Let me free [20+] ตีพิมพ์สำนักพิมพ์ Hermit Books
*ตัวอย่าง* ตอนพิเศษ Let me burn
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
*ตัวอย่าง* ตอนพิเศษ Let me burn

Let me burn 

 

ผมเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนมีเหตุผลและมีความอดทนมากพอแต่คงไม่ใช่กับวันนี้ เมื่อของในมือดีแลนโยนโครมลงบนเค้าน์เตอร์ในบาร์ของเราซึ่งตอนนี้มีลูกค้านั่งอยู่ประปราย ไม่เว้นแม้แต่บริเวณตรงหน้าผมที่ลูกค้าชายคนหนึ่งนั่งอยู่ 

ผมเหลือบมองร่างสูงที่แสดงกิริยาไม่สมควรออกมาอย่างตำหนิแต่อีกฝ่ายกลับทำเป็นไม่เห็นเสียอย่างนั้น 

คว้าของใช้ในร้านที่ดีแลนซื้อมาเพิ่มเพื่อนำไปเก็บด้านหลัง ก่อนจะกลับออกมาพร้อมน้ำเย็นเสิร์ฟให้เขาด้วย ก่อนจะหันกลับไปสนใจลูกค้าที่เริ่มชวนคุยอีกครั้ง 

“จริงๆ ผมเคยผ่านมาแถวนี้และแวะมาดื่มที่นี่ด้วย ตอนนั้นร้านน่ากลัวกว่านี้เยอะ ยังแปลกใจอยู่เลยตอนที่ก้าวเข้ามาเมื่อวาน นึกว่าผมเข้าร้านผิด”  

“เราเพิ่งซื้อต่อจากเจ้าของเดิมมาได้ไม่นานน่ะครับ”  

“ดีจังเลยครับ ผมจะได้แวะมาดื่มที่นี่บ่อยๆ” ผมยิ้มรับคำพูดนั้นโดยไม่ได้คิดอะไร เพราะการที่ลูกค้าต้องการมาใช้บริการซ้ำนั่นหมายความว่าเรามาถูกทางแล้ว แต่ดูเหมือนเจ้าของตัวจริงจะไม่พอใจเพราะเสียงแก้วที่วางกระทบโต๊ะดังมากเกินความเป็นจริงไปมากทีเดียว  

และสาเหตุที่ทำให้เขาไม่พอใจก็เพราะผู้ชายที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมนี่แหละ เป็นแขกขาจรที่เข้ามาทำธุระละแวกนี้ และเข้ามาดื่มตั้งแต่เมื่อวาน แถมชวนคุยผูกขาดกับผมซะมากมายจนทอมคาบข่าวเรื่องนี้ไปฟ้องดีแลน 

ใช่ ฟ้อง ใช้คำนี้นั่นแหละถูกต้องที่สุด เป็นเหตุให้ดีแลนโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงขนาดนี้เมื่อกลับมาเจอเขาที่ร้านวันนี้อีก 

แต่ยังไงเขาก็คือลูกค้า และที่ผมมาช่วยก็เพราะโจเซฟไม่ว่าง แต่ทอมกลับไม่เห็นความดีที่ผมเสนอตัวเข้ามา ถึงได้หาเรื่องให้ผมปวดหัว รู้อย่างนี้ปล่อยให้เหนื่อยเสียคนเดียวซะก็ดี 

“ร้านเรายินดีให้บริการเสมอครับ” ผมตอบกลับไปเสียงนุ่มอย่างที่คนทำงานบริการพึงกระทำ จึงได้รับรอยยิ้มระยิบระยับตอบกลับมา แต่ดูเหมือนว่าจะทำให้คนที่นั่งเก้าอี้ตัวถัดไปยิ่งไม่พอใจ เพราะเสียงหัวเราะในลำคอเย็นๆ  

ลูกค้าที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมหันมองไปตามเสียงอย่างไม่เข้าใจ แต่พอเห็นว่ากำลังถูกมองด้วยสายตาแบบไหนก็หันกลับมาแทบไม่ทัน 

“เอ่อ... ผมว่าวันนี้ผมขอตัวก่อนดีกว่า” เขาพูดและยิ้มให้ผมด้วยใบหน้าไม่สู้ดีก่อนจะรีบลุกออกไป 

ดูเอาเถอะ แม้แต่คนที่ไม่รู้ยังดูออก 

“มากไปแล้ว” ผมจึงเอ่ยว่าคนที่ตีหน้านิ่งอยู่เบาๆ จึงได้รับสายตาเทาคมกริบตอบกลับมา 

“นั่นลูกค้านะ คุณไม่ควรทำตัวแบบนั้น”  

“งั้นฉันควรทำแบบไหนในเมื่อมันจ้องจะเอานาย” ผมส่ายหน้าช้าๆ ให้กับประโยคแสนเอาแต่ใจนั่น  

“แล้วเขาเอาหรือยังล่ะ”  

“ควินตัน!” เสียงกดต่ำเอ่ยเรียกกันจนผมวางมือจากงานที่ทำอยู่ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาพาลผมเรื่องนี้ 

“สงบใจไม่ได้ก็กลับบ้านไป อย่ามาทำตัวอันธพาลที่นี่”  

เคร้ง!!  

....!!!  

ผมเบิกตากว้างมองแก้วเปล่าที่เคยมีน้ำอยู่เต็มแตกกระจายบนพื้น ลูกค้าที่อยู่ใกล้ๆ กระโดดหลบด้วยความตกใจเพราะกลัวจะโดนเศษแก้วเล็กๆ กระเด็นบาด ส่วนคนที่เพิ่งปัดมันตกลงไปแตกกลับนั่งนิ่งไม่ไหวติง ผิดกับดวงตาลุกโชนคู่นั้นลิบลับ 

ผมหมุนตัวหันหลังเดินออกจากที่นั่นทันที ไม่สนใจแล้วว่าเขาจะจัดการกับเศษแก้วพวกนั้นและลูกค้ายังไง เพราะตอนนี้ไม่ใช่แค่เขาแล้วที่โกรธ!  

เคยเชื่อใจกันบ้างไหม?  

เป็นคำถามที่ผมถามตัวเองซ้ำๆ กับการกระทำของเขา แม้ดีแลนจะแสดงออกว่ารักผมมากแค่ไหน แต่มันก็ยิ่งสะท้อนได้ว่าเขาไม่เชื่อใจผมมากเท่าไหร่เช่นกัน 

เพราะอดีตของผมเหรอ?  

เพราะเขาคิดว่าผมจะกลับไปทำตัวแบบเก่าอีกหรือยังไง 

ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อไม่สามารถตอบคำถามให้ตัวเองได้ ความไม่มั่นใจยิ่งตอกย้ำเงามืดดำในอดีตที่ผมไม่เคยคิดสักครั้งว่ามันจะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง 

ผมเหนื่อยที่จะต้องอธิบายกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่ดีแลนกลับไม่สนใจที่จะฟัง 

ผมเปลี่ยนเป้าหมายจากที่จะกลับบ้านไปยังที่อีกที่หนึ่งแทน บ้านหลังคุ้นตาที่พักหลังมานี่ผมขลุกอยู่ที่นี่บ่อย กดกริ่งได้ไม่นานบานประตูก็เปิดออก 

“อ้าวควินท์ เข้ามาสิ” อลันที่เป็นคนออกมาเปิดประตูทักทายผมด้วยรอยยิ้ม ความสนิทสนมที่มากขึ้นทำให้ชื่อเรียกเปลี่ยนไป ดูเหมือนจะมีก็แค่ดีแลนนั่นแหละที่ยืนการจะเรียกผมอย่างเดิม 

“ยังไม่ไปอีกเหรอ”  

“เลื่อนไปพรุ่งนี้น่ะ กะว่าจะอยู่เคลียร์ของอีกนิดหน่อย”  

“นายไปฉันคงเหงาแย่”  

“พูดเหมือนดีจะปล่อยให้นายเหงาอย่างนั้นแหละ”  

ผมทำหน้าเหม็นเบื่อทันทีที่ได้ยินชื่อคนที่เพิ่งเดินหนีมา แม้กระทั่งตอนนี้เจ้าโทรศัพท์เครื่องเล็กก็ยังคงเงียบสนิท 

“ทะเลาะอะไรกันอีกล่ะ” อลันถามขึ้นมาอย่างรู้ทัน ไม่ใช่ว่าเราทะเลาะกันบ่อยนักหรอก แต่เพราะหมู่นี้ดีแลนทำตัวไม่มีเหตุผลเป็นพิเศษ ผมถึงได้หลบมาอยู่ที่นี่บ่อยๆ  

“เรื่องเดิมๆ”  

“ฉันไม่อยู่แล้วนายจะหลบไปอยู่ไหนล่ะทีนี้”  

“ตามนายไปที่มหาวิทยาลัยเป็นไง”  

ใช่ อลันกำลังจะกลับไปเรียน และผมกำลังจะสูญเสียเพื่อนในจำนวนอันแสนน้อยนิดไปอีกคน 

“ไม่ได้ไปนานขนาดนั้นหรอกน่า จะแวะกลับมาบ่อยๆ อยู่แล้ว”  

ผมมองไปรอบๆ ที่มีกล่องลังวางอยู่ไม่มากนัก แต่ก็ทำให้ใจหายอยู่ดี เพราะมันหมายถึงใครบางคนกำลังจะจากไป 

“โจล่ะ”  

“ตามเด็ก”  

อืม เป็นอันว่ารู้กัน ชักจะรู้สึกเหงาขึ้นมาจริงๆ ซะแล้วสิ 

“พยศเอาเรื่องอยู่นะ” พูดพลางนึกถึงท่าดื้อรั้นของเด็กนั่นไปด้วย 

“ไม่ใช่เด็กไม่ดีหรอก แค่อยากเอาชนะจนบางครั้งก็ใช้วิธีการผิดๆ”  

“เรียกร้องความสนใจ?”  

“ประมาณนั้นล่ะมั้ง แต่ก็ปั่นหัวโจได้ดีเชียวล่ะ”  

“มีความสุขบนความทุกข์ของพี่ชายหรือไง” ผมถามออกไปขำๆ จึงได้รับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตอบกลับมา 

“คอยดูอยู่ห่างๆ ก็สนุกดี”  

หึ โรคจิตตามทอมไปอีกคน 

ผมนั่งเล่นอยู่ที่นี่อีกสักพักใหญ่ๆ จนอารมณ์ร้อนที่ถูกดีแลนจุดไว้ทุเลาลง และหวังว่าอีกคนก็จะเป็นเหมือนกัน 

แต่ดูเหมือนว่าผมจะคิดผิด 

เสียงรถที่แสนคุ้นเคยเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าบ้าน แต่ด้วยเสียงกริ่งที่ตามมาแทบจะในทันที ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใครคนนั้นรีบร้อนมากแค่ไหน อลันที่กำลังนั่งดูรายการโทรทัศน์อยู่ด้วยกันเหลือบมองมาทางผมอย่างไม่สู้ดีนัก 

“ไปเปิดเถอะ” ผมเอ่ยบอกเบาๆ เจ้าของบ้านจึงลุกออกไปเปิดประตู 

ไม่ถึงสิบวินาทีร่างสูงก็มายืนตระหง่านอยู่ตรงหน้าผมแล้ว 

“บอกกี่ครั้งแล้วว่าเวลามีปัญหาอย่าหนี” ดูท่าระยะเวลาที่ผมปล่อยให้เขาเย็นลงบ้างจะไม่เป็นผลเลย ให้ตายสิ 

“แล้วจะให้ผมอยู่ทะเลาะกับคุณต่อหน้าลูกค้าหรือไง มีเหตุผลหน่อยสิ”  

“หรือว่ากลัวใครรู้ว่ามีผัวแล้ว”  

มือที่ปล่อยสบายอยู่ข้างตัวเมื่อครู่กำเข้าหากันแน่น พยายามนับหนึ่งถึงสิบแม้ว่ามันจะยากมากเหลือเกิน ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นบ้าอะไรถึงได้พูดจาแบบนี้ ในเมื่อปกติดีแลนเป็นคนที่มีเหตุผลมากคนหนึ่ง 

“อย่าพูดอะไรที่จะทำให้เสียใจที่หลังนะดีแลน” น้ำเสียงกดต่ำอย่างน่าอันตรายของผมคงพอทำให้เขาได้สติขึ้นมาบ้าง เพราะมือหนายกขึ้นลูบหน้าลูบตาตัวเองอย่างคนที่พยายามจะสงบสติอารมณ์ เวลานี้อลันหายตัวไปแล้วอย่างรู้หน้าที่ 

“ทอมบอกว่ามันมาที่ร้านสองวันแล้ว”  

“แล้วไง” ผมไม่เห็นว่ามันจะเป็นปัญหาตรงไหนในเมื่อเรามีลูกค้าใหม่เพิ่มมากขึ้น 

“มันมาก้อรอก้อติกอยู่กับนายทั้งสองวัน”  

“แล้วไง”  

“อย่ามาย้อนบ้าๆ แบบนี้นะควินตัน”  

“คุณนั่นแหละเลิกพูดเรื่องบ้าๆ พวกนี้สักที เป็นอะไรไป ไปสนใจคำพูดไร้สาระของทอมเนี่ยนะ คุณก็รู้ว่าหมอนั่นไม่ชอบหน้าผม มันก็หาเรื่องพูดให้เราทะเลาะกันไปเรื่อย”  

“แล้วมันเรื่องจริงหรือเปล่าล่ะ”  

อะไรนะ?  

ผมมองคนตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง 

นี่เขากำลังพูดเหมือนไม่เชื่อใจผมอยู่ใช่มั้ย 

ริมฝีปากผมเหยียดออกเป็นรอยยิ้มที่ไม่น่ามองสักเท่าไหร่ พลางลุกขึ้นและก้าวเข้าไปหาเขาช้าๆ  

“แล้วคุณคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าล่ะ ตัดสินจากการกระทำเก่าๆ ของผมสิ”  

ผมประชด และมันได้ผลมากทีเดียว เมื่อมือสากยกขึ้นบีบกรามของผมแน่น ท่าทางคุกคามของเขามันไม่ได้ทำให้เจ็บที่กาย แต่เจ็บที่ใจเพราะการกระทำของเขามันบ่งบอกแล้วว่าเขาเชื่ออะไร 

“อย่าลองดีกับฉัน”  

แต่แทนที่ผมจะแสดงท่าทีเจ็บปวดหรือน้อยใจอะไรออกไป รอยยิ้มบนใบหน้ากลับกว้างขึ้นเท่าที่มันจะเป็นไปได้ พร้อมมือเรียวที่ยกขึ้นลูบไล้ไปตามแขนของคนที่บีบกรามกันอยู่ 

“ไม่เอาน่าดี... คุณก็รู้นี่ว่ามันเป็นแค่เรื่องสนุก ผมไม่ได้จริงจังหรอกน่า ยังไงผมก็มีแค่คุณคนเดียวอยู่แล้ว”  

คิ้วเข้มกระตุกวูบเมื่อได้ยินคำพูดของผม 

“หมายความว่ายังไง”  

“หมายความว่าคนอื่นมันก็แค่ชั่วครั้งชั่วคราว” ผมตบลงไปเบาๆ บนแก้มสาก แต่กลับเหมือนว่าเพิ่งราดน้ำมันแกลลอนใหญ่ลงในกองเพลิง 

“พูดบ้าอะไรควินตัน!” มือที่บีบคางผมอยู่ปล่อยออกอย่างไม่อยากเชื่อ พร้อมกับไหล่ทั้งสองข้างถูกคนตัวโตเขย่าเต็มแรง 

“ก็พูดสิ่งที่คุณอยากได้ยินไง!! พอใจหรือยัง อยากเห็นผมเป็นคนสำส่อนนักนี่!!” ผมระเบิดอารณ์ออกไปในคราวเดียวจนเสียงดังก้อง แม้แต่อลันที่หลบฉากออกไปยังวิ่งกลับเข้ามาด้วยความตกใจ 

แต่พอกันที! พอแล้วกับความอดทนในเรื่องบ้าๆ นี่ 

“ถ้าเรื่องแค่นี้เชื่อใจกันไม่ได้ก็ไม่ต้องอยู่ด้วยกัน!” ผมผลักคนด้านหน้าที่เซไปตามแรงเล็กน้อย เช่นเดียวกับมือทั้งสองข้างของเขาที่หลุดจากตัวผมไป  

ไม่รู้ว่าตอนนี้ผมกำลังแสดงสีหน้าแบบไหน แต่แววตาของดีแลนที่สะท้อนกลับมามันเต็มไปด้วยความสับสน ผมรู้ว่าเขากำลังรู้สึกผิด แต่แล้วยังไงล่ะ เขาจะกอบเอาความรู้สึกผมที่แตกร้าวไม่มีชิ้นดีขึ้นมาต่อให้เป็นเหมือนเดิมได้หรือไง 

ผมหันหลังกลับ เพราะถ้าช้าแม้เพียงเสี้ยววินาทีเขาคงเห็นแล้วว่าน้ำตาของคนอวดดีมันเป็นยังไง หันหลังให้เขาเพื่อที่ตัวเองจะร้องไห้ 

น่าสมเพชจริงๆ  

หมับ!  

แต่ยังไม่ทันที่ผมจะก้าวไปไหนได้ไกล อ้อมกอดแข็งแกร่งกลับรวบรัดผมไว้ทั้งตัว ความอบอุ่นที่แสนคุ้นเคยแต่ในเวลานี้ไม่ได้ทำให้อุ่นใจ 

“ขอโทษ”  

หึ.... 

ผมกัดริมฝีปากล่างแน่นจนเจ็บ แต่เทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกที่สูญเสียไป ทั้งที่ผมคิดว่าเขารู้จักผมดีที่สุด แล้วดูสิ่งที่เขาทำสิ 

“ฉันแค่...” เสียงของดีแลนหายไปเท่านี้ แต่ผมก็ช่วยต่อประโยคของเขาจนจบ 

“แค่ลืมอดีตของผมไม่ได้”  

“มันไม่ใช่แบบนั้น”  

ไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องนี้จะกลายมาเป็นปัญหาระหว่างเรา อาจเพราะก่อนหน้านี้มีเรื่องต่างๆ มากมายช่วยเบี่ยงประเด็น แต่ในเมื่อตอนนี้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ เรื่องที่เคยถูกมองข้ามกลับถูกขุดคุ้ย ไม่ใช่ด้วยมือของใคร แต่เป็นมือของเราเอง 

ผมจับมือทั้งสองข้างของดีแลนที่กอดผมไว้แน่น แรงบีบของผมส่งผลให้เขายอมปล่อยแต่โดยดี เมื่อเป็นอิสระจึงหันกลับไปเผชิญหน้ากันอีกครั้ง 

“ฉันไม่ยอมให้นายไปไหนแน่” คนดื้อเพ่งโพลงออกมาก่อนที่ผมจะได้พูดอะไร 

“ไม่ต้องห่วง ผมจะไม่หนีไปไหน แต่ผมจะอยู่... เพื่อให้คุณรู้ว่าสิ่งที่คุณคิดกับความเป็นจริงที่ผมเป็น มันต่างกันยังไง”  

รอยยิ้มร้ายที่ห่างหายไปจากใบหน้ากลับมาอีกครั้ง 

เอาล่ะดีแลน 

ถ้าคุณอยากรู้จักผมมากกว่านี้ เรามาเล่นเกมกันอีกสักตั้ง 

แล้วดูกัน ว่าใครจะเป็นฝ่ายมอดไหม้กลายเป็นจุณ 

... 

 

 

 

*โปรดติดตามต่อในรูปเล่ม 

.. 

ช่องทางการสั่งซื้อหนังสือ 

1.http://www.hermitbookshop.com/ 

2.ร้านนายอินทร์ (เช็กสาขาที่มีหนังสือได้ที่หน้าเว็บ https://www.naiin.com/) 

E-book 

https://www.mebmarket.com/ebook-101972-let-me-free&page_no=1 

กลับหน้าเรื่อง

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636973441316511097.jpghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636973441316734995.jpg

ช่องทางการสั่งซื้อ 

www.hermitbookshop.com

 

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636987094938705895.jpghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636987094938213556.jpg

ช่องทางการสั่งซื้อ

http://deerbookshop.lnwshop.com

 

 

 

 

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น