ร้ายนักนะ...รักของมาเฟีย!! [Yaoi , Boy's love]
ร้ายนักนะ...รักของมาเฟีย!! ตอนที่ 13
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ร้ายนักนะ...รักของมาเฟีย!! ตอนที่ 13

 

 

 

ร้ายนักนะ...รักของมาเฟีย ตอนที่ 13

Author:   (ยอนิม)

                        

               

                                                

 

 

 

          “นายชอบมันมั้ยคิม” กมลถามขึ้น คิมพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม มือเรียวขยับลูบไปตามโครงหน้าของวิปครีมและเกาคางมันเหมือนกับเกาแมวตัวน้อยๆ

“ถ้านายชอบมัน นายก็ต้องมาคอยดูแล ให้ความรักกับมัน และคอยมาหามันทุกวัน ตกลงมั้ย ถ้านายสามารถเข้าหามันโดยที่ไม่ต้องมีชั้นมาคอยดูแลได้แล้วล่ะก็ เอาไว้ ชั้นจะลองให้นายให้อาหารมันด้วย” กมลบอกออกมาอีก ทำให้คิมตาวาวด้วยความถูกใจ

 

 

“จริงๆนะ คุณจะให้ผมลองให้อาหารมันจริงๆนะ” คิมถามขึ้นเหมือนเด็กที่เจอของถูกใจ กมลพยักหน้ารับ

 

 

“งั้นผมจะมาหามันทุกวัน” คิมพูดบอกออกมาโดยไม่ได้ฉุกคิดว่าคำพูดของตนเองเหมือนคำสัญญาและผูกมัดคิมเอาไว้ที่นี่ ที่บ้านของกมลนั่นเอง

“แล้วเจ้าคลีโมล่ะครับ ผมจับมันได้มั้ย” คิมถามพร้อมกับมองไปที่คลีโมที่นอนนิ่งอยู่และดูเหมือนจะเข้าหายากกว่าวิปครีม

 

 

“เจ้าคลีโมมันค่อนข้างหวงตัวน่ะ แต่ไม่นานหรอก นายจะสัมผัสมันได้เหมือนกับที่สัมผัสเจ้าวิปครีม” กมลบอกออกมาอีก พร้อมกับยื่นมือเข้าไปลูบหัวคลีโมที่ตอนนี้มีท่าทีสงบลงไม่คำรามขู่ออกมาแล้ว ทำให้คิมอยากลูบบ้างแต่ยังไม่กล้ากับคลีโมสักเท่าไร

 

 

“แล้วแบบนี้ ถ้าผมมาหาพวกมันบ่อยๆ เจ้าคลีโมมันจะตะปบผมมั้ยอ่ะ” คิมถามด้วยความอยากรู้

 

 

“ไม่แล้วล่ะ เพราะว่านายสามารถจับเจ้าวิปครีมได้ เจ้าคลีโมมันก็ไว้ใจนายในระดับหนึ่งแล้วล่ะ” กมลบอกอีก คิมพยักหน้ารับ พร้อมกับมองไปที่คลีโมที่นอนเลียขนของตนเองอยู่

 

 

“ผมอยากกอดมันจัง ขนมันนุ่มด้วย” คิมพูดบอกมือก็เอาแต่ลูบหัวลูบคางวิปครีมไม่หยุด

 

 

“เอาไว้ก่อน ให้มันสนิทกับนายมากกว่านี้ รับรองนายจะได้กอดมันแน่นอน” กมลบอกออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

 

“งั้นแปลว่าคุณกอดมันได้เหรอ” คิมถามอย่างตื่นเต้น จะว่าไปคิมลืมเรื่องที่เถียงกับกมลก่อนหน้านี้ไปเสียหมดแล้ว

 

 

“ได้สิ” กมลตอบกลับ

 

 

“งั้นกอดให้ผมดูหน่อยสิ ผมอยากรู้ว่าพวกมันจะมีท่าทียังไง” คิมบอกออกมาอีก

 

 

หมั่บ..

 

(=  =) คิม

 

“คุณกมล ผมให้คุณกอดเจ้าคลีโมกับวิปครีม ไม่ได้ให้คุณมากอดผม” คิมพูดบอกออกมาเสียงเรียบเมื่อกมลยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาโอบกอดคิมเอาไว้

 

 

“อ่าว เหรอ ชั้นนึกว่านายอยากให้ชั้นกอดนายซะอีก” กมลพูดยิ้มๆ คิมกรอกตาไปมาเพราะรู้ดีว่ากมลเข้าใจที่คิมพูดเพียงแค่แกล้งเนียนหาเรื่องกอดคิมเท่านั้นเอง

 

 

“ว่าไงล่ะครับ” คิมทวงถามอีกครั้ง

 

 

“งั้นนายต้องยืนรออยู่ข้างนอกนะ” กมลบอกกลับ คิมพยักหน้ารับ ก่อนที่กมลจะพาคิมยืนออกห่างกรงเล็กน้อย แล้วเดินไปที่ประตูทางเข้ากรง คิมยืนมองกมลปลดล็อคกรงเหล็กขนาดใหญ่เดินเข้าไปด้านในพร้อมกับปิดประตู ทันทีเมื่อเห็นกมลเดินเข้ามาในกรงคลีโมกับวิปครีมก็เดินตรงเข้าไปหาทันที คิมยืนมองอย่างลุ้นๆ อีกใจนึกก็กลัวว่าเสือสองตัวจะไม่ให้ความร่วมมือกับกมล เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นสัตว์ป่า สัญชาติญาณนักล่า กมลเดินเข้าไปหาเสือทั้งสองตัวอย่างช้าๆ ดวงตาของกมลมั่นคงและนิ่งสนิท มองทุกย่างก้าวของเสือทั้งสอง วิปครีมเป็นตัวแรกที่เดินเข้าไปถึงตัวกมล กมลย่อตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งไว้ที่พื้นแล้วยกมือไปลูบหัววิปครีมที่เข้ามาคลอเคลีย ตามด้วยคลีโมที่เดินมาหยุดนั่งข้างๆกมล กมลยิ้มออกมาน้อยๆ และเริ่มโอบกอดเสือทั้งสองสลับไปมาพร้อมกับลูบไปตามตัวและหัวของเสือทั้งสอง คิมยืนมองภาพนั้นอย่างอึ้งๆ คิมกำลังมองกมลที่กำลังกอดและเล่นอยู่กับเสือเบงกอลขาวตัวใหญ่ถึงสองตัว เวลาที่เห็นกมลอยู่ท่ามกลางเสือทั้งสองทำให้คิมรู้สึกว่ากมลเป็นคนที่น่าเกรงขามและมีราศีที่บ่งบอกถึงความมีอำนาจกระจายอยู่โดยรอบตัวของกมลเอง ทำให้คิมไม่แปลกใจเลยว่าทำไม ลูกน้องของกมลถึงได้เชื่อฟัง เคารพ และซื่อสัตย์ต่อกมลกันทุกคน กมลเงยหน้าหันมามองคิมที่ยืนอยู่นอกกรง ก่อนจะส่งยิ้มให้

 

 

ตึก ตึก ตึก

 

หัวใจเจ้ากรรมของคิมก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ไอร้อนกระจายขึ้นเต็มใบหน้า ความรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเล่นไฟเหาะรู้สึกเสียววูบที่หัวใจและช่องท้อง กมลยืนมองคิมอยู่ด้านในพร้อมกับขมวดคิ้วเข้าหากัน ก่อนจะเดินออกมาจากกรงแล้วกลับมาหาคิม

 

 

“เป็นอะไรรึเปล่า หรือว่าอากาศมันร้อน หน้านายแดงนะคิม ชั้นว่าเข้าบ้านก่อนดีกว่า นี่ก็เริ่มเย็นมากแล้ว” กมลพูดบอกออกมาเพราะสังเกตว่าหน้าของร่างบางแดงระเรื่อ

 

 

“อ่ะ...อืม” คิมตอบรับในลำคอพร้อมกับพยักหน้ารับคำชวนของกมล ร่างแกร่งเดินโอบเอวบางของคิมเพื่อกลับเข้าไปในบ้าน

 

 

“เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยมาหาเจ้าสองตัวนี้ใหม่ล่ะกัน” กมลบอกกลับ คิมก็พยักหน้ารับโดยไม่ได้พูดอะไร

 

 

“คุณจะกินข้าวต่อมั้ย” คิมถามขึ้นเมื่อนึกได้ว่ากมลเองก็พึ่งจะกินข้าวเย็นไปได้นิดเดียวแล้วต้องลุกตามตนเองออกมา

 

 

“ไม่ล่ะ ปกติข้าวเย็นชั้นก็สองสามทุ่มนั่นแหละ ที่กินตอนนี้ก็เพราะว่าอยากกินข้าวพร้อมกันกับนาย ว่าแต่นายเถอะ ไปกินต่อมั้ย” กมลถามกลับไป คิมส่ายหน้าไปมา

 

 

“ผมกินขนมกับใบบุญก่อนที่คุณจะกลับบ้างแล้ว ยังอิ่มๆอยู่เลย” คิมพูดตอบ

 

 

“แล้วไหนใครบอกกับชั้นตอนที่อยู่ในห้องทำงานว่าหิวข้าว” กมลแกล้งถาม คิมทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

 

 

“ใคร อะไร มั่วแล้วคุณ” คิมพูดกลบเกลื่อน ทำให้กมลยิ้มขำในลำคอเบาๆ ก่อนจะพาคิมเข้าไปในบ้าน คิมเลือกที่จะไปดูหนังในห้องดูหนัง โดยมีกมลไปนั่งอยู่ข้างๆตลอดเวลา คิมเริ่มรู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ไม่มีความอึดอัดลำบากใจเหมือนช่วงแรกที่เข้ามาอยู่กับกมลแล้ว

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

“แน่ใจนะคิม ว่าจะไปกับชั้น” กมลถามขึ้นอีกครั้งเพื่อความแน่ใจหลังจากที่ทั้งคิมและกมลแต่งตัวเรียบร้อยในช่วงประมาณ 4 ทุ่มกว่าๆ

 

 

“เอ๊ะ คุณกมล ผมบอกว่าไปก็ไปสิ” คิมพูดว่าขึ้นมา เมื่อกมลทำท่าไม่อยากจะให้คิมไป

 

 

“โอเคๆ อย่าพึ่งทำท่างอนชั้นแบบนั้นสิ ชั้นแค่ถามดูเฉยๆ เผื่อนายง่วงอยากจะนอนพักขึ้นมา” กมลพูดบอกเมื่อเห็นว่าคิมเริ่มจะมองกมลตาคว่ำ

 

 

“ผมไม่ได้งอน” คิมเถียงออกมา พร้อมกับหันไปสำรวจตัวเองในกระจก กมลยกยิ้มมุมปากก่อนจะเดินเข้ามากอดคิมทางด้านหลังแล้วหอมแก้มใสเบาๆ

 

 

“อย่าห่างจากชั้นนะรู้มั้ย วันนี้นายน่ารักมาก น่ารักจนชั้นไม่อยากจะให้ใครมามองนายเลย รู้ตัวบ้างมั้ย” กมลพูดบอกออกมาเสียงทุ้มจมูกก็คลอเคลียอยู่ทางซอกคอด้านหลังของคิมไปด้วย ทำให้คิมถึงกับขนลุกซู่และหดคอหนีด้วยความเสียว

 

 

“รู้แล้ว ฮื่อออ...อย่าสิ....อีกอย่างชมผมว่าหล่อดีกว่ามั้ย” คิมพูดคุยพร้อมกับปรามกมลไปด้วย

 

 

“จะหล่อหรือน่ารักก็คือนายคนเดียวเนี่ยแหละ” กมลบอกกลับ ทำให้ใบหน้าเนียนขึ้นริ้วแดง พร้อมกับนึกหมั่นไส้กมลอยู่ในใจ ถึงกมลจะมีอายุเกือบ 40 แต่ก็ยังดูหล่อเท่ห์ สมาร์ท ในแบบผู้ใหญ่ ทำให้คิมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กน้อยเวลาที่เดินอยู่ข้างๆกมล

 

 

“ผมไม่หลงไปกับคำชมของคุณหรอกนะ แล้วเราจะไปกันได้รึยังครับ ป่านนี้ลูกน้องของคุณรอจนเบื่อแล้วมั้ง” คิมพูดขึ้น

 

 

“ไปสิ” กมลตอบกลับ ก่อนจะจับมือของคิมพาเดินออกไปนอกห้องนอนและพาลงไปที่ชั้นล่างพร้อมกัน ลูกน้องของกมลมารอกันพร้อมแล้วและเตรียมรถไว้แล้วเช่นเดียวกัน คมเดินมาเปิดประตูให้กมลกับคิมขึ้นไปนั่ง ก่อนที่คมเองจะขึ้นไปนั่งคู่กับคนขับเหมือนเช่นทุกที

 

 

“คุณกมล ผมว่าจะถามหลายครั้งแล้ว ทำไมคุณเปิดประตูรถเองไม่เป็นเหรอ ถึงต้องให้ลูกน้องของคุณคอยมาเปิดให้น่ะ” คิมพูดถามออกมาอย่างหมั่นไส้ ทำให้คมกับคนขับรถแทบจะหลุดขำออกมา

 

 

“ชั้นเปิดเองเป็น แต่ถามพวกลูกน้องชั้นเอาเอง ว่าทำไมมันต้องมาเปิดให้ชั้น” กมลบอกกับด้วยท่าทีนิ่งๆ ไม่ได้นึกโกรธเคืองอะไรที่คิมถามออกมาแบบนั้น

“คม ตอบเมียชั้นหน่อยสิ ว่าทำไมนายถึงมาคอยเปิดประตูรถให้ชั้น” กมลดึงคมเข้ามาในบทสนทนาด้วย

 

 

“พวกผมเต็มใจที่จะดูแลนายแม้แต่เรื่องเล็กน้อยแบบนี้เองครับ คุณคิม” คมตอบออกมาเสียงจริงจัง ถึงแม้ว่าคิมจะอายุน้อยกว่าคม แต่คมก็เต็มใจที่จะเรียนคิมว่าคุณ เพราะถือว่าคิมก็เป็นเจ้านายของตนเองอีกคนเช่นเดียวกัน

 

 

“หึ ตอบออกมาได้น่าหมั่นไส้มาก” คิมพูดว่าออกมาไม่จริงจังนัก ทำให้คมกับกมลยิ้มออกมานิดๆ รถทั้งสามคันถูกขับออกมาจากอาณาเขตบ้านของกมล โดยคันที่คิมกับกมลนั่งอยู่ตรงกลาง รถทั้งสามคันขับตรงไปยังผับของกมลที่อยู่ในย่านท่องเที่ยวอีกที่ที่ไม่ไกลจากผับที่โดนวางเพลิงสักเท่าไรนัก ใช้เวลาเดินทางสักพักใหญ่ๆ รถทั้งสามคันก็เลี้ยวเข้าไปจอดที่ด้านหลังของร้านตรงที่จอดวีไอพี

“ผับนี้ของคุณเหรอ คุณกมล” คิมถามขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นว่ากมลพาตนเองมาที่ไหน

 

 

“ใช่แล้ว เปิดมานานแล้วล่ะ ทำไมเหรอ” กมลถามกลับ

 

 

“ไม่มีอะไร แค่ผมเคยพาลูกค้ามาเที่ยวที่นี่ แล้วก็เคยมาเที่ยวกับรุ่นน้องในสำนักงานบ่อยๆน่ะ พึ่งรู้ว่าเป็นผับของคุณ” คิมพูดบอกออกมา

 

 

“จริงเหรอ แปลว่าชั้นกับนายอาจจะเคยเจอกันในนี้มาก่อนก็ได้มั้ง” กมลพูดขึ้น คิมก็พยักหน้ารับก่อนที่คมจะลงไปเปิดประตูรถให้กมล ส่วนทางฝั่งที่คิมนั่งคนขับรถก็ลงมาเปิดให้เช่นเดียวกัน

“นี่คราวหลังไม่ต้องหรอกนะ ผมเปิดเองได้” คิมพูดบอกกับคนขับรถ

 

 

“ผมเต็มใจครับคุณคิม” คนขับรถบอกกลับ ทำให้คิมส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมๆ ที่ลูกน้องของกมลพูดยากเหมือนเจ้านายไม่มีผิด เมื่อรู้ว่ากมลมาถึงแล้ว คนดูแลก็รีบออกมาจากประตูด้านหลังมาต้อนรับอย่างรวดเร็ว กมลแนะนำคิมให้คนดูแลรู้จักก่อนจะพาคิมเดินเข้าไปด้านใน ซึ่งสามารถตรงและขึ้นไปยังห้องรับรองส่วนตัวของกมลได้เลยโดยไม่ต้องผ่านภายในร้าน เสียงเพลงจากด้านในร้านที่รองรับนักท่องเที่ยวราตรีดังแว่วให้ได้ยินบ้างขณะที่คิมเดินตามกมลที่จับมือคิมเอาไว้อยู่ตลอดเวลา คิมมองไปรอบๆอย่างสำรวจ

 

 

“ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวมาเยอะกันรึยังครับ” คิมถามขึ้น

 

 

“น่าจะมาเยอะแล้วล่ะ ตอนนี้ก็ 5 ทุ่มนิดๆแล้วนี่” กมลตอบกลับ ก่อนจะพาคิมเข้าไปในห้องรับรอง ลูกน้องของกมลบางส่วนเดินตามเข้ามาบางส่วนยืนกระจายอยู่ด้านนอกอย่างรู้หน้าที่

“ดื่มอะไรมั้ย” กมลถามร่างบาง ที่ตอนนี้ผละจากกมลเดินตรงไปที่บานกระจกขนาดใหญ่อย่างสนใจ

 

 

“อะไรก็ได้” คิมตอบโดยไม่หันมามอง กมลจึงหันไปสั่งเครื่องดื่มกับลูกน้องของตนเอง ก่อนจะเดินไปหาคิมที่ยืนเอามือนาบกระจกมองลงไปด้านล่างอย่างตื่นตาตื่นใจ

“คุณกมล ตรงนี้มองเห็นภายในร้านได้ทั่วเลย ตรงชั้นลอยก็มองเห็น” คิมพูดบอกออกมาเมื่อเห็นว่าห้องนี้สามารถมองดูบรรยากาศภายในร้านได้อย่างทั่วถึง ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามากันจนเกือบเต็ม ทั้งชั้นล่างและชั้นลอยถูกนักท่องเที่ยวจับจองโต๊ะและพื้นที่กันมากมาย

 

 

“อืม ชั้นทำไว้เพื่อจะได้เห็นความเป็นไปภายในร้านด้วยไง” กมลตอบกลับพร้อมกับโอบเอวของคิมเอาไว้หลวมๆ แล้วยืนมองนักท่องเที่ยวไปด้วย กมลเองก็รู้สึกได้ว่าคิมเริ่มที่จะพูดคุยและยอมรับในตัวของกมลมากขึ้นกว่าเดิมพอสมควร

 

 

“แต่พวกข้างล่างมองขึ้นมาไม่เห็นนี่ เพราะผมจำได้ว่าผมยังเคยมองขึ้นมาที่บานกระจกตรงนี้แล้วสงสัยว่าทำไว้ทำไม” คิมพูดบอกออกมา

 

 

“มันเป็นกระจกที่มองจากด้านเดียวน่ะ” กมลตอบกลับ ก่อนที่ลูกน้องของกมลจะยกเครื่องดื่มเข้ามาให้ คมจัดการชงเครื่องดื่มให้กมล

 

 

“คุณคิมผสมอะไรดีครับ” คมถามขึ้น

 

 

“โซดาน้ำ” คิมตอบกลับพร้อมกับหันไปสนใจภาพด้านล่างต่อ คมก็จัดแจงผสมให้ทันที

 

 

“เดี๋ยวนายอยู่ที่นี่ก่อนนะคิม ชั้นขอไปคุยเรื่องงานกับผู้จัดการก่อน” กมลพูดบอกหลังจากดื่มไป 1 แก้ว

 

 

“ครับ” คิมตอบรับ ก่อนที่กมลจะหันไปพยักหน้ากับคม แล้วให้กิจเป็นคนอยู่เป็นเพื่อนคิมในห้องนี้เสียก่อน กมลหายไปคุยเรื่องงานและสอบถามเรื่องของศัตรูว่ามีใครป่วน หรือทำอะไรลับๆล่อๆที่ร้านของตนเองบ้างรึเปล่า หลังจากคุยไปร่วม 1 ชั่วโมง กมลก็เดินกลับเข้ามาที่ห้องรับรองอีกครั้ง ก็พบว่าคิมกำลังนั่งเล่นเกมส์ในโทรศัพท์อยู่

 

 

“เบื่อรึเปล่า” กมลถามขึ้น คิมเงยหน้าขึ้นมามองแล้วส่ายหน้าไปมาก่อนจะเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า

 

 

“คุณกมล คุณมาก็ดีแล้ว ผมขอเสนออะไรสักอย่างได้มั้ย” คิมพูดเกริ่นขึ้น กมลเลิกคิ้วอย่างสงสัย

 

 

“ว่ามาสิ” กมลตอบกลับ ก่อนที่คิมจะลุกเดินไปที่บานกระจกที่มองออกไปภายในร้านได้

 

 

“คุณเห็นทางเข้าไปยังห้องน้ำมั้ย” คิมชี้ไปที่ตรงทางเข้าไปที่ห้องน้ำสำหรับลูกค้า

 

 

“อืม” กมลตอบรับเมื่อมองไปตามที่คิมชี้

 

 

“คุณจะว่าอะไรมั้ย ถ้าผมจะบอกว่าให้เอาโต๊ะลูกค้าออกห่างจากทางเข้าห้องน้ำ แล้วมีคนของทางร้านคอยไปยืนอยู่แถวๆนั้นบ้างน่ะ คือเว้นช่วงให้คนเดินเข้าสะดวกหน่อย และที่สำคัญนะ คือตรงโต๊ะตัวในสุด ถ้าไม่มีใครสังเกต จะไม่รู้เลยว่าจะมีผู้ชายแอบเข้าไปในห้องน้ำหญิง หรือผู้หญิงแอบเข้าห้องน้ำชายรึเปล่า คือ จริงอยู่ว่านักท่องเที่ยวเข้าออกห้องน้ำกันเยอะและมีแม่บ้านคอยทำความสะอาดอยู่เรื่อยๆ แต่คุณจะรู้มั้ยล่ะว่าจะไม่มีใครนึกอุตริแอบพากันไปทำอะไรกันในห้องน้ำน่ะ” คิมพูดบอกออกมาเป็นชุดทำให้กมลนิ่งอึ้งไปนิด

“คุณจะไม่เห็นด้วยก็ได้นะ แต่ผมเห็นว่าที่นี่ค่อนข้างมีระดับ มันคงไม่ดีถ้ามีเรื่องพวกนี้ภายในร้าน ไม่รู้สิ ผมอาจจะคิดมากไปเองก็ได้มั้ง” คิมพูดเองกังวลเอง จนกมลอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ส่วนคมกับกิจก็ยืนยิ้มนิดๆเท่านั้น

 

 

“แล้วทำไมถึงคิดว่าจะมีคนเข้าไปทำเรื่องอย่างว่าในห้องน้ำล่ะ” กมลถามกลับ

 

 

“ก็เมื่อกี้ผมเห็นเหมือนมีผู้ชายกับผู้หญิง เดินออกมาจากห้องน้ำชายด้วยกันน่ะสิ ถ้าผมมองไม่ผิดอ่ะนะ” คิมบอกกลับ แต่ค่อนข้างมั่นใจ เพราะตรงทางเข้าห้องน้ำจะมีดวงไฟที่ส่องให้เห็นทางเข้าห้องน้ำอยู่

 

 

“นอกจากเรื่องบริเวณหน้าห้องน้ำ มีอะไรตรงไหนต้องแก้ไขอีกมั้ย” กมลถามอีก พร้อมกับรู้สึกดี ที่คิมเริ่มจะเข้ามามีบทบาทกับชีวิตและธุรกิจของกมลทีละนิด และคิมอาจจะมองอะไรได้ละเอียดและลึกกว่าที่กมลมอง ถ้าอย่างเรื่องบริเวณทางเข้าห้องน้ำ กมลเองก็ไม่ได้คิดในเรื่องนี้ แต่ก็จริงอย่างที่คิมพูด ถ้าคนเข้าไปทำอะไรกันในห้องน้ำบ่อยๆ โดยที่ไม่มีใครจับได้ มันก็จะเป็นเรื่องเล่าปากต่อปากในหมู่นักท่องเที่ยว แล้วมันก็อาจจะทำให้ชื่อเสียงของทางร้านดูตกต่ำลงไม่ต่างอะไรจากผับระดับชั้นล่างๆทั่วไป เพราะผับนี้ของกมลจัดอยู่ในผับระดับหรู แต่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาจะมีระดับจิตสำนึกขั้นไหนกมลก็ไม่อาจจะรู้ได้

 

 

“เรื่องที่ต้องแก้ไขอีกน่ะเหรอ อืม เท่าที่เห็นตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรนะ นอกจากเรื่องที่ผมบอกไปเมื่อกี้อ่ะ แต่ผมอาจจะคิดมากกับเรื่องนี้ไปเองก็ได้” คิมพูดบอกออกมาพร้อมกับหันหน้ามามองกมล ก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน

“ยิ้มอะไรของคุณ นี่ผมกำลังพูดถึงปัญหาในผับของคุณอยู่นะ” คิมพูดถามขึ้น

 

 

“ชั้นยิ้ม เพราะชั้นดีใจน่ะ” กมลบอกกลับ คิมยังทำหน้างง

 

 

“ดีใจเรื่องอะไร” คิมถามกลับไป

 

 

“ก็ดีใจที่เมียของชั้น เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลกิจการ ดูแลธุรกิจของชั้นยังไงล่ะ” กมลพูดบอกออกมา ทำให้คิมชะงักคิดได้ว่าตนเองเผลอตัวเข้าไปจัดการกิจการของกมลเข้าให้

 

 

“เอ่อ..ผมก็แค่พูดถึงเฉยๆ ไม่ได้ดูแลอะไรอย่างที่คุณบอกสักหน่อย” คิมพูดเฉไฉแล้วเดินกลับมานั่งที่โซฟาพร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มกลบเกลื่อน

 

 

“หึหึ กิจ ได้ยินที่คิมบอกแล้วใช่มั้ย” กมลหัวเราะในลำคอแล้วหันมาถามลูกน้องตนเอง

 

 

“ครับ” กิจตอบรับ

 

 

“งั้นไปบอกกับพวกนั้นว่าให้จัดการเรื่องที่คิมบอกด้วย” กมลสั่งงานทันที

 

 

“ครับ” กิจก้มหัวรับคำสั่งก่อนจะเดินออกไปเพื่อสั่งงานทันที คิมเหลือบมองกมลนิดๆ ก่อนจะหลบสายตาของกมลที่จ้องมองมา กมลลงนั่งข้างๆคิม แล้วจับแก้วเหล้าที่คิมถือดื่มให้วางลง

 

 

“เบาๆหน่อย ชั้นยังไม่อยากแบกเมียชั้นกลับในสภาพเมามายหรอก” กมลพูดแซวขึ้น

 

 

“ผมไม่ได้ดื่มอะไรมากสักหน่อย” คิมบอกเสียงอุบอิบ ก่อนจะหันมาหากมล

“เอ่อ คุณกมล ผมลงไปข้างล่างนั่นได้มั้ย” คิมพูดถามขึ้น

 

 

“คนมันเยอะนะ” กมลบอกกลับ

 

 

“ก็ผมอยากลงไปดูบรรยากาศนี่” คิมพูดบอกออกมาอีก

 

 

“งั้นชั้นพาลงไปนั่งตรงส่วนของบาร์เครื่องดื่มล่ะกัน” กมลพูดบอก คิมยิ้มออกมาอย่างพอใจ

 

 

“ก็ได้ ไปนั่งตรงนั้นก็ได้” คิมบอกกลับ กมลจึงสั่งให้คมลงไปเคลียพื้นที่ตรงส่วนของบาร์เครื่องดื่ม ก่อนที่จะพาคิมลงไป ตลอดเวลาที่พาคิมลงเดินไปกมลจะจับมือคิมเอาไว้ตลอดเวลาเหมือนเดิม พอเปิดประตูที่จะออกไปยังส่วนของภายในแล้ว เสียงเพลงแดนซ์สนุกๆก็ดังให้ได้ยิน เพราะตอนที่อยู่บนห้องรับรอง มันค่อนข้างเก็บเสียง ได้ยินเสียงเพลงแค่แผ่วๆเท่านั้น มีสายตาหลายคู่ที่มองมาที่กมลและคิมอย่างสนใจและสงสัย เพราะว่ามีคนคอยเดินตามดูแล บาร์เทนเดอร์ยกมือไหว้กมลกับคิมทันที ก่อนจะจัดแจงผสมเครื่องดื่มให้กับกมลและคิมที่นั่งบนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์บาร์ คิมนั่งมองนักเที่ยวคนอื่นๆไปเรื่อยๆ พร้อมกับโยกตัวเบาๆกับเสียงเพลงที่น่าสนุกนี้  พอหันไปมองกมลก็เห็นว่ากมลนั่งหน้าดุอยู่

 

 

“เป็นอะไรคุณกมล ทำหน้าบอกบุญไม่รับเลยนะ” คิมยื่นหน้าไปถามที่ข้างหูของกมล เนื่องจากเพลงในผับค่อนข้างดัง เมื่อได้ยินที่คิมถาม กมลก็ยื่นหน้าไปพูดตอบกลับคิมบ้าง

 

 

“รู้ตัวบ้างรึเปล่า ว่ามีคนมองนายตาหวานเยิ้มหลายคนแล้วนะ เพราะแบบนี้แหละ ชั้นถึงไม่อยากให้นายมา” กมลบอกกลับเสียงเข้ม ทำให้คิมรู้ว่าสาเหตุที่กมลทำหน้าดุ เพราะคอยสกัดคนที่หันมามองคิมอย่างสนใจ

 

 

“ไร้สาระน่าคุณกมล คุณคิดว่าจะมีใครหน้าไหนกล้าเข้ามาหาผมบ้างล่ะ ดูสิมีคุณนั่งทำหน้ายักษ์อยู่ข้างๆ มีคมกับกิจยืนเป็นยักษ์วัดแจ้งคุมเชิงอยู่ใกล้ๆแบบนี้อีกตะหาก ใครกล้าเข้ามาก็บ้าแล้ว” คิมพูดว่ากลับไป กมลยกยิ้มนิดๆ พร้อมกับส่ายหน้าไปมาให้กับคำเปรียบของคิม แต่จะว่าไป คิมก็เห็นมีทั้งสาวๆและหนุ่มน้อย หันมามองกมลไม่น้อยเช่นเดียวกัน ท่าทางสุขุมนิ่งๆ และมีอำนาจอย่างกมล มักจะมีคนอยากจะเข้ามาทำความรู้จักกันทั้งนั้น เมื่อนั่งดูบรรยากาศไปได้สักพัก กมลก็ชวนคิมกลับตอนช่วงประมาณ เกือบๆตี 2 โดยให้เหตุผลว่าไม่อยากพากลับไปพร้อมกับตอนผับปิดเนื่องจากนักท่องเที่ยวจะต้องขับรถออกมันจะทำให้รถติดและวุ่นวายกันสักพัก ซึ่งคิมก็ยอมกลับแต่โดยดีเพราะเริ่มง่วงแล้วเหมือนกัน

 

 

“ง่วงมากมั้ย” กมลถามขึ้นขณะพาคิมเดินออกไปทางด้านหลังของร้านพร้อมกับลูกน้องตนเอง

 

 

“นิดหน่อย” คิมบอกกลับแต่ดวงตาเริ่มปรือ กมลส่ายหน้าไปมายิ้มๆ กับความดื้อของร่างบาง ขนาดตาใกล้จะปิดบ่งบอกว่าง่วงมากๆ คิมก็ยังจะบอกว่านิดหน่อย

 

 

“พวกคนขับไม่ได้ดื่มเหล้ากันนะ” กมลถามคนที่ต้องขับรถทั้ง 3 คันหลังจากออกมาที่รถที่จอดอยู่ด้านหลังแล้ว ลูกน้องของกมลที่มาด้วย กมลจะให้ดื่มกันคนละนิดละหน่อยเท่านั้น แต่คนขับรถกมลจะสั่งห้ามไม่ให้ดื่มเด็ดขาด

 

 

“ไม่ได้ดื่มครับนาย” คนขับรถทั้งสามคนพูดตอบออกมา กมลพยักหน้ารับ ก่อนจะพาคิมเข้าไปนั่งในรถ โดยที่กมลยังคงยืนอยู่นอกรถ

 

 

เอี๊ยดดดดดดดดด

 

เสียงรถวิ่งเข้ามาจอดตรงริมถนนทางเข้าตรงลานจอดรถด้านหลังที่กมลจอดอยู่พร้อมกับเบรกรถเสียงดังลั่น  ทำให้คมและลูกน้องของกมล รีบเข้ามาประชิดตัวเจ้านายตนเอง

 

 

ปัง! ปัง! ปัง!

 

 

เสียงปืน 3 ซ้อนดังขึ้น ทำให้ลูกน้องของกมล รีบหลบเข้าข้างรถ

“นายขึ้นรถเร็วครับ” คมพูดบอกกับกมล ส่วนคิมที่กำลังจะเคลิ้มหลับอยู่บนรถสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ

 

 

“คุณกมล! เกิดอะไรขึ้น คุณอยู่ไหน” คิมถามหากมลในทันที พอดีกับที่กมลขยับเข้ามาในรถอย่างรวดเร็ว

 

 

ปัง!

 

เสียงปืนจากลูกน้องของกมลยิงสวนไปที่รถคันดังกล่าว กมลดึงคิมเข้ามากอดเอาไว้ พร้อมกับหยิบปืนคู่กายตนเองออกมาด้วย แต่ดีที่รถของกมลกันกระสุนทำให้กมลไม่กังวลเรื่องอีกฝ่ายจะยิงเข้ามาถูกคิมสักเท่าไรนัก เสียงรถถูกขับออกไปทันที ลูกน้องของกมลหลายคนวิ่งตามออกไปที่ถนน

 

 

“นายเป็นยังไงบ้างครับ” คมก้มมาถามเจ้านายตนเองในรถ

 

 

“ชั้นไม่เป็นอะไร ตกลงว่าไง พวกนั้นมันไปแล้วเหรอ” กมลถามกลับเสียงเครียด

 

 

“ครับ มันเหมือนกับว่ามันไม่ได้ต้องการยิงทำร้ายโดยตรง เหมือนกับตั้งใจมาขู่เท่านั้น” คมพูดบอกหลังจากประเมินสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว

 

 

“ใครยิงใคร เกิดอะไรขึ้น” คิมที่ตกใจถามขึ้น

 

 

“ไม่มีอะไร นายรออยู่บนรถก่อนนะ เดี๋ยวชั้นลงไปคุยกับลูกน้องแป๊บเดียว แล้วจะรีบพากลับบ้าน” กมลพูดบอกทำท่าจะลงจากรถ แต่คิมผวาไปกอดแขนกมลเอาไว้

 

 

“ไม่เอา ผมจะลงไปกับคุณด้วย” คิมโวยขึ้นมาเมื่อตั้งสติได้บ้างแล้ว

 

 

“อยู่บนรถปลอดภัยกว่านะคิม” กมลบอกกลับเสียงเข้ม

 

 

“ไม่!” คิมเสียงดังใส่กมลบ้าง

 

 

“ให้คุณคิมลงมาก็ได้ครับนาย พวกนั้นมันคงไม่ย้อนกลับมาหรอกครับ ผมว่ามันแค่มาขู่เท่านั้นจริงๆ” คมบอกกลับ กมลถอนหายใจออกมาก่อนจะยอมให้คิมลงจากรถด้วย กมลยืนอยู่ข้างรถ โดยมีคิมยืนอยู่ข้างๆเช่นเดียวกัน ลูกน้องของกมลที่วิ่งตามรถอีกคันออกไป เดินกลับเข้ามาหา

 

 

“ทันเห็นเลขทะเบียนมันมั้ย” กมลถามขึ้น

 

 

“ไม่ครับ แต่ทางร้านเราติดกล้องตรงหน้าถนนไว้ด้วย เดี๋ยวเราดูจากตรงนั้นก็ได้ครับ” ลูกน้องของกมลบอกกลับ

 

 

“นายคิดว่าจะเป็นพวกของนายเฉินรึเปล่าครับ” คมถามขึ้นมาทันที

 

 

“ใครคือเฉิน แล้วคุณไปทำอะไรให้เค้าโกรธถึงต้องมายิงขู่กันแบบนี้ด้วย” คิมคาดคั้นขึ้นมาทันที

 

 

“มันเป็นเรื่องของธุรกิจน่ะ” กมลบอกคิมแค่นั้น ทำให้คิมรู้สึกหงุดหงิดใจไม่น้อยที่กมลทำเหมือนไม่อยากพูดไม่อยากบอกอะไรคิมมากนัก

“คม พรุ่งนี้แกติดต่อหาเจ้าเดย์ให้ชั้นหน่อย บอกว่าชั้นจะฝากคิมไว้กับมันสักสองสามวัน” กมลพูดบอกทำให้คิมหันขวับมามองหน้ากมลอย่างรวดเร็ว

 

 

“ทำไมต้องฝากผมไปไว้กับเดย์ด้วย ผมไม่ใช่สิ่งของนะที่คิดอยากจะฝากใครก็ฝากน่ะ!!” คิมโวยขึ้นทันทีเมื่อได้ยิน

 

 

 

 

2   Be   Con

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เจอคำผิดบอกด้วยจร้า

ยอนิมไม่ได้ตรวจทานนะ บอกตรงๆเลยเนี่ยแหละ ฮ่าๆๆ

 

เพราะเบลอจัด ตรวจไม่ไหวแล้วตาลาย

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น