บุบผาในม่านหมอก
หวังลี่เหยาช่วยชาวบ้าน
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
หวังลี่เหยาช่วยชาวบ้าน

เมื่อเดินทางมาถึงแคว้นหยาง

 

ฮ่องเต้หยางหลงไท่ จัดที่พักใว้ให้ให้หวังลี่เหยาอยู่ภายในราชวังตำหนักรับรอง หากแต่เว่ยหานฟงไม่ยินยอมจะพานางไปพักที่ของเขาที่ตำหนักพยัคฆ์ทมิฬสาขาใหญ่ของพรรคในแคว้นหยางเท่านั้น

 

หยางหลงไท่พยายามอธิบายเหตุผลต่างๆ ว่า ตอนนี้หวังลี่เหยาเป็นน้องสาวของเขาแล้วเปิดประชุมพรุ่งนี้เขาจะออกราชโองการแต่งตั้งนางอย่างเป็นทางการหลังจากนั้นก็จะจัดพิธีปักปิ่นพร้อมประกาศการหมั้นหมายระหว่างนางกับเว่ยหานฟง

 

“เจ้าว่าอย่างไรลี่เหยาบ้างเจ้าเห็นด้วยกับพี่หรือไม่?”

 

“ข้าขออยู่ที่พรรคกับพี่หานฟงดีกว่าเจ้าคะ บอกตามตรงคนที่ข้าสนิทและไว้วางใจที่สุดคือพี่หานฟง ตัวข้าไม่ใช่คนแคว้นหยางแล้วข้าเองก็พึ่งจะรู้จักกับท่านไม่นานเพียงแค่ท่านให้เกียรติและเอ็นดูข้า ข้าก็ขอบคุณยิ่งนัก อีกอย่างข้าไม่อยากเป็นองค์หญิงข้าอยากเป็นคนธรรมดาที่ชื่อว่าหวังลี่เหยา หากพี่หลงไท่มีอะไรให้ข้าช่วยหากข้าช่วยได้ข้าพร้อมทำเต็มที่เจ้าคะ”

 

หวังลี่เหยาเห็นด้วยกับเว่ยหานฟงนางไม่ได้ชอบความวุ่นวายนัก นางคิดเพียงว่าหากหยางหลงไท่เห็นนางเป็นน้อง นางก็จะเคารพเขาเสมือนเขาเป็นพี่ชายนางจริงๆ เป็นน้องสาวแต่ไม่อยากเป็นองค์หญิง นางอยากเป็นหวังลี่เหยาคนธรรมดาไม่อยากอยู่สูงศักดิ์ต้องให้คนมากราบกราน พอได้ยินนางเอ่ยบอกเช่นนั้นทั้งหมดที่ได้ยินก็มีสีหน้าหลากหลาย

 

“เอาอย่างนั้นก็ได้ตามใจเจ้า แต่เรื่องแต่งตั้งเจ้าจะไม่เก็บไปคิดสักหน่อยหรือ?”

 

ส่วนทางด้านหยางหลงไท่ไม่ยินยอมเพราะว่าอยากตอบแทนนางบ้างในเรื่องต่างๆ ที่นางให้คำแนะนำตลอดการเดินทาง ความรู้ความสสามารถที่นางมีตำแหน่งนี้เล็กน้อยไปด้วยซ้ำ แต่ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรนางก็ไม่ยอมเปลี่ยนใจ

 

หลังจากนั้นวันถัดมาฮ่องเต้หยางหลงไท่ประกาศกลางท้องพระโรงขณะประชุมกับข้าราชบริพารออกไปว่าจะรับหวังลี่เหยาเป็นน้องสาวบุญธรรม

 

ข้าราชบริพารในวันนั้นดีใจกันทุกถ้วนทั่วจะไม่ดีใจได้อย่างไร แคว้นหยางมีเทพธิดาอย่างหวังลี่เหยา สวรรค์คงเมตตาราษฎรแคว้นหยางแล้ว หลังจากวันนี้ไปชาวแคว้นหยางจะต้องรุ่งเรืองขึ้นเป็นแน่

 

แต่บางส่วนก็คัดค้านเพราะยังไม่เห็นด้วย บางคนไม่เชื่อว่าข่าวลือที่เกี่ยวกับนางจะเป็นความจริง จึงเอ่ยปากให้ฝ่าบาททรงทบทวนอีกครั้งหนึ่ง

 

ต่างฝ่ายต่างก็มีเหตุผลรองรับหยางหลงไท่ก็เข้าใจการที่นางยังไม่ได้ทำพิธีใด ก็อาจจะให้ประชาชนชาวแคว้นหยางเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในตัวนางได้ ส่วนตัวของพระองค์เอง หลายวันที่ผ่านมาได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้กับนางพระองค์เชื่อว่านางทำได้และสามารถแก้ไขปัญหาที่สะสมของพระองค์ได้จริง

 

“เอาล่ะ เรารับฟังพวกท่าน จะระงับเรื่องการแต่งตั้งนี้ไปก่อนหลังจากเสร็จพิธีช่วยชาวบ้านแล้วเราค่อยมาพูดคุยเรื่องนี้กันใหม่”

 

************

 

วันถัดมาหวังลี่เหยากับเว่ยหานฟงเดินทางออกไปสำรวจแคว้นหยางก็พบว่าการที่ชาวบ้านทั้งหลายไม่มีความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตร เคยทำแบบไหนก็ทำแบบนั้นอยู่เคยปลูกข้าวก็ปลูกแต่ข้าวอย่างเดียวพอถึงหน้าแล้งก็ลำบาก ชาติก่อนนางเป็นลูกชาวนา คงต้องนำความรู้ที่มีมาปัดฝุ่นซะหน่อยแล้ว

 

หวังลี่เหยากำลังทำพิธีขอฝนอย่างที่หยางหลงไท่บอกทุกคน หากแต่ที่จริงแล้วนางไม่ต้องทำอะไรมากมายเพียงแค่นึกก็เพียงพอแล้วคิดแล้วก็ได้แต่ขอบคุณพรวิเศษของนางที่ทำให้นางได้มีโอกาสได้ช่วยเหลือผู้อื่น

 

นางหลับตากำหนดจิตนั่งสมาธินึกภาพฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องยาวนานถึง3วัน3คืนนึกไปถึงดินที่เริ่มอุดมสมบูรณ์ ต้นไม้ใบหญ้าที่แห้งเหี่ยวกลับมาเหมือนเดิมราวกับมีชีวิต แม่น้ำคูคลองที่เหือดแห้งน้ำเริ่มผุดขึ้นมาจนกลับมาอยู่สภาพเดิม เมื่อหวังลี่เหย้าลืมตาขึ้นสายฝนก็เริ่มรินลงมาไม่ขาดสายนางถอนหายใจอย่างโล่งอกครั้งแรกที่นางทำแบบนี้ผ่านไปได้ด้วยดี ประชาชนโห่ร้องด้วยความยินดีทุกผู้คนตอนนี้ส่งเสียงเรียกนางว่าเทพธิดาไม่หยุดกระทั่งเหล่าองครักษ์ชิงจูชิงหลานก็เอากับเขาด้วยเล่นเอานางเขินอายจนแทบไปไม่เป็น หากไม่ได้เว่ยหานฟงช่วยใช้วิชาตัวเบาพานางออกมา

 

"เหยาเออร์เจ้าลืมตาเถิด ถึงแล้ว"

 

เสียงทุ้มต่ำที่ดังข้างๆ หูนางทำให้ได้สติรับรู้ว่าตอนนี้นางกำลังอยู่ในสภาพไหน

 

"พี่หานฟงปล่อยข้าลงก่อนเจ้าคะแล้วชิงจูกับชิงหลานล่ะเจ้าคะ? "

 

นางแก้เก้อทำเป็นถามถึงองครักษ์สาวของนางเว่ยหานฟงไม่ยอมปล่อยตัวนาง นางก็ไม่กล้าที่จะปล่อยมือที่กำลังโอบรอบลำคอของอีกฝ่าย สถานการณ์เช่นนี้ช่างน่าอึดอัดใจยิ่งนักหลายวันมานี้นางไม่ค่อยมีเวลาสวีท แค่ก! มีเวลาอยู่ด้วยกันนัก ต้องมีบุคคลที่2 3 4 5 อยู่ด้วยตลอด ตั้งแต่ที่นางยอมรับกับตัวเองว่ามีใจให้กับเว่ยหานฟงแล้ว

 

นางก็ไม่อาจทำตัวเหมือนเดิมมันขัดเขินจนไม่เป็นตัวเอง แต่ก่อนนางคิดว่าเพียงแค่จะซื้อเวลาให้ตัวเองเท่านั้นเลยตกลงคบเป็นแฟนกับเขาใครจะคิดว่าชาติก่อนอยู่มาถึง30ปีไม่เคยมีความรัก

 

ไอ้อาการเขินอายแบบนี้ไม่เคยปรากฏ พอมาชาตินี้จะแก่แดดแก่ลมมีความรักรวดเร็วตั้งแต่ยังไม่15 อยากจะร้องเพลงรักไม่ต้องการเวลา จริงๆ

 

เว่ยหานฟงมองใบหน้าจิ้มลิ้มที่อยู่ในอ้อมแขนก็รู้สึกคันยุบยิบในใจภาพของสาวน้อยงดงามกับใบหน้าประเดี๋ยวยิ้มประเดี๋ยวหุบดึงดูดให้เอ็นดูนักเขาอยากให้เรื่องที่นี้จบโดยเร็วที่สุด เขาอยากแต่งงานกับนางแล้ว ทุกวันได้แต่อดกลั้นเอาไว้ ไม่อยากทำอะไรให้นางไม่พอใจพยายามเก็บไม้เก็บมือหักห้ามใจไม่ไปโอบกอดนาง วันนี้เห็นผู้คนมากมายเคารพกราบไหว้บูชานาง เมื่อสีหน้าที่ตกใจของนางเขาจึงฉวยโอกาสอุ้มนางกลับมาที่พรรคพยัคฆ์ทมิฬ

 

"เดี๋ยวสักครู่พวกนางก็ตามมาเจ้าเหนื่อยหรือไม่? พี่จะพาเจ้าไปพักผ่อน"

 

"ข้าไม่เหนื่อยเจ้าค่ะ ไม่เหนื่อยเลยสักนิดพี่หานฟงปล่อยข้าลงเถิดเจ้าค่ะ อุ้มข้าแบบนี้จะลำบากแย่"

 

ช่วงนี้นางกินเยอะด้วยกังวลว่าเขาจะเห็นห่วงยางน้อยๆ ของนางหรือเปล่า ทำอย่างไรได้ที่นี่ของอร่อยมันเยอะจริงๆ

 

"พี่ไม่ลำบากเลยสักนิด ใจจริงพี่อยากจะอุ้มเจ้าแบบนี้ตลอดไปด้วยซ้ำ"

 

ชายหนุ่มวางร่างของนางบนเก้าอี้ข้างตัวแล้วโบกมือสั่งการให้คนยกของที่เขาเตรียมมาไว้ให้นางหลายวันก่อนองครักษ์กลุ่มนึงที่เดินทางไปหุบเขาพิษเพื่อไปเอาบางอย่างมาให้นางโดยเฉพาะ สิ่งนี้ของนางทำให้องครักษ์ของเขามีสีหน้าสงสัยว่าท่านประมุขของเขาทำไมถึงต้องอยากได้สิ่งนี่!

 

หวังลี่เหยามองไปที่โถเบื้องหน้าที่ห่อมาอย่างดีอย่างงุนงงคิ้วเรียวขมวดมุ่นอย่างสงสัย มือน้อยยื่นมือไปรับของที่เว่ยหานฟงส่งให้

 

“นี่คืออะไรเจ้าคะ?”

 

เว่ยหานฟงมองคนตัวเล็กที่นั่งกระพริบตาปริบ ปริบ มองสิ่งที่อยู่ในมือ คนตัวใหญ่มองคนตัวเล็กด้วยดวงตาประกายพราวระยับฉายแววเจ้าเล่ห์ ตรงหน้ามุมปากโค้งสูงขึ้น

 

“นี่มันปลาร้าของข้านี่เจ้าคะ”

 

เว่ยหานฟงเห็นใบหน้าสดใส ที่กำลังยิ้มกว้างของนางก็พลันโล่งอกเมื่อหลายวันก่อนนางมีสีหน้าไม่ค่อยจะสู้ดีนักคงเพราะต้องเดินทางหลายวันได้ยินนางพูดถึงปลาเน่าหรือสิ่งที่นางเรียกว่าปลาร้า จึงให้องครักษ์เอามาให้

 

“พี่หานฟง น่ารักอ่ะ!”

 

พูดเสร็จภาพสุดท้ายที่เว่ยหานฟงเห็นคือ นางกอดโถวิ่งจากไปโดยที่ทิ้งคำว่า ‘น่ารัก’ เอาไว้ปล่อยให้คนน่ารักหน้าแดงก่ำนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม

 

 

 

 

 

 

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น