จอมใจเคียงรัก
ตอนที่ 11 ยอมอย่างง่ายดาย
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่ 11 ยอมอย่างง่ายดาย

เฉินไป๋หงยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ “ข้าได้ทราบเรื่องราวทั้งหมดแล้ว แต่ดูเหมือนพ่อบ้านชุนจะเข้าใจผิดไป”

เข้าใจผิด? ชุนถางมองเฉินไป๋หงด้วยความแปลกใจ

“เข้าใจผิดอะไร? อย่าบอกนะว่าท่านจะเข้าข้างมัน!”จิงฉานได้สติ ชี้มือไปทางหลี่จิ้งด้วยความโมโห

ชุนถางขมวดคิ้วรีบดึงคุณชายของตัวเองไว้ กลัวว่าเขาจะไปล่วงเกินคนที่ไม่ควรล่วงเกินเข้า “คุณชายรองอย่าพึ่งวู่วาม”

“ข้าไม่ได้เข้าข้างใคร แต่ข้าอยู่ในเหตุการณ์เหมือนกัน”ถึงแม้น้ำเสียงของเฉินไป๋หงจะยังอ่อนโยนแต่สายตาที่ยิ้มน้อยๆตลอดเวลาของเขาปลายตามองจิงฉานอย่างตักเตือน “หรือจะให้ข้าแจกแจงเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มต้นให้ฟังอีกรอบ?”

จิงฉานสะอึกเผลอก้าวถอยหลังเพราะความหวาดเกรงจากสายตาของอีกฝ่าย เขารู้ดีถึงเหตุการณ์ทั้งหมด ถ้าให้เฉินไป๋หงพูดออกมา รับรองพ่อบ้านต้องเชื่อเขาแน่ แล้วพ่อบ้านคงไปบอกท่านพ่อถึงเรื่องราวที่แท้จริง ท่านพ่อต้องโมโหลงโทษที่เขาโกหกแน่นอน

ชุนถางสังเกตเห็นพบว่าเรื่องราวคงไม่ได้เป็นอย่างที่คุณชายรองได้กล่าวเอาไว้แน่ๆ อีกอย่างเขารู้นิสัยหยิ่งยโสชอบหาเรื่องของจิงฉานดี ชุนถางจึงรีบก้าวอออกมาคำนับให้เฉินไป๋หง “ข้าขออภัยด้วย คุณชายรองค่อนข้างอารมณ์ร้อนไปสักหน่อยแต่เขาไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร คิดว่าเรื่องทั้งหมดคงจะเข้าใจผิดกัน ขอให้คุณชายเฉินอย่าถือสา”

หลี่จิ้งเลิกคิ้วเล็กน้อย ทำไมตอนปฏิบัติกับนางถึงคนล่ะแบบกัน จากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว

เฉินไป๋หงไม่ตอบ แต่หันไปมองทางจิงฉานอย่างยิ้มน้อยๆ “คุณชายจิง เห็นว่าอย่างไร?”

พลังกดดันอันหนักหน่วงพุ่งเข้าใส่จิงฉาน เขาอึดอัดจนเผลอกุมหน้าอกไว้ วรยุทธของคนผู้นั้นช่างสูงส่งจริงๆ ได้ยินว่าถ้าวรยุทธเกินระดับเก้าไป จะมีพลังยุทธแบบไร้ขีดจำกัด และจะมีอีกหลายระดับที่คนวรยุทธต่ำกว่าขั้นเข้าไม่รู้นอกจากพวกเขาจะก้าวข้ามวรยุทธขั้นเก้าไปถึงจะทราบระดับพวกนั้นได้

จิงฉานรู้ถึงอิทธิพลของเฉินไป๋หงดีว่าเขายิ่งใหญ่ในหลายๆแคว้นปานใด ถ้าเป็นศัตรูกับเขา ไม่ต้องถึงมือเขาหรอกแค่ผู้คนที่เคยเป็นหนี้บุญคุณของเฉินไป๋หงนั้น เขาคงจะต้องถูกรุมทึ้งจนไม่มีชีวิตรอดแน่ๆ

“ชะ…ใช่ ข้าคงเข้าใจผิด พอคิดดูดีๆแล้ว ข้าเข้าใจผิดไปจริงๆนั่นแหละ”จิงฉานเอ่ยอย่างละล่ำละลัก

“อย่างนั้นหรือ?”เฉินไป๋หงยิ้มน้อยๆ

“ใช่แล้ว”จิงฉานพยักหน้ารัวๆ

“ถ้าอย่างนั้น เจ้าก็ควรเอ่ยขอโทษหลี่จิ้งซะหน่อย เพราะเจ้าเข้าใจผิดนำคนมาหาเรื่องเขา จนเขาได้รับความตกใจเสียแล้ว”เฉินไป๋หงหันไปมองหลี่จิ้งอย่างเห็นใจ

หลี่จิ้ง “…”

นางมีท่าทางตกใจตรงไหนหรือ?

“ทำไมข้าต้องขอโทษมัน!”จิงฉานรับไม่ได้กับเรื่องนี้

“หืม?”เฉินไป๋หงเลิกคิ้วเล็กน้อย

ชุนถางเหงื่อเย็นไหลเต็มแผ่นหลัง เขารู้สึกว่าคุณชายเฉินเริ่มโกรธแล้ว หลี่จิ้งคนนั้นต้องเป็นคนของคุณชายเฉินแน่ๆ ซึ่งพวกเขาไม่ควรจะไปหาเรื่องเข้าโดยเด็ดขาด “คุณชายรองอย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่เลย รีบขอโทษคุณชายหลี่เร็วเข้า”

“แต่!...”จิงฉานยังคิดจะพูดอะไรอีก แต่พอเห็นสายตาเตือนจากพ่อบ้านชุนเข้า เขาถึงรู้สึกตัวว่าตนเองอยู่ต่อหน้าเฉินไป๋หง เขากัดฟันเอ่ยไปทางหลี่จิ้งอย่างจำยอม

“ข้าขอโทษ!”

“…” หลี่จิ้งมองอีกฝ่ายอย่างเฉยชา นึกไม่ถึงจริงๆเพียงแค่เฉินไป๋หงเอ่ยปาก จะทำให้คนหยิ่งยโสอย่างจิงฉานยอมขอโทษนางได้

“เอาล่ะ ในเมื่อหมดเรื่องแล้ว พากันแยกย้ายเถิด ข้าไม่อยากตกเป็นสายตาของชาวบ้าน”เฉินไป๋หงกล่าวอย่างผ่อนคลาย

“ขอรับๆ พวกข้าไม่รบกวนท่านแล้ว”ชุนถางคำนับลาพร้อมกับดึงตัวจิงฉานให้จากไป

พอเห็นฝ่ายนั้นจากไปหมดแล้ว เฉินไป๋หงจึงหันตัวมากล่าวกับหลี่จิ้ง “หมดเรื่องแล้วล่ะนะ”

หลี่จิ้งมองเขานิ่งๆ ในที่สุดจึงเอ่ยความสงสัยที่อยู่ในใจตัวเองออกมา “ทำไมท่านต้องช่วยข้า”

พอเห็นสายตาคาดคั้นจากหลี่จิ้ง เฉินไป๋หงได้แต่ยิ้มออกมาอย่างจนปัญญา “เพราะอาจารย์ของเจ้าฝากฝังข้าให้คอยดูแลเจ้าน่ะสิ”

“…” อาจารย์อย่างนั้นหรือ? เขาช่างวุ่นวายกับนางอีกแล้ว หลี่จิ้งถอนหายใจอย่างจนใจ เพราะอาจารย์นางเป็นแบบนั้นจริงๆ คอยดูแลปกป้องนางมาตั้งแต่เด็กแล้ว จนถึงกระทั่งตอนนี้เขายังมองนางเป็นเด็กเหมือนเคย

“ไม่จำเป็น ข้าสามารถดูแลตัวเองได้”หลี่จิ้งไม่ชอบให้ใครมาคอยปกป้องคุ้มครองตลอดเวลา

“ไม่ต้องเกรงใจ ข้าเต็มใจยิ่ง”เฉินไป๋หงไม่สนใจน้ำเสียงที่ดูหงุดหงิดของอีกฝ่าย

“…” ทำไมคนผู้นี้ถึงได้ดูดื้อรั้นเหมือนกับอาจารย์ของนางนักเล่า? จู่ๆหลี่จิ้งก็รู้สึกจนปัญญาขึ้นมา

ไม่รอให้หลี่จิ้งพูดอะไรขึ้นมาอีก เฉินไป๋หงเดินไปตบไหล่นางเบาๆ “เอาล่ะรีบไปพักผ่อนเถิด พรุ่งนี้ก็ได้แข่งประลองแล้ว ต้องรักษาสุขภาพ”พูดจบเขาจึงเดินขึ้นบันไดกลับห้องพักตัวเอง

หลี่จิ้งมองตามหลังเขา ช่างเถิด พอจบการประลองแล้วทั้งสองคงไม่ได้พบกันอีก นางไม่จำเป็นต้องไปต่อปากต่อคำกับเขาหรอก

 

เช้าวันรุ่งขึ้น

หลี่จิ้งที่โดนเฉินหลิงลู่ปลุกแต่เช้า ตอนนี้กำลังเดินเข้าสนามแข่งประลองยุทธ ขณะนี้ผู้คนเริ่มทยอยกันมาเยอะแล้ว ส่วนผู้เข้าแข่งขันต่างจับกลุ่มพูดคุยกันเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และคาดเดาพลังต่อสู้ของอีกฝ่าย

หลี่จิ้งเดินไปลงทะเบียนแล้ว กลับมายืนนิ่งๆอยู่ข้างเฉินหลิงลู่ ส่วนเฉินหลิงลู่เองก็มองซ้ายทีขวาทีด้วยความสนใจ

“นี่อาจิ้ง เจ้าดูคนกลุ่มนั่นสิ การแต่งตัวและป้ายที่ห้อยข้างเอวนั้น น่าจะเป็นพรรควิหคเหินที่โด่งดังนั่นแน่เลย ได้ยินว่านายน้อยผู้มีพรสวรรค์ของพรรคนั้นเข้าประลองด้วยนะ”

หลี่จิ้งหันหน้าไปมองตาม พบว่าเป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวที่ดูโดดเด่นจริงๆ แต่ที่ทำให้นางสนใจมากที่สุดเห็นทีจะเป็นเสือขาวตัวหนึ่งที่หมอบอยู่ข้างเท้าของบุรุษผู้หนึ่ง “นั่นคือสัตว์อสูรสินะ”

“ใช่แล้ว เป็นเสือหิมะขาวน่ะ ได้ยินมาว่ามีพลังยุทธอยู่ขั้นห้าเลยทีเดียว”เฉินหลิงลู่เอ่ยขึ้น

หลี่จิ้งหันไปมองนาง “ทำไมเจ้ารู้เยอะจัง?”

“หึๆ เจ้าคิดว่าข้าเป็นใคร ข้าคือน้องสาวของพี่ไป๋หงนะ แหล่งข่าวของพี่ชายนั้นทราบเรื่องราวทุกอย่างที่อยากรู้เลยล่ะ”เฉินหลิงลู่ยืดอกกล่าวอย่างภูมิใจ

 

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น