จะเอาอะไรกับข้าอีก
จะดื้ออีกไหม
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
จะดื้ออีกไหม

ข่าวลือกำลังเป็นที่แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง นอกจากเรื่อง จวนคหบดีเจี้ยนถูกยึดทรัพย์ ซ้ำบุตรชายคนรอง เจี้ยนฉี ถูกม้าเหยียบจนต้องตัดส่วนนั้นทิ้ง และยังมีข่าวลือที่ใหญ่กว่านั้น หยางชินอ๋องกำลังหลงใหลคนเพศเดียวกัน เป็นที่วิจารณ์ไปต่างๆ นาๆ ถึงกับมีครอบครัวขุนนางบางคน คิดส่งบุตรชายเข้าวังชินอ๋อง 

 

จวนเสนาบดีซ้าย  

มู่เหลียนฮวาบุตรีภรรยาเอกของเสนาบดีซ้ายมู่หวังเล่ย ซ้ำยังมีศักดิ์เป็นหลานสาวของฮองเฮา เพราะอายุห่างกันเพียงหกปีทำให้สนิทสนมกันมาก พึ่งพ้นวัยปักปิ่นเพียงไม่นาน กำลังศึกษาในสถานศึกษาหลวง 

"กุ้ยอิง เจ้าแน่ใจกับข่าวที่ได้มาแล้วหรือไม่" เหลี่ยนฮวาเอ่ยถามผู้ที่ฮองเฮายกให้นางไว้ใช้งาน 

"ขอรับ เด็กหนุ่มผู้นั้นมีนามว่า ฟางจื่อรั่ว มีมารดาป่วยติดเตียง เดิมที่เป็นคนถังโจวแต่ท่านอ๋องพากลับมาเมืองหลวงและซื้อจวนให้อยู่ ท่านอ๋องสั่งเคลื่อนกำลังองครักษ์สองร้อยนาย ก็เพื่อที่จะตามหาเด็กหนุ่มผู้นั้นจนทำให้เมืองหลวงวุ่นวาย" 

เหลี่ยนฮวาพอได้ฟังเรื่องทั้งหมด ก็แทบไม่อยากเชื่อ แต่มันอาจเป็นข้อดี ฮองเต้อาจทรงรีบประทานสมรสให้นางเร็วขึ้น เพราะกลัวชินอ๋องทำเรื่องเสื่อมเสีย "เจ้าไปได้แล้ว ข้าจะเข้าเฝ้าเสด็จอาฮองเฮา" ข้าต้องรีบหมั้นหมายกับท่านอ๋อง เหลียนฮวาคิด "มิ่นมิ่น สั่งคนเตรียมรถม้า ข้าจะเข้าวัง" 

 

ตำหนักคุนหนิง 

"ฝ่าบาทเพคะ พระองค์จะทรงปล่อยเรื่องนี้ไปไม่ได้นะเพคะ ผู้คนทั้งเมืองหลวงต่างก็ลือกันว่าหลานสาวหม่อมฉันเป็นว่าที่คู่หมั้นของชินอ๋อง" มู่ฮองเฮาต้องการให้เหลียนฮวาแต่งเข้าวังชินอ๋อง ตระกูลมู่ของนางจะยิ่งมีอำนาจมั่นคงยิ่งขึ้น 

"ข่าวลือพวกนั้น ไม่ใช่ว่ามันออกมาจากจวนเสนาบดีซ้ายหรอกรึ" ฮ่องเต้เทียนหลงเอ่ยทั้งที่ยังสนใจขนมหวานตรงหน้า หาได้สนใจอาการร้อนอกร้อนใจของมู่ฮองเฮาไม่ 

มู่ฮองเฮาได้ยินถึงกับสะอึก นางก็ไม่ต่างจากผู้อื่นที่คิดว่าฮ่องเต้เป็นบุรุษหล่อเหลา สง่างาม อ่อนโยน เพราะไม่มีผู้ใดมีโอกาสได้เห็นตัวตนจริงๆ ของพระองค์ นางวางแผนปล่อยข่าวลือ เพื่อเร่งให้ฮ่องเต้ทรงประทานสมรสพระราชทานแก่เหลี่ยนฮวา กระทั่งมาถึงตอนนี้ ฮ่องเต้ยังทรงนิ่งเฉย แล้วข่าวเสียหายของชินอ๋องก็กำลังโด่งดัง 

"แต่ตอนนี้ข่าวลือของชินอ๋อง อาจทำให้ราชวงศ์มัวหมอง หากทรงพระราชทานงานหมั้น ก็อาจกู้ชื่อเสียงของชินอ๋องกลับมานะเพคะ" 

"เมียรักเจ้าอย่าได้ร้อนอกร้อนใจไปเลย ไว้เราจะคุยกับชินอ๋องอีกที ดีหรือไม่" ฮ่องเต้ทรงหันมาโอบกอดฮองเฮาอย่างเอาอกเอาใจ พร้อมเอ่ยปลอบอย่างเอ็นดู จนทำให้มู่ฮองเฮาถึงกับเขินอาย ลืมวาจาที่จะกล่าว "เพคะ" 

"เราต้องกลับแล้ว ยังมีราชกิจอีกมาก เจ้าก็พักผ่อนเถิด อย่าได้กังวลไปนัก" ฮ่องเต้ฉู่เทียนหลงทรงเอ่ยด้วยเสียงนุ่มทุ้มอ่อนโยน จนฮองเฮาแทบละลายยอบตัวด้วยอาการขวยเขิน "น้อมส่งฝ่าบาทเพคะ" 

หลังจากฮ่องเต้เสด็จกลับไปเพียงไม่นาน เหลียนฮวาก็มาขอเข้าเฝ้าฮองเฮา 

"เสด็จอาเพคะ หม่อมฉันควรทำเช่นไรเพคะ ข่าวลือนั่นเป็นเรื่องจริงเพคะ" เหลียนฮวามาถึงก็รีบทูลฮองเฮาทันที  

ฮองเฮาทรงวางถ้วยน้ำชาลง แล้วจึงเอ่ย" เจ้ารอดูอีกสักหน่อย แต่หากชินอ๋องเกิดหลงใหลจริงก็ค่อยกำจัดทิ้ง"  

"หลานก็คิดเช่นนั้นเพคะ" เหลียนฮวาในแววตาปรากฏจิตสังหาร 

 

ตำหนักชินอ๋อง 

"อื้ออ... หยางหลง.. ได้โปรด.." หยางหลงเพียงเหลือบตาขึ้นมองคนที่นอนบิดตัวเร่าๆ ซ้ำยังหยัดสะโพกให้แก่นกายขึ้นหาปากของเขา อย่างอ้อนวอน ปลายลิ้นหนาก็หยอกเย้าแก่นกายเล็กน่ารักน่าชัง สลับกับปากทั้งอมทั้งดูดอย่างเพลืดเพลิน 

จื่อรั่วถูกทรมาเช่นนี้มาวันกับคืนแล้ว พอใกล้ถึงจุดหมายจะถูกดึงกลับมา".. อื้อออ.. หยางหลง...." จื่อรั่วร้องอ้อนวอนน้ำตาคลอ แต่ผู้กระทำกลับหยุดแล้วใช้ปลายลิ้นเลียแผ่วๆตรงส่วนหัวของแก่นกายเล็ก "อื้ออ..." 

"รั่วเอ๋อ..... ยังจะดื้อกับข้าอีกไหมหืม......" ริมฝีปากที่ขยับเอ่ยวาจา ยังสัมผัสแผ่วเบา ยิ่งทำให้ต้องหยัดแก่นกายเข้าหา 

อื้ออออ..ไม่แล้ว...ไม่ดื้อแล้ว..ได้โปรด. แล้วขาก็ถูกจับพาดบ่า แก่นกายใหญ่ก็ค่อยๆ สอดใส่เข้ามา พอได้รับการเติมเต็ม ช่องทางรักด้านหลัง ก็ตอดรัดไม่หยุด .....หยางหลง...เร็วหน่อย...อ่าา ..เร็วอีก..อื้มมม...พั่บ ๆ..พับ ๆ..พั่บ..ๆ...อร๊าาาา 

พอส่งคนใต้ร่างปลดปล่อยแล้ว หยางหลงก็เร่งจังหวะ ส่งตนเองไปถึงจุดหมายเช่นกัน อื้มม.. รั่วเอ๋อ...แล้วก็โน้มตัวลงไปประกบจูบคนที่กำลังหอบเหนื่อย เห็นคนใต้ร่างใกล้หมดสติเต็มทนก็ผละออก ค่อยๆ ถอนแก่นกายออกช้าๆ  

บทลงโทษอันเร่าร้อนตลอดสองวันหนึ่งคืนทำเอาจื่อรั่วหลับใหลในทันที หยางหลงนอนมองคนหลับอย่างพออกพอใจ 

    หลังจากทำความสะอาดทั้งตนเองและคนหลับใหลแล้ว ก็ก้าวเท้าออกจากห้องไปยังห้องหนังสือ 

"ท่านอ๋อง" เป็นเสียงเย่วจั้ง 

หยางหลงเพียงเหลือบตามอง 

"ตระกูลคหบดีเจี้ยนถูกยึดทรัพย์และเนรเทศไปอยู่ชายแดนพร้อมบุตรชายจี้ยนฉีแล้ว ขอรับ" 

" ดี.." หยางหลงเห็นท่าทางองครักษ์คนสนิทเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง "มีอะไรก็พูดมา" 

"เป็นข่าวลือเรื่องท่านอ๋องกับคุณชายขอรับ" เย่วจั้งตอบด้วยความกังวล 

"เห็นทีต้องทำชำระล้างครั้งใหญ่ หาตัวพวกมันมา" หยางหลงกล่าวด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม 

"ขอรับ" เย่วจั้งกำลังจะออกไป 

"เดี๋ยว เจ้าส่งคนไปจวนลี่ฉุน ดูว่ามารดารั่วเอ๋อเป็นเช่นไรแล้วกลับมารายงานข้า" 

"ขอรับ" แล้วเย่วจั้งก็ก้าวเท้าออกไป  

หยางหลงคิด เขาคงต้องเตรียมคำตอบไว้ เดี๋ยวพอคนหลับใหลตื่นขึ้นมา จะมางอแงอยากกลับไปหามารดาอีก 

"ท่านอ๋องขอรับ" เป็นเสียงพ่อบ้าน เมื่อเห็นสายตาท่านอ๋องให้รายงานได้ก็เอ่ยปาก 

"อนุทั้งห้าคนมาขอพบท่านอ๋องขอรับ ตอนนี้รออยู่ที่โถงด้านนอก" ใยสตรีพวกนี้ถึงอยากหาที่ตายกันนัก พ่อบ้านได้แต่ส่ายหน้าในใจ แล้วก็ค้อมกายรอคำสั่งอย่างเงียบๆ 

หยางหลงกำลังคิดล้างตำหนักอยู่พอดี มาได้ดีจริงๆ จึงลุกขึ้นแล้วก้าวเท้าไปยังห้องโถง 

เพียงก้าวเข้ามาก็เห็นสาวงามทั้งห้า ยอบกายต้อนรับ "ท่านอ๋อง" หยางหลงก้าวเท้าผ่านพวกนางไปจนถึงเก้าอี้แล้วนั่งลง"ตามสบาย" 

" พวกเจ้ามีอะไร" 

เป็นอนุหนึ่งเอ่ยปาก "หลายเดือนแล้วที่ท่านอ๋องไม่ทรงไปหาพวกหม่อมฉันเลย หม่อมฉันเป็นตัวแทนพี่สาวน้องสาวมาร้องขอความเป็นธรรมเพคะ" พูดแล้วก็ทำท่าเขินอาย หลบสายตา 

"อ้อ...เป็นเราทำผิด งั้นเอาเช่นนี้เป็นไร พวกเจ้าก็หย่าเรา แล้วออกไปหาสามีใหม่ดีหรือไม่" 

ตุ้บ ๆ ๆ เสียงเข่ากระแทกพื้น "หม่อมฉันมิกล้า" 

ภายในห้องโถงเหลือเพียงเสียงนิ้วเคาะโต๊ะ กับสาวงามทั้งห้าที่นั่งคุกเข่า หนึ่งก้านธูปผ่านไป "ลุกขึ้นเถอะ" 

สาวงามทั้งห้าถึงกับหน้ามืด สาวใช้ของแต่ละคนต้องช่วยกันประคอง 

หยางหลงมองหญิงงามทั้งห้าอย่างเฉยเมย "พวกเจ้ายังมีสิ่งใดต้องการอีกไหม" 

"ไม่แล้วเพคะ" สิ้นเสียงสาวงาม หยางหลงก็ก้าวออกจากห้องโถงไป  

    เพียงแผ่นหลังหยางชินอ๋องพ้นไป สาวงามทั้งหลายก็เกือบล้มลง 

“ท่านอ๋องคงลุ่มหลงบุรุษเพศแล้วจริงๆซินะ” เป็นเสียงอนุหนึ่ง 

“ข้าจะให้ท่านพ่อยื่นฎีกา พวกเจ้าเองก็เช่นกัน ต้องไม่ให้ท่านอ๋องหลงผิด ข้าเชื่อว่าฮ่องเต้ต้องทรงจัดการเรื่องนี้เป็นแน่” อนุสามบุตรีคนรองของรองเจ้ากรมอาญากล่าวอย่างมาดมั่น 

"พวกเจ้ามีผู้ใดเคยเห็นคนไร้ยางอายผู้นั้นบ้าง"เสียงอนุห้าบุตรีรองแม่ทัพ  

สาวงามที่เหลือต่างส่ายหน้า  

"พวกเราต้องร่วมมือกันหาทางกำจัดคนผู้นั้นออกไป เป็นบุรุษแท้ๆทำตัวไร้ยางอายช่างน่ารังเกียจ บังอาจมาล่อลวงท่านอ๋อง" อนุรองเอ่ยพร้อมสายตาดูถูก 

เดิมทีหญิงงามเหล่านี้เป็นศัตรูกัน แต่พอมีเรื่องเช่นนี้กลับผูกมิตรกันอย่างง่ายดาย  

ส่วนหยางหลงกลับไปห้องหนังสือก็พบกับคนผู้หนึ่ง 

ฝ่าบาทให้กระหม่อมมาเชิญท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ 

หยางหลงเพียงพยักหน้ารับแล้วโบกมือให้องครักษ์ลับของฮ่องเต้ออกไป  

 

 ตำหนักฉางเล่อ 

ฮ่องเต้ฉู่เทียนหลงมองสำรวจผู้เป็นน้องชาย "เจ้าคงรู้เรื่องข่าวลือแล้ว" 

"กระหม่อมทราบพ่ะย่ะค่ะ"หยางชินอ๋องตอบคล้ายไม่ให้ความสำคัญ 

"เจ้าสมควรต้องแต่งชายาเอกเสียที เพื่อลบล้างข่าวลือพวกนั้น" 

"แล้วแต่เสด็จพี่จะเห็นสมควร"  

"ดีงั้นเราจะเป็นผู้จัดการให้เอง" ฮองเต้ฉู่เทียนหลงเอ่ยปากพร้อมใบหน้าประดับรอยยิ้มอ่อนโยน 

กลับหน้าเรื่อง

สำหรับครบรอบ 1 ปี การเป็นนักเขียน ไรท์อยากจัดทำนิยายเรื่องแรกที่เริ่มต้นการเป็นนักเขียน ในรูปแบบหนังสือ เป็นซี่รี่ชุด แบบ แยกเป็นเล่มได้

- จะเอาอะไรกับข้าอีก

- นายท่าน

- พระชายา?

- อย่าทำข้า

นิยายทั้ง 4 เรื่อง จะถูกรีไรท์ใหม่ให้เหมาะสมกับการอ่าน ซึ่งอาจมีเนื้อเรื่องเพิ่มเติมจากหน้าเว็บ และ e-book

ด้วยความที่เป็นครั้งแรก ที่คิดจะทำนิยายทำมือ และคิดจะเปิด pre-order รบกวนสอบถามความต้องการของนักอ่านทุกท่านด้วยนะครับ ถ้าท่านใด สนใจนิยายเป็นรูปเล่ม ขอความกรุณาช่วยคอมเม้นตอบทีครับ เพราะผลตอบรับของพวกคุณ มีผลกับการตัดสินใจของไรท์ หรือหากนักอ่านท่านใด มีคำแนะนำดีๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงพิมพิ์ดีๆ หรืออะไรเกี่ยวกับการพิมพ์ ก็ขอรบกวนด้วยครับ

คนเราก็ต้องมีครั้งแรก ผมเองก็อยากมีหนังสือนิยายเล่มแรกที่เป็นผลงานของตัวเองเช่นกัน

ขอบคุณที่ยังให้การสนับสนุนและติดตาม

เบญจมาศน้อย/เบญจามาศดำ

 

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น