ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่ 15 Danmachi

วันนี้เป็นอีกวันที่ทัตสึมิยังคงลงดันเจี้ยนในชั้นกลางเพียงแค่คนเดียว และยังคงทำกิจวัตรประจำวันเหมือนเช่นทุกวันที่ผ่านมา ซึ่งในตอนนี้ทัตสึมิกำลังรับมือกับมิโนทอร์จำนวน 4 ตัวอยู่ในดันเจี้ยนชั้นที่ 15 

ซึ่งตัวของทัตสึมินั้นยังไม่เคยลงไปถึงชั้นที่ 17 เลยแม้แต่ครั้งเดียวเพราะตัวเขานั้นรู้ถึงความสามารถของตัวเองดี แม้ว่าตัวเขาจะพัฒนาได้เร็วกว่าคนอื่นๆ หรือจะมีความสามารถสุดโกงยังไงก็ตามแต่มันก็ย่อมมีขีดจำกัด ยิ่งในชั้นที่ 17 มีบอสอย่างโกไลแอธอยู่ด้วย

แม้ว่าตัวทัตสึมินั้นอยากจะลองไปท้าทายบอส แต่ทางระบบได้แนะนำมาว่าตัวของเขาในตอนนี้ยังไม่ไหว ทางที่ดีหากคิดจะโซโล่บอสควรขึ้นเลเวล 3 หรือเกือบๆเลเวล 3 จะดีกว่า หรือไม่ก็ควรจะหาพรรคพวกแล้วไปจัดการมันด้วยกัน

ซึ่งตัวทัตสึมิก็สนใจเกี่ยวกับการอัญเชิญวิญญาณวีรชนอยู่เหมือนกัน ตัวตนระดับตำนานในอดีตที่จะได้ยินบ่อยๆในสมัยเรียน หากสามารถอัญเชิญพวกเขาออกมาได้จริงๆมันก็น่าตื่นเต้นไม่ใช่น้อย และเมื่อตัดสินใจได้ดังนั้น...

 

"ระบบ ขอข้อมูลเกี่ยวกับการอัญเชิญวีรชนหน่อย"

[ รับทราบ ]

ทันใดนั้นเองข้อมูลเกี่ยวกับการอัญเชิญวิญญาณวีรชนก็หลั่งไหลเข้าสู่สมองคำร่ายในการอัญเชิญ สื่ออัญเชิญต่างๆที่จำเป็นและวงแหวนเวทย์มนต์สำหรับการอัญเชิญ

"สื่ออัญเชิญก็มีผลต่อวิญญาณวีรชนที่เราจะได้สินะ ระบบ ขอข้อมูลวีรชนที่แนะนำ"

[ รับทราบมาสเตอร์ ]

และต่อมาข้อมูลเกี่ยวกับวิญญาณวีรชนที่ทางระบบแนะนำก็หลั่งไหลเข้ามาในหัว ซึ่งมันมีทั้งนิสัยและบุคลิกของวีรชนคนนั้นๆอีกด้วยเพื่อง่ายต่อการตัดสินใจ

 

"ราชาอัศวินแห่งบริเตน อาเธอร์ หืม... อาเธอเรีย เพนดราก้อน? ยังไงละเนี่ย.."

ที่ทัตสึมิรู้จักในคาบเรียนประวัติศาสตร์นั่นคือ อาเธอร์ เพนดราก้อนซึ่งเป็นชาย แต่จากชื่อที่ได้ข้อมูลมามันเหมือนชื่อของผู้หญิงมากทำให้ทัตสึมิค่อนข้างแปลกใจแถมยังมีข้อความเตือนอีกว่า 'โปรดระวังเงินในกระเป๋าของท่าน'

 

"กษัตริย์ในตำนานแห่งนครอุรุค ราชาวีรชนกิลกาเมซ.."

คนนี้ก็น่าสนใจเช่นเดียวกัน แถมจากข้อมูลเกี่ยวกับพลังของกิลกาเมซนั้นบอกว่าเขามีคลังสมบัติที่เก็บสะสมสมบัติเอาไว้มากมายทั่วโลก แต่นิสัยไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่นัก แถมทัตสึมิก็กังวลเกี่ยวกับโซ่สวรรค์เอนคิดูที่มีผลต่อสายเลือดเทพ หากมีเทพคนไหนทำให้ไม่พอใจมีหวังได้ถูกส่งกลับสวรรค์แน่

 

"เคาน์เตอร์ การ์เดี้ยน เอมิยะ ชิโร่ ใครละเนี่ยมีตัวตนในประวัติศาสตร์ด้วยหรอ แถมชื่อแบนี้เป็นของญี่ปุ่น... นึกไม่ออกแฮะ"

ส่วนคนนี้คือชื่อที่ทัตสึมิไม่เคยได้ยินมาก่อน แถมชื่อยังเป็นคนญี่ปุ่นแต่เท่าที่จำได้ไม่มีชื่อเอมิยะ ชิโร่อยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ตำนานของญี่ปุ่นนะ หรือเป็นเพราะเขาไม่ตั้งใจเรียนเองเลยไม่เคยได้ยิน 

แต่หลังจากนั้นระบบก็ทำให้ทัตสึมิเข้าใจเอมิยะ ชิโร่วีรชนจากอนาคต เพียงเท่านี้ทุกอย่างก็คลี่คลาย

ซึ่งคนนี้ทัตสึมิค่อนข้างสนใจเป็นพิเศษเพราะเวทย์ Tracing ที่มีเหมือนกันและแม้ว่าจะถูกเรียกว่าคลาสอาเชอร์แต่มีความสามารถในการต่อสู้ระยะประชิดอีกด้วย และที่สำคัญทำอาหารเก่งมาก

 

"เยอะจังน่า... มีทั้งตัวตนที่เคยได้ยินและไม่เคยได้ยินเต็มไปหมดเลย"

ที่กล่าวไปข้างต้นนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งยังมีอีกมากมายที่ระบบแนะนำมา หากให้พูดทั้งหมดคงกินไปหลายหน้า เพราะฉะนั้นเอาแค่นี้ก็พอแล้ว

และถ้าถามว่าตอนนี้ทัตสึมิสนใจใครเป็นพิเศษ ก็ต้องบอกว่าเคาน์เตอร์ การ์เดี้ยนอย่างเอมิยะ ชิโร่เพราะตัวของทัตสึมิมีเวทย์ Tracing อยู่เช่นเดียวกันและมันไม่ค่อยจะพัฒนาสักเท่าไหร่นัก อาวุธที่สร้างขึ้นมาก็พังง่ายเสียเหลือเกิน แม้ว่าทัตสึมิจะมีข้อมูลในการพัฒนาพลังแต่การที่ได้เจ้าของพลังมาช่วยสอนมันจะเป็นอะไรที่ดีกว่าฝึกฝนด้วยตัวเอง

"ระบบ มีอะไรที่ฉันต้องระวังอีกไหม"

[ สิ่งที่มาสเตอร์ต้องระวัง นั่นคือการอัญเชิญวิญญาณวีรชนข้ามมายังโลกที่ไม่เกี่ยวข้องกับโลกของพวกเขามันจะทำให้ตัวท่านเสียมานาจำนวนมหาศาลเพื่อการคงอยู่ของวิญญาณวีรชน และสิ่งที่ต้องพึงระวังนั่นคือเหล่าเทพที่เซนต์จะดีหน่อย เพราะถึงแม้เหล่าวีรชนจะอยู่ในร่างวิญญาณทำให้เหล่าเทพที่ผนึกพลังของตัวเองมองไม่เห็นแต่มันก็จะมีเทพบางคนที่สายตาหรือเซนต์จะดีกว่าคนอื่นๆ ] 

"ปัญหาค่อนข้างเยอะเลยนะ"

เรื่องของการสูญเสียมานานั้นตอนนี้ทัตสึมิยังไม่กังวลเท่าไหร่นัก แต่สำหรับเกี่ยวกับเทพนี่สิที่ควรจะกังวลเพราะไม่รู้ว่าหากอัญเชิญวิญญาณวีรชนมาแล้วมันจะเกิดปัญหาอะไรรึเปล่า พวกเทพจะมีปฏิกิริยากันยังไง

"ดูเหมือนการอัญเชิญวีรชนคงไม่เหมาะกับโลกใบนี้"

สุดท้ายทัตสึมิก็ล้มเลิกความคิดในการอัญเชิญวิญญาณวีรชน เพราะหากคิดถึงปัญหาที่จะตามมาแล้วมันไม่ค่อยจะโอเคเสียเท่าไหร่นัก แถมไม่รู้ท่านเฮสเทียจะมีปฏิกิริยายังไงด้วย เห็นทีการอัญเชิญวีรชนคงต้องยกเอาไว้โลกอื่น หรือไม่ก็ไปอัญเชิญในโลกที่เกี่ยวข้องจะดีกว่า

 

"ระบบตอนนี้ฉันมีแต้มและสิทธิ์ในการสุ่มอยู่เท่าไหร่?"

[ ในตอนนี้มาสเตอร์เหลือแต้มอยู่ 7,500 แต้มและสิทธิ์ในการสุ่มอีก 3 ครั้งจากการกระทำที่ผ่านๆมา ]

ก็ได้แต่หวังว่าสิทธิ์ในการสุ่มทั้ง 3 กับเงินที่มีอยู่จะช่วยอะไรเขาได้บ้างเพื่อทดแทนในส่วนที่ไม่ได้อัญเชิญวิญญาณวีรชน เพราะยังไงเขาก็ยังต้องกรคนที่จะมาช่วยในการลงดันเจี้ยนชั้นลึกๆ 

"ระบบ ทำการสุ่มทั้ง 3 ครั้ง"

[ กำลังดำเนินการโปรดรอสักครู่... ]

 

[ ท่านได้รับ : ถั่วเซียน 1 ถุง (20 เม็ด) ]

[ ท่านได้รับ : อาชีพ'จักรพรรดิเงา' ]

[ ท่านได้รับ : เกลือจำนวน 1 ปี ]

 

[ ท่านจะทำการติดตั้งอาชีพจักรพรรดิเงาหรือไม่ ]

 

"เลือกได้ด้วยหรอ ก็เห็นที่ผ่านๆมาแกตัดสินใจเองตลอดเลยนี่"

 

[ ถ้าเช่นนั้น ทำการติดตั้งอาชีพจักพรรดิเงา : เสร็จสิ้น ]

 

เห้ย!!

 

[ ท่านได้รับ : Class Skill ]

[ Active Skill : สกัดเงา Lv.1 ]

[ Active Skill : บันทึกเงา Lv.1 ]

 

[ ทำการปรับค่าสเตตัสของท่านให้เหมาะสม : เสร็จสิ้น ]

 

"เห้อ... ชอบทำอะไรตามใจตัวเองจริงๆ"

ทัตสึมิเลิกสนใจระบบก่อนจะมานั่งอ่านข้อมูลของอาชีพและสกิลที่ได้รับมา ซึ่งพออ่านๆดูแล้วก็พบว่ามันค่อนขเางน่าสนใจในระดับหนึ่งเลยทีเดียว แต่มันมีปัญหาตรงที่ว่ามอนสเตอร์ในดันเจี้ยนหลังจากที่โดนจัดการมันจะสลายหายไปเหลือเอาไว้เพียงหินเวทย์แล้วจะทำยังไงถึงจะสามารถสกัดเงามันได้ละ

โฮก!!

พูดถึงมอนสเตอร มอนสเตอร์ก็มามิโนทอร์ฝูงหนึ่งกำลังเดินเข้ามาหาทัตสึมิพอดี(ทัตสึยังอยู่ในดันเจี้ยนนะ)

ปัง!!!

ทัตสึมิยิงไฟฟ้าเข้าใส่ฝูงมิโนทอร์ทำให้พวกมันตายในทันที แต่ครั้งนี้แตกต่างร่างของพวกมันถูกปกคลุมไปด้วยเงาสีดำ มันไม่ได้หายไปเหมือนทุกครั้ง

 

[ สกัดเงาสามารถใช้กับเป้าหมายได้ ]

[ โปรดเลือกคำสั่งดำเนินการสำหรับสกัดเงา ]

 

"คำสั่งดำเนินการงั้นหรอ.... จงตื่น"

 

วูบ!!

 

ร่างของเหล่ามิโนทอร์เกิดการเปลี่ยนแปลง เงาดำค่อยๆโผล่ออกมาจากร่างกายของพวกมันก่อนจะปรากฎดป็นมิโนทอร์เงาสีดำ ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของทัตสึมิส่วนร่างของพวกมันก็สลายหายไปเหมือนอย่างทุกครั้ง แต่มันไม่มีหินเวทย์ดรอปลงมาเหมือนเช่นเคย

 

[มิโนทอร์ Lv.1 แรงค์ ปกติ]

 

"หินเวทย์แลกกับเงางั้นหรอ"

ในตอนนี้ทัตสึมิตื่นเต้นมาก เพราะนี่เท่ากับว่าเขาจะมีกองทัพเงามอนสเตอร์เป็นของตัวเอง แถมเจ้าพวกนี้ดูเหมือนจะเป็นตัวแทงค์ได้ดีด้วย แถมยังสามารถเพิ่มระดับให้กับพวกมันได้อีก

"และที่สำคัญทุกครั้งที่สกัดเงามันไม่เสียมานา"

และในวันนั้นเองที่ทัตสึมิอยู่ภายในดันเจี้ยนจนดึกดื่น เพื่อทำการสกัดเงามอนสเตอร์ในดันเจี้ยนซึ่งเงาที่เขาได้มาคือมิโนทอร์ 20 ตัว และ Hellhound 10 ตัว ซึ่งทั้งหมดเป็นแรงค์ปกติ แต่มีบางตัวที่เลเวลอัพบ้างแล้วระหว่างสกัดเงา

 

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ขอโทษที่เปลี่ยนใจกระทันหัน แต่พอนึกถึงผลกระทบมันทำให้ผมตัดสินใจไม่อัญเชิญวีรชน ผมเลยเลือกที่จะให้ทัตสึมิได้รับอาชีพจักรรดิเงาไปแทน เหตุผลนั่นก็มันเท่ห์ดี และอีกไม่นานเฮสเทียแฟมิเลียจะมีสงครามใช่ไหมละ ซึ่งถ้าทัตสึมิเรียกเงาพวกนี้ออกมาพวกอพอลโลได้มีเหวอกันบ้างละ ยิ่งถ้าได้เงาของบอสในชั้นที่ 18 มาด้วยนี่มันแบบ... 

แต่สำหรับวีรชนใช่ว่าผมจะไม่อัญเชิญออกมาเลยนะ ผมอัญเชิญแน่นอนแต่มันยังไม่ถึงเวลาแค่นั้นเอง

และดูเหมือนจะมีคอมเมนต์ด่าผมอีกแล้วสินะ อืม.. จะว่ายังไงดีเรียกร้องความสนใจหรือยังไง หรือที่บ้านพ่อแม่ไม่รัก หรือพ่อแม่ไม่สั่งสอน ไม่สิมันมีพ่อแม่รึเปล่า หรือมีแต่พ่อแม่สอนแล้วไม่จำหรือพ่อแม่สอนมาแบบนั้น เอาเถอะบางทีอาจจะเป็นเด็กน้อยที่ยังไม่มีความคิดก็ได้ อย่าไปสนใจๆ

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น