ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
U&Me : Chapter 4

U&Me 

4

 

 

เช้าวันใหม่ที่แสนสดใส

 

          ลัลล๊าาาาๆ

 

          ผมเดินลงมาจากบันไดหรูของบ้านอย่างอารมณ์ดี วันนี้ผมมีเรียนเช้าเลยต้องแหกขี้ตาตื่น และตอนนี้ผมกำลังจะไปเรียน

 

          “อิมเมจมานี่สิลูก มาดูสิว่าใครมาหา” เสียงใสๆของแม่ผมดังขึ้นมาทางห้องรับแขก

 

          “คร้าบบบบบ~ ว่าแต่ใครมาหาผมอ่ะ” ผมว่าพลางเดินเข้าไปในห้องรับแขก เมื่อเห็นหน้าคนที่มาหา ผมว่าผมวิ่งออกไปจากห้องรับแขกตอนนี้ยังทันไหม

 

          คลาสเตอร์ เขามาทำอะไรที่นี่?

 

          “นายมาทำไมอ่ะ?” ผมถามขึ้นด้วยสีหน้าเฉยๆบึ้งตึงเล็กน้อย ถ้าเป็นเวลาที่เรายังเป็นแฟนกัน ผมคงไม่รอช้าที่จะปรี่เข้าไปหอมแก้มเขาฟอดใหญ่

 

          “เป็นอะไรไปน่ะอิมเมจ คลาสเตอร์เขามาหาไม่ดีใจเหรอ” แม่ผมว่า

 

แม่ผมท่านเป็นผู้หญิงสมัยใหม่และยังยอมรับเพศที่สาม ซึ่งแม่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรถ้าผมจะคบกับผู้ชายด้วยกัน ขอแค่เขารักผมมากๆก็พอ และแม่ผมก็ยินดีซะเลยเกินถ้าได้คลาสเตอร์มาเป็นลูกเขย ซึ่งต่างจากแม่ของคลาสเตอร์ ท่านน่ะเกลียดผมอย่างกับอะไรดี

  

“ทะเลาะกันเหรอลูก” อันนี้แม่ผมท่านหันไปถามคลาสเตอร์

 

“ครับ ทะเลาะกันนิดหน่อย เดี๋ยวก็ดีกันแล้วครับ” คลาสเตอร์ตอบยิ้มๆแลดูสุภาพ

 

“แม่คร้าบบบบ ผมไปเรียนก่อนนะ รักแม่นะครับ ฟอดดดดด~” ผมทำเป็นไม่สนใจคลาสเตอร์ วิ่งแจ้นไปกอดแม่แล้วหอมแก้มท่านฟอดใหญ่ ผมน่ะรักแม่ที่สุดเลย แม่ผมท่านอายุสี่สิบกว่าๆแต่ยังสวยยังสาวเหมือนคนอายุยี่สิบต้นๆเลย นี่ไม่ได้อวยแม่ตัวเองนะ แต่ท่านยังสาวยังสวยจริงๆไม่งั้นจะมัดใจคุณพ่อจอมเจ้าชู้ได้ไง

 

“ป้าแจ่ม เรียกลุงสมชายไปส่งผมที่มหาวิทยาลัยที” ผมหันไปสั่งกับป้าแจ่มแม่บ้านคนสนิทของคุณแม่ ป้าแจ่มท่านอยู่กับแม่ของผมมาเป็นยี่สิบกว่าปีแล้ว ตั้งแต่ผมยังเล็กเลยแหละ และผมก็นับป้าแจ่มเป็นคนในครอบครัวคนหนึ่ง

 

“คุณหนูค่ะ ลุงชมชายไปส่งคุณผู้ชายที่บริษัทค่ะ” ป้าแจ่มบอก อ้าวแล้วนี่ผมจะไปเรียนยังไง อีกอย่างจะให้ผมขับรถไปเรียนก็คงจะไม่ไหวเพราะผมขับรถไม่แข็งอ่ะดิ

 

“คลาสเตอร์งั้นแม่วานไปส่งอิมเมจหน่อยสิ” อันนี้แม่ผมหันไปพูดกับคลาสเตอร์ที่นั่งยิ้มหน้าบานเลย

       

“ผมเต็มใจครับคุณแม่ ถึงคุณแม่ไม่บอกผมก็ต้องไปส่งอิมเมจอยู่แล้วเพราะยังไงอิมเมจก็เป็นแฟนผม” คลาสเตอร์ว่า

 

“เราเลิกกันแล้ว” ผมโพล่งออกไปอย่างลืมตัวว่าแม่นั่งอยู่นี่

 

“ว่าไงนะลูก เลิกกันแล้ว!” อันนี้เสียงแม่ผม ท่านถามขึ้นมาอย่างตกใจ

 

“อิมเมจเขาโกรธผมอยู่นะครับ เลยพูดออกไปแบบนั้น อีกหน่อยเราก็คืนดีกันแล้ว” คลาสเตอร์ว่าให้แม่ผมสบายใจ

 

“ก็คงงั้น เพราะเจ้าอิมเมจน่ะ เวลาโกรธแล้วมักพูดประชดแบบนี้แหละ ฮ่าๆ ลูกคลาสเตอร์ไม่ต้องไปถือสานะลูก” แม่ผมว่า

 

“ผมไปเรียนก่อนนะครับแม่ ป้าแจ่ม สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้แม่กับป้าแจ่มก่อนจะเดินออกมาจากบ้าน ไม่มีใครไปส่ง ขึ้นแท็กซี่ไปคนเดียวก็ได้

 

“คลาสเตอร์ไปส่งอิมเมจสิลูก” เสียงแม่ผมดังตามหลังมา แม่ผมนี่จริงๆเลยไม่ถามลูกชายตัวเองเลยว่าอยากไปด้วยไหม

 

“เดี๋ยวไปส่ง” คลาสเตอร์เดินตามหลังผมมาติดๆ

 

“ไม่ต้อง เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปส่ง” ผมว่าโดยไม่มองใบหน้าหล่อๆของคลาสเตอร์และเดินดุ่มๆไปที่หน้าบ้าน

 

“ก็บอกว่าจะไปส่งไง วันนี้นายมีเรียนเก้าโมงไม่ใช่เหรอ นี่มันแปดโมงสี่สิบแล้วนะ ถ้าขึ้นแท็กซี่ไปนายเข้าเรียนไม่ทันแน่ๆ”

 

“ไม่ต้องยุ่ง” ผมไม่สน

 

“อย่าดื้อสิอิมเมจ”

 

“ฉันไม่ได้ดื้อ แต่ฉันไม่จำเป็นต้องให้นายไปส่ง” ผมยังคงเถียงกลับ

 

“ฉันบอกดีๆไม่ฟังเองนะ” คลาสเตอร์บอกก่อนที่ร่างสูงๆของเขาจะเข้ามาประชิดตัวผมและอุ้มผมขึ้นในท่าเจ้าหญิง

 

“นี่นายจะทำอะไร ปล่อยฉันลงนะ ปล่อย!” ผมดิ้น มือเล็กๆก็ทุบไปที่อกกว้างของอีกฝ่ายแต่เหมือนเขาจะไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิด

 

คลาสเตอร์ยัดผมเข้าไปในรถลัมเบอร์กินี่คันสวยของเขาแถมยังคาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย ร่างสูงรีบอ้อมไปประจำที่คนขับและขับออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ฟังเสียงโวยวายของผมเลยสักนิด

 

บื้นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน!!

 

 

 

 

มหาวิทยาลัย XXX   

 

          เพียงไม่กี่นาทีรถคันสวยก็เข้ามาจอดที่หน้าตึกคณะของผม

 

          “ขอบคุณที่มาส่ง” ผมหันไปขอบคุณร่างสูงข้างๆด้วยใบหน้าบึ้งตึง ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ แต่แขนข้างหนึ่งผมกลับถูกกระชากไว้ เขาดันตัวผมให้ติดกับเบาะรถ

 

          “นายจะทำอะไร?” ผมถามอย่างระแวง ถ้าเขายังทำตัวเหมือนตอนที่เรายังเป็นแฟนกันแบบนี้ ผมว่าผมคงตัดใจจากเขาไม่ได้ง่ายๆแน่  ให้ตายเหอะ นี่ผมก็พยายามแกล้งทำตัวบึ้งตึงใส่เวลาที่เขาอยู่ใกล้ๆ

 

          คลาสเตอร์จ้องหน้าผมพร้อมกับขยับใบหน้ามาใกล้จนริมฝีปากของเขาประกบลงมาที่ริมฝีปากบางของผม เขาจูบผมอย่างแผ่วเบาก่อนจะผละออก หลังจากนั้นก็หอมแก้มผมทั้งสองข้างฟอดใหญ่

 

          ฟอดดดดดดดดดดดด~

 

          “ตั้งใจเรียนนะครับคนดี”

 

          จุ๊บ~

 

          เขาจูบลงมาที่หน้าผากของผมอย่างอ่อนโยน

 

          ตึกตักๆๆๆๆ >>> เสียงหัวใจผม

 

          “อื้ม! รู้แล้ว ปล่อยฉันได้ยัง” ผมว่าเสียงแผ่ว ก้มหน้างุด ใบหน้าร้อนผ่าวไปหมด ให้ตายเถอะ! นี่ผมแพ้ทางคลาสเตอร์เหรอเนี่ย

 

          “เรียนเสร็จเดี๋ยวมารับ”

 

          “มะ ไม่ต้อง” ผมรีบปฏิเสธ ผมไม่อยากอยู่ใกล้เขาไปมากกว่านี้แล้ว ผมกลัวว่าผมจะใจอ่อนนะสิ

 

          “ถึงนายจะปฏิเสธแต่ฉันก็จะมารับนายทุกวัน ถึงนายจะไม่ยอมขึ้นรถไปกับฉันแต่ฉันก็จะมารอนายที่นี่ทุกวัน”

 

          ฮือออออ~ คลาสเตอร์พูดซะจนน้ำตาผมจะไหลเลย

 

          “คลาสเตอร์ นายตัดใจจากฉันเถอะ เพราะยังไงความรักของเรามันก็เป็นไปไม่ได้”

 

          “ไม่!! ฉันรักนายนะอิมเมจ” คลาสเตอร์ดึงร่างเล็กของผมไปกอดไว้แน่น

 

          “ตัดใจจากฉันซะเถอะ นายอย่าทำให้ฉันลำบากใจไปมากกว่านี้เลย ปล่อยฉันได้แล้วฉันจะไปเรียน” ผมผละออกจากอ้อมกอดของคลาสเตอร์ก่อนจะเดินลงไปจากรถของเขาและเดินเข้าตึกเรียนโดยไม่หันหลังกลับไปมองเขาอีกเลย

 

             เมื่อเดินเข้าตึกมาได้สักพักผมก็รีบต่อสายไปหาไอ้บ้าแวมไพร์ทันที แมร่ง! ไม่รู้มันหายหัวไปไหน ต้องโทรไปต่อว่าสักหน่อย เป็นแฟนภาษาอะไรกันว่ะ

 

          ตู๊ดๆ ตู๊ดๆ 

 

          “ไอ้บ้าแวมไพร์ นี่นายหายหัวไปไหนห่ะ!!!” หลังจากปลายสายกดรับแล้วผมก็กรอกเสียงแว้ดๆลงไปทันที

 

          (อื้ออ~ แวมกำลังนอนหลับอยู่ค่ะ ตอนนี้เขาไม่สะดวกคุย) เสียงผู้หญิงตอบกลับมาด้วยท่าทางงัวเงีย

 

          “เธอเป็นใคร แล้วตอนนี้ไอ้แวมไพร์มันอยู่ที่ไหน?” ผมถามขึ้น รู้สึกโมโหนิดๆ นี่แมร่งไปนอนกับผู้หญิงรึไงกัน

 

          (ฉันเป็นแฟนแวมค่ะ ตอนนี้เรากำลังนอนอยู่ห้อง อื้ออ~ แวมค่ะ ไม่เอา ขวัญไม่ไหวแล้ว อ๊ะๆ อื้ออออ~ อย่าค่ะ อ๊ะๆๆ เมื่อคืนยังไม่พออีกเหรอค่ะ ยะ อย่า อ๊าาาาส์)

 

          ติ๊ดดด!

 

          ผมกดตัดสายทันทีเพราะทนฟังเสียงครางกระเส่าของผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ รู้สึกโกรธจนเลือดขึ้นหน้า

 

          ไอ้แวมไพร์ นายตายแน่!! 

 

          ผมกำไอไฟนในมือไว้แน่น พยายามเก็บอาการโมโหเอาไว้

 

          “เป็นอะไรของมึงว่ะอิมเมจ” เสียงใสๆของไอ้ชานมดังขึ้นจากข้างหลัง

 

          “อยากฆ่าคนว่ะ!!” ผมหันไปตอบมันเสียงเข้มก่อนจะเดินปึงปังเข้าห้องเรียน

 

          “อะไรของมันแว๊” >>> เสียงไอ้ชานม

 

 

 

   

12.35 .

 

          ในที่สุดก็เรียนเสร็จสักที สามชั่วโมงที่แสนน่าเบื่อกับการนั่งฟังอาจารย์สอนซึ่งมันไม่ได้เข้าหัวสมองของผมเลยสักนิด

 

          เมื่อเดินออกมาจากตึกสูงของคณะ ผมก็เห็นร่างสูงที่แสนคุ้นเคยยืนส่งยิ้มกว้างมาให้

 

          นี่คลาสเตอร์ยังมารอรับผมจริงๆเหรอเนี่ย

 

          “ไหนว่าเลิกกันแล้วว่ะ ทำไมยังมีไปรับไปส่งกันด้วย” ไอ้ชานมแซวผม ผมหันไปทำหน้ายักษ์ใส่มัน ก็เลิกกันแล้วนะสิแต่คลาสเตอร์ก็ยังไม่เลิกยุ่งกับผมสักที นี่ผมพูดจนปากเปียกปากแชะไปหมดแล้วเขาก็ยังไม่คิดจะฟัง ดื้อจริงๆเลย

 

          “ไปกินข้าวกัน ไปกินด้วยกันนะชานม” คลาสเตอร์เดินมาทางที่ผมยืนอยู่ก่อนจะชวนไปกินข้าว

 

          “พอดีฉันมีนัดกับพี่ศรันแล้วอ่ะ ขอโทษด้วยนะ นั่นไงพี่ศรันมาแล้ว ฉันไปก่อนนะ” หลังจากนั้นไอ้ชานมก็วิ่งแจ้นไปหาร่างสูงของคนรักปล่อยให้ผมเผชิญหน้ากับคลาสเตอร์คนเดียว แงง! ไอ้เพื่อนบ้า

       

          “ฉันไม่หิว!” ผมบอกออกไป

 

          โครกกก~ ครากกกกกก~

 

          ให้ตายเหอะเสียงท้องของผมร้องขึ้นมาอย่างน่าอาย ตอนนี้ผมหิวข้าวสุดๆไปเลย แถมเมื่อเช้าผมยังทานแค่แซนวิชชิ้นเดียวเอง

 

          “ฮ่าๆ ไหนว่าไม่หิว” คลาสเตอร์หัวเราะผมเบาๆ

 

          “ไม่ต้องมาหัวเราะเยาะเลย ถึงหิวยังไงฉันก็ไม่ไปกินกับนายหรอก” ผมว่าก่อนจะเดินหนีไปแต่คลาสเตอร์ยังมิวายเดินตามผมมาอีก

 

          “นี่จะไปไหน?”

 

          “ไปกินข้าวที่โรงอาหาร” ผมตอบส่งๆ ตอนนี้ผมไปไหนก็ได้แค่ไปให้พ้นๆหน้าร่างสูงที่ยังตามตื้อผมไม่เลิก

 

          “นายไม่ชอบกินที่โรงอาหารไม่ใช่เหรอ นายบอกว่าอาหารไม่อร่อย คนก็เยอะเสียงดังน่ารำคาญ” คลาสเตอร์ว่าซึ่งมันเป็นสิ่งที่ผมเคยพูดออกไปจริงๆ

 

          “แต่ตอนนี้ฉันชอบกินข้าวที่โรงอาหารแล้ว”

 

          “มากับฉันอิมเมจ ทำไมดื้อจังห๊ะ!” คลาสเตอร์พูดเสียงเข้มมือหนากำหมับเข้าที่ข้อมือเล็กๆของผมและลากให้เดินตามเขาไป

 

          “ปล่อยฉันนะคลาสเตอร์ ฉันบอกว่าไม่ไปกับนายไง” ผมบิดข้อมือให้หลุดจากมือหนาๆของเขาแต่ยิ่งผมบิดผมยิ่งเจ็บไปหมด

 

          เกลียดตัวเองที่มีแรงน้อยนิดซะจริงๆเลย จะขัดขืนร่างสูงก็ไม่ได้สักอย่าง ส่วนไอ้แวมไพร์ไหนว่าจะช่วยฉันไง ตอนนี้มันคงกำลังนอนกกอยู่กับผู้หญิงอย่างมีความสุขเลยสินะ ไอ้บ้า! ถ้าฉันเจอหน้านายเมื่อไหร่ตายแน่ จะทำให้ไม่กล้านอนกับผู้หญิงอีกเลยตลอดชีวิต

 

 

 

 

ห้างสรรพสินค้า XXX

 

          “กินอะไรดีอิมเมจ” คลาสเตอร์หันมาถามผมอย่างอารมณ์ดี ตอนนี้เราสองคนอยู่ในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง

 

          “” ผมเลือกที่จะเงียบไม่ตอบ ตอนนี้ใบหน้าของผมคงบูดบึ้งเหมือนไปกินรังแตนมาจากที่ไหนสักที่

 

          “กินอาหารญี่ปุ่นมั้ย? ของชอบนายเลยนะ”คลาสเตอร์ก็ยังเป็นคลาสเตอร์ที่จะจำได้เสมอว่าผมชอบกินหรือไม่ชอบกินอะไร

 

          “เอ๊ะ! หรือว่ากินอาหารอเมริกันดี” คลาสเตอร์ยังพล่ามต่อไป

 

          “แวมค่ะ ขวัญอยากกินอาหารญี่ปุ่นจังค่ะ” ระหว่างที่ผมกับคลาสเตอร์กำลังเลือกร้านอาหาร เสียงแหลมๆของผู้หญิงคนหนึ่งก็เรียกร้องความสนใจจากผมได้เป็นอย่างดี ผมหันไปมองยังต้นเสียงก็เห็นร่างสูงที่ผมหมายหัวเอาไว้ ข้างกายของมันมีผู้หญิงแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดคนหนึ่ง แต่ไอ้แวมไพร์เหมือนมันจะยังไม่เห็นผม มือหนาของมันโอบเอวยัยผู้หญิงคนนั้นก่อนที่ทั้งสองจะเดินเข้าไปในร้านอาหารญี่ปุ่นด้วยกัน

 

          “ฉันจะกินอาหารญี่ปุ่น” ผมหันไปบอกคลาสเตอร์ก่อนจะรีบปรี่ไปที่ร้านอาหารญี่ปุ่นทันที      “ทานกันกี่ท่านค่ะ” เสียงพนักงานต้อนรับสาวสวยดังขึ้นเมื่อผมเดินเข้าไปในร้าน แต่ผมก็ไม่สนใจหรอก เดินตรงไปยังโต๊ะที่ไอ้แวมไพร์กับผู้หญิงคนนั้น

 

          ก่อนอื่นผมต้องทำเป็นบังเอิญเจอมัน

 

          “อิมเมจนายจะเดินไปไหน โต๊ะเราอยู่ทางนี้” เสียงของคลาสเตอร์ร้องบอกเมื่อเห็นผมเดินมาอีกทาง และนั้นก็ทำให้ไอ้แวมไพร์เห็นผมเข้าพอดี ผมแสยะยิ้มใส่มัน

 

          “อิมเมจนายมาได้ไง” มันถาม

 

          “เหาะมามั้ง ขยับไปฉันนั่งด้วย” ผมตอบมันแบบกวนๆอย่างที่มันเคยตอบผมและบอกให้มันขยับไปนั่งเก้าอี้ด้านใน

 

          “นี่ใครค่ะแวม?” ยัยผู้หญิงที่มากับมันถามขึ้น

 

          “เอ่อ” มันอ้ำอึ้ง

 

          “อิมเมจโต๊ะเราอยู่ทางนู่นนะ” คลาสเตอร์ตามผมมา เมื่อเขาเหลือบเห็นไอ้แวมไพร์ ใบหน้าหล่อๆก็กลายเป็นบูดบึ้งทันที

 

          “ฉันจะนั่งโต๊ะนี้ คลาสเตอร์นายไปนั่งทางผู้หญิงคนนั้นสิ”

 

          “แวมค่ะ นี่มันอะไรกันค่ะ” ยัยนั้นหันไปแว้ดๆเอาคำตอบจากไอ้แวมไพร์ ตอนนี้คลาสเตอร์ก็ยอมนั่งลงข้างๆยัยผู้หญิงเสียงแหลมตามที่ผมบอก

 

          “เอ่อ คือ” ตอนนี้ไอ้แวมไพร์ก็ยังอ้ำอึ้งต่อไป

 

          “สั่งอาหารมาทานกันดีกว่าเนาะ ฉันหิวแล้ว” ผมว่า ทำท่าอารมณ์ดีสุดๆ ไม่นานพนักงานสาวสวยก็เดินมารับออเดอร์ที่โต๊ะของพวกเรา

 

          “รับอะไรดีค่ะ?”

 

          “ผมเอาซาชิมิ คิริทัมโปะ แซลมอนมากิ เทมปุระกุ้ง สลัดปลาแซลมอน พิซซ่าญี่ปุ่น โอโคโนมิยากิ แล้วก็ซูชิครับ”

 

          ขอทวนรายการอาหารนะคะ มีซาชิมิ คิริทัมโปะ แซลมอนมากิ เทมปุระกุ้ง สลัดปลาแซลมอน พิซซ่าญี่ปุ่น โอโคโนมิยากิ ซูชิ

 

          “ครับ”

 

          “ดิฉันเอาแค่สลัดปลาแซลมอนค่ะ” ยัยผู้หญิงที่ชื่อขวัญสั่ง

 

          “สลัดปลาแซลมอนนะคะ แล้วท่านอื่นๆรับอะไรดีค่ะ”

 

          “พอแล้วครับ” คลาสเตอร์ตอบ สงสัยเขาเห็นผมส่งมาซะเยอะเลยมั้งเลยไม่ได้สั่งอะไรเพิ่ม

 

          งั้นรออาหารสักครู่นะคะพนักงานสาวสวยว่า ก่อนที่เธอจะเดินออกไป

 

          “อิมเมจทำไมนายสั่งมาเยอะจัง” ไอ้แวมไพร์หันมาถามผม

 

          “ฉันหิว” ผมตอบ

 

          “ถ้ากินไม่หมดนะ ฉันจะจับกรอกปาก” มันว่า

 

          ไม่นานเกินรออาหารมากมายที่ผมสั่งก็มาวางตรงหน้า อื้อหื้อ! น่ากินทั้งนั้นเลย ตอนนี้ผมหิวมากๆขอกินก่อนก็แล้วกันเรื่องอื่นค่อยเคลียที่หลัง

 

อ้ำาาา~ อร่อยจางงงงงงงงงงง

 

 

 

         

          อ่าาา~ อิ่มแปร้เลย ผมเดินออกมาจากร้านและรูปพุงตัวเองไปด้วย

 

          “แวมค่ะ ขอบคุณมากๆนะคะ ที่วันนี้ซื้อเสื้อผ้า รองเท้าให้ขวัญตั้งมากมาย จุ๊บ~” ยัยผู้หญิงที่ชื่อขวัญว่า แถมยังจุ๊บแก้มไอ้แวมไพร์ต่อหน้าต่อตาผมอีก

 

          “ไปนอนกับผู้ชายแล้วให้เขาซื้อนั้นซื้อนี่ให้มันก็ไม่ต่างอะไรกับขายตัวหรอก” ผมว่าลอยๆ นั้นทำเอายัยผู้หญิงที่ชื่อขวัญเลือดขึ้นหน้าเลยครับ

 

          “ไอ้เตี้ย! นี่แกว่าใครห๊ะ!!!” ยัยนั้นหันมาแว้ดใส่ผม

 

          “ป๊าววว~ ไม่ได้ว่าใคร แค่พูดลอยๆ แต่เหมือนจะมีคนร้อนตัวนะ” ว่าแล้วก็สะใจชะมัด

 

          “อร๊ายยยยยยยยยย~ แก” ยัยนั่นเต้นแด่วๆ ชี้หน้าผมไปด้วย

 

          “อิมเมจฉันว่าเรากับบ้านกันเถอะ เดี๋ยวฉันไปส่ง” คลาสเตอร์เหมือนจะเห็นว่าสถานการณ์ระหว่างผมกับยัยขวัญไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่เขาเลยชวนผมกลับบ้าน

 

          “นายกลับไปก่อนเถอะคลาสเตอร์ เดี๋ยวฉันให้แวมไพร์ไปส่ง” ผมหันไปบอกคลาสเตอร์ เขาชักสีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยที่ผมเลือกจะไปกับไอ้แวมไพร์

 

          “นี่แกเป็นใครทำไมแวมต้องไปส่งแกด้วยห๊ะ!” ยัยนั่นยังกัดผมไม่เลิก

 

          “ก็เป็นแฟนไงล่ะ!” ผมตอบ

 

          “นะ นี่ กะ แกพูดว่าอะไรนะ?” ยัยนั่นเหมือนจะตกใจ ทวนคำถามด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆ

 

          “ฟังดีๆนะ ว่าฉันกับแวมไพร์เราเป็นแฟนกัน” ผมพูดเสียงดังใส่หน้าผู้หญิงคนนั้นก่อนจะเดินไปควงแขนไอ้แวมไพร์ ที่ผมพูดเสียงดังเพราะต้องการให้คลาสเตอร์ได้ยินด้วยเผื่อว่าเขาจะได้เลิกยุ่งกับผมสักที

 

          จังหวะนี้ผมเหลือบไปมองใบหน้าหล่อๆของคลาสเตอร์ เขาทำหน้าเศร้าแววตาของเขาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ผมมองแล้วก็อดสงสารไม่ได้

 

ฉันขอโทษนะคลาสเตอร์ ถ้าไม่อยากเจ็บก็เลิกยุ่งกับฉันสักที ฉันเองก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้เท่าไหร่หรอก เพราะฉันเองก็เจ็บไม่แพ้นายเหมือนกัน

 

“จริงเหรอค่ะแวม?” ยัยขวัญหันไปเอาคำตอบจากไอ้แวมไพร์

 

“ตอบยัยนี่ไปสิว่าเราเป็นอะไรกัน” ผมหันไปบอกมัน ถ้าไม่ตอบว่าเราเป็นกันฉันฆ่านายตายตรงนี้แน่!!

 

“จริงครับ อิมเมจเป็นแฟนผม” ไอ้แวมไพร์หันไปตอบยัยขวัญ ผมยิ้มกว้างกับคำตอบของมัน

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด~” ยัยนั่นกรีดร้องเสียงดังลั่นก่อนจะวิ่งหนีไปด้วยความสติแตก

  

ผมแทบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่กับอาการเสียสติของยัยนั่น

 

ผลั๊วะ!!!

 

เสียงหมัดหนักๆทำให้ผมหันไปมองทันที คลาสเตอร์กำหมัดแน่นและชกไปที่ใบหน้าหล่อๆของไอ้แวมไพร์

 

“โทษฐานที่แกนอกใจอิมเมจ มากินข้าวกับผู้หญิงคนอื่น” ว่าแล้วคลาสเตอร์ก็เดินจากไปทันที

 

ผมมองตามหลังร่างสูงไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย เขาคงรู้ดีสินะว่าผมน่ะเกลียดคนนอกใจขนาดไหน

 

“ไอ้เชี่ยนี่หมัดหนักชะมัด!” ไอ้แวมไพร์พูดขึ้นหลังจากที่คลาสเตอร์เดินไปแล้ว มันลูบแผลพกช้ำที่มุมปากป้อยๆ

 

“สมน้ำหน้า!!” ผมว่าก่อนจะเดินหนีไปอีกคน

 

“เฮ้ยยย~ รอด้วย จะให้ฉันไปส่งไม่ใช่เหรอ” เสียงของไอ้แวมไพร์ดังมาตามหลังก่อนที่ร่างสูงๆของมันจะวิ่งตามมาและเอาแขนหนักๆขึ้นมาพลาดไหล่ผม

 

เรื่องที่นายไปนอนกกกับผู้หญิงมีเคลียแน่แวมไพร์!! ผมคาดโทษมันไว้ในใจ

 

คอยดูเถอะว่าระหว่างที่นายคบกับฉัน ฉันจะทำให้นายไม่กล้าไปทำเจ้าชู้ใส่ใครได้อีกเลย…แวมไพร์ หึหึ!

 

 

********************

to be continue 

 

#

อ่านแล้วก็ช่วย 'เม้น+โหวต' เป็นกำลังใจด้วยนะคะ
 
1 เม้น 1 กำลังใจ จุ๊บบ~

#

********************

 

 

 

 

 

กลับหน้าเรื่อง

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/908077191.gifสวัสดีแฟนๆที่ติดตามนิยายของไรท์ทุกคนนะคะ

 

 

ถ้ามีอะไรจะพูดคุยหรือสอบถาม

สามารถทักเข้ามาคุยกันได้ที่เพจได้เลยน๊าาา 

เพจของไรท์มีชื่อว่า SuuGaa นะคะ

# 

 
#ผลงานทั้งหมดของไรท์ 
[ตีพิมพ์กับ สนพ.บ้านวายบุ๊ค] U&Me เป็นแฟนกับฉัน นี่คือคำสั่ง (แวมไพร์ & อิมเมจ) + (คลาสเตอร์ & แวร์วูฟ) [จบแล้ว]
[ตีพิมพ์กับ สนพ.Licht Publishing] รักวายวาย...ฉบับผู้ชาย SO HOT! (ธนู & ปราชญ์) [จบแล้ว]
[ตีพิมพ์กับ สนพ.Licht Publishing] Because you are my love เพราะคุณคือความรักของผม (ไททัช & คาราเมล)  [จบแล้ว]
[ตีพิมพ์กับ สนพ. Lavender Publishing] The merchants will love #พ่อค้าส้มตำหล่อ...บอกต่อให้รู้ว่ารัก (ปราณภพ & เนวา) [จบแล้ว]
It’s Love กว่าที่จะรู้ว่ารัก (ขอบคุณ & ภีมภัทร์) [ยังไม่จบ]
  
ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Kikucow00005.gif
 
 
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น