ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
U&Me : Chapter 5 NC

U&Me 

5

 

 

เมื่อคืนไปไหนมา?ผมถามไอ้แวมไพร์เสียงเรียบ ตอนนี้ผมอยู่ที่คอนโดของมัน ตอนแรกมันว่าจะไปส่งผมที่บ้าน แต่ผมไม่ยอม ยังไงวันนี้ผมจะต้องจัดการมันซะก่อน

 

“ทำไมทำหน้าแบบนั้นอ่ะ เหมือนเมียจับผิดผัวหนีเที่ยวเลย” มันว่าเมื่อเห็นสีหน้าของผม นี่ผมทำหน้าตาเหมือนเมียจับผิดผัวจริงๆเหรอเนี่ย! - -“

 

“ตอบมา!

 

“เมื่อคืน ก็ไปเที่ยวผับกับพวกเพื่อนๆนะสิ”

 

 

“หลังจากนั้นก็ไปนอนกับผู้หญิงใช่ไหม?” ผมเค้นเอาคำตอบ

 

“มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ถ้าไปผับไม่มีผู้หญิงติดมือมาด้วยก็เสียชื่อคาสโนว่าอย่างฉันหมดสิ” มันว่าอย่างภูมิใจ

 

 

“ต่อไปนี้ฉันขอสั่งว่าระหว่างที่นายเป็นแฟนกับฉันนายห้ามเที่ยวผับ ห้ามเที่ยวผู้หญิง ห้ามนอกใจฉัน ห้ามทำอะไรที่ฉันไม่ชอบ ห้ามๆ ห้ามหมดทุกอย่าง จะทำอะไรต้องขอฉันก่อน” ผมสั่งห้ามอย่างเด็ดขาด

 

 

“เฮ้ยยยย! ได้ไงอ่ะ นี่จะมาเป็นแฟนหรือเป็นแม่ฉันกันว่ะเนี่ย”

 

 

“แล้วแต่นายจะคิด”

 

 

“นายห้ามฉันไม่ได้หรอกอิมเมจ ถึงฉันจะเป็นแฟนกับนายแต่อย่าลืมสิว่าเราไม่ได้รักกัน นายไม่มีสิทธิ์มาห้ามฉัน” ไอ้แวมไพร์ยื่นใบหน้าของมันมาใกล้ๆผม

 

 

“คอยดูแล้วกันว่าจะห้ามได้หรือไม่ได้” ผมตอบกลับ ถึงจะเป็นแฟนกันโดยที่ไม่ได้รักกัน แต่ผมยอมให้คนที่ขึ้นชื่อว่าแฟนนอกใจไม่ได้หรอกนะ

 

“ถ้าจะดัดนิสัยฉันยากหน่อยนะที่รักไอ้แวมไพร์ว่าพลางส่งยิ้มเหนือกว่ามาให้ผม

 

 

“ไม่ยากเกินความสามารถฉันหรอก” ผมว่าบ้าง มือบางยกขึ้นไปโอบรอบคอร่างสูงบดเบียดร่างกายเล็กไปที่ร่างกายบึกบึนของมัน ผมจงใจยั่วมันชัดๆ คริคริ ดูหน้าไอ้แวมไพร์สิ แดงกร่ำเหมือนคนกำลังพยายามเก็บอารมณ์เลย

 

 

ผมจะทำให้มันทรมานเล่นๆสะใจดี

 

มือซุกซนของผมลูบไล้ไปมาที่หน้าอกหนาและเลื่อนลงต่ำมาเรื่อยๆยังหน้าท้องที่แน่นปึกของมัน

 

 

“ซี๊ดดดดด~” มันเผลอร้องซี๊ดออกมา และตอนนี้แกนกายของมันก็เริ่มพองโตขึ้นมาภายใต้กางเกงยีนส์ตัวแพง อะไรกันยั่วนิดยั่วหน่อยก็ขึ้นซะแหละ

 

“…” ผมยิ่วยั่วเลื่อนมือลงไปบีบแกนกายที่พองโตของมันเล่น

 

“อิมเมจถ้านายยังไม่หยุดยั่วฉัน ฉันจัดการนายแน่” ไอ้แวมไพร์ขบฟันพูด พยายามเก็บกลั้นอารมณ์ที่กำลังกระเจิดกระเจิงเอาไว้

 

 

“ฮ่าๆ แค่นี้ก็ขึ้นซะแหละ ไปช่วยตัวเองต่อที่ห้องน้ำก็แล้วกันนะ” ผมหัวเราะเสียงดังลั่นและออกห่างจากตัวมัน  

 

“หึหึ ใครว่าฉันจะช่วยตัวเองล่ะ ฉันจะให้นายช่วยต่างหาก” มันว่าพร้อมกับทำใบหน้าเจ้าเล่ห์

 

 

“ไม่เอา ของของนายก็ช่วยเองสิ” วิ่งหนีสิครับรออะไร ผมวิ่งแจ้นไปหลบไอ้แวมไพร์ที่หลังโซฟา

 

“มานี่เลยนะอิมเมจ” ไอ้แวมไพร์ก้าวขายาวๆของมันแค่สองก้าวก็มาถึงตัวผม ก่อนที่ผมจะได้วิ่งหนี แขนยาวๆของมันก็ดึงผมเข้าไปประชิดตัวทันที ใบหน้าของผมชนเข้ากับหนาอกหนาพอดิบพอดี

 

 

ปึก!

 

ฮืออออออ~ เจ็บชะมัด ดั้งผมจะหักมั้ยเนี่ยยยยยยย

 

 

“ปล่อยฉันนะ ฉันไม่ช่วยนายหรอก” ผมดิ้นพล่านๆในอ้อมกอดของไอ้บ้าแวมไพร์

 

 

“หึหึ” มันหัวเราะหึหึก่อนจะจับผมกดลงแนบกับโซฟาตัวยาวโดยมีร่างสูงขึ้นคร่อมเอาไว้

 

“ปล่อยฉันนะ ฉันไม่ช่วยอะไรนายทั้งนั้นแหละ” ผมแว้ดๆใส่มัน

 

“นายทำให้น้องชายฉันเป็นแบบนี้ นายต้องรับผิดชอบ” ไอ้แวมไพร์ว่าพลางชี้ไปที่กึ่งกลางลำตัวของมัน

 

อะ เฮือออก~ นี่มันพองตัวใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเห็นแท่งมหึมาของมัน

 

 

“ช่วยก็ได้ จะให้ฉันทำยังไง” สุดท้ายผมก็ต้องยอมจำนนต่อมัน ตอนแรกว่าจะแกล้งยั่วมันเล่นขำๆแต่สุดท้ายไหงเป็นผมที่ซวยเองล่ะเนี่ย

 

ไอ้แวมไพร์ผละออกจากตัวผมและเปลี่ยนเป็นนั่งหลังพิงโซฟาแทน

 

 

“จับมัน” มันบอก

 

 

“ห๊ะ!!

 

 

“ฉันบอกให้จับมัน!!” ทำไมต้องขึ้นเสียงใส่ด้วยเนี่ย! ผมมองไปที่น้องชายของมันอย่างลำบากใจก่อนจะนั่งชันเข้าตรงหน้าไอ้แวมไพร์ ค่อยๆเลื่อนมืออันสั่นเทาไปจับตรงเป้าตุงๆของมัน ผมรูดชิบกางเกงยีนส์ลงอย่างเบามือ ให้ตายเหอะ! นี่ผมต้องทำให้มันจริงๆเหรอเนี่ย

 

หลังจากผมรูดซิบเสร็จ ผมก็ดึงกางเกงยีนส์ลงมาให้อยู่ตรงปลายเท้า ตอนนี้ก็เหลือเพียงปราการด่านสุดท้ายนั้นก็คือซับในสีน้ำเงินเข้ม ไอ้แวมไพร์หลับตาพริ้มเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าของมันแดงกร่ำเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่กำลังพลุ่งพล่าน

 

 

ผมมองไปที่ส่วนกึงกลางลำตัวของร่างสูงอย่างชั่งใจก่อนจะเอื้อมมือไปดึงซับในสีเข้มลงมา เพียงเท่านั้นน้องชายไอ้แวมไพร์ก็ดีดผงาดขึ้นมาสวัสดีผมทันที ตะ ตอนนี้มันอยู่ตรงหน้าผมพอดี

 

 

เฮือกกก~ กลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง

 

 

ผมเอื้อมมือไปสัมผัสแท่งร้อนตรงหน้า นี่มันจะใหญ่เกินไปแล้วมือเล็กๆของผมกำแทบไม่มิด น้องชายไอ้แวมไพร์ใหญ่เท่าๆของคลาสเตอร์เลย งือออออ~ ///////////

 

อ่าาาส์มันร้องครางออกมาเมื่อผมเริ่มรูดรั้งแก่นกายของมันขึ้นลงเบาๆ ตรงหัวบานเบ่งบ่งบอกว่าร่างสูงกำลังมีอารมณ์เต็มที่

 

 

“…” ผมยังรูดรั้งแกนกายของมันขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง

 

 

“เร็วกว่านี้อิมเมจ” มันบอก

 

“อื้ม! รู้แล้วๆ” หลังจากนั้นผมก็เริ่มรูดรั้งแกนกายของมันเร็วขึ้นๆ

 

 

“ซี๊ดดด~ ระ เร็วกว่านี้”

   

“…” จะเอาเร็วแค่ไหน เท่านี้มือฉันก็จะหลุดแล้วไอ้เชี่ยยย ผมอดด่ามันในใจไม่ได้ และตอนนี้เหมือนน้องชายที่เคยสงบนิ่งของผมมันจะเริ่มพองตัวขึ้นมาแล้ว ไม่เอานะ อย่าพึ่งมีอารมณ์ตอนนี้สิ

 

 

ยิ่งผมรูดรั้งแกนกายไอ้บ้าแวมไพร์เร็วเท่าไหร่ผมก็ยิ่งมีอารมณ์มากเท่านั้น นี่ผมเป็นอะไรไปเนี่ยยยยยยยยยยย!!

 

 

“อ่าส์ อะ อีกนิดเดียว” มันว่าด้วยเสียงกระเส่า ใบหน้าเต็มไปด้วยความเสี่ยวซ่าน

 

 

ทำไมไอ้แวมไพร์ตอนนี้มันดูเซ็กซี่จัง !!

 

 

อยู่ๆความคิดที่ว่าไอ้แวมไพร์เซ็กซี่ก็เข้ามาอยู่ในหัวสมองผม ผมรีบส่ายหน้าไล่ความคิดบ้าๆนี่ออกจากไป

 

“อะ อื้มมม อ๊าส์~” เสียงเข้มครางออกมาครั้งสุดท้ายก่อนที่น้ำสีขาวขุ่นจะถูกปลดปล่อยออกมาเต็มฝ่ามือผม

 

 

เมื่อผมเห็นน้องชายมันสงบไปแล้ว ผมก็รีบเดินไปยังห้องน้ำเพื่อจะล้างมือ แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวขาออกไปไอ้แวมไพร์ก็ดึงร่างบางของผมให้ไปนั่งตรงตักมันซึ่งตอนนี้มันยังไม่ใส่กางเกงและไอ้ที่ผมกำลังนั่งทับมันอยู่คือน้องชายของมันที่พึ่งสงบไป

 

“จะไปไหน?”

 

 

“จะไปล้างมือ” ผมตอบ ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นสบตากับมัน

 

“เดี๋ยวฉันช่วย”

 

“ชะ ช่วยอะไร” ผมทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

 

“หึ ดูตรงนี้นายสิเหมือนมันจะมีอารมณ์นะ” ไอ้แวมไพร์ว่าพลางชี้นิ้วไปที่กางลำตัวของผมที่พองตัวอยู่ภายใต้กางเกงนักศึกษา

 

 

“มะ ไม่ต้อง ฉันช่วยตัวเองได้” ผมปฏิเสธมัน

 

“เอาน่า นายยังช่วยฉันเลย เดี๋ยวฉันช่วยนายเอง ถือๆว่าช่วยกัน” มันบอก ก่อนจะจับผมลงไปนอนราบกับโซฟาอีกครั้ง

 

“ฉันบอกว่าไม่ อ๊ะ” ผมยังพูดไม่จบประโยคมือหน้าของไอ้แวมไพร์ก็จับเข้าไปที่น้องชายของผมพร้อมกับบีบคลึงมันเบาๆ หลังจากนั้นไม่นานกางเกงและซับในสีขาวตัวจิ๋วของผมก็ถูกถอดออกไปนอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้น ส่วนขาเรียวส่วนเหมือนผู้หญิงของผมก็ถูกจับให้ตั้งชันขึ้น

 

ไอ้แวมไพร์มันมองน้องชายผมเขม็ง ใช่สิ! ของผมไม่ใหญ่เท่ามันหนิ

 

 

“อ่ะ อ๊ะๆ~” ผมครางออกมาอย่างลืมตัวเมื่อร่างสูงรูดรั้งแกนกายผมอย่างเร็ว ส่วนมืออีกข้างก็ลูบไล้บั้นทายมนของผมและบีบคลึงเบาๆ

 

 

  ผมหลับตาลงพยายามควบคุมสติไม่ให้กระเจิดกระเจิงไปมากกว่านี้ ผมกลัวว่ามันจะไม่หยุดอยู่แค่นี้นะสิ

 

  ยุบหนอ พองหนอ~

 

“อ่ะ อ๊ะ ตะ ตรงนั้น” ผมร้องเสียงหลงเมื่อนิ้วหนาดุนดันที่ช่องทางข้างหลัง

 

“หืมมม! เป็นไร” ไอ้แวมไพร์หันมามองหน้าผมยิ้มๆ ตอนนี้ใบหน้าของผมคงจะแดงจัดเลยสินะ เพราะผมเป็นคนผิวขาวเวลาหน้าแดงจะเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

 

“ยะ อย่าาา อ๊ะ จะ เจ็บ” ผมครางกระเส่าพร้อมกับนิ่วหน้าด้วยความเจ็บเมื่อนิ้วหนาหนึ่งนิ้วมันได้เข้าไปอยู่ในตัวผมเรียบร้อย

 

 

“แน่นชะมัด” มันว่าขณะดึงนิ้วเข้าออกทางช่องทางข้างหลังของผมช้าๆ

 

 

“อื้ออ~ อ่ะ อ๊ะ อ๊ะ” ผมครางออกมาด้วยความเสี่ยวซ่าน เชิดหน้าขึ้นไปมองเพดานสีขาว เล็บมือจิกแน่นลงไปยังโซฟา นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของผม แต่ผมก็ยังไม่ชินกับเรื่องแบบนี้อยู่ดี ตอนนี้สมองของผมขาวโพลนไปหมด สติเตลิดไปไกลจนกู่ไม่กลับ ตอนนี้มีเพียงความต้องเท่านั้น ผมต้องการสิ่งที่ใหญ่กว่านิ้วมือ

 

อ่ะ อ๊ะ อื้ออ~” ตอนนี้จากหนึ่งนิ้วเปลี่ยนเป็นสองนิ้วและขยับเข้าออกเร็วถี่ แกนกายของผมถูกมือหนาอีกข้างรูดรั้งขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ทั้งข้างหน้าและข้างหลังถูกปรนเปรอจนสุขสม

 

 

“อย่าตอดนิ้วฉันสิ เดี๋ยวฉันก็ทนไม่ไหวขึ้นมาหรอก”

 

“อื้ออ~ มะ ไม่ไหว ละ แล้ว อ่ะ อ๊ะ” ผมครางกระเส่าตามแรงขยับของนิ้วที่ตอนนี้มันเพิ่มเป็นสามนิ้วเรียบร้อยแล้ว

 

“ไม่ไหวอะไร หึ” มันว่า

 

 

“อ่ะ ไอ้บ้า ยะ อย่าแกล้งกันสิ” ผมแว้ดใส่มันเพราะผมรู้ว่าไอ้ที่มันกำลังทำอยู่มันแกล้งผมให้ทรมานเล่นชัดๆ

 

“ป่าวแกล้งซะหน่อยแค่กำลังช่วยนายอยู่นะ แต่ช่องทางของนายมันตอดแน่นยิ่งกว่าของผู้หญิงซะอีก”

 

 

“อ่ะ ไอ้บ้า!” ว่าแล้วก็หน้าก็แดงแป้ดเลยกู

 

 

“พอแล้ว ฉันช่วยแค่นี้แหละ” หลังจากนั้นไอ้แวมไพร์มันก็หยุดการกระทำทุกอย่างของมัน แต่ตอนนี้ผมกำลังทรมานสุดๆ แถมยังไม่ได้ปลดปลอดอีกด้วย ไอ้บ้า ไอ้เลว นายจะเอาคืนที่ฉันแกล้งนายก่อนเหรอห่ะ!

   

“อื้ออ ไม่เอา ฉันยังไม่พอ” โอ๊ยยย! นี่ผมพูดอะไรออกไปเนี่ย ยังไม่พอนี่นะ หน้าขายหน้าชะมัด

 

“หึ แต่ฉันพอแล้ว” มันว่ายิ้มๆ กดรีโมตดูทีวีสบายใจเฉิบ

 

“วะ แวมไพร์” ผมขยับตัวลุกขึ้นนั่ง แล้วใช้ร่างกายเล็กๆเบียดเข้าหาร่างสูง

 

“อะไรของนายอ่ะ” ไอ้บ้ามาเป็นทำหน้างงใส่ เพราะนายไม่ใช่เหรอที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้

 

“ช่วยฉันอีกหน่อยน๊า นะๆ” ผมทำหน้าอ้อนเต็มที่

 

 

“ไม่เอา” มันปฏิเสธ

 

“นะ แวมไพร์” ทำเสียงหวาน มือบางสัมผัสไปที่หน้าขาของร่างสูง กัดริมฝีปากเล็กน้อยพอยั่วยวนฝ่ายตรงข้าม

 

 

“อย่าเอามือไปจับแถวนั้นสิอิมเมจ” มันว่าเสียงเข้ม ทำหน้าตาดุผม คริคริ กลัวอารมณ์ขึ้นอีกล่ะสิ

 

 

“อิอิ ทำไมอ่ะ ก็ฉันอยากจับ” ผมไม่ยอมฟังคำสั่งของมันและตอนนี้มือของผมก็จับเข้าไปที่น้องชายมันอีกครั้งพร้อมกับบีบและนวดคลึงเบาๆ

 

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก ฉันบอกว่าห้ามจับไงอิมเมจ” ไอ้แวมไพร์หันมาดุผมเสียงดัง

 

 

“ใครบอกให้นายไม่ช่วยฉันล่ะ ฉันจะทำให้นายทรมานจนตายเลย” ผมว่าพร้อมกับบีบหนักๆเข้าไปที่น้องชายมันอย่างคนโรคจิต เอ๊ะ! หรือว่าผมโรคจิต

 

 

“เออๆ ช่วยก็ช่วย” ผมหันไปมองไอ้แวมไพร์ยิ้มๆ ตอนนี้ใบหน้าของมันขึ้นสีแดงจัด ผมลุกขึ้นจากโซฟาเปลี่ยนไปนั่งบนตักมันแทน ผมทิ้งบั้นท้ายเนียนลงไปทับแกนกายร่างสูงที่ตอนนี้มันกำลังพองโตขึ้นอีกครั้ง

 

“อ๊ะ!” ผมร้องเสียงหลงออกมาเมื่อมือหนาบีบเค้นบั้นท้ายของผมอย่างมันส์มือ ไอ้แวมไพร์ก้มใบหน้ามาอยู่ระหว่างอกและกัดหัวนมผมผ่านเสื้อนักศึกษาสีขาว

 

 

“อื้ออออ~” มือหนาเคลื่อนเข้ามาในตัวผม ลูบไล้ผิวเนียนขาวไปทั่ว ส่วนผมก็ซุกหน้าไปที่ซอกคอที่มีกลิ่นน้ำหอมผู้ชายยั่วยวนไปหมด เพียงไม่นานเสื้อนักศึกษาของผมก็ถูกถอดออกไปนอนกองแอ้งแม้งกับกางเกงนักศึกษา ตอนนี้ร่างทั้งร่างของผมเปลือยเปล่าไร้สิ่งปกปิดใดใดทั้งสิ้น

 

 

“ขาวชะมัด” ร่างสูงว่าก่อนที่ริมฝีปากเรียวจะพรมจูบไปทั่วร่างกายขาวเนียนของผม

 

 

“อะ อื้อออ~” ผมได้แต่ครางออกมาอย่างอย่างห้ามไม่อยู่

 

 

ไอ้แวมไพร์จับตัวผมให้นอนแผ่หลาบนโซฟาโดยมีร่างของมันขึ้นคร่อมอยู่ มันมองร่างขาวๆของผมตั้งแต่ล่างขึ้นบนอย่างพอใจ ก่อนจะก้มลงมาปิดปากผมด้วยปากของมัน เราจูบแลกลิ้นกันอย่างดูดดื่ม สักพักไอ้แวมไพร์ก็ถอนริมฝีปากออกแล้วก้มลงไปซุกไซร้ซอกคอผมแทน ผมเอียงคอน้อยๆให้ร่างสูงสัมผัสได้เต็มที่ มันจูบเน้นหนักๆที่ซอกคอของผมจนเกิดรอยแดงไปทั่ว

 

 

ลิ้นร้อนเริ่มลากลงมายังลำคอขาว หน้าอก ไอ้แวมไพร์หยุดริมฝีปากไว้ที่ยอดอกสีหวาน ก้มลงไปกัดกลืนกินมันจนพอใจแล้วจึงเลื่อนริมฝีปากให้ต่ำลงเรื่อยๆ มือหนาจัดแจงจับเรียวขาสวยให้แยกออกจากกันเพื่อที่เขาจะได้เข้าไปยังสัดส่วนตรงกลางได้ง่ายขึ้น

 

 

อ๊ะผมสะดุ้งเฮือกเมื่อนิ้วหนาได้สอดเข้าไปยังช่องรักทางด้านหลัง หน้าท้องเกร็งไปหมด

 

 

“อ่ะ อ๊ะ อื้ออออ~” ผมครางไม่หยุดเมื่อนิ้วของร่างสูงขยับเข้าออกถี่ยิบ

 

“ทีนี้ของจริงแล้วนะ” ไอ้แวมไพร์ว่ายิ้มๆ ก้มลงมาจูบหน้าผากผมอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเอาสิ่งที่ใหญ่กว่านิ้วมาจ่อที่ช่องทางของผม

 

 

“อ่ะ อ๊ะ จะ เจ็บ~” ผมนิ่วหน้าด้วยความเจ็บเมื่อแกนกายใหญ่โตได้เข้ามาอยู่ในตัวผมเพียงครึ่งลำ

 

“ขอโทษ” ไอ้แวมไพร์ก้มลงมากระซิบที่ข้างหูผมแผ่วเบา จูบซับเหงื่อบนหน้าผากผมไปด้วยเพื่อให้ผมผ่อนคลาย เพียงไม่นานแกนกายใหญ่โตก็ได้เข้ามาในตัวผมจนมิดลำ

 

“อื้อออ~

 

 

“คับชะมัด” ไอ้แวมไพร์ว่าพยายามจะขยับสะโพกหนา

 

“อ่ะ อ๊ะ อ๊ะ ~” จากความเจ็บเมื่อกี้นี้กลายเป็นความเสียวเข้ามาแทนที่ ผมขมิบตอดรัดแกนกายร้อนที่กำลังขยับเข้าออกช้าๆเนิบๆ

 

 

“อย่าขมิบสิเดี๋ยวฉันก็แตกก่อนหรอก” มันหันมาเอ็ดผม ขยับสะโพกเร็วขึ้นเรื่อยๆ

 

 

“อ๊ะ ก็ มะ มัน อ่ะ อึดอัด” ผมพูดออกไปไม่เป็นภาษา ครางเสียงหวานไปด้วย

 

 

“อย่าเกร็งสิ”

 

 

“อะ อื้อออ~ อ่ะ อ๊ะส์” ผมครางกระเส่าเสียงดังลั่นห้องเมื่อร่างสูงซอยสะโพกเข้ามาถี่ๆแรงๆเน้นหนักๆ

 

 

“อื้มมม!” เสียงเข้มครางในลำคอ กระแทกสะโพกหนาเข้ามาไม่หยุด จนร่างบางๆสั่นขึ้นลงไปตามแรงกระแทก ผมจิกเล็บไปที่โซฟาเพื่อระบายความเสียวซ่านนี้

 

“อ่ะ อื้มม~ อ๊ะ อ๊ะ ระ แรงกว่านี้” ตอนนี้ผมเร้าร้อนไปหมดต้องการให้ร่างสูงกดสะโพกเข้ามาแรงๆถึงพรุ่งนี้ผมจะเดินไม่ได้ก็ยอม

 

 

 “หึ” ไอ้แวมไพร์หัวเราะหึพร้อมกับกระแทกแกนกายเข้ามาในตัวผมหนักหน่วงยิ่งขึ้น

 

 

“อ่ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊า~

 

 

“อื้มมมม! ซี๊ดดด อีกนิดเดียว” มือหนาจับเข้าที่เอวบางผมแน่น ก่อนจะรีบเร่งจังหวะเข้าออกหนักๆสองสามที ไม่นานน้ำสีขาวขุ่นก็ถูกปล่อยไปยังช่องทางข้างหลังของผมจนหมด จนล้นออกมาตามเรียวขา เมื่อร่างสูงดึงแกนกายออกมา ส่วนของผมก็ถูกปล่อยออกมาเต็มหน้าท้องเนียนของตัวเอง

 

ไอ้แวมไพร์ทิ้งตัวลงมานอนทับผมเอาไว้ลวมๆ เสียงหอบหายใจแรงๆทำให้รู้ว่าร่างสูงเหนื่อยมากแค่ไหน ผมเองก็เหนื่อยไม่แพ้กัน

 

อื้ออ~ ลุกออกไปจากตัวได้แล้ว หนักผมบอก

 

 

ฟอดดดดดดดดดดด~

 

 

มันหันมาหอมแก้มนุ่มๆผมฟอดใหญ่ก่อนจะยอมลุกออกจากตัวผม พอผมจะลุกบ้างเท่านั้นแหละก็รู้สึกเจ็บสะโพกจนต้องล้มตัวลงไปนอนแผ่หราบนโซฟาเหมือนเดิม แค่ยกเดียวเองสะโพกผมยังระบมขนาดนี้เลย

 

“โอ๊ยยยย!” ผมพยายามจะขยับตัวลุกขึ้นนั่งอีกครั้งแต่มันก็เจ็บจี๊ดไปหมดจนผมเผลอร้องออกมา

 

“อย่าพึ่งขยับตัวสิ ฉันว่านายคงจะต้องนอนพักนะ” ว่าแล้วไอ้แวมไพร์ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หลังจากนั้นก็ช้อนตัวผมขึ้นอุ้มในท่าเจ้าหญิง

 

“นะ นายจะพาฉันไปไหน” ผมถามขึ้นด้วยความระแวง ถ้ามันต่ออีกยกผมไม่ไหวแน่ๆ

 

 

“ไปนอนพักที่เตียงจะดีกว่านะ” ว่าแล้วร่างสูงก็พาผมไปยังห้องนอน มันค่อยๆวางผมลงบนเตียงอย่างเบามือพร้อมกับดึงผ้าห่มมาปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าของผมเอาไว้ ส่วนมันก็ผ้าขนหนูที่อยู่แล้วนั้นมาพันท่อนล่างเอาไว้แล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงข้างๆผม

 

“นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเอากับผู้ชาย” อยู่ๆไอ้แวมไพร์ก็พูดขึ้น ส่วนผมก็เงยหน้าขึ้นมองมันโดยที่ไม่พูดอะไร ฟังมันพูดต่อไป

 

 

 

“มันรู้สึกแปลกๆ แต่ฉันชอบนะ” มันว่า แล้วก้มหน้าลงมามองผม

 

แอร๊ยยยยยยยยยยย~ ////////// แล้วทำไมผมต้องหน้าแดงด้วยเนี่ย แค่ไอ้แวมไพร์มันบอกว่าผมเป็นครั้งแรกของมัน และมันก็ชอบ แล้วทำไมผมต้องเขินด้วยว่ะ ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ

 

 

 

Caster Part.

ผับ XXX

 

 

          ผมนั่งดื่มเหล้าคนเดียวอย่างเซ็งๆ ใช่ผมกำลังอกหักและต้องการดื่มเหล้าให้เมาไปเลย แต่ติดตรงที่ว่าผมดื่มไปหลายแก้วแล้วแมร่งก็ยังไม่เมาสักที บางทีผมก็เบื่อตัวเองที่เกิดมาคอแข็งเหมือนกันนะ

 

 

          สาวๆหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่เหลือบมองผมตาเป็นมันแต่ผมก็ไม่คิดจะสนใจหรอกนะ ตอนนี้ผมต้องการนั่งอยู่คนเดียวเงียบๆ

 

 

          1 ปีที่คบกับอิมเมจผมมีความสุขมากและผมยอมเปลี่ยนตัวเองได้ขนาดนี้ก็เพื่ออิมเมจ ยอมตามใจ ยอมทำทุกอย่างให้อิมเมจมีความสุขที่สุด แต่ผมก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมอิมเมจถึงบอกเลิกผม เพราะหมดรักกันงั้นเหรอ เพราะอิมเมจมีคนใหม่งั้นเหรอ ผมไม่เชื่อเหตุผลพวกนี้หรอก ผมรู้ดีว่าตอนนี้อิมเมจยังรักผมอยู่ ผมแค่จ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตนั่นผมก็รู้แล้วว่าอิมเมจรู้สึกยังไงกับผม ถึงอิมเมจจะชอบปกปิดความรู้สึกแต่ยังไงก็ปิดผมไม่มิดหรอก หึ! อีกอย่างต่อให้อิมเมจจะบอกเลิกผมเป็นร้อยเป็นพันครั้งผมก็ไม่ยอมเลิกกับร่างเล็กนั้นง่ายๆหรอกนะ ผมจะทำทุกอย่างเพื่อให้อิมเมจกลับคืนมา

 

 

           “เฮ้ยย! ระริน นั้นพี่คลาส พี่รหัสแกหนิ” เสียงแหลมๆของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นใกล้ๆทำให้ผมหันไปมองยังต้นเสียงแทบจะทันที เป็นกลุ่มผู้หญิงสองสามคน หนึ่งในนั้นก็มี ระริน น้องรหัสสุดน่ารักที่แสนจะห้าวเกินหญิงของผมนั้นเอง ห้าวไม่ห้าวก็ดูเอาผู้หญิงที่ไหนจะมาเรียนวิศวกรรมการบินกันล่ะ

 

 

          “จริงด้วย สวัสดีค่ะพี่คลาส” เสียงเล็กๆร้องทักผมก่อนที่เจ้าตัวจะวิ่งเข้ามาหาผม วันนี้ระรินน่ารักมากจริงๆอยู่ในชุดเอี๊ยมขาสั้นกับเสื้อยืดสีเทารูปการ์ตูนมินนี่

 

 

          “ว่าไง” ผมยิ้มกว้างเอื้อมมือไปขยี้หัวคนตรงหน้าเบาๆอย่างที่ชอบทำ

 

          “พี่คลาสอ่ะ ผมระรินเสียงทรงหมดแล้ว” ยัยน้องตัวดีหันมาทำหน้าดุใส่ผม

 

          “แล้วนี่เข้ามาในผับได้ไง อายุยังไม่ถึง 20 ไม่ใช่เหรอ”

 

 

          “ก็ระรินเก่งไงค่ะ” ว่าพร้อมกับส่งยิ้มน่ารักๆมาให้

 

          “จ้า แม่คนเก่ง” ผมยิ้มเอ็นดูเอื้อมมือจะไปขยี้ผมระรินอีกครั้งแต่ยัยตัวดีดันหลบทัน

 

 

          “อิอิ คราวนี้ระรินหลบได้ ขืนไม่หลบทรงผมระรินเสียทรงหมด ว่าแต่พี่คลาสเหอะมานั่งดื่มอะไรคนเดียว แล้วนี่พี่อิมเมจไม่ได้มาด้วยหรอ” ระรินถามผมขึ้นก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้บาร์ข้างๆ ผมชะงักทันทีเมื่อระรินถามถึงอิมเมจ ที่ตอนนี้ไม่รู้จะนอนรึยัง ยิ่งนอนดึกยิ่งขี้แยเป็นเด็กๆ

 

          “พี่มาคนเดียวครับ”

 

 

          “มาคนเดียวแล้วทำไมต้องทำหน้าเศร้าขนาดนั้นด้วยล่ะคะ” ตากลมโตจ้องมองมาที่ผมเขม็ง

 

 

          “คือพี่เลิกกับอิมเมจแล้วน่ะ” ผมตัดสินใจบอกยัยน้องรหัสออกไป เพราะยังไงผมก็สนิทกับระรินในระดับมากถึงมากที่สุด บอกออกไปคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง

 

          “เฮ้ยยย! จริงดิ นี่เลิกกันได้ยังไง อาทิตย์ก่อนยังเห็นสวีทกันอยู่เลย”

 

 

          “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน อิมเมจเป็นคนบอกเลิกพี่”

 

          “ห๊ะ! พี่อิมเมจนี่นะคะบอกเลิกพี่คลาส ไม่น่าเชื่อ! พี่อิมเมจรักพี่คลาสขนาดนั้นจะเลิกได้ไง

 

          “แต่อิมเมจก็บอกเลิกพี่ไปแล้ว” ผมพูดเสียงเศร้าและกระดกเหล้าเข้าปากรัวๆ

 

 

          “โอ๋ๆ ไม่เอาไม่ทำหน้าเศร้าแบบนั้นสิค่ะ ไม่หล่อเลย” ระรินปลอบผมพร้อมกับยิ้มตาหยี

 

 

          “ครับๆ ไม่เศร้าแล้ว ว่าแต่เราเถอะมานั่งกับพี่ เพื่อนไม่ว่าอะไรเหรอ” ผมถามร่างเล็กบ้างที่ตอนนี้มานั่งคุยกับผมซะเพลินเลย

 

          “ไม่ว่าหรอกค่ะ แต่ตอนนี้ให้ระรินนั่งเป็นเพื่อนพี่คลาสนะคะ นะๆ” ยัยตัวเล็กอ้อนผม ทำตาปริบๆซะน่ารักเลยนะระริน น้องรหัสใครเนี่ยขี้อ้อนเหมือนอิมเมจเลย

 

 

          “ได้สิ พี่นั่งคนเดียวเหงาๆ อยากมีเพื่อนคุยพอดีเลย”

 

          “เย้~ พี่รหัสใครก็ไม่รู้ทั้งน่ารัก ทั้งใจดีที่สุดเลย”

 

 

          “ฮ่าๆ” ผมหัวเราะขำไปกับท่าทางของระรินที่น่ารักซะจนทำเอาผมอดมองไม่ได้ มันทั้งน่ารักและน่าเอ็นดูในเวลาเดียวกัน 

         

           ผมว่าการที่เรามีเพื่อนมานั่งคุยเวลาอกหักก็ดีเหมือนกันนะ

 

 

 

Caster part end.

 

 

 

#

 

ระริน

น้องรหัสสุดน่ารักของคลาสเตอร์

 

********************

to be continue 

 

#

อ่านแล้วก็ช่วย 'เม้น+โหวต' เป็นกำลังใจด้วยนะคะ
 
1 เม้น 1 กำลังใจ จุ๊บบ~

#

********************

 

 

 

กลับหน้าเรื่อง

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/908077191.gifสวัสดีแฟนๆที่ติดตามนิยายของไรท์ทุกคนนะคะ

 

 

ถ้ามีอะไรจะพูดคุยหรือสอบถาม

สามารถทักเข้ามาคุยกันได้ที่เพจได้เลยน๊าาา 

เพจของไรท์มีชื่อว่า SuuGaa นะคะ

# 

 
#ผลงานทั้งหมดของไรท์ 
[ตีพิมพ์กับ สนพ.บ้านวายบุ๊ค] U&Me เป็นแฟนกับฉัน นี่คือคำสั่ง (แวมไพร์ & อิมเมจ) + (คลาสเตอร์ & แวร์วูฟ) [จบแล้ว]
[ตีพิมพ์กับ สนพ.Licht Publishing] รักวายวาย...ฉบับผู้ชาย SO HOT! (ธนู & ปราชญ์) [จบแล้ว]
[ตีพิมพ์กับ สนพ.Licht Publishing] Because you are my love เพราะคุณคือความรักของผม (ไททัช & คาราเมล)  [จบแล้ว]
[ตีพิมพ์กับ สนพ. Lavender Publishing] The merchants will love #พ่อค้าส้มตำหล่อ...บอกต่อให้รู้ว่ารัก (ปราณภพ & เนวา) [จบแล้ว]
It’s Love กว่าที่จะรู้ว่ารัก (ขอบคุณ & ภีมภัทร์) [ยังไม่จบ]
  
ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Kikucow00005.gif
 
 
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น