเกือบจะท่วมลานประลอง แค่คำรามครั้งเดียวก็ทำให้หูคนแทบดับแล้ว คนที่เป็นคู่ต่อสู้ด้วยถึงกับเข่าอ่อน และเขาก็รู้ตัวดีว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเหลียนโม่หยางแน่นอน ไม่นานการต่อสู้ที่เดาผลได้ตั้งแต่เริ่มก็จบลงอย่างง่ายดาย

 

หลี่จิ้งหรี่ตาลงเล็กน้อย คนของหอวิหคเหินช่างไม่ธรรมดาจริงๆ

 

“โห เสือขาวหิมะของเหลียนโม่หยางพลังเยอะจริงๆ หมาป่าเงินของข้าคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันแน่” มู่เทียนรู้สึกหวาดกลัวสักหน่อย

 

ในที่สุดก็ถึงคราวของหลี่จิ้งแล้ว ครั้งนี้นางเดินขึ้นไปบนเวทีก่อน ยืนรอสักครู่ก็ได้ยินเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสะใจดังขึ้น

 

 

 

 

กราบขออภัยรีดที่น่ารักทุกคนด้วยที่ไรท์หายไปนาน😅😅 เพราะช่วงนี้หัวสมองไรท์ตันเลยต้องพักไปท่องยุทธภพในโลกออนไลน์ก่อนชั่วคราว555😂😂 หวังว่ารีดจะรอและคอยติดตามเหมือนเดิมนะเจ้าคะ ไรท์ไม่หายไปแน่นอน😁😁😘😘

 

 

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น