บุบผาในม่านหมอก
ขบวนกองทัพปีศาจ
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ขบวนกองทัพปีศาจ

“นั้นขบวนของฮ่องเต้ของแคว้นไหน? ถึงได้ดูยิ่งใหญ่นัก”

กลุ่มผู้คนพากันเดินออกมามากมายชี้ชวนกันดูว่ามีอะไรเกิดขึ้น พอเห็นคนมามากขึ้นคนอื่นๆต่างทยอยมามุงดูขบวนกองทัพขนาดย่อม ร่วมร้อยกว่าคนทุกคนมีท่าทางขึงขังแผ่จิตสังหารออกมาเป็นระยะตลอดเวลาทหารทุกคนทั้งหมดใส่ชุดสีดำกับหน้ากากสีเงินชวนให้ขนหัวลุกบวกกับอากาศที่หนาวเย็นในฤดูหนาว หนาวเหน็บยิ่งขึ้นไปอีก

 

“นั้นหาใช่ขบวนฮ่องเต้อะไรที่ไหนกันเล่าพวกเจ้านี้ไม่รู้เรื่องเลยหรืออย่างไรจึงไม่เห็นตราของพรรคพยัคฆ์ทมิฬที่อยู่ข้างรถม้าอย่างไรเล่า แล้วนั้นพวกคนชุดดำนั้นคงจะใช่กองทัพปีศาจของจักรพรรดิปีศาจเป็นแน่”

 

เมื่อคนนึงเอ่ยคนที่เหลือก็พากันพยักหน้า ใครบ้างไม่รู้จักจักรพรรดิปีศาจที่ฆ่าคนได้เพียงฝ่ามือเดียว มีพลังมากมายถึงเพียงนั้นหากใครทำอะไรให้เขาไม่พอใจก็ได้ตายอย่างอเน็จอนาจแล้ว

 

“งั้นเจ้าว่าใครที่อยู่ในรถม้านั้น ข้าเคยได้ยินมาว่าจักรพรรดิปีศาจไปมาไร้ร่องรอย ชอบไปไหนมาไหนคนเดียว ข้าว่าที่อยู่ในข้างในนั้นข้าว่าต้องไม่ใช่จักรพรรดิปีศาจแน่ๆ”

 

“นั้นสิข้าก็ได้ยินมาแบบนั้นเช่นกัน”

 

คนที่เคยได้ยินข่าวลือก็พากันพูดขึ้นมาเซ็งแซ่จนจับประโยคไม่ได้

 

“แล้วขบวนกองทัพปีศาจมาทำอะไรที่แคว้นหนานของเรากันล่ะ?”

"ข้าก็อยู่กับเจ้าตรงนี้จะไปรู้ได้อย่างไรกัน"

"ข้าไม่ได้ถามเจ้าข้าแค่พูดขึ้นมาลอยๆ"

"แล้วพวกเจ้าล่ะรู้ไหม?"

ทุกคนต่างพากันส่ายหน้ามองหน้ากันไปมาแต่ก็ยังไม่ได้คำตอบจึงได้แต่เดินตามขบวนกองทัพปีศาจเงียบไปเพื่อจะตามไปดูจะได้รู้สักทีจนกระทั่งขบวนรถม้าหยุดอยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยมที่ใครก็รู้ว่าเป็นหนึ่งในสาขานึงของพรรคพยัคฆ์ทมิฬแห่งนึง แต่รอตั้งนานก็ยังไม่เห็นว่าจะมีใครลงมาสักทีจึงพากันมองอย่างสงสัยกันหมด

เมื่อคนนึงสงสัยคนอื่นๆ ก็พากันสงสัยไปด้วยเพราะพรรคอันดับหนึ่งอย่างพรรคพยัคฆ์ทมิฬปกติแล้วไม่วุ่นวายกับแคว้นไหนเป็นพิเศษ ถึงจะมีสาขาอยู่ทุกแคว้นก็ไม่เคยเห็นเคลื่อนไหวยิ่งใหญ่เอิกเกริกเช่นนี้

“ข้าจะไปรู้ได้ไง”

“หรือว่าจะมีสงครามเกิดขึ้นมาแล้ว ไม่ได้! ข้าต้องกลับบ้านไปบอกเมียข้าแล้ว เก็บของ!หนีไปจากที่นี่กันเถอะ"

“เก็บของ! ข้าไม่อยู่แล้ว! กองทัพปีศาจบุกแล้วหนีเร็วพวกเรา!!”

“ข้าไปด้วย รอข้าด้วยสิ”

เมื่อไม่มีใครให้คำตอบได้ทุกคนก็รีบกลับบ้านรีบเร่งพากันไปเก็บของดูวุ่นวายสับสนไปหมด

“พี่หานฟงมันจะไม่สะดุดตาไปหรือเจ้าคะ ข้าว่าเราน่าจะมากันเงียบๆ นะเจ้าคะ”

หวังลี่เหยาจดๆ จ้องๆ อยู่ด้านหน้าโรงเตี๊ยมสาขาหนึ่งในสาขาของพรรคพยัคฆ์ทมิฬ นางขัดเขินทำตัวไม่ถูกเกิดมาสองชาติแล้วนางก็ไม่เคยเลยที่จะต้องอยู่ต่อหน้าคนเยอะๆแบบนี้เลยสักครั้งเท่านั้นยังไม่พอจำนวนองครักษ์มากมายที่อยู่รายล้อมยิ่งทำให้เด่นกว่าเดิมอีก

 

“ทำไมอย่างงัั้นหรือเหยาเอ๋อร์?”

 

เว่ยหานฟงถามนางด้วยคำงุนงงมองร่างเล็กที่อยู่ๆก็มาทำตาเขียวใส่เขา ว่ามีอะไรทำให้นางไม่พอใจอีก

 

“ข้าไม่ชอบให้คนจับจ้องมากมายข้าอึดอัดเจ้าคะ”

 

นางมองไปที่เว่ยหานฟงที่ตอนนี้ใส่หน้ากากสีทองเสื้อคลุมสีดำดูแปลกตาท่าทางของเขาในชุดแบบนี้ดูองอาจสมกับที่เป็นประมุขพรรคพยัคฆ์ทมิฬที่ยิ่งใหญ่จริงๆถึงภายนอกจะดูน่ากลัวหากแต่ก็ดูสง่างาม สูงส่งชวนมอง จนแทบไม่อยากจะล่ะสายตา นี่ขนาดว่าเขาใส่หน้ากากเอาไว้นะ ถ้าหากผู้คนเห็นใบหน้าที่แท้จริงของจักรพรรดิปีศาจที่ทุกคนต่างพากันหวาดกลัวว่าหล่อเหลามากมายแค่ไหนจะทำหน้ากันอย่างไรคงจะตื่นตะลึงทำหน้าไม่ถูกเหมือนกันกับนางที่เห็นยามที่ได้เจอเขาครั้งแรก

 

“หากว่าเหยาเอ๋อร์ไม่ชอบพี่ให้คนไปไล่พวกเขาไปดีหรือไม่?”

 

เว่ยหานฟงมองไปรอบๆ บริเวณด้านหน้าโรงเตี๊ยมพร้อมกับส่งสายตาประกายคมกล้าสะท้อนวูบนึงจนผู้คนต่างพากันหลบหลีกสายตาพิฆาตนั้น

 

“จะทำอย่างนั้นได้อย่างไรกันท่านจะมาวางอำนาจแบบนี้ไม่ถูกต้องนะเจ้าคะนี่เป็นที่ของพวกเขา เขามาก่อน เรามาทีหลังก็ต้องรอ รู้จักคำว่ารอคอยมั้ยเจ้าคะ”

 

หวังลี่เหยาตัดสินใจเดินเข้าไปข้างในโรงเตี๊ยม ระหว่างที่โต้เถียงเล็กน้อยกับเว่ยหานฟงนางหันหน้าไปอีกที กลุ่มคนที่มุงอยู่เมื่อกี้ไม่รู้หายไปไหนกันหมด ทั้งโรงเตี๊ยมก็เลยมีแต่นางกับกลุ่ม องครักษ์ของนางก่อนเดินทางเว่ยหานฟงมอบหมายงานบางส่วนให้องครักษ์ของนางซึ่งนางก็เห็นด้วย หากเดินทางมาทั้งหมดพร้อมกันคงดูไม่ดีนัก

 

กลุ่มแรกกลับไปประจำสาขาต่างทำหน้าที่ส่งข่าวหากมีอะไรเกิดขึ้นกลุ่มนี้จะรู้เป็นคนแรก

 

กลุ่มที่สองทำหน้าที่สืบหาที่ฝังศพและลำเลี่ยงศพของครอบครัวนางรอนางไปทำพิธีก่อนนำไปฝังที่หุบเขาพิษ

 

กลุ่มที่สามทำหน้าที่เหมือนองครักษ์เงาคอยแทรกซึมอยู่รอบๆ ตัวนาง

 

กลุ่มที่สี่ก็คือกลุ่มที่เดินทางมาพร้อมกันกับนาง

 

ส่วนคนที่เหลือทั้งหมดอยู่ประจำสาขาใหญ่ที่อยู่ระหว่างเขตชายแดนทั้งสามแคว้นให้รอคำสั่งต่อไปจากเว่ยหานฟงอีกครั้งนึงอีกที

 

เรื่องการจัดระบบการจัดการภายในพรรคพยัคฆ์ทมิฬนางมอบให้เป็นหน้าที่ของเว่ยหานฟง ส่วนเรื่องของเว่ยหานฟงก็คือเรื่องของนางที่ต้องจัดการและรับผิดชอบ ตั้งแต่ในวันนี้ไปนางจะต้องหาทางรักษาอาการพิษกำเริบของเว้ยหานฟงให้หายไม่อย่างนั้นหากว่าเขาเป็นอะไรไปตอนนี้นางคงจะรู้สึกผิดไปทั้งชีวิตเป็นแน่

 

หวังลี่เหยาคิดแล้วก็มองไปที่เว่ยหานฟงอย่างหมายมาดมองไปที่ร่างกายของเขาด้วยสายตาลุ่มลึก

‘คืนนี้ท่านอย่าหวังว่าจะได้นอนเว่ยหานฟงยังไงคืนนี้ท่านต้องโดนข้าจัดการแน่!’

เว่ยหานฟงองสายตาของหวังลี่เหยาที่มองมาที่เขาไม่คลาดสายตาด้วยความรู้สึกหนาวๆร้อนเมื่อไม่รู้ว่านางกำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้มองเขาด้วยสายตาเร้าร้อนขนาดนั้นกัน แต่เขาก็ยินดีหากนางอยากจะมองเขาก็ไม่ขัดข้องยินดีที่จะให้เหยาเอ๋อร์ของเขาได้มองเขาตลอดทั้งชีวิตของเขาอยู่แล้วด้วยความเต็มใจ

 

 

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น