ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ยังอยากหวัง

หยางหลงมองคนตัวเล็กที่หลับใหลในอ้อมกอดตนเอง ค่ำคืนที่ผ่านมาเด็กผู้นี้ต่อต้านเขา แต่เขาหาได้สนใจไม่ เขาสนใจเพียงร่างกายนี้ ให้ความสุขสมกับเขาได้ อย่างไม่เคยมีผู้ใดทำมาก่อน ส่วนเด็กผู่้นี้จะรู้สึกอย่างไร เขาไม่จำเป็นต้องใส่ใจ คิดได้ดังนั้นหยางหลงก็ค่อยๆผละจากคนในอ้อมกอด แล้วลุกจากเตียง 

"เตรียมตัวกลับเมืองหลวง" เสียงทรงอำนาจสั่งเพียงเบาๆ  

 

จื่อรั่วลืมตาตื่นขึ้นบนเตียงที่ว่างเปล่า เนื้อตัวยังเจ็บระบม เพียงแค่เขาขัดขืน บทรักก็รุนแรงจนแทบรับไม่ไหว เขาอยากกลับบ้านไปหามารดา 

"คุณชาย" เป็นเสียงเย่วจั้งที่ด้านนอก "ข้าจะให้คนเตรียมน้ำอุ่นให้ท่าน วันนี้พวกเราจะเดินทางกลับถังโจว" 

 

 

เหมืองหลวง ห้องทรงพระอักษร  

"หยางหลงเจ้าทำได้ดียิ่งนัก" น้ำเสียงทรงพลังบ่งบอกถึงอำนาจ เอ่ยปากชมผู้เป็นน้องชายร่วมสายโลหิต  

"เราควบคุมคหบดีส่วนใหญ่ไว้ได้แล้ว คนพวกนี้ถือตัวร่ำรวย อาศัยเส้นสายหลบเลี่ยงภาษี ซ้ำยังมีขุนนางใหญ่ให้ความช่วยเหลือ ช่วงนี้กำลังจัดระเบียบการค้าใหม่เพื่อให้ตรวจสอบง่ายยิ่งขึ้น และที่สำคัญต้องเล่นงานขุนนางใหญ่พวกนี้เสียก่อน" พูดจบหยางหลงก็ส่งฎีกาฉบับหนึ่งให้กงกง  

"ข้าก็คิดเช่นนั้น เรื่องนี้ข้ามอบให้เจ้าจัดการ"ฮ่องเต้ทรงเหลือบตามองผู้เป็นน้องชายตนด้วยความเวทนา ก่อนจะโบกมือเล็กน้อยให้กงกงถอยออกไป "สำหรับเรื่องอนุของเจ้า ข้าจัดการเรียบร้อยแล้ว" 

" ช่างหัวคิดดียิ่งนักเสพสมกับพี่ชายแท้ๆ เพื่อที่เด็กเติบโตจะได้ไร้ผู้คนสงสัย หากหน้าตาจะละม้ายครอบครัวนางก็ไม่แปลก"  

"อย่าได้ทรงเป็นห่วง กระหม่อมหาได้สนใจพวกนางไม่" หยางหลงไม่ได้สนใจพวกนางจริงๆ เขาจะไปทำสตรีตั้งครรภ์ได้อย่างไร ในเมื่ออยากหาที่ตายกันนัก ก็สมควรแล้ว   

"เจ้าไม่สน แต่เราสน หยางหลง เจ้าเป็นน้องชายเพียงคนเดียวของเรา เราพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อเจ้า แต่สตรีต่ำช้าพวกนั้น เพราะความมักใหญ่ใฝ่สูงถึงกับกล้าทำเรื่องเสื่อมเสียเช่นนี้ หากความลับเรื่องอาการป่่วยของเจ้า แพร่งพรายออกไปจะทำเช่นไร" 

หยางหลงรู้ว่าฮ่องเต้โกรธแล้ว "เสด็จพี่ทรงอย่าได้รู้สึกผิดกับกระหม่อมอีกเลย เรื่องมันผ่านมานานแล้ว ไม่อาจแก้ไข อีกอย่างกระหม่อมก็หาได้เศร้าเสียใจอันใด"   

ฮ่องเต้ฉู่เทียนหลงมองหน้าผู้เป็นน้องชาย ก่อนจะระบายลมหายใจ "เจ้าคิดเช่นไรกับหลานสาวของฮองเฮา" 

"แล้วแต่เสด็จพี่จะเห็นสมควร จะมีชายาหรือไม่ ก็ไม่ต่างกัน" 

"ถ้าเช่นนั้นก็ไม่ต้องมี หากเจ้าและนางรักกันข้าจะจัดการให้ แต่ในเมื่อเจ้าหาได้สนใจนาง งั้นก็ไม่จำเป็น" 

"หากพระองค์ไม่มีอะไรแล้ว กระหม่อมทูลลา"  

"เจ้าไปเถอะ" ฉู่เทียนหลง มองตามแผ่นหลังผู้เป็นน้องชายที่กำลังก้าวเท้าออกไปด้วยความกังวล เพราะปกป้องพี่ชายเช่นเขาหยางหลงถึงต้องมาป่วยเยี่ยงนี้  

 

 

เมืองถังโจว 

ตั้งแต่กลับมาจื่อรั่วก็ใช้ชีวิตตามปกติ มีแต่หัวใจเท่านั้นที่เริ่มไม่เป็นปกติ จะไม่รู้สึกอันใดเลยก็คงจะแปลก เด็กที่กำลังเข้าสู่วัยหนุ่ม ได้เรียนรู้บทรักครั้งแรก แต่เกิดกับผู้ที่เป็นเพศเดียวกัน มันย่อมต้องฝังใจ ทั้งๆที่รู้ว่าตนเองเป็นเพียงเด็กชายผู้นึง แต่ในใจลึกๆก็ยังอยากจะหวัง 

"เสี่ยวจื่อ.. เสี่ยวจื่อ"กวงหมิงมองเด็กตรงหน้าอย่างนึกสงสัย ตั้งแต่กลับมาก็เอาแต่นั่งเหม่อลอย 

"ขอบรับท่านอากวง"  

"ข้าเห็นเจ้านั่งเหม่อ กำลังคิดสิ่งใดอยู่รึ"  

จื่อรั่วกลอกตาไปมาพลางหาทางเลี่ยง "ไม่มีอะไร ท่านอากวงหิวหรือยัง ข้าไปทำบะหมี่ให้กินดีหรือไม่" 

"เพ้ย! เจ้าเด็กผู้นี้เห็นข้าเป็นคนเห็นแก่กินไปได้ ไปๆ รีบไปทำมา"  

"ขอรับบบ...." แล้วคนก็วิ่งออกไปทันที 

กวงหมิงมองตามหลังเด็กชายที่รีบวิ่งออกไปด้วยความเป็นห่วง จื่อรั่วเป็นเด็กดี เขาไม่อยากให้มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นกับเด็กผู้นี้ 

"คุณชายล่ะ" เป็นเสียงเย่วจั้ง 

"อยู่ในครัว" เมื่อเห็นเย่วจั้งกำลังจะผละไป กวงหมิงก็เรียกไว้ "ท่านพาเสี่ยวจื่อไปเหยียนโจว ท่านพอรู้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใดตั้งแต่กลับมาเขาถึงได้ดูแปลกไป" 

"ก็ไม่เห็นมีอะไร ที่นั่นก็ปกติดี ขออภัยข้าต้องรีบไปแล้ว คงต้องขอตัวก่อน" พูดจบเย่วจั้งก็เดินหายไปทางโรงครัว 

เมื่อเจอจื่่อรั่ว เย่วจั้งก็เอ่ยปากทันทีเพราะเขาต้องรีบเดินทาง " คุณชายข้าต้องบอกท่าน มีคำสั่งให้ข้ากลับเมืองหลวง คงต้องออกเดินทางทันที" 

จื่อรั่วได้ฟังก็รู้สึกใจหาย ถึงแม้จะอยู่ร่วมกันไม่นานแต่เขาก็รู้สึกดีกับเย่วจั้งมาก "เหตุใดจึงรีบร้อนนักเล่า แล้วพี่จะกลับมาอีกไหม" 

"ข้าเองก็ตอบไม่ได้เช่นกัน ว่าจะได้กลับมาเมื่อไหร่" เย่วจั้งมองคนตรงหน้าด้วยความสงสาร อาจบางทีท่านอ๋องคงเบื่อเสียแล้ว ได้แต่ภาวนาในใจอย่าได้เป็นอย่างที่เขาคิด  

จื่อรั่วเองก็คิดไม่ต่างจากเย่วจั้งเช่นกัน เสียงจึงสั่นน้อยๆ "พี่เย่วเดินทางปลอดภัยนะ ดูแลตัวเองด้วย" เขาไม่อยากพูดมากไปกว่านี้ คล้ายรู้สึกจุกที่หน้าอก 

เย่วจั้งไม่รู้จะต้องพูดอย่างไร เขาเองคงทำอะไรไม่ได้เช่นกัน "ข้าไปล่ะ คุณชายก็ดูแลตัวเองให้ดี" 

หลังจากเย่วจั้งจากไป น้ำตาที่พยายามจะกลั้นมันก็ไหลออกมาเอง จื่อรั่วยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นเพียงครู่เดียว ก็ปรับอารมณ์ตนเองกลับมา เขายังมีมารดาให้ต้องคิดถึง ควรลืมเรื่องที่เป็นเหมือนฝันนี้ไปเสีย 

 

สองเดือนหลังจากนั้น จากการได้เรียนรู้การวางตัวในสังคมชั้นสูงจากม่าม่า และได้กวงหมิงมาสอนหนังสือตอนนี้จื่อรั่วเหมือนคุณชายตระกูลใหญ่ยิ่งนัก เพราะเป็นคนมีผิวขาวแต่เดิมอยู่แล้วยังเพิ่มความสง่างามเข้าไปอีก แต่ภายในแล้วก็ยังเป็นเด็กดี อ่อนน้อมถ่อมตนเช่นเดิม  

เวลานี้กำลังเรียนรู้การดูและร้านขายผ้าของตนเองอย่างตั้งอกตั้งใจ 

"คุณชายนี่เป็นบัญชีรายรับแล้วก็รายจ่ายตั้งแต่หนึ่งปีที่ผ่านมา" เฉินซางมองเด็กที่กำลังตรวจดูบัญชีอย่างตั้งอกตั้งใจ เขาก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี ว่าท่านอ๋องจะยกร้านขายผ้าให้เด็กผู้นี้ มันจะมีเหตุผลอันใดกัน 

"ท่านพ่อ... เหตุใดท่านต้องเอาบัญชีมาให้คนชั้นต่ำนี่ดูด้วย" เสียงโวยวายเล็กแหลมของสตรีดังมาจากหน้าห้อง แล้วซูเจียวก็เดินเข้ามาดึงเล่มบัญชีออกจากมือจื่อรั่ว 

"หากท่านอ๋องไม่เป็นผู้ที่เอ่ยปากเอง ข้าไม่มีวันยอมรับ แล้วเจ้าก็ควรไสหัวออกไปได้แล้ว" พูดแล้วก็มองจื่อรั่วอย่างเหยียดหยาม 

"ขออภัยแม่นางซู แต่ข้ามีโฉนดร้านนี้ มันเป็นของข้าโดยชอบธรรม หากท่านไม่พอใจ เกรงว่าท่านคงต้องไปถามท่านอ๋องของท่านที่เมืองหลวงเอาเอง" เสียงไม่บ่งบอกอารมณ์ กับการวางตัวของจื่อรั่ว ทำให้ซูเจียวถึงกับชะงักไปชั่วครู่  

แต่มีรึคนที่คิดว่าร้านนี้เป็นของตัวเองมาตลอดอย่างซูเจียว จะยอมให้คนชั้นต่ำไร้หัวนอนปลายเท้ามาเอาไป 

"เจ้าคิดว่าตัวเองกลายเป็นคุณชายมีชาติมีตระกูลจริงๆหรือไร  เจ้ามันแค่คนชั้นต่ำ บางทีเจ้าอาจได้โฉนดมาโดยมิชอบก็เป็นได้ ใครจะรู้" 

"พอแล้วเจียวเอ๋อ" เฉินซางพยายามปรามบุตรสาว เพราะความจริงยังไม่แน่ชัด หากโวยวายไป แล้วคุณชายผู้นี้ถือโฉนดไว้จริง อาจไล่เขาสองพ่อลูกออกไปก็ได้ 

"ท่านพ่อจะไปกลัวมันทำไม เราไปบอกผู้ว่าให้มาจับมันไปเข้าคุกไว้ก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ" 

"เจียวเอ๋อ!" เฉินซางโกรธบุตรีโง่งมของตนเองยิ่งนัก นางช่างไร้หัวคิดเสียจริง 

ซูเจียวถูกบิดาตะคอกก็ยิ่งไม่พอใจ แต่ก็ไม่กล้าพูดอันใดอีก จึงย่ำเท้าออกไปด้วยความโมโห แต่ก่อนไปยังหันมองจื่อรั่วด้วยแววตาข่มขู่ 

เฉินซางได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนอกอ่อนใจ "คุณชายเชิญท่านตรวจดูตามสบาย ข้าไม่รบกวนแล้ว เดี๋ยวข้าขอตัวไปดูหน้าร้านก่อน" 

จื่อรั่วเพียงพยักหน้ารับเบาๆ เมื่ออยู่เพียงผู้เดียว คำว่าท่านอ๋องก็กลับมารบกวนจิตใจอีกครั้ง เขาจะคิดถึงข้าบ้างหรือเปล่า 

 

 

ตำหนักชินอ๋อง 

บรรยากาศในตำหนักราวกับถูกแช่แข็งไปเสียแล้ว บ่าวไพร่ต่างไม่กล้าหายใจแรง เพราะเจ้าของตำหนัก คล้ายจะอารมณ์ไม่ค่อยดี ใบหน้าเย็นชาตลอดสองเดือนที่ผ่านมา ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้ 

อนุคนที่สี่ก็ราวกับหายสาบสูญทั้งตระกูล ส่วนอนุอื่นก็ทำตัวสงบเสงี่ยมขึ้นกว่าก่อนมาก แต่ที่แปลกคือนับแต่กลับจากเหยียนโจว หยางชินอ๋องไม่ได้เรียกหาอนุคนใดอีกเลย 

"ท่านอ๋องขอรับ" 

หยางหลงเพียงเหลือบตามองชั่วแว่บ 

"คุณหนูเหลียนฮวามาขอเข้าพบ ฮองเฮาทรงฝากขนมในวังให้คุณหนูนำมาให้ท่านอ๋องขอรับ" 

หยางหลงเพียงขีดเขียนพู่กันบนโต๊ะเงียบๆ จนพ่อบ้านรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง ยืนรอคำตอบจากผู้เป็นนาย จนผ่านไปครู่ใหญ่ 

"ให้นางไปรอที่ห้องโถง"  

    หยางหลงเงยหน้าจากงานที่กำลังทำ พลางทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง เพียงครู่ก็ลุกออกจากห้องไป 

"ท่านอ๋อง ฮองเฮาทรงให้หม่อมฉันนำขนมมาฝากเพคะ" เหลียนฮวาพูดด้วยท่าทางเขินอาย นางหลงรักชินอ๋องตั้งแต่แรกเห็น ในวันปักปิ่นของนาง พระองค์ก็ทรงเสด็จไปเพียงครู่เดียว พอมีโอกาสได้เห็นใกล้ชิดเพียงนี้หัวใจก็เต้นไม่เป็นซ่ำ 

คราวนี้เป็นฮองเฮาคิดแผนนี้ให้นาง ซ้ำนางยังถือได้ว่า เป็นว่าที่คู่หมั้น รอเพียงฮ่องเต้พยักหน้าก็เท่านั้น  

หยางหลงเพียงนั่งจิบชา ไม่ได้มองท่าทางเขินอายของนางเลยสักนิด ไม่รู้ในใจคิดอันใด "ขอบใจเจ้ามาก" 

"ลองชิมดูหน่อยไหมเพคะ เอ่อ.เป็นขนมที่ฮองเฮาทรงสอนหม่อมฉันทำ" เพียงพูดไปแล้วแก้มก็ขึ้นสีแดง ดูน่าทะนุถนอม 

"ก็ดีเหมือนกัน" หยางหลงกล่าวจบ ก็มีข้ารับใช้เข้ามานำขนมไปใส่จาน ทำให้เหลียนฮวายิ่งขวยเขินมากกว่าเดิม 

เหลียนฮวาแทบทนรอไม่ไหว อยากแต่งเป็นชินหวางเฟยโดยไว กลัวผู้อื่นจะเข้ามาแย่งตำแหน่งนี้ไป ท่านอ๋องของนางไม่เคยขาดสตรีงดงาม หากชักช้าปล่อยให้สตรีไร้ยางอายพวกนั้นเข้าใกล้ท่านอ๋อง ตอนนางแต่งเข้ามาคงจะกำจัดออกไปยาก นางต้องรีบทูลฮองเฮา 

กลับหน้าเรื่อง

สำหรับครบรอบ 1 ปี การเป็นนักเขียน ไรท์อยากจัดทำนิยายเรื่องแรกที่เริ่มต้นการเป็นนักเขียน ในรูปแบบหนังสือ เป็นซี่รี่ชุด แบบ แยกเป็นเล่มได้

- จะเอาอะไรกับข้าอีก

- นายท่าน

- พระชายา?

- อย่าทำข้า

นิยายทั้ง 4 เรื่อง จะถูกรีไรท์ใหม่ให้เหมาะสมกับการอ่าน ซึ่งอาจมีเนื้อเรื่องเพิ่มเติมจากหน้าเว็บ และ e-book

ด้วยความที่เป็นครั้งแรก ที่คิดจะทำนิยายทำมือ และคิดจะเปิด pre-order รบกวนสอบถามความต้องการของนักอ่านทุกท่านด้วยนะครับ ถ้าท่านใด สนใจนิยายเป็นรูปเล่ม ขอความกรุณาช่วยคอมเม้นตอบทีครับ เพราะผลตอบรับของพวกคุณ มีผลกับการตัดสินใจของไรท์ หรือหากนักอ่านท่านใด มีคำแนะนำดีๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงพิมพิ์ดีๆ หรืออะไรเกี่ยวกับการพิมพ์ ก็ขอรบกวนด้วยครับ

คนเราก็ต้องมีครั้งแรก ผมเองก็อยากมีหนังสือนิยายเล่มแรกที่เป็นผลงานของตัวเองเช่นกัน

ขอบคุณที่ยังให้การสนับสนุนและติดตาม

เบญจมาศน้อย/เบญจามาศดำ

 

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น