ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่ 3 เค้าลาง

ตอนที่ 3 เค้าลาง

           

“หึ มาดูกันว่าฉันจะได้อีกกี่ครั้ง จนกว่าเธอจะตอบคำถามที่ฉันอยากรู้จนหมด จะรอดูพระอาทิตย์ขึ้นพร้อมกันไหมละยาหยี”

“คุณจะทำอะไร”

“ผมก็จะรีดเอาคำตอบจากคุณไง”

“อย่าเข้ามานะ!

ชนิดาใช้ผ้าห่มพันตัวแล้วขยับหนีเมื่อเห็นชายหนุ่มขยับร่างเปลือยเปล่าเข้ามาใกล้แต่ก็ไม่ทันมือใหญ่ที่คว้าข้อเท้าของเธอไว้แล้วดึงให้ร่างของเธอกลับไปอยู่ใต้ร่างของเขาอีกครั้ง อีริคพยายามดึงผ้าห่มออกจากร่างของเธอแต่ถูกมือบางยื้อไว้แน่น

“ปล่อยนะ ไอ้บ้า!

“หึ”

อีริคขมวดตัวเธอกับผ้าห่มเป็นก้อนกลมแล้วนั่งคร่อมร่างดักแด้ของเธอไว้ไม่ให้ขยับไปไหน

“กรี๊ดด...อุ๊บ”

ความรู้สึกนี้มันกลับมาอีกแล้วอาการร้อนวูบวาบไปทั่วร่างเมื่อลิ้นร้อนเกี่ยวพันลิ้นเล็กของเธอและบดขยี้ริมฝีปากอย่างเร่าร้อน จูบอันดูดดื่มกำลังจะทำให้สมองของเธอขาดสติร่างกายอ่อนแรงอีกครั้ง สองมือหนาค่อยๆเลื่อนผ้าห่มออกอย่างเบามือจนกระทั่งร่างเปลือยเปล่าสวยงามปรากฏสู่สายตา ริมฝีปากร้อนไล่จูบลงมาตั้งแต่ซอกคอหอมกรุ่น ทรวงอกอวบอิ่ม แล้วดูดดึงยอดอกชูชันสลับไปมาทั้งสองข้างราวกับทารกน้อย

“อ๊ะ..อื้มม..อย่า”

ปากร้องห้ามแต่ร่างกายกลับบิดเร้าตอบสนองลิ้นร้อนที่ทำหน้าที่ปรนเปรอความรู้สึกวาบหวามนุ่มนวล อ่อนโยนแตกต่างจากครั้งแรก ทำให้หญิงสาวแม้อยากจะผลักไส แต่กลับอยากลิ้มรสความรู้สึกแปลกใหม่นี้มากขึ้น ร่างกายของเธอถูกผู้มีประสบการณ์อย่างช่ำชองครอบงำทำให้ตกหลุมบ่วงตัณหาของเขาจนยากที่จะหยุด

“กรี๊ดด..”

ชนิดาสะดุ้งกรีดร้อง มือบางจิกที่บ่าของเขาเพื่อระบายความเจ็บและความวาบหวามปนกัน เมื่อกุหลาบงามถูกเจ้าแท่งร้อนแทรกผ่านเข้าไปข้างในจนสุด อีริคบดขยี้ริมฝีปากของเธออย่างร้อนแรง แม้เธอจะไม่ยอมให้ความร่วมมือ แต่ความช่ำชองของเขาก็ทำให้เธอคล้อยตามได้ไม่ยาก มือบางแม้จะระดมทุบ จิก ข่วน เพื่อเขาออกไป แต่ชายหนุ่มก็ไม่ยอมขยับตัวกลับเพิ่มรสจูบร้อนแรงและบีบเคล้นเม็ดทับทิมสีสวยจนแข็งเป็นไต ความรู้สึกเจ็บถูกแทนที่ด้วยความวูบวาบและเสียวซ่านจนต้องขยับตัวเพื่อคลายความอึดอัด แต่กลับเป็นการเพิ่มเชื้อไฟให้กับชายหนุ่มที่พยายามอดทนไม่ขยับตัวจนกว่าเธอจะปรับสภาพตัวเองรับความใหญ่โตของเขาได้

อีริคเริ่มขยับสะโพกช้าๆ ถึงแม้ความต้องการของเขาจะพุ่งสูงก็ตามทีเมื่อถูกบีบรัดด้วยช่องทางคับแคบ ชายหนุ่มขยับเข้าออกเร็วขึ้นเมื่อความต้องการถาโถมเข้ามาเหมือนสายน้ำหลาก คลื่นในท้องของหญิงสาวก่อตัวขึ้นราวกับมีผีเสื้อนับร้อยๆตัวบินอยู่ภายในรอที่จะกระพือปีกเพื่อออกจากรัง ความเสียวซ่านแทรกกระจายไปทั่วทุกอณูผิวยิ่งกว่าครั้งแรก เสียงครางด้วยความรัญจวนดังไปทั่วห้องเมื่อชายหนุ่มสวนกายเข้าออกด้วยความเร็ว แต่แล้วชายหนุ่มกลับหยุดนิ่งเหมือนกับจะกลั่นแกล้ง ชนิดาที่ใกล้จะแตะขอบสวรรค์ในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้าจึงเหมือนถูกเหวี่ยงให้ตกลงสู่พื้นด้วยความหงุดหงิด

“อื้ออ...คะ..คุณ..หยุดทำไม”

“อยากให้ผมขยับ คุณก็ต้องตอบคำถามผมมาก่อน ว่าคุณชื่ออะไร”

อีริคกัดกรามแน่นที่ต้องพยายามอดกลั้นตัวเองไม่ให้กระหน่ำแทงเข้าออกช่องทางคับแคบจนหญิงสาวแตะขอบสวรรค์พร้อมกับเขา ก่อนจะได้คำตอบที่เขาต้องการ

“ไม่มีทาง”

อีริคขยับสะโพก คลื่นในท้องของหญิงสาวเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นเธอที่เด้งกายสวนทางชายหนุ่มที่กระแทกลงมาอย่างดุเดือด

“อื้มม..อ้า”

“ชื่อของคุณ..บอกผมมา..ซี๊ดด”

“อ๊ะ..อ๊ะ..มะ..มิ้ลค์..ฉันชะ..ชื่อมิ้ลค์..อ๊า”

“น่ารักมาก..อืม..ตอบมาให้ครบที่รัก..อา”

ตับ! ตับ! ตับ!

ชายหนุ่มเร่งเครื่อง เขาแทบจะทนไม่ไหวตัวตนของเขาโป่งพองเตรียมจะฉีดน้ำโพยพุ่งออกมาด้านนอก

“ชะ..ชนิดา..กรี๊ดด”

เสียงหวานกรีดร้องด้วยความสุขสมขมิบตอดรัดแท่งร้อนระอุรีดน้ำสีขาวขุ่นในกายเธอจนหมดสิ้น หยาดเหงื่อไหลรินพร้อมซบหน้าลงบนทรวงอกนุ่มนิ่ม เสียงหอบหายใจสะท้อนไปทั่วห้องกว้าง ชนิดารู้สึกเหนื่อยแทบจะลืมตาไม่ขึ้น แต่เธอก็ไม่ยอมอยู่ในสภาพนี้แน่

“อะ..ออกไป”

ชนิดาบอกเสียงแผ่ว ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าจิ้มลิ้ม ก่อนก้มลงจูบดูดดึงเม็ดทับทิมอย่างหลงใหล ถึงแม้มือบางพยายามผลักไส แต่ก็ไร้แรงจนต้องครางออกมาด้วยความวาบหวาม ตัวตนร้อนระอุผงาดชูชันขึ้นมาอีกครั้งในร่างกายเธอ

“เกมส์ของเรายังไม่จบง่ายๆหรอกนะ”

..............................................................................................................................

อีริครู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนที่เข็มสั้นชี้เลขสองและเข็มยาวชี้เลขสี่เนื่องจากอ่อนแรงกับบทรักร้อนแรงพร้อมกับรีดเค้นข้อมูลจากชนิดา กว่าเขาจะพอใจในคำตอบแสงอาทิตย์ยามเช้าก็สาดแสงให้ทั้งคู่มองเห็นได้จากผนังกระจกห้องพัก เขาจึงปล่อยให้เธอได้นอนพักสักที มือใหญ่ควานหาร่างนุ่มนิ่มข้างกายแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าชายหนุ่มรีบลุกขึ้นมองไปรอบห้อง เสื้อผ้าของเธอที่เขาเป็นคนถอดทิ้งลงกับพื้นและเสื้อสูทของเขาหายไป อีริคสวมเสื้อคลุมแล้วตามหาร่างบางทั่วห้อง ทั้งในห้องน้ำ ด้วยความหงุดหงิด ก็ไม่พบแม้แต่เงา

“โธ่เว้ย...”

          อีริครีบโทรหาโทนี่ เพียงไม่กี่นาทีเสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้นพร้อมร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำประจำตัวก้าวเข้ามาในห้องแล้วหยุดยืนหน้าชายหนุ่ม

            “ครับ เจ้านาย”

“เธอหายไปไหน”

“ใครหรือครับ”

“อย่ามาทำโง่ตอนนี้นะโทนี่ ผู้หญิงที่ฉันพามาที่นี่เมื่อคืนหายไปไหน”

“เธอกลับไปเมื่อตอนเที่ยงแล้วครับเจ้านาย”

“ใครหน้าไหนเป็นคนปล่อยให้เธอกลับไป”

“พวกผมคิดว่าเจ้านายเป็นคนปล่อยให้เธอกลับไปเองเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆ ผมก็เลยไม่ได้ห้าม”

อีริคกำหมัดแน่นเมื่อรู้ว่าหญิงสาวที่เขากกกอดเอาไว้ทั้งคืนแอบหนีไปแล้ว เขาคิดว่าเธอคงเหนื่อยจนไม่มีแรงจะลุกจากเตียงด้วยซ้ำ แต่เธอกลับหนีไปตอนที่เขาหลับไม่ได้สติใบหน้าเคร่งเครียดของชายหนุ่มทำให้โทนี่รู้สึกหนาวๆร้อนๆขึ้นมาทันที

“จะให้ผมตามเธอกลับมาไหมครับ”

“นายรู้หรือไงว่าเธออยู่ไหน”

“เอ่อ..มะ.ไม่รู้ครับ”

“ออกไปก่อน”

“ครับ”

อีริคกลับเข้าไปในห้องนอนที่แยกเป็นสัดส่วน มองเตียงขนาดคิงส์ไซต์ที่ยังคงมีร่องรอยหยดเลือดอยู่ตรงนั้น เป็นสิ่งยืนยันได้ว่าเขาเป็นคนแรกของเธอ อีริคไม่เคยรู้สึกดีกับผู้หญิงไหนไปมากกว่าอารมณ์และความต้องการ แต่สำหรับชนิดา...เขากลับรู้สึกเหมือนมีอะไรมากกว่านั้น

เขาต้องไปตามเธอกลับมา!!

................................................................................................................................

รถสปอร์ตสี่ล้อแล่นด้วยความเร็วกว่าร้อยแปดสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงบนทางด่วน ตอนนี้เป็นเวลาค่อนข้างดึกมากแล้วถนนจึงค่อนข้างโล่ง เท้าใหญ่ออกแรงเหยียบคันเร่งเพิ่มขึ้นจนขยับเข้าใกล้สองร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง อีริครู้สึกได้ปลดปล่อยความหงุดหงิดของตัวเองไปกับความเร็วที่เขารักเป็นชีวิตจิตใจหลังจากที่ออกตามหาชนิดาตามที่อยู่ที่เธอเคยบอกไว้ในคืนนั้น แต่มันกลายเป็นสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งหนึ่งและเมื่อเขาเข้าไปสอบถามชื่อของเธอกับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลก็พบว่าไม่มีชื่อนี้เป็นเจ้าหน้าที่หรือเกี่ยวข้องกับสถานที่แห่งนี้แม้แต่น้อย เท่ากับว่าเธอโกหก!

            อีริคกลับโรงแรมหรูโดยมีโทนี่คอยต้อนรับในห้องพักพร้อมกับสาวสวยในชุดเสื้อคลุมเปลือยไหล่ให้เห็นเนินอกนวลเนียนกึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่ที่โซฟารับแขก

             “อะไร”

“ผู้หญิงไงครับ เจ้านาย”

“ใครสั่ง”

“เอ่อ..คือ” ก็ทุกทีเจ้านายต้องให้เขาจัดผู้หญิงให้ทุกคืนไม่ใช่หรือไง

            “ออกไป”

เสียงเข้มสั่งลูกน้องด้วยความหงุดหงิด โทนี่มองเจ้านายตัวเองด้วยความไม่เข้าใจที่ตนเหมือนจะทำอะไรไม่ถูกใจไปซะหมด นับตั้งแต่เรื่องที่ตนปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นกลับไปโดยที่เจ้านายของเขากำลังหลับอยู่ โทนี่โค้งตัวสะกิดหญิงสาวให้ลุกขึ้นแต่ก็ถูกห้ามเอาไว้ซะก่อน

“แกออกไปก่อนโทนี่”

โทนี่มองหน้าเจ้านายของเขาด้วยความสับสนก่อนจะหลบสายตาตำหนิของเจ้านายหนุ่มแล้วก้าวเดินออกจากห้องก่อนจะปิดประตูให้อย่างรู้หน้าที่

อีริคมองหญิงสาวที่ยืนกอดเสื้อคลุมบิดกายยั่วยวนเขาจนแทบจะเห็นอะไรต่อมิอะไรจนหมด ใบหน้าสวยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางจนสะดุดตาส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่มหล่อเหลาราวกับเทพบุตร รตีเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในร้านระดับห้าดาวและวันนี้เธอได้รับเลือกให้มาขึ้นเตียงกับมหาเศรษฐีหนุ่มผู้ซึ่งใครๆต่างบอกว่าลีลาของเขานั้นยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์ชั้นไหนๆ รตีรู้สึกว่ามันคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มที่ได้นอนกับผู้ชายคนนี้      อีริคมองร่างอรชรขยับก้าวเดินไปใกล้แล้วยื่นมือมาสัมผัสแขนของเขาเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้สะบัดตัวหรือมีอาการปฏิเสธ หญิงสาวจึงใช้ร่างกายของเธอสัมผัสเข้ากับร่างกายของเขาพร้อมกับส่งเสียงซี๊ดซ๊าด จนอีริคต้องอุ้มเธอกลับไปนอนที่โซฟาแล้วกระชากเสื้อคลุมที่แทบจะไม่ปิดอะไรเลยออกจากร่าง ความต้องการของเขากำลังก่อตัวขึ้นมาอีกครั้งเมื่อเห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าปรากฏแก่สายตา ชายหนุ่มโน้มตัวจูบปากอิ่มด้วยความเร่าร้อน ขณะที่มือเล็กของเธอก็ทำหน้าที่ถอดเสื้อผ้าของเขาอย่างช่ำชอง

อีริคไม่รอช้ายกกายแกร่งสอดแทรกเข้าไปสำรวจภายในกุหลาบช่องามโดยไม่สนใจเสียเวลาเล้าโลมเธอให้มากไปกว่านี้ไม่ว่าจะกับผู้หญิงคนไหน ยกเว้นเพียงคนเดียวเท่านั้น มิ้ลค์ พลันใบหน้าจิ้มลิ้มของชนิดาก็ปรากฏขึ้นมาแทนที่คนใต้ร่าง อีริคสะบัดใบหน้าไปมาแล้วมองเธออีกครั้งใบหน้าสวยสะดุดตาของคนใต้ร่างก็กลับมา อีริคออกแรงขยับสะโพกเพียงสองสามครั้งคนใต้ร่างก็ส่งเสียงร้องครวญคราง ทำให้เขาคิดถึงเสียงเล็กที่กรีดร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดและสุขสมในเวลาเดียวกันของชนิดาเมื่อคืนนี้ พลันใบหน้าจิ้มลิ้มของเธอตอนถูกเขากระแทกเข้าออกก็กลับเข้ามาอีกครั้งใบหน้าของเธอสลับไปมากับใบหน้าของผู้หญิงใต้ร่างไปมา จะบ้าตาย

“โธ่เว้ยย...”

  ชายหนุ่มลุกขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความหงุดหงิดที่ไม่สามารถสลัดใบหน้าและความรู้สึกตอนร่วมรักกับชนิดาได้ เมื่อหันกลับไปมองร่างอรชรที่ยังคงนอนอารมณ์ค้างงุนงงกับการกระทำของเขาว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะเธอกำลังรู้สึกดีกับความใหญ่โตของชายหนุ่มที่เข้ามาเติมเต็มในตัวของเธออย่างเต็มแน่นแต่แล้วก็เหมือนตกลงมาจากตึกสิบชั้นเมื่อชายหนุ่มขยับสะโพกไม่กี่ครั้งแล้วละออกจากตัวของเธอไป อีริคหยิบธนบัตรสีเทาจากกระเป๋าหนังแท้วางไว้บนโต๊ะดูจากความหนาของธนบัตรแล้วคิดว่าน่าจะมากกว่าเงินเดือนของมนุษย์เงินเดือนบางคนด้วยซ้ำ

“นี่เงินเธอ จัดการเสื้อผ้าแล้วออกจากห้องฉันไปได้ ถ้าฉันกลับออกมาแล้วยังเจอเธออยู่ในห้องนี้ฉันจะเรียกลูกน้องให้จับเธอโยนออกไป”

ร่างกายที่เต็มแน่นแบบผู้ชายสุขภาพดี หมุนตัวเดินเข้าไปในห้องนอนแล้วล็อคประตูก่อนจะเดินตรงไปยังห้องน้ำ เปิดน้ำจากฝักบัวให้รดศรีษะจนเปียกโชกไปทั้งตัว น้ำเย็นที่ตกกระทบผิวหนังไม่สามารถลบความรู้สึกสับสนที่เกิดขึ้นได้ อีริคปล่อยสายน้ำให้ไหลอยู่อย่างนั้นเกือบชั่วโมงก่อนที่เขาจะออกจากห้องน้ำแล้วกลับมานอนคิดหาวิธีจับตัวหญิงสาวกลับมารับโทษและรับผิดชอบที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้

อีริคไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมสมองและร่างกายของเขาถึงจดจำแต่ชนิดา นับตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้จูบเขาก็เฝ้าฝันถึงคืนวันเร่าร้อน และเมื่อได้เธอมานอนครวญครางใต้ร่างกลับยิ่งทำให้เขาไม่สามารถมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นได้ ในสมองของเขามันมีแต่ภาพของเธอ เสียงร้องของเธอ ผู้หญิงที่ไม่ได้มีอะไรพิเศษไปกว่าผู้หญิงคนอื่นๆแต่กำลังจะทำให้เขาเป็นบ้า

“เธอต้องได้รับโทษในสิ่งที่เธอทำกับฉัน มิ้ลค์”

..............................................................................................................................

ชนิดาออกจากโรงแรมในสภาพที่แทบจะเรียกว่า โทรมอย่างเห็นได้ชัดเพราะร่างกายที่ถูกชายหนุ่มตักตวงความสุขพร้อมกับบีบเค้นข้อมูลของเธอทั้งคืน บวกกับอาการนอนน้อยเพียงไม่กี่ชั่วโมงทำให้เธอมีสภาพอย่างที่เป็นอยู่ เธอโบกรถแท็กซี่ให้พาไปส่งยังที่พักของนภาเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าและจัดการตัวเองก่อนกลับบ้าน เพราะถ้าหากเธอกลับบ้านไปในสภาพนี้แม่เธอต้องซักไซ้เอาคำตอบจากเธอแน่ เธอไม่พร้อมจะพูดหรืออธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นกับใครทั้งนั้น

เมื่อบอกจุดหมายปลายทางให้กับแท็กซี่ท่าทางใจดีเรียบร้อยแล้วเธอจึงเอนกายพิงเบาะที่นั่งมองออกไปด้านนอกตัวรถ กอดตัวเองแน่น กลิ่นหอมจางๆจากสูทที่เธอสวมอยู่ทำให้เธอคิดถึงกลิ่นตัวของเขาร่างกายของเขาที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ คิดถึงสัมผัสของเขาเวลาที่ขยับอยู่ข้างในตัวเธอ มันกำลังทำให้เธอกลัวความรู้สึกที่เกิดขึ้น ทั้งสับสน หวาดกลัว เสียใจ และสุขสมในเวลาเดียวกัน

ชนิดายกมือกดออดหน้าห้องพักหลังจากคิดมาอย่างดีแล้วว่าจะไม่ทำตัวเศร้าซึมให้เพื่อนผิดสังเกตแล้วซักถามอะไร เธอไม่พร้อมตอบคำถามตอนนี้

“อ้าว..มิ้ลค์ ไหนคุณโทนี่บอกว่าไปส่งเธอที่บ้านแล้วไง”นภาถามเพื่อนสนิทพร้อมกับเบี่ยงตัวให้ชนิดาเข้ามาในห้องและปิดประตูตามหลัง

“อะ..เอ่อ..พอดีฉันให้เค้าส่งที่บ้านคนรู้จักนะ ไม่อยากให้เขาไปส่งที่บ้าน ฉันเลยว่าจะมาขอยืมเสื้อผ้าเธอใส่กลับบ้านหน่อยนะ”

“อ๋อ..ได้สิ แล้วเธอไปเอาสูทใครที่ไหนมาใส่เนี๊ย หูย..อาร์มานี่ด้วยอะแก"

ชนิดาหันไปมองนภาที่ทำท่าสนใจสูทตัวใหญ่ที่เธอสวมมาแล้วเดินเข้าไปทำความสะอาดตัวเองในห้องน้ำ เธอใช้เวลาคิดเรื่องราวต่างๆในห้องน้ำเป็นเวลานานจนนภาต้องมาเคาะประตูถามกลัวเธอจะเป็นอะไรในห้องน้ำ เธอและนภามีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันทำให้ทั้งคู่สวมใส่เสื้อผ้าของกันและกันอยู่บ่อยๆ

“จะกลับเลยเหรอมิ้ลค์”

“อืม เดี๋ยวแม่จะเป็นห่วง ขอบใจนะ อ้อ..ฟ้า ช่วงนี้ถ้าบริษัทมาร์แชลโลติดต่อเข้ามาอีกฉันไม่รับแล้วนะ แล้วก็ขอบใจมากที่เอาค่าจ้างมาให้ด้วย”

“เรื่องค่าจ้างไม่เป็นไร แต่ทำไมถึงไม่รับงานของบริษัทมาร์แชลโลละ ค่าจ้างสูงกว่าที่อื่นๆเลยนะมิ้ลค์ ทำงานที่นี่งานเดียวเท่ากับทำงานที่อื่นตั้งสองสามงานแนะ”

“เธอจะรับไปก่อนก็ได้นะ แต่ฉันยังไม่รับในช่วงนี้ก่อนก็แล้วกัน ฉันไปละ” ชนิดาหยิบเสื้อสูทสีเทาเข้มขึ้นมาสวมแล้วออกจากห้อง

บ้านชั้นเดียวที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ให้ความร่มรื่นแก่ผู้อยู่อาศัย แขนสองข้างกอดกระเป๋าแล้วจับมือเย็นเฉียบของตัวเองไว้แน่น ขณะที่สองเท้าก้าวเข้าไปในตัวบ้าน ชนิดารู้สึกเหมือนคนที่มีความผิดติดตัวทั้งที่เธอไม่ได้เป็นคนก่อ เธอแวะซื้อยาคุมฉุกเฉินก่อนขึ้นรถกลับบ้านเพราะจำได้ว่ามีแค่ครั้งแรกเท่านั้นที่เขาหลั่งด้านนอก หลังจากนั้นเขาก็ไม่ปล่อยให้เจ้าแท่งร้อนระอุนั้นออกจากตัวเธอแม้แต่น้อย

เมื่อปิดประตูพบว่าข้างในตัวบ้านที่น่าจะเปิดไฟเพราะข้างนอกมืดแล้วและแม่ของเธอก็น่าจะกลับจากที่ทำงานเรียบร้อยแต่กลับมืดสนิท ชนิดาเดินคลำทางไปด้านซ้ายของผนังบ้านเพื่อเปิดไฟ และเมื่อแสงสว่างจากหลอดไฟสว่างขึ้นเธอก็แทบล้มทั้งยืนเมื่อเห็นร่างของกิ่งแก้วนอนล้มคว่ำอยู่หน้าประตูห้องนอนห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว

“แม่!!

ชนิดาทิ้งกระเป๋าลงกับพื้นแล้วรีบวิ่งไปจับร่างของกิ่งแก้วที่นอนคว่ำแล้วพลิกร่างที่ไม่ได้สติให้นอนหงาย ร่างกายของเธอสั่นไปทั้งตัวด้วยความกลัว ครอบครัวของเธอเหลือเพียงเธอกับแม่สองถ้าหากแม่เป็นอะไรไปแล้วเธอจะอยู่ได้ยังไง สติอันน้อยนิดของเธอบอกให้เธอใช้สองมือจับไหล่ทั้งสองข้างที่อ่อนปวกเปียกของกิ่งแก้วแล้วเขย่า

“แม่! แม่ได้ยินหนูไหม แม่!

ชนิดามองไปตามร่างไร้สติของกิ่งแล้ว หน้าอกยังคงขยับขึ้นลงตามการหายใจทำให้เธอพอเบาใจได้ว่าแม่ของเธอยังมีชีวิตอยู่ เมื่อเห็นว่าตามร่างกายไม่มีบาดแผลถูกทำร้ายและภายในบ้านก็ไม่มีร่องรอยการรื้อค้นสิ่งของ เธอจึงรีบไปหาผ้าชุบน้ำกลับมาเช็ดตามใบหน้าและลำคอ เมื่อความเย็นของน้ำสัมผัสใบหน้ากิ่งแก้วจึงได้สติ ค่อยๆกระพริบตาเพื่อปรับแสงจึงเห็นใบหน้าเปื้อนน้ำตาของชนิดาที่อยู่ข้างๆ กิ่งแก้วพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งโดยมีชนิดาคอยช่วยเหลือ ก่อนจะยกสองแขนอ้ากว้างเป็นอ้อมกอดให้ลูกสาวได้โถมตัวเข้ามาหา

“แม่ แม่เป็นอะไร มิ้ลค์ใจคอไม่ดีเลย กลัวว่าแม่จะถูกโจรขโมยของทำร้าย”

“แม่ไม่ได้ถูกใครทำร้ายหรอกลูก แม่กลับมาถึงบ้านกำลังจะเอาของเข้าไปเก็บในห้อง จู่ๆก็วูบไปเลย รู้สึกตัวอีกทีก็เห็นหนูนั่งร้องไห้อยู่ข้างๆแล้วละลูก”

“แม่...”

“แม่ไม่เป็นไรแล้วลูก ช่วงนี้คงทำงานหนักไปหน่อยนะร่างกายก็เลยอ่อนแรง”

“แม่..แม่ไม่ต้องไปทำงานแล้วนะ มิ้ลค์จะทำงานเลี้ยงแม่เอง แม่ทำงานมาเยอะแล้ว ทุกวันนี้งานที่มิ้ลค์ทำรายได้ก็เยอะพอสมควรเพียงแต่มิ้ลค์ต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ สามารถเลี้ยงแม่ได้สบาย มิ้ลค์ไม่อยากให้แม่เหนื่อยอีกแล้ว มิ้ลค์...มิ้ลค์กลัว..ฮือออ”

กิ่งแก้วเป็นผู้จัดการแผนกตัดเย็บของโรงงานเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง แต่ถึงแม้จะเป็นถึงผู้จัดการแต่งานก็ยังคงมากมายไม่ต่างพนักงานธรรมดา และรายได้ก็ไม่ได้มากมายเหมือนกับชื่อตำแหน่งที่เหมือนจะใหญ่โตโก้หรู เธอจึงต้องทำโอทีวันละหลายชั่วโมงและแทบจะไม่มีวันหยุด เธอเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์ไว้ในบัญชีเพื่อให้ชนิดาลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอไว้ใช้ในอนาคต แทบจะไม่ใช้จ่ายส่วนตัวของตัวเองถ้าไม่จำเป็น แต่ตอนนี้เธอรู้สึกร่างกายของเธอไม่เหมือนเมื่อก่อนอ่อนแรงและมักจะปวดหัวโดยไม่ทราบสาเหตุแต่เพียงไม่กี่นาทีก็หายไป

“แม่ก็ไม่อยากให้มิ้ลค์ไปทำงานแบบนั้น ถึงแม้รายได้จะมากแค่ไหนแต่คนก็มองเราเป็นในแง่ไม่ดีตลอดเวลานะลูก แม่รู้ว่าหนูไม่ใช่คนที่จะทำอะไรแบบนั้นแน่นอนแต่ถึงยังแม่ก็เป็นห่วงและอยากให้มิ้ลค์ได้งานที่ดีและมั่นคงกว่านี้นะลูก”

“มิ้ลค์รู้ค่ะแม่”และคงไม่ทันแล้วค่ะ

“มิ้ลค์ไม่คิดจะทำงานนี้ตลอดไปหรอกค่ะแม่ มิ้ลค์แค่อยากจะทำไปสักระยะจนกว่าเราจะมีเงินเก็บมากพอสักก้อน แล้วมิ้ลค์จะเปิดร้านอาหารเล็กๆให้แม่แล้วเราก็อยู่ด้วยกันสองคน นะคะแม่”

กิ่งแก้วพยักหน้ากอดลูกสาวไว้แนบอกด้วยความรักครอบครัวของเธอเหลือกันเพียงสองคนแม่ลูก น้ำตาของแม่ไหลลงเป็นทางตามลูกสาว สองคนแม่ลูกกอดกันร้องไห้อยู่ตรงนั้นสักพักกิ่งแก้วจึงไล่ให้ลูกสาวไปอาบน้ำแล้วมาทานข้าวที่เธอซื้อเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว

“มิ้ลค์ แม่ว่าลูกหางานอื่นทำดีกว่าไหม”

กิ่งแก้วเอ่ยปากถามลูกสาวเมื่อเห็นชนิดาเดินออกมาจากห้องแล้วนั่งลงข้างเธอ

“งานนี้ก็ไม่ได้เสียหายอะไรนะคะ รายได้ก็ดีมิ้ลค์จะสามารถเก็บเงินได้เร็วขึ้น แม่อย่าคิดมากเลยค่ะมันอยู่ที่การมองของแต่ละคนมากกว่า ถ้าเราไม่ได้เป็นอย่างที่ใครๆเขาคิดก็ไม่เห็นต้องสนใจเลยนิคะ มิ้ลค์ขอแค่แม่เข้าใจมิ้ลค์คนเดียวก็พอแล้วค่ะ”

สองแม่ลูกกอดกันอยู่อย่างนั้นจนกระทั้งถึงเวลาเข้านอน ชนิดาพยุงร่างของกิ่งแก้วให้นอนลงบนเตียงนอนจัดผ้าห่มให้เรียบร้อยก่อนจะจับมือที่เหี่ยวย้นตามกาลเวลาขึ้นมาแตะใบหน้าของเธอแผ่วเบา

“พรุ่งนี้แม่ก็แจ้งบริษัทได้เลยนะคะ มิ้ลค์จะรอฟังข่าวดีนะคะ มิ้ลค์รักแม่ค่ะ”

“จ๊ะ แม่ก็รักมิ้ลค์นะลูก”

ชนิดาก้าวออกจากห้องนอนของกิ่งแก้วปิดประตูให้อย่างแผ่วเบาแล้วจึงกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง ร่างบางทิ้งตัวลงบนเตียงไม่เบานัก สายตามองเห็นอะไรบางอย่างหล่นออกมาจากกระเป๋าของเธอมือบางจึงหยิบขึ้นมาแล้วก็ต้องตกใจเธอยังไม่ได้กินยังคุมฉุกเฉินเพราะเกิดเหตุการณ์ต่างๆขึ้นมาซะก่อน เธอรีบอ่านวิธีรับประทานข้างกล่องแล้วสองเท้าก็รีบก้าวออกจากห้องไปยังห้องครัวจัดการรินน้ำใส่แก้วแล้วจึงรีบจัดการยาเม็ดแรกทันที

ชนิดากลับเข้ามาในห้องนอนอีกครั้งคราวนี้เรื่องราวของเธอกับผู้ชายคนนั้นกลับเข้ามาในสมองของเธอหลังจากที่ลืมเลือนไปชั่วคราว เธอรีบสูทสีเทาเข้าไปเก็บไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดในตู้เสื้อผ้า มันทำให้นึกถึงคำพูดและการกระทำของเจ้าของมัน ชนิดาปิดไฟสอดตัวเข้าไปในที่นอนแสนนุ่มที่คุ้นชินแต่วันนี้น้ำตากำลังไหลชุ่มจนเปียกหมอนเธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาในตอนเที่ยงวัน หลังจากที่พยายามลืมตามองดูรอบๆตัว จึงพบว่าตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายที่หล่อเหลาที่สุดเท่าที่พบเจอแม้แต่ในยามหลับ เธอค่อยๆขยับแขนหนักที่พาดเอวขอดของเธอแล้วลุกขึ้นทำความสะอาดคราบเหนียวที่เปรอะเปื้อนตรงหว่างขาแล้วรีบคว้าเสื้อผ้าขึ้นมาสวมก่อนจะสวมสูทที่ตกอยู่ใกล้ๆหยิบกระเป๋าแล้วออกจากห้องไปทันที ถ้าหากเธอไม่ฝืนตัวเองออกจากห้องนั้นเธอก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกถ้าหากผู้ชายคนนั้นตื่นขึ้นมาชนิดาหลับตาปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปพร้อมกับน้ำตาที่ยังคงไม่หยุดไหลก่อนจะหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย

 

*** อยากบอกว่าเศร้าเลยเรื่องนี้ ขอกำลังใจด้วยนะคะ จิตใจห่อเหี่ยวก็เลยอัพช้า (ว่าไปนั่น)

กลับหน้าเรื่อง

 

 

             รักลดา     เป็นนามปากกาของนักอ่านนิยายคนหนึ่งที่อยากจะเป็นนักเขียน และอยากมีนิยายเป็นของตัวเอง

 

            นิยายส่วนใหญ่เน้นพระเอกหื่นกาม 18+ (555)หวานนิด เปรี้ยวหน่อย

            ไม่ชอบนาง(นาย)เอกที่โง่มากจนเกินไป

            สำหรับบางครั้งที่รักลดาหายไปไม่ต้องตกใจนะคะ บางครั้งมีงานรัดตัว ทั้งหางานทำ ไม่มีอารมณ์บ้างและอีกหลายๆอย่าง แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะไม่หายไปนานเป็นเดือนแน่นอน

ทวงกันเข้ามาเยอะๆนะคะเป็นเชื้อไฟในการเติมไฟให้กับรักลดา

 

            ขอบคุณสำหรับผู้ที่ชื่นชอบนิยายของนักเขียนมือใหม่คนนี้และติดตามกันมาตลอด ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจที่เข้ามานะคะ มันทำให้รักลดามีกำลังใจในการเขียนต่อไปและเรื่องต่อๆไป อาจจะไม่ได้ดีเลิศถูกใจทุกคน ก็ขอโทษด้วยนะคะ                                                   

            ช่องทางการติดต่อรักลดา ทั้งเข้ามาพูดคุยสอบถาม หรือสั่งจองหนังสือ ทักทายกันเข้ามาได้ที่

            เพจรักลดา https://www.facebook.com/Rakladawriter

 

            ไอดีไลน์:mate6411

 

 

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น