ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
U&Me : Chapter 3

U&Me

3

Vampires Part.

ฉิบหายแล้ว!

อิมเมจหายไปไหน?

หลังจากที่ผมนัวเนียกับผู้หญิงคนหนึ่งยังไม่ทันจะเสร็จสมอารมณ์หมาย ใครบางบางคนก็หายออกไปจากโต๊ะอย่างไร้ล่องลอย

ไอ้บ้านั่นยิ่งหุ่นน่าฟัดอยู่ด้วย ขืนเดินออกไปคนเดียวมีหวังโดนคนฉุดไปข่มขืนแน่!

ผมคิดในใจก่อนจะออกไปตามหา ที่ผับคนเยอะมากใช่ว่าจะหาเจอได้ง่ายๆ และด้วยแสงไฟสลัวยิ่งมองไม่ออกเลยว่าใครเป็นใคร การตามหาคนๆหนึ่งจึงเป็นเรื่องที่ลำบากมาก

“ไอ้ฟาร์เห็นอิมเมจมั้ยวะ?” ผมถามไอ้ฟาร์โรห์เพราะคิดว่ามันสติดีที่สุดในกลุ่มแล้ว

“เห็นเดินออกไปทางนู่น สงสัยจะไปเข้าห้องน้ำมั้ง” มันตอบพลางกระดกเหล้าเข้าปากอย่างไม่แน่ใจ ปกติไอ้ฟาร์โรห์มันไม่ค่อยยุ่งกับใครก่อน พวกผู้หญิงสวยๆหลายคนมาเสนอตัวให้ถึงที่แต่มันก็ไม่ชายตามอง ทั้งยังทำหน้ายักษ์ใส่จนพวกสาวๆพากันหนีกระเจิงไปหมด

สงสัยอิมเมจจะไปเข้าห้องน้ำอย่างที่ไอ้ฟาร์โรห์บอก ว่าแล้วก็ตามไปดูหน่อยดีกว่า เผื่อไอ้บ้านั่นจะโดนฉุดกลางทาง

เมื่อเดินออกมาได้ไม่นานผมก็เจอเข้ากับร่างเล็กของอิมเมจที่กำลังกอดกับร่างสูงของใครอีกคน ผมเพ่งมองดีๆ ก็พอจะเห็นว่าเป็นผู้ชายชื่อคลาสเตอร์ แฟนหนุ่มที่อีกฝ่ายเพิ่งบอกเลิกไปเมื่อตอนกลางวัน

“อุตส่าห์เป็นห่วง ที่แท้ก็ออกมากับแฟน”

ผมว่าก่อนจะตัดสินใจเดินกลับไปที่เดิม แต่อีกใจหนึ่งกลับบอกให้ผมหันกลับอย่างไม่เข้าใจ

ผมเดินตรงไปดึงอิมเมจออกจากอ้อมกอดไอ้คลาสเตอร์ทันที ร่างเล็กดูสะลึมสะลือคล้ายคนเมา

“แกทำไรวะ!?” มันมองมาที่ผมอย่างไม่พอใจ ทั้งยังดึงอิมเมจกลับไป

“ฉันก็มาเอาแฟนฉันกลับไง”

ให้ตายเหอะนี่ผมพูดอะไรลงไป ผมต้องเป็นบ้าตามไอ้อิมเมจไปแล้วแน่ๆ

“แฟนงั้นเหรอ?” ไอ้คลาสเตอร์ทวนคำพูดผม

“ใช่ รู้แล้วก็เอาอิมเมจคืนมาให้ฉัน เดี๋ยวฉันไปส่งอิมเมจที่บ้านเอง” ผมจะเข้าไปแย่งอิมเมจคืนมา แต่ไอ้คลาสเตอร์ไม่ยอม

“ไม่ต้อง! ฉันจะไปส่งอิมเมจเอง”

“อิมเมจมากับฉัน ฉันก็ต้องเป็นคนพาไปส่งสิวะ!” ผมดึงร่างไม่ได้สติของอิมเมจมาไว้ในอ้อมแขน

“แกเองเหรอที่เป็นคนพาอิมเมจมาสถานที่แบบนี้ห่ะ! รู้ไหมอิมเมจเกือบจะถูกไอ้บ้าที่ไหนก็ไม่รู้ลากไปข่มขืน ถ้าฉันมาช่วยไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้นกับอิมเมจนายรู้บ้างไหม!!!” ไอ้คลาสเตอร์ชักหมดความอดทน ระเบิดความโมโหใส่ผมไม่ยั้ง

“วะ ว่าไงนะ!?” ผมชงักไปที่ได้ยิน นี่อิมเมจเกือบจะโดนลากไปข่มขืนจริงๆงั้นเหรอ

“ถ้าแกไม่มีปัญญาดูแลอิมเมจ ส่งอิมเมจคืนมาให้ฉัน เพราะฉันคิดว่าฉันดูแลอิมเมจดีกว่าใครหน้าไหนทั้งนั้น!” ไอ้คลาสเตอร์ประกาศกร้าว

ระหว่างนั้นผมก็ก้มลงมองอิมเมจอย่างใจลอย ร่างเล็กๆกำลังซุกหน้าเข้ากับแผ่นอกของผม ไม่รับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเลยสักนิด

ทำไมผมถึงไม่อยากส่งอิมเมจคืนให้ไอ้คลาสเตอร์ล่ะ ผมควรส่งให้มันเพราะยังไงมันก็เป็นแฟนตัวจริงของอิมเมจ ส่วนผมก็เป็นแค่แฟนที่อิมเมจแอบอ้างเท่านั้น!

“หึ! ดูแลดีงั้นหรอ แล้วทำไมอิมเมจถึงเลิกกับแกมาหาฉันล่ะ” ผมเงยหน้าตอบอีกฝ่ายพลางยิ้มเยาะ

ผมไม่รู้หรอกนะว่าอิมเมจเลิกกับไอ้คลาสเตอร์เพราะเหตุผลอะไร แต่ผมแค่รู้สึกไม่อยากส่งอิมเมจคืนให้มันก็เท่านั้น!

“มึง!!” ไอ้คลาสเตอร์จ้องมองผมเขม็งด้วยความโกรธสุดๆ มันกำหมัดเข้าหากันแน่น

“กูไปก่อนนะ เดี๋ยวกูจะเอาอดีตแฟนมึงไปส่งให้ถึงเตียงเลยล่ะ” ผมยิ้มกวน ก่อนจะช้อนร่างบางขึ้นอุ้มในท่าเจ้าหญิง

“กูแย่งอิมเมจคืนมาแน่!” ไอ้คลาสเตอร์ตะโกนไล่หลังมา ผมหยุดยืนฟังอยู่ครู่เดียวแล้วพาอิมเมจออกไปจากผับ

ผมค่อยๆ วางร่างบางลงไปบนเบาะรถอย่างเบามือ ในตอนนี้อิมเมจได้นอนหลับปุ๋ยไปเป็นที่เรียบร้อย และใบหน้าน่ารักที่กำลังแดงระเรื่อก็ทำเอาผมอดมองไม่ได้ ผู้ชายอะไรน่าสวยชะมัด!

“คลาสเตอร์” เสียงพึมพำจากร่างเล็กทำให้ผมชะงักไป

ไอ้คลาสเตอร์งั้นเหรอ? ขนาดหลับยังจะเพ้อถึงมันเชียวนะ เอ๊ะ! แล้วทำไมผมต้องรู้สึกไม่ชอบด้วยเนี่ย

หลังจากเข้ามาประจำที่นั่งคนขับเป็นที่เรียบร้อย ผมก็ตั้งใจว่าจะไปส่งอิมเมจที่บ้าน แต่เรื่องมันมีอยู่ว่า…บ้านอิมเมจอยู่ไหนล่ะ ผมก็ลืมไปเลยว่าผมไม่รู้จักบ้านของอิมเมจ ถ้าจะให้ปลุกขึ้นมาถามมันก็ไม่ใช่เรื่อง เพราะตอนนี้อิมเมจเมาและหลับไปแล้ว ขืนปลุกลุกขึ้นมามีหวังคุยไม่รู้เรื่องแน่

 

คอนโด XXX

รถคันสวยของผมเคลื่อนเข้ามาจอดภายในโรงจอดรถของคอนโดแห่งหนึ่ง และแน่นอนว่านี่เป็นคอนโดของผมเอง

อันที่จริงบ้านผมก็มีนะ แต่ผมอยากจะมาอยู่คอนโดคนเดียวมากกว่า ซึ่งพ่อแม่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะพวกเขาน่ะตามใจผมที่สุดเลยล่ะ

“อือ~” เสียงเล็กครางออกมาเบาๆ เมื่อผมช้อนตัวขึ้นอุ้ม

ผู้ชายอะไรตัวเบาอย่างกับผู้หญิง ถามจริงเถอะแต่ละวันนายกินอะไรบ้างเนี่ย ผมล่ะอดที่จะแปลกใจไม่ได้

ติ๊งง!

ชั้น 37

สักพักลิฟต์ก็เปิดออก ผมเดินไปแตะคีย์การ์ดหน้าห้องก่อนจะผลักประตูเข้าไป แล้วตรงเข้าห้องนอนทันที

ผมค่อยๆ วางร่างของอิมเมจลงไปบนเตียงนอนนุ่ม

“คะ คลาสเตอร์ นายจะไปไหน?” เสียงเล็กร้องถามพลางดึงแขนผมเอาไว้แน่น

ให้ตายเถอะ! นี่ยังนึกว่าผมเป็นไอ้คลาสเตอร์อยู่อีกเหรอ

“ฉันไม่ใช่ไอ้คลาสเตอร์สักหน่อย หยุดพึมพำถึงมันได้แล้ว” ผมว่าอย่างไม่สบอารมณ์

“คลาสเตอร์อยู่กับฉันก่อน นายอย่าไปไหนนะ” จบคำอิมเมจก็ลุกขึ้นมาก่อนผมเอาไว้แน่น

“ปล่อยเลย! ฉันไม่ใช่ไอ้คลาสเตอร์ นี่เมาแล้วพูดไม่รู้เรื่องรึไงกัน” ผมชักมีน้ำโหแล้วนะ รู้งี้ปล่อยให้ไปกับไอ้คลาสเตอร์ตั้งแต่แรกก็ดี

“คลาสเตอร์นายรู้ไหม? ฉันไม่ได้อยากจะเลิกกับนายเลยสักนิด แต่ที่ฉันทำไปเพราะแม่นายบอกให้ฉันเลิกกับนาย แม่นายไม่อยากให้นายผิดเพศมารักกับฉัน ฮืออ~ แล้วเป็นเกย์มันผิดตรงไหน!!!”

หลังจากที่พล่ามอะไรออกมาตั้งมากมาย อยู่ๆอิมเมจก็ร้องไห้ออกมายกใหญ่ ใบหน้าสวยซุกเข้าหาอ้อมอกอุ่นๆ ของผม และกอดเอวผมไว้แน่น

“นายคงจะรักไอ้คลาสเตอร์มากเลยสินะ” น้ำเสียงของผมอ่อนลง พลางลูบผมสลวยของอิมเมจไปด้วย

Vampires part end.

 

“อืออ~”

ผมส่งเสียงครางออกมาแผ่วเบาพร้อมกับปรือตาขึ้นรับแสงตะวันที่ส่องลอดเข้ามาทางหน้าต่าง

ที่นี่มันที่ไหน?

เมื่อตื่นขึ้นมาผมก็พบกับห้องๆ หนึ่ง ที่ไม่ใช่ห้องนอนของผม

ผมพยายามจะพาตัวเองลุกขึ้นนั่งแต่กลับรู้สึกปวดหัวจี๊ดขึ้นมา

“ตื่นแล้วหรอ?” เสียงเข้มของใครคนหนึ่งดังขึ้นก่อนที่ร่างสูงของเขาจะปรากฏตัวตรงหน้าของผม

“นะ นาย แวมไพร์” ผมเรียกคนตรงหน้าเสียงแผ่ว แล้วนี่ผมมาอยู่ห้องไอ้แวมไพร์ได้ไง เมื่อคืนผมจำได้ว่าผมกำลังจะถูกข่มขืนแล้วคลาสเตอร์ก็มาช่วยผม ละ แล้วตอนนี้คลาสเตอร์หายไปไหน

ก็ใช่น่ะสินึกว่าใคร ไอ้คลาสเตอร์แฟนสุดที่รักของนายรึไง” มันว่า

“แล้วฉันมาอยู่ห้องนายได้ไง”

“เหาะมามั้ง

!

” ดู ดูมันตอบ ถ้าผมมีแรงนะจะลุกกระทืบมันให้จมพื้นเลย คอยดู

“นายจะตอบฉันดีๆไม่ได้รึไงห่ะ โอ๊ยยย

!

” ผมแหว พยายามจะพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง แต่หัวของผมมันปวดจี๊ดไปหมด รู้งี้ไม่น่าแดกเหล้าเลยกู

“เฮ้ย

!

เป็นไร” ไอ้แวมไพร์รีบปรี่เข้ามาดูอาการผมและค่อยๆพยุงผมลงนอนบนเตียงอีกครั้ง

“ปวดหัว”

“งั้นนอนพักตรงนี้เดี๋ยวฉันจะไปหาอะไรมาให้ทาน แล้วจะได้กินยา” ไอ้แวมไพร์บอกผมก่อนที่ร่างสูงของมันจะหายออกไปจากห้อง สักพักมันก็ถือถ้วยข้าวต้ม แก้วน้ำ ยาเม็ดเล็กๆเข้ามา

โอ๊ยยยยยย

!

เห็นยาแล้วอยากจะอ้วก ผมไม่ชอบกินยาที่สุดเลย

“นี่ฉันไม่กินยาได้ไหมอ่ะ?” ผมถามเมื่อมันเดินเข้ามาวางถ้วยความต้มไว้ที่หัวเตียง

“ไม่ได้

!

” มันว่าเสียงเข้ม

“แต่ฉันไม่ชอบ”

“ไม่ชอบก็ต้องกิน ไม่กินแล้วมันจะหายรึไงห่ะ

!

” ทำไมต้องตะคอกด้วยไอ้บ้า

ไอ้แวมไพร์พยุงผมให้ขึ้นมานั่งพิงหัวเตียงก่อนที่มันจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ แล้วเอาช้อนข้าวต้มจ่อมาที่ปากของผม

“กินสิ” มันบอกเมื่อเห็นผมไม่ยอมกินข้าวต้มที่มันป้อนสักที

“มันร้อน นายเป่าก่อน” ผมว่าเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนของข้าวต้ม ขืนกินเข้าไปมีหวังลวกลิ้มผมแหง่ๆ

“เรื่องมาก ฟู่

~

” ไอ้แวมไพร์ต่อว่าผมแต่มันก็ยอมเป่าข้าวต้มให้ผมแต่โดยดี ผมแอบมองมันแล้วยิ้มน้อยๆออกมา นายก็เป็นคนดีเหมือนกันนะ นึกว่าเป็นแต่กวนตีนซะอีก อิอิ

^^

“ยิ้มอะไร”

“ป่าววว

~

รีบป้อนสักทีฉันหิวแล้ว”

ตอนนี้ผมกินข้าวต้มในถ้วยหมดเกลี้ยงเลยแหละ ว่าแต่ข้าวต้มถ้วยนี้ไอ้แวมไพร์มันเอามาจากไหนคงไม่ใช่มันทำเองหรอกนะ เพราะมันอร่อยมาก

“นายเอาข้าวต้มมาจากไหน?”

“ฉันโทรสั่งร้านข้างล่างคอนโดให้เขาเอาขึ้นมาส่งให้” นึกแล้วเชียว

==”

“แล้วนี่ฉันกลับบ้านได้รึยัง?”

“ยัง

!

นายต้องกินยา แล้วนอนพักผ่อน ถ้าอาการดีขึ้นแล้วเดี๋ยวฉันจะไปส่งที่บ้าน” ไอ้แวมไพร์ยื่นแก้วน้ำกับยาเม็ดเล็กๆมาตรงหน้าผม ถึงยาจะเม็ดเล็กผมก็ไม่ชอบ

“ไม่เอา ฉันไม่กินยาได้ไหม” ผมกระพริบตาปริบๆอ้อนวอนมันด้วยหน้าตาน่ารักๆที่ใครๆเห็นเป็นต้องยอมผมหมดทุกคน

“ไม่ได้

!

” มันว่าเสียงเข้ม

“ไม่กินอ่ะ ฉันจะนอนแล้วววว” ว่าแล้วผมก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงทันที ดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคุมโป่งไว้

“อย่าดื้อได้มั้ยอิมเมจ ลุกขึ้นมากินยาเดี๋ยวนี้

!

” มันสั่ง แต่คนอย่างอิมเมจทำตามซะที่ไหน

“คอกฟี่

ZZzzz…

” ผมแกล้งทำเสียงกรน

“ฉันรู้ว่านายยังไม่หลับ”

“คอกฟี่

ZZzzzz…

” ทำเสียงดังกว่าเดิม

“โอเค ไม่กินก็ไม่กิน” เมื่อผมดื้อไม่ยอมกินยาสุดท้ายไอ้แวมไพร์ก็ยอมตามใจผมได้

“จริงอ่ะ อุ๊บบบบ

~

” เมื่อผมเปิดผ้าคุมโปงออกริมฝีปากเรียวของมันก็ประกบลงมาที่ริมฝีปากบางของผมทันที ผมตาเบิกกว้างด้วยความตกใจจังหวะนั้นไอ้แวมไพร์ก็ดันลิ้นร้อนๆของมันเข้ามาในปากของผม ผมรู้สึกถึงความขมของอะไรสักอย่าง อย่าบอกนะว่ามันป้อนยาผมด้วยวิธีนี้

“อื้ออออ

~

” ผมดิ้นแด่วๆ

“ดื้อดีหนัก” มันว่าหลังจากถอนริมฝีปากออกแล้ว

“แฮ่กๆ น้ำฉันขอน้ำ” ผมรีบโกยอากาศเข้าปลอดและรีบขอน้ำทันทีเพราะตอนนี้ปากผมขมไปหมดแล้ว ไอ้แวมไพร์ยื่นแก้วน้ำมาตรงหน้าผมก่อนที่ผมจะรับมาแล้วดื่มน้ำเข้าไปอีกใหญ่

อึกๆๆๆ ค่อยยังชั่วหน่อย

“นอนพักผ่อนซะ” มันสั่งผมก่อนจะเดินออกไปจากห้อง เมื่อมันไปแล้วผมก็ล้มตัวลงไปนอนบนเตียงและค่อยๆหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า

ZZZzzzzzzzzzzz….

ในที่สุดผมก็หลับไป

16.48

.

ผมตื่นขึ้นมาอีกทีก็สี่โมงเย็นแล้ว นี่ผมนอนหลับไปนานเท่าไหร่แล้วนะ ตอนนี้อาการปวดหัวผมก็ดีขึ้นมากแล้ว แต่ถึงกะนั้นร่างกายของผมก็ไม่มีแรงอีกอยู่ดี

“ตื่นแล้วเหรอ?” เสียงเข้มดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงเดินเข้ามาตรงหน้าผม

เฮือกกก

~

ตอนนี้ไอ้แวมไพร์อยู่ในสภาพเปลือยท่อนบนโชว์หกแพ็คและกล้ามเนื้อแน่นๆของมัน ส่วนท่อนล่างก็มีผ้าขนหนูสีขาวพันไว้อยู่ ผมเผ้าของมันเปียกไปด้วยน้ำ ตามตัวของมันมีละอองน้ำเกาะเต็มไปหมด สงสัยมันพึ่งอาบน้ำเสร็จสินะ แต่ก็ไม่ควรออกมาในสภาพนี้

“ไอ้บ้า

!

ใครใช้ให้นายออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพทุเรศๆแบบนี้ห๊ะ

!!

” ผมแหวเสียงแหลมใส่มันทันที แอร๊ยยยย

~

แล้วทำไมใบหน้าผมต้องร้อนผ่าวด้วยฟ่ะ

!

“นี่มันห้องฉัน ฉันจะออกมาด้วยสภาพไหนมันก็เรื่องของฉัน ฉันจะบอกอะไรให้นะปกติฉันแก้ผ้าออกมาซะด้วยซ้ำ” มันว่า พร้อมกับเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าใบใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงมุมห้อง ไอ้แวมไพร์จัดการใส่กางเกงเรียบร้อยและถอดผ้าขนหนูออก หลังจากนั้นก็โยน

ผลุบบบบบบบ

~

มาที่หน้าผม อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก

~

มันกล้าดียังไงเอาผ้าขนหนูที่พันท่อนล่างมาโยนใส่หน้าโผมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม สกปรกโสดครกที่สุ๊ดดดดด

~

ยี้

~~

“เช็ดผมให้ฉันหน่อย” มันบอกก่อนจะมานั่งลงข้างๆผม

“ไม่

!!!

” ผมปฎิเสธเสียงแข็ง

“งั้นก็ได้ ฉันจะไปบอกไอ้คลาสเตอร์ว่าฉันกับนายเราไม่ได้เป็นแฟนกัน ฉันจะบอกทุกอย่างที่รู้ให้มันฟังหมดเลย”

ทุกอย่างที่รู้เหรอ?

“นายรู้อะไร?”

“หึ รู้ว่าที่นายเลิกกับไอ้คลาสเตอร์เพราะแม่ของมันบอกให้เลิก เพราะไม่อยากให้ลูกชายสุดที่รักเป็นเกย์”

ไอ้แวมไพร์มันรู้ได้ไง แต่ที่แน่ๆผมไม่ได้บอกมัน

“นายรู้ได้ยังไง” ผมถามด้วยใบหน้างงสุดๆ

“หึ รู้ก็แล้วกัน จะเช็ดผมให้ฉันหรือจะไม่เช็ด ไม่เช็ดบอกกกก” มันว่าพลางกดไอโฟนหยิกๆ

“เช็ดๆ แต่นายอย่าบอกคลาสเตอร์นะ ฉันอยากให้เรื่องของฉันกับคลาสเตอร์จบแบบนี้แหละ ถึงฉันจะฝืนคบกับคลาสเตอร์ต่อไปแม่ของเขาก็จะกดดันให้ฉันเลิกกับเขาอีกอยู่ดี ยิ่งทนก็ยิ่งเจ็บ ออกมาตอนนี้เจ็บครั้งเดียวแต่ให้มันจบๆไปยังจะดีซะกว่า และตอนนี้แม่ของคลาสเตอร์ก็หาคู่มั่นให้คลาสเตอร์แล้วด้วย” ผมพูดออกไปเสียงเศร้า ส่วนมือก็ง่วนอยู่กับการเช็ดผมให้ไอ้แวมไพร์

“ถ้าเป็นฉัน ฉันจะไม่ยอมเลิกง่ายๆหรอกนะ ฉันจะทำทุกอย่างเพื่อทำให้ฉันกับคนรักได้อยู่ด้วยกัน ถึงไม่มีใครยอมรับแต่แค่เรายอมรับกันและกันแค่นี้ก็เพียงพอแล้วไม่ใช่เหรอสำหรับคนสองคน” ไอ้แวมไพร์ว่าและเงยหน้าขึ้นมามองผม ผมจ้องมองมันกลับ

“ไม่มีประโยชน์หรอก ทุกอย่างมันถูกกำหนดไว้แล้ว ถ้าฉันกับคลาสเตอร์ได้คู่กันจริงๆ สักวันเราต้องได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง”

“ตามใจ มันเป็นการตัดสินใจของนาย แต่ที่แน่ๆฉันว่าไอ้คลาสเตอร์มันไม่ยอมปล่อยนายไปง่ายๆหรอกนะ มันดูท่าจะรักนายมาก”

“ฉันรู้ว่าคลาสเตอร์รักฉันมาก ฉันก็รักคลาสเตอร์มากเหมือนกัน” ว่าแล้วก็รู้สึกเหมือนน้ำตาคลอเบ้าตาเลยอ่ะ

“ถ้ารักกันขนาดนี้ฉันว่านายกลับไปคืนดีกับมันเถอะ” ไอ้แวมไพร์บอก มันมองผมด้วยสายตานิ่งๆ

“ไม่ คนอย่างฉันถ้าได้ถอยออกมาแล้วจะไม่มีวันกลับไปเด็ดขาด” ผมพูดออกไปด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยว

“แต่ไอ้คลาสเตอร์มันไม่ปล่อยนายไปแน่ๆ”

ใช่คนอย่างคลาสเตอร์น่ะ ไม่ยอมปล่อยผมไปง่ายๆแน่นอน แล้วผมจะทำยังไงล่ะให้คลาสเตอร์เลิกยุ่งกับผม เพราะถ้าเขายังไม่เลิกยุ่งกับผม ผมก็จะตัดใจจากเขาไม่ได้สักที

“แวมไพร์นายเป็นแฟนกับฉันได้ไหม?” ผมถามร่างสูงด้วยสายตาวาวโรจน์ เมื่อคิดอะไรดีๆออก

“เฮ้ยยยย

!

จะบ้ารึไง”

“ยังไงซะฉันก็แอบอ้างว่านายเป็นแฟนใหม่ของฉันตั้งแต่แรกแล้ว ฉันว่าเรามาเป็นแฟนกันจริงๆดีไหม?”

“ไม่ดี” มันตอบ

“ทำไมอ่ะ ฉันมันไม่ดีตรงไหน”

“ก็ฉันไม่เคยมีแฟนเป็นผู้ชายมาก่อน”

“ไม่เคยก็เคยซะสิ นะๆ เป็นแฟนกับฉันนะ” ผมอ้อนมันสุดขีด ผมคิดว่าไอ้แวมไพร์นี่แหละมันต้องช่วยผมได้แน่ๆ ผมเชื่อว่ามันจะทำให้คลาสเตอร์เลิกยุ่งกับผมได้แน่ๆ

ไอ้แวมไพร์มองหน้าผมพร้อมกับทำหน้าอ้ำๆอึ้งๆสับสนเหมือนทำอะไรไม่ถูก

“ฉันไม่ยอมตกลงเป็นแฟนกับใครง่ายๆนะถ้าไม่ได้รัก” มันตะโกนใส่หน้าผม แต่ผมไม่สนกระโดดขึ้นไปนั่งบนตักแกร่งของร่างสูง และเงยหน้าขึ้นไปจูบริมฝีปากเรียวอย่างแผ่วเบา เมื่อถอนริมฝีปากออก ผมก็เอาหน้าผากของผมชนเข้ากับหน้าผากของอีกฝ่าย ปลายจมูกโด่งๆของเราสัมผัสกัน

ผมยิ้มยั่วมัน มือเล็กยกขึ้นโอบรอบคอเอาไว้ลวมๆ

นะๆเป็นแฟนกับฉันนะ นะครับนะ

ผมว่าเสียงอ้อนๆสุดขีด นี่ใส่เสต็ปยั่วเต็มที่แล้วนะ ไม่หลงกลก็ให้มันรู้ไป

“บอกเหตุผลมาสิว่าทำไมฉันต้องเป็นแฟนกับนาย”

“เหตุผลก็ง่ายๆข้อเดียวคือทำให้คลาสเตอร์เลิกยุ่งกับฉัน เมื่อคลาสเตอร์เลิกยุ่งกับฉัน ฉันก็จะตัดใจจากเขาได้สักที ฉันรู้ว่านายต้องทำได้แน่นอน”

“หึหึ แค่นี้เหรอ”

“ใช่ ถ้านายทำให้คลาสเตอร์เลิกยุ่งกับฉันได้เมื่อไหร่ เราก็เลิกกัน ทางใครทางมัน”

“ถ้าฉันตกลงเป็นแฟนกับนาย ฉันจะได้อะไรตอบแทน” ไอ้แวมไพร์ยิ้มเจ้าเล่ห์

“อะไรก็ได้ที่นายขอ ฉันให้หมดทุกอย่างเลยเอ้า” ผมทุ่มเต็มที่

“หึหึ งั้นก็ได้ ฉันตกลงเป็นแฟนกับนายก็ได้”

“จริงนะ พูดแล้วห้ามคืนคำล่ะ” ว่าแล้วผมก็โผล่เข้ากอดร่างสูงอย่างดีอกดีใจเป็นพิเศษ

“คนอย่างฉันไม่คืนคำอยู่แล้ว ส่วนนายก็อย่าลืมก็แล้วกัน ถ้าฉันทำสำเร็จเมื่อไหร่ฉันทวงของตอบแทนแน่”

“รู้แล้วๆทำให้ได้ก็แล้วกัน” ผมว่ายิ้มๆ ผละออกจากร่างสูง นี่ผมกอดไอ้แวมไพร์ซะแนบแน่นเลย ลืมไปว่าตอนนี้มันยังไม่ได้ใส่เสื้อ และไอ้ที่ผมกอดนี่ก็กล้ามแน่นๆของมันทั้งนั้น ว่าแล้วก็ลุกออกจากตัวมันดีกว่า

“อุ๊บส์

!

” ยังไม่ทันที่ผมจะลุกออกไปจากตัวของมัน ริมฝีปากเรียวก็ประกบลงมาที่ริมฝีปากบางของผมอย่างรวดเร็ว ลิ้นร้อนเข้ามาในโพลงปากของผมตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แต่ตอนนี้มันกำลังเกี่ยวกระหวัดกับลิ้นของผมอย่างเอาเป็นเอาตาย

“อื้ออ

~

” ผมครางออกมาเบาๆเมื่อเริ่มหายใจไม่ออก เหมือนร่างสูงจะรู้เลยยอมผละริมฝีปากออกจากผมอย่างอ้อยอิ่งและก้มลงไปซุกไซร้ซอกคอของผมแทน

“มัดจำเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน” เสียงเข้มกระซิบที่ข้างหูของผมก่อนที่ริมฝีปากจะงับที่ใบหูเล็กๆของผมเล่น

มัดจำงั้นเหรอ? หวังว่าของตอบแทนที่นายอยากได้คงไม่ใช่ตัวฉันนะ

-

//////

-

********************

to be continue

อ่านแล้วก็ช่วย 'เม้น+โหวต' เป็นกำลังใจด้วยนะคะ

1 เม้น 1 กำลังใจ จุ๊บบ~

********************

กลับหน้าเรื่อง

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/908077191.gifสวัสดีแฟนๆที่ติดตามนิยายของไรท์ทุกคนนะคะ

 

 

ถ้ามีอะไรจะพูดคุยหรือสอบถาม

สามารถทักเข้ามาคุยกันได้ที่เพจได้เลยน๊าาา 

เพจของไรท์มีชื่อว่า SuuGaa นะคะ

# 

 
#ผลงานทั้งหมดของไรท์ 
[ตีพิมพ์กับ สนพ.บ้านวายบุ๊ค] U&Me เป็นแฟนกับฉัน นี่คือคำสั่ง (แวมไพร์ & อิมเมจ) + (คลาสเตอร์ & แวร์วูฟ) [จบแล้ว]
[ตีพิมพ์กับ สนพ.Licht Publishing] รักวายวาย...ฉบับผู้ชาย SO HOT! (ธนู & ปราชญ์) [จบแล้ว]
[ตีพิมพ์กับ สนพ.Licht Publishing] Because you are my love เพราะคุณคือความรักของผม (ไททัช & คาราเมล)  [จบแล้ว]
[ตีพิมพ์กับ สนพ. Lavender Publishing] The merchants will love #พ่อค้าส้มตำหล่อ...บอกต่อให้รู้ว่ารัก (ปราณภพ & เนวา) [จบแล้ว]
It’s Love กว่าที่จะรู้ว่ารัก (ขอบคุณ & ภีมภัทร์) [ยังไม่จบ]
  
ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Kikucow00005.gif
 
 
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น