เทพกระบี่มรณะ (混沌剑神)
ตอนที่ 33 อสรพิษ
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่ 33 อสรพิษ

Chaotic Sword God ตอนที่ 33 อสรพิษ

หลังจากเจี้ยนเฉินได้แนะนำเถี่ยต้าให้รู้จักกับพี่ชายของเขา เจียงหยางหู่ จากนั้นพวกเขาก็สนทนากันสักพัก  ทันใดนั้นเอง เสียงของรองอาจารย์ใหญ่ก็ดังขึ้น

หลังจากรองอาจารย์ใหญ่ไป่เอินกล่าวสุนทรพจน์จบ เขาก็ทิ้งช่วงให้ลูกศิษย์พักครู่หนึ่ง ก่อนจะแจกเข็มขัดมิติให้กับทุกคนเพื่อเตรียมให้ทุกคนใช้สำหรับเก็บแกนอสูรไว้ภายในมัน เขาแจกเข็มขัดมิติราคาถูกเป็นการชดเชยที่โรงเรียนได้เอาเข็มขัดนั้นไป อาจกล่าวได้ว่ามันไม่ได้แพงไปเสียทั้งหมดและมันเป็นสิ่งของที่ธรรมดายิ่งนัก ดังนั้นสำนักจึงสามารถแจกจ่ายพวกมันออกไปได้นับพัน

พื้นที่ในเข็มขัดมีขนาดที่ค่อนข้างเล็กมาก ซึ่งมันมีพื้นที่ในนั่นแค่เพียง 1 ตารางเมตร แต่อย่างไรก็ตาม มันก็เพียงพอแล้วที่จะใส่แกนอสูร สำหรับตอนนี้ ในเข็มขัดของเขามันได้มียาจำนวนเล็กน้อย มันถูกบรรจุไว้เพื่อใช้ในกรณีที่บาดเจ็บ

หลังจากการเตรียมตัวได้เสร็จสิ้นลง ลูกศิษย์กว่าพันคนก็เดินออกจากสำนักผ่านประตูใหญ่เพื่อมุ่งหน้าไปยังป่าที่ไกลออกไปราว 20 ไมล์ อาจารย์จำนวนมากก็ติดตามพวกเขาไป

หลังจากออกจากสำนัก ทุกคนก็เร่งความเร็วในการเดินทางของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นลูกศิษย์ที่อ่อนแอที่สุดซึ่งอยู่ราว ๆ ระดับแปดของพลังเซียนก็เร่งความเร็วขึ้นไปอีก

หลังจากเดินทางมากว่าหนึ่งชั่วยาม ทุกคนก็เริ่มถึงชายป่า ซึ่งทุกคนเริ่มมองเห็นแสงสลัว ๆ รำไรอยู่ภายในนั้น

เจี้ยนเฉินมองไปยังแสงสีขาวที่ปกคลุมทั่วป่าด้วยแววตาแปลกประหลาด เขาอ่านหนังสือมากมายในหอหนังสือ ดังนั้นเขาจึงเข้าใจสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในแสงสีขาวนั้น

สามร้อยปีก่อน สถานที่แห่งนี้ต่างเต็มไปด้วยผืนหญ้า ดินแดนอันไร้ประโยชน์ซึ่งปราศจากป่า ใช้คนกว่าพันคนจากสำนักคากัต ในที่สุดก็พัฒนาที่ดินผืนนั้นได้หลังจากที่ใช้เวลาเกือบปี ป่าถูกสร้างขึ้น แม้ในขณะนั้น บริเวณนั้นจะมีป่าเพียง 50 กิโลเมตร หลังจากผ่านไปร้อยปี ป่านั้นก็กลายเป็นป่าที่เห็นในวันนี้

หลังจากที่ป่าเติบโตขึ้นมา อาจารย์ใหญ่ของสำนักคากัต ไบรอันใช้เวลาคิดถึงสามวันสามคืน ก่อนจะแบ่งพื้นที่นั้นเป็น 3 ส่วน แต่ละส่วนจะมีความแข็งแกร่งแตกต่างกัน ที่กลางป่า อาจารย์ใหญ่ปล่อยสัตว์อสูรที่อ่อนแอเพื่อใช้เพาะพันธุ์ พวกเขาสร้างสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งขึ้นมา สำหรับลูกศิษย์ในสำนักไว้ใช้เรียนรู้ประสบการณ์ในการต่อสู้

อาจารย์ใหญ่ไบรอันสร้างป่าไว้สำหรับเหล่าอัจฉริยะของอาณาจักรเกอซุนและขยายเพิ่มกลายเป็นป่าขนาดใหญ่ แต่อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่อาจารย์ใหญ่ไบรอันเกษียณไปก็มีคนอื่นทำตามเขา

ในเวลานั้นเอง อาจารย์ใหญ่เดินมาด้านหน้าและกล่าวว่า "บรรดาลูกศิษย์ที่รัก เริ่มจากวันนี้ เจ้าจะต้องเอาชีวิตรอดในป่าเป็นระยะเวลา 3 วัน และต้องหาแกนอสูรกลับมาอย่างน้อย 2 อัน ถ้าเจ้ายอมแพ้กลางทางหรือมีแกนอสูรน้อยกว่า 2 อัน พวกเจ้าจะถูกพิจารณาว่าไม่ผ่านและเจ้าจะไม่ได้รับรางวัล"

"ตอนนี้ ทุกคนจงแยกย้ายกัน บรรดาลูกศิษย์ผู้ซึ่งไม่ถึงระดับเซียนอาจจะจับคู่กับใครบางคนในเขตอาคมชั้น 2 เพื่อล่าแกนอสูร สำหรับลูกศิษย์ที่อยู่ในระดับเซียน โปรดตรงไปในเขตอาคมชั้น 3"

ไม่กี่นาทีให้หลัง ทุกคนก็เริ่มแยกย้ายกันออกไป ขณะที่เจี้ยนเฉินและเถี่ยต้าเริ่มเดินไปด้วยกัน เพราะพื้นที่นั้นถูกลงเขตอาคมปิดกั้นสัตว์อสูร ทุกคนที่เข้าไปในบริเวณนั้นจะไม่ถูกสัตว์อสูรอื่น ๆ โจมตี

ขณะที่พวกเขาผ่านเข้าไปในเขตอาคม เจี้ยนเฉินและเถี่ยต้าทั้งสองคนก็เข้าไปยังเขตอาคมชั้นแรก ชั้นแรกนั้นมีสัตว์อสูรที่มีความแข็งแกร่งไม่มากนัก ดังนั้นพวกมันจึงอ่อนแอซึ่งไม่สามารถเทียบได้กับสัตว์อสูรระดับ 1 เมื่อสัตว์อสูรมันอ่อนแอเช่นนี้ ภายในทวีปเทียนหยวนจะเรียกมันว่าสัตว์ป่า และเมื่อพวกมันก้าวถึงขั้น 1 พวกมันถึงจะถูกเรียกว่าสัตว์อสูร

ลูกศิษย์ทั้ง 1,000 คนเข้ามาในเวลาเดียวกัน ทำให้สัตว์ป่ารู้สึกกลัวและทำให้การเดินทางค่อนข้างสงบ ลูกศิษย์ทุกคนได้เดินผ่านเขตอาคมอย่างรวดเร็วและเข้าไปยังชั้นที่ 2 สัตว์อสูรทั้งหมดในพื้นที่นี้เป็นสัตว์อสูรระดับหนึ่ง ดังนั้นจึงเหมาะสมกับคนที่ยังไม่ถึงระดับเซียน แม้แต่สัตว์ระดับ 1 อาจเป็นภัยคุกคามต่อพวกเขา

เข้าไปยังเขตแดนชั้น 2 เถี่ยต้าและเจี้ยนเฉินก็แยกตัวออกมาจากกลุ่มลูกศิษย์ที่กำลังพักอยู่ และนำหน้าไปยังป่าส่วนที่หนาแน่นด้านใน บริเวณโดยรอบมีวัชพืชที่สูงเทียบเท่ากับคนและส่งผลกระทบอย่างหนักกับสายตาของพวกเขา ทำให้ไม่อาจจะเห็นเส้นทาง พวกเขาทำได้เพียงมองต่ำลงและตามรอยเท้าของสัตว์อสูรมนตราไป

“เจียงหยางเซียงเทียน จากนี้ไปสัตว์อสูรจะปรากฏบ่อยขึ้น มันแน่ชัดว่าพวกเราไม่อาจไม่ระวังได้" เถี่ยต้ากล่าวด้วยใบหน้าเคร่งขรึม เขาเคยล่าสัตว์อสูรตั้งแต่เขายังเด็ก ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าเขามีประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับพวกมัน จึงทำให้เขาเข้าใจอันตรายที่อยู่ภายในป่า และถ้าไม่ระวังแล้วละก็ พวกเขาคงจะสิ้นชีวิตไปอย่างง่าย ๆ

ใบหน้าเจี้ยนเฉินเต็มไปด้วยความเชื่อมั่น "ไม่ต้องกังวล แม้ว่าเจ้าจะประสบปัญหา ก็ไม่ได้หมายความว่าข้าจะประสบปัญหา" ด้วยความทรงจำจากชีวิตที่แล้วของเขา เขาไม่เคยเข้าไปในป่าขนาดเล็กเช่นนี้ ในชีวิตก่อนหน้านี้ของเขา เขาเดินทางผ่านป่าใหญ่และประสบการณ์ของเขาก็มากนัก เมื่อมันนำมาเปรียบเทียบกับเถี่ยต้า ร่วมกับความจริงที่ว่าเจี้ยนเฉินได้อ่านข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์อสูรในหนังสือ เขาจึงได้เรียนรู้การจัดการที่ดีกับสัตว์อสูรในป่ามากทีเดียว

เถี่ยต้าจับขวานรบขนาดยักษ์ของเขา เขาเฝ้ามองไปรอบ ๆ ตัวเองด้วยความระมัดระวังไม่น้อย "ถึงแม้ว่าที่ผ่านมา ข้าเคยฆ่าสัตว์ป่าจำนวนมาก แต่ข้าก็ไม่เคยฆ่าสัตว์อสูร พวกมันมีความแข็งแกร่งเทียบเท่ากับระดับเซียน ดังนั้นแม้จะเป็นเซียนก็ยังไม่อาจฆ่าพวกมันลงได้ง่ายดายนัก ข้าไม่แน่ใจว่าเราจะสามารถที่จะฆ่าสัตว์อสูรระดับ 1 ได้ ถ้าเราเจอพวกมันและถ้ามันวิ่งหลบหนีไป พวกเราไม่อาจที่จะตามทันได้"

เจี้ยนเฉินยิ้มและกล่าว “เถี่ยต้า เจ้าไม่ได้เชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของเจ้าหรือ ?”

ใบหน้าของเถียต้าเริ่มที่จะกลายเป็นสีแดง ขณะที่เขาเกาหัวของเขาและกล่าวออกมาด้วยท่าทีซื่อ ๆ "มันไม่ใช่ว่าข้าไม่มีความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของตัวเอง แม้อาจารย์ของข้าจะบอกว่ากำลังของข้ามีความแข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะเซียนทั่วไป แต่ตัวข้านั้นไม่เคยฆ่าสัตว์อสูรด้วยตัวคนเดียวมาก่อน ... "

ในขณะที่เถี่ยต้าพูด ใบหน้าของของเจี้ยนเฉินก็แข็งทื่อขึ้น ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นเพื่อหยุดไม่ให้เถี่ยต้าพูด ดวงตาของเขาหรี่ลงขณะที่เขาเริ่มมองไปรอบ ๆ

สังเกตเห็นว่าใบหน้าของเจี้ยนเฉินเริ่มจริงจังขึ้น เถี่ยต้ารับรู้ถึงอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามา เขาถือขวานไว้ข้าง ๆ และมองไปรอบ ๆ ผืนหญ้าอย่างระมัดระวัง

เจี้ยนเฉินมองรอบ ๆ ตัวเอง ในบริเวณจุดที่น่าจะเป็นอันตรายมากที่สุด แต่ต้นหญ้าสูงที่ได้เติบโตงอกงามมาเป็นปี ดังนั้นเจี้ยนเฉินจึงไม่สามารถมองเห็นอะไรได้

มือข้างขวาของเจี้ยนเฉินกุมแท่งเหล็กในมือของเขาไว้แน่น ในขณะที่เขาหลับตาลง หูของเขาเริ่มสั่นไหว เขาจับการเคลื่อนไหวบริเวณโดยรอบอย่างเคร่งเครียด

หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ต่อมาเจี้ยนเฉินก็ลืมตาขึ้น แสดงให้เห็นดวงตาที่เปล่งประกายจ้องไปข้างหน้า เจี้ยนเฉินกระชับแท่งเหล็กสนิมเขรอะที่เริ่มที่จะเปล่งประกายสีเหลืองอ่อน ๆ ในมือข้างขวาของเขา เจี้ยนเฉินพุ่งตรงไปข้างหน้าด้วยเสียงอันดังก้องราวกับฟ้าผ่า

ในเวลานั้นเอง แท่งไม้สีเขียวก็พุ่งตรงมาจากข้างหน้าจากพงหญ้าราวกับลูกกระสุน และตรงมาที่เจี้ยนเฉินด้วยความเร็วอันน่าหวาดหวั่นนัก

แท่งเหล็กของเจี้ยนเฉินได้ปะทะกับกิ่งไม้สีเขียวกลางอากาศ ทำให้กิ่งไม้นั้นเริ่มที่จะหยุดเคลื่อนไหว มันค่อย ๆ หยุด เจี้ยนเฉินเห็นส่วนหนึ่งของแท่งเหล็กทะลุผ่านตัวมันไป

ในขณะเดียวกัน พวกเขาสองคนก็ตระหนักว่ากิ่งไม้สีเขียวนั้นแท้ที่จริงแล้วมันคืออสรพิษมรกต มันมีลำตัวเท่าแขนของผู้ใหญ่และส่วนที่ปรากฏออกมาในเวลานี้ก็ยาวกว่า 2 เมตร

ลมแรงพัดผ่านหูของเจี้ยนเฉิน เขาเห็นเถี่ยต้าใช้ขวานรบขนาดยักษ์นั้นโจมตีอสรพิษด้วยเสียงตัดผ่านอันดังก้อง

ด้วยขวานขนาดยักษ์ที่ใช้ฟันร่างของอสรพิษและพลังของมันนั้นแข็งแกร่งมาก งูถูกเหวี่ยงกลับไปข้างหลังเกือบ 10 เมตรก่อนที่จะร่วงลงกับพื้น อย่างไรก็ตาม วัชพืชรอบตำแหน่งที่พวกเขายืนอยู่ มันเติบโตงอกงามเกือบสิบเมตร เจี้ยนเฉินและเถี่ยต้าเห็นมันเพียงระยะ 5 เมตรตรงหน้าพวกเขาเท่านั้น

"รีบลุกขึ้นและวิ่งไล่มัน เราไม่สามารถปล่อยให้มันซ่อนตัวเองได้" เจี้ยนเฉินเข้าใจอย่างชัดเจนถึงสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยกับพวกเขามากนัก ร่างกายของเขาเป็นประกายแสดงวูบวาบ ในขณะที่เขาไล่ตามอสรพิษตัวนั้นด้วยความเร็วสูง ภายใต้สถานการณ์เหล่านี้ ถ้าอสรพิษสามารถซ่อนตัวจากสายตาพวกเขาได้ มันจะเป็นสถานการณ์ยุ่งยาก หลังจากที่ทุกอย่างนั้นถูกปกคลุมด้วยวัชพืชและมันก็เป็นเรื่องยากที่จะเห็นอะไรบนพื้นดิน มันจึงเป็นเรื่องยากมากที่จะป้องกันการโจมตีของอสรพิษ ถ้าหากมันซุ่มดักอยู่

โดยปราศจากการลังเล เถี่ยต้าวิ่งไปทิศทางเดียวกับที่เจี้ยนเฉินวิ่งไป เมื่อเถี่ยต้าประชิดตัวเจี้ยนเฉิน เจี้ยนเฉินก็หยุดเคลื่อนที่ ในระยะประมาณ 3 เมตร โดยอสรพิษยกหัวของมันขึ้นมองพวกเขาด้วยดวงตาที่เยือกเย็น และลิ้นสองแฉกของมันก็สะบัดออกไปมา

เมื่ออสรพิษยกร่างของมันขึ้น มันสูงราว 1.5 เมตร ลำตัวที่หนาเท่าแขนผู้ใหญ่นั้นมีแผลอยู่ 2 จุด หนึ่งในนั้นคือรูเลือดขนาดใหญ่ที่เจี้ยนเฉินทำ มันลึกมากพอที่จะเห็นกระดูกของมัน ส่วนอีกแผลนั้นมีขนาดยาวลงไป ซึ่งเถี่ยต้านั้นได้ฟันร่างกายอันหนาของอสรพิษ ด้านนอกของแผลเป็นเนื้อสด เลือดสีแดงไหลลงมาไม่หยุดหย่อนจากบาดแผล

ตาของเจี้ยนเฉินมองตามการเคลื่อนไหวของอสรพิษอย่างระมัดระวัง แม้ว่าอสรพิษในเบื้องหน้าของพวกเขาเป็นสายพันธุ์ที่โจมตีได้ไม่รุนแรง แต่มันก็ยังเป็นถึงสัตว์อสูรระดับ 1 มันไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าเซียนที่สามารถหล่อหลอมอาวุธเซียนได้เลย

เถี่ยต้ามองไปยังอสรพิษด้วยแววตาเคร่งเครียด เขากำขวานรบแน่นจนเห็นเส้นเลือดที่ปูดออกมา เตรียมพร้อมที่จะโจมตีอย่างหนักอีกครั้ง

ขณะที่ทั้งสองฝ่ายหยุดชะงัก ในที่สุดเจี้ยนเฉินก็เริ่มเคลื่อนไหว ระยะเพียง 3 เมตรไม่ได้ส่งผลอะไรต่อเขานัก เมื่อขยับร่างกาย เจี้ยนเฉินก็เคลื่อนที่ไปกว่าสองเมตร ในทันใดนั้นที่เขาปรากฏตัวในด้านหน้าของอสรพิษ แท่งเหล็กในมือของเขาแทงทะลุไปยังตาของอสรพิษที่ไร้ซึ่งการป้องกัน ด้วยความเร็วเกินกว่าที่ตาเปล่าจะมองเห็น ในระยะที่ห่างเพียง 7 นิ้ว

อสรพิษกรีดร้องเสียงดัง ก่อนจะเลื้อยหลบการโจมตีร้ายแรงนั้น

แม้ว่ามันจะเป็นเพียงแค่ท่อนเหล็กผุ ๆ แต่มันก็แทงทะลุผ่านลำตัวออกมา จนเห็นคมปลายยื่นออกมาจากลำตัวของอสรพิษ

"ชี่ !!" ความเจ็บปวดมหาศาลนั้นทำให้อสรพิษมรกตกรีดร้องออกมาด้วยเสียงแหบแห้ง ปากของมันเปิดกว้างขึ้น

"ย้าก!" เถี่ยต้าเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เขาใช้ความแข็งแกร่งของเขาทั้งหมดเพื่อที่จะใช้ขวานรบฟันลงบนหัวของอสรพิษ

ขวานรบตัดผ่านหัวงูขนาดเท่ากำปั้น ส่งมันบินสูงขึ้นไปในอากาศ พายุฝนเลือดพากันเทลงมาและเลือดสด พุ่งออกจากมาแผลในลำตัวสีเขียวนั้น ทันใดนั้นวัชพืชโดยรอบก็ถูกปกคลุมไปด้วยสีแดง

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น