บุบผาในม่านหมอก
พิธีปักปิ่นของหวังลี่เหยา
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
พิธีปักปิ่นของหวังลี่เหยา

วันนี้เป็นวันที่วุ่นวายที่สุดตั้งแต่หวังลี่เหยาเดินทางออกมาจากหุบเขาพิษ นางกำลังถูกสองสาวชิงจูกับชิงหลานปลุกนาง เออ..ต้องเรียกว่าแงะนางจากที่นอนถึงจะถูกตั้งแต่ยามอิ๋น (คือ 03.00 – 04.59 น) หลังจากนั้นก็พานางมาอาบน้ำขัดตัว

 

ขั้นตอนการทำเยอะแยะมากมายจนเนื้อของนางแทบจะหลุดออกมาเป็นชิ้นๆ หวังลี่เหยารู้สึกเหมือนกับว่าผิวจะหลุดลอกเป็นแผ่นๆ นี่นางไม่ได้สกปรกขนาดนั้นนะ!  จนกระทั่งถึงยามเหม่า (คือ 05.00 – 06.59 น) ทั้งคู่จึงได้ลากนางออกมาจากห้องน้ำ

 

'นี่ข้าอาบน้ำหรือไปทำนามาเนี่ยเหนื่อยจริงๆ! '

 

ต่อมาก็มานั่งให้ชิงหลานแต่งหน้าส่วนชิงจูช่วยทำผม รู้สึกว่ามีคนดูแลมันก็ดีอยู่หรอกคิดซะว่าได้เข้าร้านซาลอนเก๋ๆ แนววินเทจแล้วกัน

 

มันก็คงจะดีถ้าหากว่า.....

 

'ยัยนี่มันเป็นใคร!!! '

 

ภาพในกระจกที่นางพึ่งลืมตาตื่น ไม่ใช่สิ! ลืมตามอง หวังลี่เหยาจ้องมองไปที่กระจกที่หาความชัดไม่เจอขนาดหาความชัดไม่เจอภาพของนางในกระจกคือ....

 

หน้าขาว วอกจนเลยคำว่าเทาไปไกลมาก

 

แก้มแดงจัด เป็นวงกลมเหมือนกับก้นลิง! ทั้งที่ปกติแก้มของนาง ตอนที่ยังไม่ได้แต่งหน้าก็ชมพูระเรื่ออยู่แล้ว

 

คิ้วมีขีดเดียวต้องเขียนใหม่ก็เพราะว่าคิ้วจริงๆ ของนางมันหายไปกับแป้งหนา2นิ้วบนหน้าแล้วนี่ไง!

 

สำคัญที่สุดคือปาก อะไรคือ? การทาปากครึ่งเดียวแล้วทาปากสีแดงเข้มเหมือนกับกินลาบเลือดมา ทั้งหน้าของนางตอนนี้มีแค่2สีคือขาวกับแดง

 

นางมองไปที่ชิงหลาน

 

'นี่นางคงไม่ได้เกลียดข้าใช่ไหม? '

 

"คุณหนูงามมากเจ้าค่ะ! "หวังลี่เหยามุมปากกระตุก

 

หวังลี่เหยาเห็นชิงจูกับชิงหลานประสานเสียงบอกนางด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแววตาเป็นประกาย ก็ได้แต่ทอดถอนใจ

 

'นางคงจะเข้าไม่ถึงแฟชั่นในยุคนี้ซินะ! '

 

“เอ้อ..ข้าว่าข้าขอแต่งหน้าเองดีกว่านะ วันนี้คนมากันเยอะแยะมากมายข้าไม่อยากทำตัว'เด่น'เกินไปน่ะ”

 

"จะดีหรือเจ้าคะคุณหนู นี่ก็ใกล้เวลาแล้วนะเจ้าคะ"

 

หวังลี่เหยาไม่รอฟังคำตอบนางเริ่มใช้ผ้าเช็ดหน้าชุปน้ำเช็ดเครื่องสำอางค์ที่ชิงหลานบรรจงแต่งให้นางออกให้หมด ผิวหน้านางยังเด็กมันขาวใสเป็นธรรมชาติอยู่แล้วทาแป้งบางๆ ก็พอ

 

นางใช้ชาดสีแดงทาที่ปากบางๆ แล้วใช้ขี้ผึ้งทาทับให้สีอ่อนลง ปัดแก้มนิดหน่อย ทาตาสีเดียวกันกับริมฝีปากให้ดูเป็นธรรมชาติ

 

'ยุคนี้คงไม่รู้จัก Make up no make up ซะแล้ว'

 

นางเปลี่ยนแปลงทรงผมนิดหน่อยที่ชิงจูทำให้นางกลัวว่าเวลาเดินจะหัวทิ่มจนเสียลุค นางเข้าใจแล้วว่าทำไมเหล่าพระสนมเวลาเดินต้องให้คนช่วยประคองเพราะว่ามันหนักมากทำแบบนี้ทุกวันคอคงเคล็ดแย่

 

ยามเฉิน (คือ 07.00 – 08.59 น.)

 

ครั้นพอได้เวลาเหล่าฮูหยินของข้าราชบริพารของฮ่องเต้ หยางหลงไท่ก็เข้ามาช่วยดูความเรียบร้อย ฮูหยินเยี่ยหนิงอันภรรยาของท่านเสนาบดีเยี่ยชุนมาช่วยทำหน้าที่แทนมารดาของนาง ภายในงานพิธีจัดขึ้นสำหรับเด็กสาวที่อายุเกิน 15 ปีที่โตเป็นสาวเต็มตัว

 

และพร้อมที่จะเข้าสู่ชีวิตแต่งงาน โดยการนำปิ่นมาเสียบบนผมที่รวบขึ้นมาไว้กลางศีรษะของนาง เพื่อแสดงถึงความพร้อมที่จะถูกครอบครองหรือมีเจ้าของ หากเด็กสาวอายุถึง 20 ปีแล้วยังไม่แต่งงานก็จะต้องมาทำพิธีนี้ซ้ำอีก เพื่อประกาศว่า ลูกสาวได้โตเป็นผู้ใหญ่และสามารถแต่งงานได้แล้ว

 

พิธีการเป็นไปอย่างเรียบง่ายตามที่นางต้องการ หยางหลงไท่ส่งสวีกงกงมาเป็นตัวแทนมอบของขวัญมาให้มากมาย ไทเฮาส่งนางกำนัลคนสนิทมาช่วยดูแลความเรียบร้อยในงาน ให้เหล่าฮูหยินที่นางรู้จักตอนที่ได้มีงานเลี้ยงฉลองไม่กี่คนรวมถึง 'เยี่ยหลันฮวา'ว่าที่ฮองเฮาที่นางพึ่งรู้จักไม่นานมาร่วมงาน

 

เยี่ยหลันฮวาคือหญิงสาวในอุดมคติของคนในยุคนี้เรียบร้อยอ่อนหวานและเก็บอาการและวางตัวดี เป็นคู่หมั้นของหยางหลงไท่ตั้งแต่ยังเด็ก ยังไม่ได้ทำพิธีอภิเษกสมรส เนื่องจากหยางหลงไท่ยังไม่พร้อมขอจัดการปากท้องของประชาชนก่อนจัดการเรื่องวังหลังของตัวเอง

 

แล้วที่ขาดไม่ได้ 'พี่หานฟงของนาง' วันนี้ยอมถอดหน้ากากเผยโฉมหน้าเป็นครั้งแรกในชีวิตของจักรพรรดิปีศาจ เขาบอกว่าอยากให้ทุกคนได้เห็นว่าเขาคนนี้คือคนรักของนาง

 

เว่ยหานฟงนั่งอยู่ในแถวด้านหน้า นางมองไปที่เขานั่งก็นึกแปลกใจนิดหน่อยไม่ใช่เขาเหมาที่นั่งทั้งแถวใช่หรือไม่? นางถึงไม่เห็นคนมานั่งใกล้กับเขาเลยสักคน หากแต่มานั่งเบียดกันอยู่อีกฝั่งด้านนึงอยางอบอุ่น บุรุษรูปงามที่เคยสวมหน้ากากสีทองนั่งนิ่งแผ่รังสีบางอย่างออกมาทำให้ดูเย็นชาและน่าค้นหา

 

รูปโฉมของเขาเล่นเอาสาวน้อยสาวใหญ่ที่มางานสะดุดล้มทิ้งผ้าเช็ดหน้าตลอดทางจนน่าหมั่นไส้ ลืมไปเลยว่าเคยกลัวจักรพรรดิปีศาจกันแค่ไหน ตั้งแต่เริ่มงานนางยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกันเลย แต่รับรู้ได้ว่าเขาดูมีความสุขมากจนกระทั่งจบงานส่งแขกเรียบร้อย

 

"เหนื่อยมากหรือไม่? "

 

แค่ฟังเสียงก็หายเหนื่อยแล้วค่ะ ใจอยากจะตอบแบบนี้แต่ไม่ได้! เราต้องไว้ตัวบ้างนิดนึง

 

"ไม่เหนื่อยเท่าไหร่เจ้าค่ะ แต่หิวมากกว่าเมื่อเช้าข้ากินไปนิดเดียวเอง พี่หานฟงล่ะเจ้าคะเหนื่อยมากหรือไม่? "

 

"พี่ไม่ได้ทำอะไรจะเหนื่อยได้อย่างไรเดี๋ยวพี่ให้คนหาอะไรให้เจ้ากินก่อน"

 

เว่ยหานฟงโบกมือเบาให้องครักษ์แล้วสั่งคนเตรียมอาหารให้นาง

 

หลังจากที่กินอิ่มแล้ว เขาก็ยื่นกล่องอันนึงให้หวังลี่เหยา กล่องที่ดูงดงามข้างในคือปิ่นปักผมรูปหงส์สยายปีกสวยงามมาก ระหว่างตัวเรือนกับดวงตาหงส์มีพลอยหลากสีประดับระยิบระยับ

 

"ขอบคุณมากเจ้าค่ะพี่หานฟง ข้าชอบมากเจ้าค่ะ"

 

เห็นโฉมงามส่งยิ้มหวานมาให้หัวใจของเว่ยหานฟงก็พองโต สมกับที่เขาสั่งทำเป็นพิเศษเอาพลอยน้ำงามที่ดีที่สุดให้กับนางเมื่อเห็นนางชอบเขาก็ดีใจ

 

“มาใกล้ๆ เดี๋ยวพี่จะปักให้เจ้า”

 

เขาก้มหน้าลงปักปิ่นให้นางปลายนิ้วเรียวลูบเส้นผมนุ่มสลวยของนางเบาๆ สายตามองนางในดวงใจหวานล้ำ วันนี้นางงดงามมาก ภาพที่นางเดินเข้ามาในงาน ติดตาตรึงใจ ร่างระหงในชุดสีขาวปักดอกเหลียนฮวาสีชมพูอ่อนทำให้นางดูงดงามสูงส่ง จนเขาต้องสะกดอารมณ์เอาไว้ ไม่ให้เอาตัวนางไปซ่อนเพื่อไม่ให้บุรุษผู้ใดได้มองเห็นนาง เขาสูดลมหายใจเก็บกลิ่นหอมของนางเอาไว้

 

' ผ่านพิธีปักปิ่น ต่อไป ก็คืองานแต่งของเขากับนางแล้ว'

 

"ขอบคุณเจ้าค่ะ งามหรือไม่เจ้าคะ"

 

นางอมยิ้มเงยหน้ามองร่างสูงตรงหน้าตาเป็นประกายวิบวับ

 

"งามมาก"

 

ท่อนแขนทรงพลังยื่นมารั้งตัวนางเข้ามาในอ้อมแขนโอบกอดร่างนางเอาไว้ ดวงตาสีนิลพราวระยับริมฝีปากแย้มยิ้มไม่หยุด ในใจของเขาตอนนี้เต้นแรงแทบไม่เป็นจังหวะ

 

"เหยาเออร์พรุ่งนี้เราแต่งงานกันเลยดีหรือไม่? "

 

........ (หวังลี่เหยา)

 

 

 

 

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น