รุ่นพี่ที่(อยากให้)รัก
ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้น
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่ 1 จุดเริ่มต้น

เช้าวันแรกของการเปิดเทอมของโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัดค่อนข้างวุ่นวาย เพราะนักเรียนทุกคนต้องมาจับจองที่นั่ง โดยส่วนใหญ่เน้นนั่งกลางห้องและหลังห้องมากกว่าจะเป็นหน้าห้อง เพื่อหลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับครู (และหามุมหลับในคาบเรียนได้ง่ายกว่า)  

“เฮ้อ!!! นึกว่ามาเช้าแล้วนะ ไม่ทันเฉยเลย” ฉันถอนหายใจพร้อมกับบ่นกับตัวเองอย่างเสียดายที่ตอนนี้เหลือแค่ที่นั่งแถวหน้าให้เลือก 

“อย่างน้อยก็ยังติดหน้าต่างแหละ” ฉันยิ้มทันทีที่เห็นโต๊ะที่ถูกใจ 

“สวัสดีเธอชื่อไรอ่า” เด็กสาวผิวขาว ถักเปียสองข้างผูกโบสีน้ำเงิน น่าจะสูงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซนติเมตรพอๆ กับฉันวางกระเป๋าลงข้างๆ โต๊ะฉันแล้วถามพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใส 

“เราชื่อ มิ้ม ติรยา วัสยากุล” ฉันตอบเธอไปทั้งชื่อเล่น และชื่อจริง จนเธอกลั้นขำไม่อยู่ 

“เราชื่อ หลินจง แซ่กลาง ชื่อเล่นหลิน ป๊ากับม้าเปิดร้านขายยาจีนหน้าตลาด มีพี่ชายหนึ่งคน แนะนำตัวเป็นทางการพอปะ” หลินแนะนำตัวเชิงล้อเลียนฉันอย่างเป็นทางการแล้วเราสองคนก็หัวเราะกัน 

“มิ้มมาจากโรงเรียนไหน เราไม่เคยเห็นหน้า” 

“เราย้ายมาจากจังหวัดแพร่ เราย้ายตามครอบครัวมา พ่อแม่เราย้ายมาทำงานที่นี่” 

“แพร่นี่ภาคเหนือใช่ปะ มิ้มขาวมากเลยอะ อิจฉา” หลินยิ้มพลางดึงมือฉันขึ้นมาจ้องไปที่หลังมือ ฉันก็พยักหน้าแล้วยิ้มตอบ 

‘ในที่สุดก็มีเพื่อนแล้ว’ ฉันนึกในใจด้วยความยินดี 

********************* 

พอหมดคาบเรียนเช้าก็ได้เวลาพักเที่ยงของระดับชั้นมัธยมปลาย โรงอาหารยังมีเด็กมัธยมต้นอยู่ประปราย แต่ก็ทยอยขึ้นไปเรียนเรื่อยๆ  

“มิ้ม ร้านนี้แหละ อร่อยสุดเลย” หลินจูงมือฉันมาหยุดที่ร้านข้าวแกงของป้าเพียงที่เชียร์นักหนาว่าต้องมากินให้ได้ 

“โอ๊ย หลิน แกก็บังคับไอ้มิ้มมันจัง เผื่อมันอยากกินก๋วยเตี๋ยวร้านลุงเคี้ยงกับฉันบ้าง” เพื่อนในกลุ่มอีกคนพูดขึ้นมา เธอชื่อยิ้ม เป็นคนอวบๆ ผิวสีน้ำผึ้ง หน้าตาน่ารัก 

“พอเลยๆ ทั้งสองคน มิ้มมันอาจอยากกินข้าวมันไก่ร้านป้าเพ็ญก็ได้” มน เพื่อนอีกคนในกลุ่มที่สูงหนึ่งร้อยห้าสิบห้าเซนติเมตร ผิวขาว ตัวเล็กสุดในกลุ่ม เสนอร้านโปรดของตัวเองบ้าง  

พวกเราเป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกัน โดยยิ้มและมน เป็นเพื่อนมัธยมต้นที่อยู่ต่างห้องแต่เรียนโรงเรียนเดียวกันกับหลิน ซึ่งก็คือโรงเรียนที่ฉันกำลังเรียนอยู่นี่แหละ  

ทั้งสามเลือกเรียนต่อมัธยมชั้นปีที่สี่ที่โรงเรียนเดิม และพวกเราได้อยู่ห้องเดียวกัน กลุ่มของเรามีด้วยกันทั้งหมดสี่คน  

ฉันเลือกกินร้านเดียวกับหลิน ส่วนยิ้มกับมนก็จำใจต้องเลือกร้านเดียวกัน เพราะร้านอื่นแถวยาวมากกลัวเสียเวลาต่อคิว โดยให้ฉันกับหลินซื้อข้าว ส่วนทั้งสองก็ไปซื้อน้ำ 

ฉันกับหลินถือข้าวมายังโต๊ะที่ยิ้มกับมนจองไว้ แล้วสายตาฉันก็เหลือบไปเห็นสมุดสีเหลืองมีตราโรงเรียนวางไว้ที่เก้าอี้ยาวที่ฉันและหลินกำลังนั่งทานข้าวอยู่ 

“มีสมุดการบ้านพี่มอห้าทับสามวางไว้ตรงนี้ด้วยอะแก” ฉันพูดพร้อมกับหยิบสมุดขึ้นมาให้ 

“ไหนๆ ดูดิ๊ กรี๊ด แกๆ” ยิ้มดึงสมุดไปดูชื่อ แล้วร้องเสียงแหลมอย่างตื่นเต้น แล้วยื่นให้มนดู 

“แก สมุดของพี่สิงห์เหนือ กรี๊ด” ยิ้มกับมนสองคนกรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ มีแต่หลินเท่านั้นแหละที่ไม่ตื่นเต้น และส่ายหน้าอมยิ้มแบบขำๆ กับอาการของเพื่อนใหม่ทั้งสอง 

“เดี๋ยวฉันกับยิ้มขอเอาสมุดไปคืนพี่เขาเองนะมิ้ม” มนพูดแล้วกอดสมุดไว้แน่น ฉันก็พยักหน้าแบบงงๆ  

‘พี่สิงห์เหนือนี่ใครวะ’ ฉันคิดในใจอย่างสงสัย แล้วรีบกินข้าวต่อก่อนจะหมดเวลาพัก 

********************* 

ในที่สุดก็จบการเรียนการสอนในวันแรกที่แสนวุ่นวาย ฉันเดินกลับบ้านพร้อมกับเพื่อนใหม่อีกสามคน โดยที่มนกับยิ้มแย่งกันกอดสมุดของพี่สิงห์เหนือกันแบบอารมณ์ดี  

“ว่าแต่พี่สิงห์เหนือนี่ใครเหรอ” ฉันถามเพื่อนๆ  

“เป็นหนุ่มหล่อสุดฮอตสายชั้นมอห้า อยู่ห้องสาม เป็นนักกีฬาบาสเกตบอลของโรงเรียน การเรียนก็ดี สาวๆ นี่กรี๊ดตั้งแต่มหนึ่งยันรุ่นพี่มอหก แล้วก็เป็นเพื่อนสนิทกับพี่หยาง พี่ชายเราเอง” หลินอธิบายอย่างละเอียด 

“โอ๊ย! ไม่ต้องไปเล่าให้ไอ้มิ้มมันฟังเยอะหรอกหลิน มันเป็นทอม มันไม่เข้าใจฟีลที่ผู้หญิงเขารู้สึกกันหรอก” ยิ้มพูดขึ้นมาพร้อมกับมนที่พยักหน้าเออออเห็นด้วย 

“เฮ้ย!! เราเปล่าเป็นทอม” ฉันรีบปฏิเสธ 

“อ้าว เหรอ! โทษทีเห็นท่าทางมิ้มห้าวๆ เรานึกว่าใช่” หลิน พูดออกมาแล้วหัวเราะ 

“นี่หลินก็คิดว่าเราเป็นทอมเหรอ?!” ฉันตาโต ทำหน้าเลิ่กลั่กตกใจกับความคิดของเพื่อนในกลุ่มทั้งสามคน ที่คิดว่าฉันเป็นทอม  

“ก็เล่นใส่ผ้าใบสีดำแทนรองเท้าคัทชู แถมพายกระเป๋าสะพายข้างสีดำ มัดผมจุกผมทรงน้ำพุ ไม่ค่อยชอบเม้าท์ พวกเราก็คิดว่าใช่” มนอธิบาย 

“อ๋อ” ฉันตอบรับให้รู้ในเชิงเข้าใจ แต่ไม่ได้อธิบายต่อว่าพึ่งขนของเข้าบ้าน จัดของยังไม่เสร็จ เลยหารองเท้าคัทชูไม่เจอ แล้วผมนี่มันก็บังหน้าเวลาเรียนเลยมัดขึ้นลวกๆ ส่วนกระเป๋า ชอบสะพายข้างมากกว่าสะพายหลัง หยิบของสะดวกกว่า 

“สรุปเพื่อนเราเป็นแค่สาวห้าวสินะ” หลินพูดพลางหัวเราะเสียงใส ก่อนจะทำตาโตเหมือนเห็นอะไรบางอย่างขณะที่เดินผ่านหอประชุมที่ภายในเป็นสนามบาสเกตบอลไปในตัว 

“นั่นไงแก! พี่สิงห์เหนือ” หลินชี้ไปที่สนามบาส 

ฉันไม่รู้หรอกว่าผู้ชายคนไหนคือพี่สิงห์เหนือของพวกเพื่อนๆ แต่ในบรรดาผู้ชายทั้งหมดในสนาม สายตาฉันจ้องไปแค่คนๆ เดียว คนเดียวที่สะกดสายตาฉันไว้ได้ คนเดียวที่ทำให้หัวใจฉันเต้นได้แรงขนาดนี้  

เขาน่าจะสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร ผิวขาวแต่ไม่ได้ขาวมาก หุ่นดีแบบนักกีฬา ตาคม จมูกโด่งได้รูป ขนาดใส่เสื้อกล้ามยังรู้เลยว่าซิกแพคต้องแน่นแน่ๆ  

‘เคลิ้มเลยเรา’ 

“มิ้ม มิ้ม ไอ้มิ้ม!!” หลินเรียกฉันพลางจับไหล่ข้างขวาเขย่าไปมา 

“ฮะ!!! อะไร” 

“นี่พี่หยางเฟย พี่ชายฉัน” หลินแนะนำพี่ชายให้ฉันรู้จัก ฉันเลยรีบยกมือไหว้เขา 

 ‘พี่หยาง’ ผู้ชายตาชั้นเดียว ผิวขาว กล้ามแน่นแบบนักกีฬาพอๆ กับพี่สุดหล่อคนเมื่อกี๊ ราวๆ หนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร 

แต่ เอ๊ะ! นี่ฉันเผลอมองผู้ชายคนนั้น จนเข้ามาข้างสนามแบบไม่รู้ตัวเลยเหรอ แล้วเขาหายไปไหนแล้วนะ ฉันหันซ้ายหันขวาถึงเห็นว่าเขานั่งดื่มน้ำอยู่ข้างสนามอีกฟาก โดยมีมนและยิ้มยืนอยู่ข้างหน้าและยื่นสมุดคืนให้เขา 

‘พี่สิงห์เหนือเหรอ’ ฉันได้แต่กรี๊ดในใจ แล้วมองไปตรงที่มีพี่สิงห์เหนือนั่งอยู่ แล้วเหมือนมีแวบหนึ่งที่พี่เขาหันมายิ้มให้ฉัน 

‘โอ๊ย! โดนคิลเข้าอย่างจัง’ แต่ก็ได้แต่คิดในใจเพราะเป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยพูด เลยทำให้ไม่ได้แสดงอะไรออกมามาก 

“น้องมิ้มไม่สบายหรือเปล่าครับ หน้าแดงเชียว” 

“เปล่าพี่! แค่รู้สึกร้อนๆ อะ” ฉันตอบพี่หยางไปแล้วยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะนึกตำหนิตนเองเล็กน้อยที่พูดไม่มีหางเสียงกับคนที่อายุเยอะกว่า มัวแต่นึกถึงพี่สิงห์เหนือ จนพูดจาไปไม่เป็นแล้วตอนนี้ 

 “หวัดดี นี่น้องมิ้มปะ ที่เก็บสมุดพี่ได้” เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นมาจากด้านหลัง ฉันใจเต้นแรงมาก ค่อยๆ หันไปมอง รู้อยู่แล้วล่ะว่าเป็นพี่สิงห์เหนือตามที่คิด 

 “อือ” ฉันพูดไม่ออก จึงได้แต่ครางตอบรับไป  

‘เวรล่ะ! พูดไม่มีหางเสียงอีกแล้วเรา’ ฉันคิดได้เลยรีบตอบออกไปอีกรอบ 

“ใช่ค่ะ” 

“ขอบใจนะ พี่ไปละ” พี่สิงห์เหนือพูดแล้วม้วนสมุดในมือเคาะหัวฉันเบาๆ แล้วอมยิ้ม 

 ‘โอ้ย ขี้อ่อยเรี่ยราดแบบนี้ใจหนูก็ละลายหมดพอดีสิคะพี่’ 

********************* 

Part สิงห์เหนือ 

ผมชื่อสิงห์เหนือครับ มีน้องชายชื่อเสือใต้ แต่เจ้าเสือใต้เลือกเรียนสายอาชีพ แต่ผมเลือกที่จะเรียนสายสามัญ กลุ่มเพื่อนสนิทของผมมีสามคนครับ คือผม หยางเฟย และธันวา 

วันนี้คาบเช้าครูสอนเคมีปล่อยก่อนเวลา ผมเลยได้ออกมาทานข้าวตั้งแต่ห้าโมงสี่สิบ พวกผมเลยได้โอกาส รีบกิน แล้วรีบไปประชุมวางแผนซ้อมบาสเกตบอล ที่จะแข่งกับโรงเรียนอื่นในเดือนกันยายน โดยปีนี้โรงเรียนของผมเป็นเจ้าภาพจัดงาน  

ผมลืมสมุดวิชาเคมีไว้ที่โรงอาหาร ต้องส่งพรุ่งนี้ด้วย มานึกได้ก็ตอนคาบสุดท้ายตอนบ่าย  

“ธัน กูยืมสมุดเคมีมึงดิ๊ ลืมไว้ที่โรงอาหารว่ะ ไปดูมาแล้วไม่เจอ” 

“กูว่า ป่านนี้พวกแฟนคลับมึงเอาไปนอนกอดแล้วปะวะ” ไอ้หยางแซวแล้วกอดคอหัวเราะกับไอ้ธัน 

 “เดี๋ยวแฟนคลับมึงก็เอามาคืน เพื่อหาเรื่องคุยกับมึง เชื่อดิ” 

 “ขอให้จริงเถอะไอ้ธัน เฮ้อ! ครูยิ่งโหดๆ” 

แล้วก็จริงตามที่ไอ้ธันบอกครับ มีน้องผู้หญิงสองคนเอาสมุดมาคืนผม คนหนึ่งอวบๆ ผิวคล้ำ มัดผมหางม้า รู้สึกว่าจะชื่อยิ้ม อีกคนเตี้ยกว่า ผอมๆ ผิวขาว ชื่อมน แล้วสองคนนี้ก็พยักพเยิดไปทางไอ้หยางที่ยืนคุยกับน้องสาวของมัน อยู่กับเพื่อนของหลินที่มองมาทางผม พร้อมกับบอกผมว่าน้องคนนั้นชื่อมิ้ม เป็นคนเก็บสมุดได้ ผมเลยยิ้มให้น้องเขานิดหนึ่งเพื่อเป็นการขอบคุณ แล้วน้องมิ้มก็หลบตาผมครับ 

ผมเลยเดินไปหาน้องเพื่อบอกขอบคุณด้วยตัวเอง หลังจากขอบคุณน้องสองคนแรกไปแล้ว  

“หวัดดี นี่น้องมิ้มปะ ที่เก็บสมุดพี่ได้”  

 “อือ ใช่ค่ะ” น้องหันหน้ามาแล้วตอบอือ แล้วก็เงียบไปสักพัก ก่อนจะเอ่ยประโยคหลังออกมา ดูจากการแต่งตัวแล้ว คิดว่าน่าจะออกไปทางทอมบอยนิดๆ  

 “ขอบใจนะ พี่ไปล่ะ” ผมม้วนสมุดในมือเคาะหัวน้องเบาๆ แล้วอมยิ้ม  

น้องมิ้มนิ่งมากครับ เหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรผมมากมายนัก แต่อย่างไรก็ดีใจแล้วที่วันนี้ไม่ต้องทำงานวิชาเคมีรอบสอง ก็ได้สมุดคืนแล้วนี่นะ  

********************* 

  

ฝ้ายสีคราม : ใช้เป็นนามปากกาแรก แต่งรักวัยรุ่น อีโรติก ผสมกันไปหมด ภายหลังจึงต้องแยกออกมาเพื่อความชัดเจน ปัจจุบันใช้แต่งแนวอีโรติก เรื่องสั้น20+ ภ.ภิญญ์ : เป็นนามปากกาที่ใช้แต่งนิยายรักโรแมนติกโดยเฉพาะ (เน้นการดำเนินเรื่องเป็นหลัก โดยมีฉากอีโรติกเป็นส่วนประกอบ)
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น