บุบผาในม่านหมอก
เป็นแฟนกันนะ
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
เป็นแฟนกันนะ

นางฟังที่เขาเริ่มอธิบายก็นิ่งคิดตาม ถ้าอย่างนั้นก็คงเป็นนางที่โวยวายไปเองจริงจนนึกอายที่ตัวเองคิดอะไรเป็นตุเป็นตะ ตื่นตะหนกไม่เข้าเรื่อง

 

" อืม ข้าได้ยินท่านพูดว่าข้าเป็นแผลทั้งตัวก็เลยเข้าใจผิดว่าท่านทำ เออ.. อะไรไม่ดีกับข้า เอาเป็นว่า ข้าเข้าใจท่านแล้ว ข้าขอโทษที่ทำร้ายท่านเจ้าค่ะ"

 

นางเอ่ยขอโทษก่อนเป็นผู้ใหญ่แล้วต้องยอมรับความจริงสิลี่เหยา 'แกใจร้อนวู่วามเอง' นางบ่นอุบอิบเบาๆ

 

" พี่ต่างหากที่ต้องขอโทษเจ้า ทำให้เจ้าต้องตกใจแล้ว ไม่ต้องห่วงนะเหยาเอ๋อร์พี่เป็นผู้ชายกล้าทำกล้ารับ เจ้าคือผู้หญิงของพี่ ต่อไปนี้พี่จะดูแลเจ้าอย่างดี"

 

" มะไม่ต้อง ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ขะข้าไม่ถือพี่หานฟงไม่ต้องคิดมากนะเจ้าคะ "

 

ให้ตายสิ ต้องเรียกคนที่เด็กกว่าว่าพี่ นี่มันเขินปากจริงๆ แต่ตอนนี้ข้าคือหวังลี่เหยาที่อายุ14ปีนี่ เรียกพี่ก็ถูกแล้ว นางพยักหน้าพูดกับตัวเองไม่ได้สังเกตคนตรงหน้า ที่มีสีหน้าไม่พอใจ ดวงตาคมที่เคยมีประกายสดใสแปรเปลี่ยนไปดูมืดครึ้มลงทันทีที่ได้ยินนางพูดว่าไม่ให้เขาต้องรับผิดชอบสิ่งที่เขาทำลงไป

 

ครั้นเว่ยหานฟงได้ยินนางบอกให้ลืมก็คิ้วกะตุก ด้วยความไม่พอใจนางเป็นคนของเขาแล้ว จะไม่ใช่ผู้หญิงของเขาได้อย่างไร?สตรีผู้นี้ทำไมไม่คิดเหมือนกับหญิงนางอื่นบ้างนะ ทั้งชีวิตเขาไม่เคยที่จะต้องดูแลใคร อาหารที่เขาทำแผ่นดินนี้ไม่มีใครได้มีโอกาสลิ้มลอง ไม่นับรวมกับร่างกายของเขาที่ไม่เคยมีใครได้เฉียดเขามาใกล้ชิดขนาดนางมาก่อน นางยังไม่พอใจอีกงั้นหรือ

 

" เจ้าพูดว่าไม่ถือได้อย่างไร สตรีที่ดีต้องคำนึงถึงความบริสุทธิ์ พี่จะทำร้ายเจ้าไปแล้วจะไม่รับผิดชอบไม่ได้"

 

เขาพยายามข่มใจให้ใจเย็นขึ้นเพื่อพูดคุยกับนางดีๆแต่ภายในใจของเขาตอนนี้มันเดือดพล่านไปหมดนี่เขาจะทำอย่างไรกับนางดีนะ 

 

เฮ้อ! นางถอนหายใจ เอาเข้าจริงๆนางเองก็เข้าใจ ในยุคนี้ผู้หญิงคนหนึ่งถ้าหากสูญเสียชื่อเสียงดีงามไปแล้ว ชีวิตภายภาคหน้าก็จะแทบไม่ได้อยู่ดีมีสุข

 

"พี่หานฟงเจ้าคะ ข้ากับท่านเพิ่งเจอหน้ากันไม่นาน มันเร็วเกินไปเจ้าค่ะ "

 

นางพยายามหว่านล้อมร่างสูงตรงหน้าให้เขาเข้าใจ ขนาดนางเป็นผู้หญิงแล้วก็เป็นฝ่ายเสียหายยังไม่คิดมากแล้วเขาเป็นผู้ชายจะคิดมากไปทำไม

 

"ข้ากับท่านเราแทบไม่รู้จักกันเลย เอาอย่างนี้ดีมั้ยเจ้าคะ เราค่อยๆทำความรู้จักกันไปก่อนสัก4-5ปี ถ้าหากท่านยังรักข้าจริงๆ ข้าจะยอมแต่งงานกับท่าน คนสองคนถ้าหากว่าไม่ได้รักกันมันอยู่ด้วยกันไม่รอดหรอกนะเจ้าคะ"

 

เวลา4-5ปีนางมีโอกาสหาทางหนีทีไล่ให้ตัวเอง ชาติที่แล้วนางก็ทำแบบนี้นานวันเข้าก็หายไปทุกราย ไม่แน่ว่าเว่ยหานฟงเองก็คงไม่ต่างจากคนอื่นที่เคยเจอ ตอนนี้เขามองว่านางเป็นของแปลกใหม่ถ้าหากนานวันเข้าเขาคงจะหาคนใหม่มาแทนที่ของนางแน่นอน

 

"พี่ว่าไม่เร็ว พี่คิดว่าพี่รักเจ้า พี่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับผู้ใด พี่ไม่เคยอยากดูแลผู้ใดเหมือนเจ้า อยากอยู่ใกล้ๆเจ้า พี่อยากเห็นเจ้ายิ้ม พี่อยากอยู่เคียงข้างกันกับเจ้าแบบนี้ เจ้าเข้าใจหรือไม่ "

 

เว่ยหานฟงหน้าแดงก่ำ เขายอมรับว่าตอนนี้เขาไม่เป็นตัวของตัวเองเลยแต่เขาต้องการที่จะบอกให้นางได้รับรู้ความรู้สึกของเขาจริงๆ ว่าเขาไม่ได้คิดจะเกี้ยวพานางเล่นๆ

 

อ้าวนี่! อะไรมันจะรวดเร็วขนาดนั้นมันมีด้วยหรอรักแรกพบนะ นางคนนึงแหละที่ไม่เชื่อเรื่องนี้  นางไม่อยากจะน้ำตาเช็ดหัวเข่า หากให้ใจกับใครง่ายๆ ถึงแม้ว่าหน้าตาของเขาจะหล่อเหลาใจละลายขนาดนี้ เขาจะต้องมีสาวในสต็อกเพียบแน่นอน นางจึงเริ่มคิดแผนใหม่

 

"ข้าขอบคุณท่านพี่หานฟงที่เอ็นดูข้า แต่ข้าตั้งใจให้ว่า จะมีสามีที่รักข้าคนเดียวไม่มีหญิงอื่น และที่สำคัญต้องบริสุทธิ์ผุดผ่องไม่เคยผ่านหญิงใด ที่บ้านต้องไม่มีเมียเล็กเมียน้อยให้ข้าช้ำใจ ตัวข้าถึงจะยอมมอบใจมอบกายให้คนผู้นั้น"

 

'เอาเซ่! เอากับนางเซ่! ดูสิจะว่าอย่างไรแววชนะมาแล้ว นี่ใครนี่เจ้นะ 'หวังลี่เหยาคิดพร้อมยิ้มมุมปาก แสร้งก้มหน้าให้ดูหน้าสงสาร

 

"พี่ไม่เคยมีใคร พี่สาบานได้ เจ้าคนเดียวที่ได้อยู่ใกล้ ได้สัมผัสร่างกายพี่ ความบริสุทธิ์ของพี่มอบให้เจ้าผู้เดียว หากเหยาเอ๋อร์ไม่เชื่อก็ดูนี่"

 

เขาลุกขึ้นถอดเสื้อออกจนเผยให้เห็นแผงอกกว้างขาวเนียนของเขาชัดเจน หวังลี่เหยาตกใจอ้าปากค้างไม่คิดว่าอยู่ๆเว่ยหานฟงจะลุกขึ้นถอดเสื้ของตัวเอง'เฮ้ย แน่น อา.. มีกล้าม สติมาลี่เหยา สติ'

 

"ท่านจะทำอะไร? ถอดเสื้อทำไม?"

 

หวังลี่เหยารีบยกมือมาปิดตาทั้งสองข้างทำเสียงดุให้คนที่กำลังแก้ผ้าให้รู้สึกตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่

 

" พี่ก็จะให้เจ้าดูแต้มพรมจรรย์ของพี่ไงเล่า"

 

เว่ยหานฟง ดึงมือของนางลงเพื่อให้นางมองร่างกายของเขาให้ชัดๆ มืออีกข้างของเขาดึงขอบกางเกงของตัวเองลงให้เห็นจุดสีแดงที่อยู่ข้างสะดือตัวเอง ใบหน้าของเขาแดงก่ำจนแทบจะคั้นออกมาได้ ประมุขพรรคพยัคฆ์ทมิฬ เกิดมาไม่เคยคิดว่าต้องมาทำแบบนี้อับอายยิ่งนัก

 

ตั้งแต่เขาพบนางเขาทำอะไรแปลกประหลาดไปมากมายที่ชั่วชีวิตเขาไม่เคยคิดว่าจะทำ แต่เอาเถอะนางคือฮูหยินของเขาอย่างไรภายหน้านางต้องได้เห็นทั้งหมดของเขาอยู่แล้ว

 

บ้าแล้ว! มีของแบบนี้ด้วย! ในความทรงจำของหวังลี่เหยาคิดว่าจะมีแต่ของผู้หญิงซะอีก ของผู้หญิงจะอยู่ไต้ท้องแขนจุดสีแดงเหมือนกัน

 

 'ตกลงแล้ว นี่ข้าต้องรับผิดชอบเค้าจริงๆใช่ไหม!'

 

"ข้าเชื่อท่านแล้วเจ้าค่ะ ท่านรีบใส่เสื้อเถอะข้าใจไม่ดี เฮ้ย! ดูไม่ดี "

 

นางถอนหายใจ คิดว่าจะเอาไงต่อดี แต่ชายหนุ่มตรงหน้าก็ไม่เหมือนที่นางคิดเอาไว้เลย อย่างที่เขาบอกมาใช่ไหมว่าอย่าดูคนที่แต่ภายนอกสินะ

 

"เอาอย่างนี้มั้ยเจ้าคะพี่หานฟง เราคบเป็นแฟนกันไปก่อนสัก4-5ปีทำงานเก็บเงินสักก้อนแล้วเราค่อยแต่งงานกัน ถ้าหากว่าเรามีลูกเขาจะได้ไม่ลำบากนะเจ้าคะ"

 

นางต้องการซื้อเวลาให้ตัวเองอีกซักนิด ยังไงชาติที่แล้วก็ไม่เคยมีแม้แต่ปั๊บปี้เลิฟ อย่างน้อยเค้าก็ดูเป็นคนทุ่มเทดี แถมหน้าตาดีอีกต่างหาก นางจะลองศึกษาดูใจเขาไปก่อนแล้วกันหากระหว่างนี้เขาไม่เปลี่ยนใจไปมีคนอื่นนางก็อาจจะแต่งงานกับเขาก็ได้

 

"อันใดคือแฟน พี่ไม่เข้าใจ"

 

เว่ยหานฟงขมวดคิ้วด้วยความงุนงง คำพูดนางช่างประหลาดนัก อันใดคือคบ? อันใดคือทำงานเก็บเงิน? ทรัพย์สินเงินทองเขามีมากกว่าท้องพระคลังของทั้งสามแคว้น ประมุขพรรคพยัคฆ์ทมิฬเช่นเขาต้องไปทำงานหาเงินทำไมขนาดฮ่องเต้ทั้ง3แคว้นยังไม่กล้าแม้จะหายใจแรงเมื่อเจอหน้า แล้วใครจะกล้ามาใช้งานเขากัน

 

"แฟนคือคนสองคน ที่ตัดสินใจเปลี่ยนสถานะมาเป็นคนรัก เรียนรู้ก่อนที่จะอยู่ด้วยกันเจ้าค่ะ"

 

"เช่นนั้นพี่ก็คือแฟนเจ้าใช่หรือไม่? "

 

พอเว่ยหานฟงเข้าใจความหมายนางก็ดีใจที่นางยอมเป็นคนรักของเขาแล้วในที่สุด นางเป็นคนรักของข้าแล้ว ดวงตาที่มองหน้านางมีประกายหวานล้ำขึ้นอีกเท่าตัว เว่ยหานฟงยกยิ้มมุมปากมองใบหน้าของนางนิ่งไม่พูดไม่จา

 

"ชะใช่เจ้าค่ะ"

 

ทำไมนางรู้สึกเหมือนตัวนางอยู่ในกำมือคนตรงหน้าไปแล้ว นี่ตกลงนางซื้อเวลาได้แล้วนี่ใช่ไหม?

 

"ในเมื่อพี่เป็นคนรักของเจ้าแล้ว เจ้าไม่ต้องรอถึง4-5ปีหรอก ทรัพย์สินเงินทองพี่มีมากมายชาตินี่ทั้งชาติเจ้าก็ใช้ไม่หมด เจ้าไม่ต้องห่วงว่าพี่จะไม่มีเงินเลี้ยงดูเจ้ากับเจ้าก้อนแป้งน้อยในวันหน้าเลยเหยาเอ๋อร์"

 

เว่ยหานฟงเอื้อมมือของเขามาจับมือนางเอาไว้ จนหวังลี่เหยารู้สึกถึงความเย็นของสิ่งที่อยู่ในมือ เหมือนจะเป็นหินสีดำสลักเป็นรูปพยัคฆ์สวยงามมาก ว่าแต่เขาเอาหินนี้ให้นางทำไมกัน

 

" นี่คือหยกประจำตัวพี่ พี่ให้เจ้าเพื่อเป็นของหมั้นหมาย ให้พ้นฤดูหนาวผ่านไป ออกจากหุบเขานี่เมื่อไหร่ เจ้าอยากได้สิ่งใดพี่จะให้เจ้าทั้งหมดหยกนี้สามารถสั่งการสมาชิกพรรคทั้งหมดทั้งสามแคว้น พี่มอบมันให้เจ้าไม่ว่าเจ้าจะต้องการอะไรขอเพียงบอกมาทุกอย่างจะเป็นของเจ้าทั้งหมด

 

'ป๋ามาก! ผู้สายเปย์! หวังลี่เหยาเจ้าตกได้อะไรมาเนี่ย?!! '

 

"ขอบคุณเจ้าค่ะพี่หานฟง แต่มีอีกอย่างนะเจ้าคะ ที่พี่ต้องรับปากกับข้า"

 

"เจ้าว่ามาได้เลย พี่รับปากเจ้า "

 

เว่ยหานฟงรับปากนาง ไม่ว่าอะไรที่อยากได้เขาก็จะไม่ขัดใจนางเลย ขอเพียงต่อไปนางให้โอกาสเขาได้ทำความรู้จักนางมากขึ้นก็พอแล้ว

 

"เป็นคนรักยังไม่แต่งงานท่านต้องให้เกียรติข้า ไม่ล่วงเกินข้าอีกจนกว่าจะเข้าหอ ทำได้มั้ยเจ้าคะถ้าไม่ได้ไม่ตกลงนะเจ้าคะ"

 

"ตกลงพี่จะพยายามไม่ล่วงเกินเจ้ามากไปกว่านี้ "

 

ฟอดด เว่ยหานฟงโอบตัวนางพลิกตัวลงมา

 

ชั่วพริบตาร่างนางก็นั่งลงบนตักอุ่นพอดี พร้อมก้มหน้าลงหอมแก้มเนียนใสทันที ด้วยความดีใจ

 

หวังลี่เหยาตกใจนี่คือสิ่งที่เรียกว่าวิทยายุทธใช่มั้ย เร็วจนนางไม่รู้ตัว คุยอยู่ดีๆ ก็มานั่งตักคนที่ยิ้มหวานตรงหน้า นางมองหน้าเขาที่ยิ้มหวานจนงงไปหมด ลืมหมดว่ากำลังจะพูดอะไรต่อ ความคิดจะต่อว่ากลืนหายลงไปทันทีที่เห็นสายตาของเขา นางก้มหน้าลงใบหน้าแดงก่ำขบริมฝีปากเอาไว้ด้วยความขัดเขิน

 

ฟอด ฟอด เว่ยหานฟงเห็นนางไม่ห้ามก็ก้มลงหอมแก้มนุ่มทั้งสองข้างอย่างอดใจไม่อยู่ ภาพนางเขินอาย ดูน่าเอ็นดูยิ่งนัก เขาแทบอยากให้พรุ่งนี้คือวันแต่งงานเลยด้วยซ้ำ อา.. นี่ข้าคงหลงนางมากแล้วจริงๆคิดไม่ถึงเลยว่าตัวเองจะเป็นหนักขนาดนี้ สวรรค์ท่านทำอะไรกับข้ากันนะ

 

"พะพอแล้วเจ้าคะ เพิ่งตกลงวันแรกท่านก็รังแกข้าแล้ว ปล่อยข้าก่อนเจ้าคะ ข้าอยากจะไปสำรวจรอบๆ ป่าแถวนี้สักหน่อย"

 

เว่ยหานฟงปล่อยมือออกจากร่างบางช้าๆ จับเอวนางยืนขึ้นอย่างตามใจ เขายังไม่อยากให้นางไม่พอใจเขาตอนนี้

 

"ได้ พี่จะไปกับเจ้าเอง"

 

ว่าแล้วก็คว้ามือน้อยมากุมใว้ จูงมือนางออกเดินทางไปสำรวจป่าอย่างที่นางต้องการทันที

 

 

 

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น