จอมใจเคียงรัก
ตอนที่ 9 สัตว์เทพบรรพกาล
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่ 9 สัตว์เทพบรรพกาล

เฉินไป๋หงมองสหายที่หัวเราะอย่างยิ้มๆ ก่อนที่เขาจะเอ่ยเรื่องที่ได้ข่าวมา

“ตกลงเรื่องที่ว่า หนึ่งในสัตว์เทพบรรพกาลจะลงมาจุติตรงป่าภายในหุบเขาหนานไห่เป็นความจริงหรือ?”

หุบเขาหนานไห่คือป่าเขาที่รายล้อมรอบแคว้นหนาน และถือเป็นตำนานที่ว่าสัตว์เทพในอดีตกาลนั้นกำเนิดตรงบริเวณแถวนี้มากที่สุด

ถึงแม้จะบอกว่าสัตว์เทพนั้นยังไม่สูญพันธุ์หายไป แต่ตลอดร้อยปีผ่านมาผู้ที่พบเห็นสัตว์เทพนั้นมีน้อยมาก จนปัจจุบันนั้นแทบไม่มีผู้ใดพบเห็นอีกเลย

เฉินไป๋หงเองเขาเคยพบเห็นสัตว์เทพทั้งสี่ที่คอยพิทักษ์กระบี่เทพทั้งสี่เล่มแล้ว เขาในตอนนี้ยังได้ครอบครองหนึ่งในกระบี่เทพ นั่นคือกระบี่วารี สัตว์เทพที่คุ้มครองคืออสรพิษเขี้ยวหยก แต่สัตว์เทพตนนี้ไม่ยอมอยู่กับเขาทั้งที่เขาเป็นเจ้าของกระบี่ แต่กลับไปอยู่กับสตรีผู้หนึ่งที่เขาเคย…ตกหลุมรัก

เมื่อคิดว่าหลังจากที่นางแต่งงานกับสหายของเขาแล้วไม่รู้ตอนนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง นางยังคงสบายดีไหม เฉินไป๋หงครุ่นคิดจนเหม่อลอย

หลิวเว่ยมองเห็นเฉินไป๋หงไม่ได้ฟังคำที่เขาบอก เอาแต่เหม่อลอย ก็ให้แปลกใจนัก

“นี่ ไป๋หง เจ้าเป็นอะไรไป? ได้ยินที่ข้าบอกหรือไม่”ชายหนุ่มโบกมือไปมาข้างหน้าอีกฝ่าย

เฉินไป๋หงได้สติกลับ เขายิ้มน้อยๆ “ขอโทษที ข้าคิดอะไรเพลินไปหน่อย”

หลิวเว่ยขมวดคิ้้ว ไม่รอให้เขาถามอะไรอีก เฉินไป๋หงรีบเอ่ยเรื่องที่คุยไว้ขึ้นมา

“ตกลงจริงใช่ไหม”

หลิวหานถอนหายใจ “เจ้าไม่ได้ฟังข้าจริงด้วย ช่างเถอะ ข้าพูดอีกรอบแล้วกัน ข่าวที่ข้าได้รับมาเป็นเรื่องจริง ข้าให้คนไปสืบข่าวตามตระกูลใหญ่ๆทั้งในแคว้นหนานหรือแคว้นใหญ่ๆทั้งหลาย ทุกคนต่างได้ข่าวมาแบบนี้ เจ้าไม่สังเกตเห็นหรือ ว่านอกจากผู้ที่เดินทางมาประลองยุทธแล้ว ยังมีคนของตระกูลต่างๆเร่งมาที่แคว้นหนานเพื่อสัตว์เทพบรรพกาลนี่อีกด้วย”

เฉินไป๋หงพยักหน้าเล็กน้อย “ถึงข่าวเรื่องสัตว์เทพบรรพกาลจะมีอยู่จริงหรือไม่จริง พวกเขาก็ต้องมาพิสูจน์ไว้ก่อนสินะ”

“ใช่ พวกเขาไม่ว่าใครที่ไหนหรือแม้แต่บรรดาฮ่องเต้ ต่างส่งคนที่มีฝีมือมาทั้งนั้น พวกเขาล้วนแต่อยากได้สัตว์เทพบรรพกาลมาครอบครอง”

เฉินไป๋หงส่ายหน้ายิ้มๆ “พวกเขาคิดง่ายเกินไป”

“ใช่ จะครอบครองได้ง่ายขนาดนั้นที่ไหน ขนาดสัตว์เทพยังหาตัวยาก นี่เป็นถึงสัตว์เทพบรรพกาลคิดว่าพอลงมาจุติแล้วถึงแม้จะยังเป็นตัวอ่อนแต่ยังฉลาดลึกล้ำ คงหาจุดกำเนิดที่พวกมนุษย์ไม่สามารถหาเจอได้ง่ายๆแน่นอน”หลิวเว่ยกล่าวอย่างเย้ยหยัน

เฉินไป๋หงไม่กล่าวอะไร เพราะเขาเองไม่ได้สนใจเรื่องนี้นัก แต่สิ่งที่ทำให้เขาเหนื่อยใจคงเป็นเพราะโดนคนเหล่านั้นดึงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนี่สิ

“ถ้าข้าไม่ติดตรงที่ท่านลุงขอร้องให้มาข้าคงไม่มาหรอก”ท่านลุงนี้ก็สหายเยอะเสียจริง แต่เขาจะช่วยแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้น

“เพราะป่าแห่งนั้นมีแต่อันตรายและเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายและมีพิษสินะ เจ้าจึงโดนขอร้องมาให้คอยช่วยรักษาพวกเขา”หลิวหานมองอีกฝ่ายด้วยความเห็นใจ

เฉินไป๋หงยิ้มอย่างจนปัญญา “เจ้าเองไม่มีธุระอะไร ทำไมถึงได้วิ่งแจ้นมาที่นี่ได้ล่ะ หรือว่าหอจรัสของเจ้าว่างจนเกินไป นายน้อยเช่นเจ้าถึงได้มีเวลามาเที่ยวเล่นแบบนี้”

“ฮึ หอของข้านั้นงานเยอะทุกวัน แต่ข้าเป็นถึงเจ้านายจะให้ไปทำงานเหล่านั้นได้อย่างไร ไม่อย่างนั้นจะมีลูกน้องไปทำไม”

หอจรัสนั้นคือแหล่งรวบรวมข่าวสารทั่วทุกแคว้น ใครอยากรู้อยากได้ข้อมูลเชิงลึกอะไรก็แล้วแต่ ต้องไปที่หอจรัสทั้งนั้น นอกจากนี้เหล่านักฆ่าของหอจรัสล้วนเก่งกล้าสามารถ มีแต่คนอยากจ้างพวกเขาทั้งนั้น

“ไม่ต้องอ้างเยอะหรอก เจ้าแค่อยากมาดูเรื่องสนุกๆเพียงเท่านั้นสินะ”เฉินไป๋หงยิ้มบางเอ่ยแขวะเขา

หลิวเว่ยยักไหล่เอ่ยกลั้วหัวเราะยอมรับ “ประมาณนั้นแหละ”

กลับมาทางหลี่จิ้ง ตอนนี้พวกนางได้นั่งในห้องพิเศษของหอไห๋ถัง ซึ่งเป็นที่ลือเลื่องของแคว้นหนาน ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่เลิศรส การตกแต่งที่หรูหราวิจิตร และเหล่าสาวงามที่คอยบรรเลงเพลงไพเราะ ทั้งที่ราคาแพงหูฉี่แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนต่อคิวจองตั้งแต่ต้นปีถึงท้ายปีทีเดียว

“ตามสบายๆ ครอบครัวข้าเป็นลูกค้าประจำของที่นี่ เชิญพวกเจ้ารับประทานให้เต็มที่ไม่ต้องเกรงใจ”มู่เทียนแนะนำเหล่าอาหารที่วางเต็มโต๊ะอยู่ตอนนี้อย่างกระตือรือร้น

เฉินหลิงลู่ยิ้มรับอย่างมีมารยาท ก่อนจะลงมือกินอย่างไม่เกรงใจ

ส่วนหลี่จิ้งนั้น…เป็นเพราะนางไม่เคยเห็นอาหารเยอะแยะขนาดนี้มาก่อน แถมยังดูน่ากินแต่ดูหรูหราจนนางไม่กล้าแตะต้อง ตอนนี้จึงได้มองอย่างอึ้งๆ

มู่เทียนที่สังเกตเห็น รีบเอ่ยอย่างร้อนใจ “ทำไมหรือ หรือว่าอาหารจะไม่ถูกใจเจ้า ถ้าอย่างนั้นข้าเปลี่ยนให้ใหม่ได้นะ”

“หา…เปล่าไม่ใช่ ข้าเพียงแต่ลายตาเพียงเท่านั้น นี่มันเยอะเกินไปหรือไม่?”

“ไม่หรอก สำหรับผู้มีพระคุณของข้า นี่ถือว่าเล็กน้อย”

หลี่จิ้งมองเขาอย่างไม่มั่นใจ “แน่ใจนะว่าเจ้าจ่ายไหว”

“…”

“ฮ่าๆๆ อาจิ้งเจ้ากังวลใจเกินไปแล้ว ระดับนายน้อยอย่างมู่เทียนมีหรือจะจ่ายไม่ไหว”เฉินหลิงลู่อดไม่ไหวหัวเราะออกมา

มู่เทียนยิ้มขำๆ ดูท่าทางแล้วหลี่จิ้งจะไม่ได้เย็นชาถือตัวอย่างที่เห็นภายนอก นิสัยของเขายังมีท่าทางไร้เดียงสานิดๆเสียด้วยซ้ำ “ใช่แล้ว อาหารแค่นี้ขนของข้าไม่ร่วงหรอก ถ้าเจ้าไม่อิ่มก็สามารถสั่งเพิ่มได้”เขายิ้มอย่างเป็นกันเองมากขึ้น

หลี่จิ้งพยักหน้ารับ มองอาหารตรงหน้าด้วยสายตาแวววาว “ถ้าอย่างนั้นรบกวนแล้ว”จากนั้นนางจึงลงมือกินด้วยความเร็วเหนือแสง

เฉินหลิ่งลู่ “…”

มู่เทียน “…”

 

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น