บุบผาในม่านหมอก
ความลับเปิดเผย
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ความลับเปิดเผย

หลังจากที่ทั้งคู่เดินสำรวจบริเวณรอบที่พักไม่ไกลมาก หวังลี่เหยาก็ตัดสินใจนั่งลงพักให้หายเหนื่อย นางเดินเพียงแค่1ชั่วยามเท่านั้นก็เหนื่อยขนาดนี้เลย แล้วพลังที่นางมีมันคงไม่เกี่ยวกันสินะ พอมองไปรอบๆ บริเวณที่พักดูๆ ไปก็เหมือนจะแห้งแล้งไปบ้าง ต้นไม้ใหญ่เริ่มแห้งตายไปแล้วบางส่วน น่าจะมีผลกระทบจากพิษหมอกที่คลุมทั่วบริเวณหุบเขาพิษแห่งนี้จนทำให้เกิดมลพิษทางอากาศเหมือนกับโลกเก่าที่นางจากมา

 

พื้นดินก็แห้งแล้ง นางคิดไม่ตกว่าจะเอายังไงกับชีวิตดี พลังที่ได้มาก็ไม่รู้ว่าขอบเขตที่ต้องทำอะไร แค่ไหน ไม่มีีภารกิจบอกเป็นระยะเหมือนที่กับเคยอ่านเจอในนิยาย เหมือนกับว่าทุกอย่างจะอยู่ที่การตัดสินใจของนางเท่านั้น

 

ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก็ได้แต่แก้ไขเฉพาะหน้าไปวันๆ โชคดีที่อย่างน้อยตอนนี้มีเว่ยหานฟงอยู่ นางถึงไม่รู้สึกโดดเดี่ยวมาก ลึกๆ ในใจ นางก็กลัวเป็นไม่ได้แข็งแกร่งแบบที่พยายามแสดงออกมา โลกที่ไม่คุ้นเคยแห่งนี้ ไม่มีแม่ ไม่มีพี่ ไม่มีเพื่อน ไม่มีคนรู้จัก มันเป็นไม่ได้ที่จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่คนเดียว

 

นางมองไปที่เว่ยหานฟง ตั้งแต่เริ่มเดินทาง เขาก็คอยประคองดูแลนางอย่างดีมาตลอดทางคอยเสริฟน้ำ เสริฟขนม ถามอะไรก็ตอบโดยไม่มีสีหน้าขุ่นเคืองใจให้เห็น หรือว่าเป็นช่วงโปรหรือเปล่านะ

 

อย่างเช่นตอนนี้เขานั่งไปมือก็พัดโบกให้กลัวนางจะร้อน ปากก็ส่งยิ้มหวานไม่หุบตั้งแต่เดินออกมาจากบ้าน สองตาของเขามองมาที่นางไม่หยุด

 

นางซะอีกที่ไม่กล้าจะมองสบตากับอีกฝ่าย ได้แต่เฉไฉมองนั้นมองนี้ไปเรื่อย เพราะเริ่มทำตัวไม่ถูก เกิดมายังไม่เคยมีใครจ้องมองอย่างเอาเป็นเอาตายแบบนี้มาก่อน

 

'เจ้จะละลายแล้วคุณพี่เจ้าขา คนมีแฟนเขาเป็นแบบนี้ปกติกันใช่ไหม?'

 

"พี่หานฟงเจ้าคะ นี่ต้นอะไรเจ้าคะ มันใหญ่มากแต่ดูลำต้นมันเหมือนกำลังจะตายเลยนะ เจ้าค่ะ"

 

หวังลี่เหยาหาเรื่องคุยแก้สถานการณ์น่าอึดอัดตอนนี้ก่อนที่นางจะทำอะไรไม่ถูกไปมากกว่านี้

 

"มันคือต้นหอมหมื่นลี้ถ้าถึงช่วงฤดูใบไม้ร่วงมันจะร่วงหล่นจนเหลือแต่ดอกแค่นั้นแต่กลิ่นของมันหอมมาก หอมฟุ้งไปทั่วบริเวณถึงได้ชื่อว่าหอมหมื่นลี้ เสียดายที่มันไม่ออกดอกมาหลายปีแล้ว"

 

ตอนเด็กเขาชอบมานอนที่ใต้ต้้นหอมหมื่นลี้นี้เวลาที่อาการกำเริบขึ้นมาถ้าหากได้กลิ่นหอมของมันก็ทำให้เขารู้สึกดีขึ้น

 

ลี่เหยาลูบต้นไม้เบาๆ นางอยากเห็นตอนมันออกดอกคงงดงามมาก แค่คิดว่าทั้งต้นของมันมีดอกไม้อยู่เต็มไปหมดก็มีความสุขแล้ว นางไม่อยากให้มันตาย ทันทีที่นางคิดก็เกิดแสงสว่างวาบขึ้นมาที่มือข้างที่ลูบไปบนต้นไม้

 

เว่ยหานฟงตกใจรีบดึงร่างเอาร่างหวังลี่เหยามากอดไว้เขารีบหันหลังบังจากแสง ใจสั่นระรัวกลัวนางเป็นอันตราย เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นจึงรีบสำรวจนางในอ้อมแขนทันทีเพื่อจะดูว่านางได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้าง

 

"เหยาเอ๋อร์เจ้าเป็นอย่างไร? บ้างเจ็บตรงไหนหรือไม่?"

 

หวังลี่เหยาตกใจที่อยู่ๆก็มีแสงสีเขียวสว่างวาบขึ้นมา นางจำได้ว่าเพียงแค่ลูบไปที่ต้นไม้นั้นเท่านั้นเองแสงสีเขียวนั้นก็ออกจากมือของนาง

 

"ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ "

 

แต่แล้วหวังลี่เหยาก็ต้องเบิกตากว้างอย่างตกตะลึงเมื่อเห็นว่าต้นไม้ที่กำลังจะตายที่นางสัมพัสเมื่อสักครู่กำลังซ่อมแซมตัวเองเหมือนกับหนังไซไฟที่เคยดูเท่านั้นยังไม่พอ ตอนนี้ดอกไม้สีขาวอมชมพูออกดอกบานสะพรั่งทั่วทั้งต้น งดงามจนอยากจะมีกล้องถ่ายภาพเก็บไว้

 

"เหยาเอ๋อร์ เจ้า นี่เจ้าทำได้อย่างไร? "

 

เว่ยหานฟงแทบจะไม่เชื่อสายตาเมื่อสักครู่มันเกิดอะไรขึ้น เขาเห็นนางเอามือวางที่ต้นไม้แล้วต้นไม้ก็ฟื้นฟูตัวเองได้ราวกับมีชีวิตถ้าไม่เห็นด้วยตาเขาคงไม่อยากจะเชื่อ

 

"ข้า เออ ข้ามีเรื่องจะบอกท่าน"

 

นางตัดสินใจบอกเรื่องของนางให้เว่ยหานฟงฟังเรื่องมาขนาดนี้แล้วคงปิดไม่ได้อีก อย่างน้อยสองหัวดีกว่าหัวเดียวเขาเป็นคนแรกที่นางรู้จัก นางจะลองเชื่อใจเค้าดูสักครั้งนึง

 

หลังจากหวังลี่เหยา เล่าเรื่องทุกอย่างให้เว่ยหานฟงฟังแล้ว ยกเว้นเรื่องชาติก่อนที่นางคือลียาที่ทะลุมิติมาเพราะนางในตอนนี้คือหวังลี่เหยาจริงๆ

 

"เจ้าจะบอกพี่ว่าเจ้าคือสตรีในตำนาน ที่ทั่วทั้งแผ่นดินตามหาอย่างนั้นหรือ?"

 

" คงใช่มั้งเจ้าคะ แหะ แหะ"

 

หวังลี่เหยาส่งยิ้มประจบ กลัวว่าเขาจะไล่นางเมื่อคิดได้ว่านางจะเป็นตัวปัญหานำความเดือดร้อนมาให้เขา 

 

เว่ยหายฟงไม่คิดว่าเรื่องสตรีที่เคยได้ยินผ่านๆ จะเป็นเหยาเอ๋อร์ของเขา สตรีที่เขาหลงรัก เห็นทีเขาต้องวางแผนปกป้องนางให้ดี ต้องเรียกหัวหน้าสมาชิกพรรคทั้งหมดมาคอยปกป้องนางทันทีที่ออกจากที่หุบเขาพิษนี้ ดูท่านางคงไม่รู้ถึงความสำคัญของตัวนางเองว่านางเป็นที่ต้องการของคนอื่นมากแค่ไหน

 

เว่ยหานฟงมองใบหน้าหวานแก้มแดงนะเรื่อเพราะอากาศร้อน ริมฝีปากบางยิ้มหวานอยู่ตรงหน้า ก็ทนไม่ไหวรวบตัวนางมากอดด้วยความหวงแหนไม่ได้

 

'ใครก็มาแย่งนางจากเขาไม่ได้หากว่าใครคิดจะแย่งนางจากข้าไปข้าจะไม่ให้มันต้องตายดี'

 

เว่ยหานฟงสัญญากับตัวเองในใจลี่เหยาเห็นหน้าเขาไม่สู้ดีก็ไม่สบายใจแต่พอร่างสูงดึงนางเข้าไปกอดก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก แขนทั้งสองข้างยกขึ้นโอบรอบเอวเขาไว้

 

" ไม่ต้องห่วงนะเจ้าคะ หากข้าซ่อนตัวที่นี่จนถึงอายุ16ปี มันก็ไม่มีผลอันใดแล้วเจ้าค่ะ "

 

นางคิดว่าที่นี่ก็คล้ายเขาเหลียงซานคนนอกเข้าไปไม่ได้ ที่นี่คนก็ไม่กล้าลงมาเพราะกลัวพิษที่อยู่ในหุบเขาแห่งนี้ นางก็ไม่รู้ว่าเลยอายุ15 จะเกิดอะไรจำได้ว่าท่านพ่อ ท่านแม่เคยพูดใว้ถ้านางอายุ16นางก็สามารถออกไปใช้ชีวิตปกติได้

 

"แต่พอถึง16ท่านต้องไปส่งข้าที่แคว้นหนานนะเจ้าคะ เพราะท่านพ่อ ท่านแม่ ยังไม่รู้ว่าข้าอยู่ที่นี่ไม่ได้อยู่กับท่านลุงที่เขาเหลียงซาน"

 

นางกลัวว่าหากท่านพ่อส่งคนไปรับนางที่เขาเหลียงซานจะไม่เจอนาง เว่ยหานฟงกอดนางไว้ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา นี่่นางคงไม่รู้ว่าถึงนางจะไม่มีพลังอันใดเลยก็ตามก็มีบุรษมากมายที่อยากได้นางไปครอบครอง นางไม่รู้ตัวใช่หรือไม่ ว่ารูปร่างหน้าตานางงดงามมากอย่างที่เขาเองก็ไม่เคยเห็นใครงดงามได้อย่างนางเลยในแผ่นดินนี้

 

ใหนจะกลิ่นนวลเนื้อนางที่หอมกรุ่นอย่างที่นึกไม่ออกว่าคือบุบผาใดในแผ่นดินนี้ผิวพรรณเนียนนุ่มเปล่งประกายระยิบระยับยามต้องแสง ยิ่งคิดเขายิ่งหวงแหนนางมากขึ้นไปอีก

 

มือหนาประคองใบหน้างามให้เงยหน้าขึ้นกดริมฝีปากลงบนริมฝีปากนางทันทีเพื่อลดความพุ่งพล่านในใจที่ร้อนรุ่มให้เย็นลง เขาจุมพิตนางเนินนานจนนางแทบขาดใจ เว่ยหานฟงเวียนจูบนางซ้ำๆ อย่างไม่คิดว่าจะพอ เขาสูดลมหายใจลึกระงับอารมณ์ตัวเองที่เริ่มควบคุมไม่อยู่

 

เมื่อมือน้อยสองข้างเริ่มประท้วงทั้งหยิกทั้งทุบจึงหยุดจูบนาง มองริมฝีปากบวมแดงเพราะฝีมือตัวเองด้วยแววตาอ่อนโยนนิ้วมือเรียวลูบเบาๆ ที่ริมฝีปากของนาง

 

"พี่รักเจ้า พี่จะไม่ให้ใครมาทำร้ายเจ้า พี่สัญญา เจ้าเป็นของพี่ เป็นหญิงคนเดียวในชีวิตที่พี่รัก พี่จะปกป้องเจ้าเอง เหยาเอ๋อร์"

 

ตอนแรกหวังลี่เหยาก็ตกใจ ที่อยู่ๆ เขาก็จูบนางจนแทบขาดใจ พอเขาเอ่ยบอกรักนางก็รู้สึกว่าหัวใจมันเต้นแรงขึ้นกว่าเดิม ไม่รู้ว่าทำไมนางถึงรู้สึกว่าเชื่อใจเขาได้ เชื่อว่าเขารักนางและจะปกป้องนางได้จริงๆ

 

'ข้าเชื่อท่านแบบนี้ได้จริงๆ ใช่ไหมเว่ยหานฟง'

 

 

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น