ในรอยร้าว In the crack (จบแล้ว อ่านฟรี)
ในรอยร้าว เธอเป็นของฉัน 2
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ในรอยร้าว เธอเป็นของฉัน 2

 

มุทิตาสะดุดเงียบ นั่งนิ่งมือที่ผลักให้เขาออกไปไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ ‘แล้วเขาจะรู้บ้างมั้ยว่าเขาก็เป็นเจ้าของหัวใจดวงนี้เหมือนกัน...’ 

 

แอรอน 

ดึงร่างที่นิ่งไปเข้าสู่อ้อมอก ใบหน้าที่ซบลงที่อกแกร่งของแอรอนก็ปล่อยโฮทันที ไม่ว่าแอรอนจะโหดร้ายมากสักเท่าไหร่แต่เขาคือคนที่ช่วยเหลือเธอออกมาจากเหตุการณ์แบบนี้ถึงสองครั้งสองครามุทิตายังจดจำมันได้ชัดเจน เธอจะไม่โทษหัวใจของตัวเองที่ไปหลงรักคนที่ทำร้ายเธอจนแทบจะเจ็บปางตายเพราะว่าหัวใจเธอมันไม่ผิด...ความรักที่มีมันเกิดที่หลัง แต่ถ้าให้โทษเธอขอโทษความรู้สึกของตัวเองมากกว่าที่ไม่อาจจะหักห้ามความรักครั้งนี้ได้ แม้ว่าบทสรุปสุดท้ายแล้วมันก็คือเธอคนเดียวเท่านั้นแหละที่เจ็บที่สุด เป็นเช่นนี้แล้วเธอยังจะสู้อดทนต่อไปอยู่หรือ... 

แรงสะอื้นที่หัวไหล่ของมุทิตามันทำให้คนที่กำลังพยายามปลอบประโลมคนอื่นอยู่ทั้งๆที่ไม่เคยทำ ต้องมองที่เธอ แอรอนเปลี่ยนตำแหน่งมือ จับลงที่หัวไหล่ทั้งสองข้างของสาวเจ้า ใบหน้าคม จมูกโด่งสันค่อยๆเลื่อนลงต่ำมาเรื่อยๆ เรียวปากเป็นกระจับเผยอออกและค่อยๆก้มลงจูบซับหยาดน้ำตาที่มันไหลรินที่ข้างแก้มของมุทิตา สาวเจ้าเองก็ตกใจกับการกระทำของเขา แอรอนไม่ได้มีท่าทีที่รุนแรงเลยสักนิด สิ่งที่เขาทำมันแสนนุ่มนวล เรียวปากหนาค่อยๆจูบซับน้ำตาของเธอให้จางหาย... 

“ไม่ต้องคิดอะไรแล้วนะ เธอปลอดภัยแล้ว” กอบกุมใบหน้าของมุทิตาไว้ในมือทั้งสองข้าง คำเอ่ยที่อ่อนโยนบอกกับมุทิตา ท่าทีของสาวเจ้าดูสงบลงไปมากไม่รู้ว่าเพราะตะลึงกับการเปลี่ยนแปลงของแอรอนหรือเปล่า เธอถึงได้เงียบกริบเช่นนี้ คราบน้ำตาที่เคยไหลเออมันก็หายจางเพราะเขา... 

“ฉันจะอยู่ข้างเธอเองนะ ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น ฉันจะลากคอคนที่มันทำกับเธอมาให้ได้!” สันกรามขบแน่นเรื่องนี้มันจะต้องจบให้เร็วที่สุดเท่าที่เขานั้นจะทำได้ มุทิตาจะต้องไม่เจอเรื่องแบบนี้อีก จะไม่มีใครหน้าไหนมาทำให้สาวเจ้าต้องเจ็บช้ำอีก! 

“หิวอะไรมั้ย อยากกินอะไรหรือเปล่า เดี๋ยวฉันออกไปหามาให้” 

“ไม่ค่ะ” 

“ไม่ได้เธอต้องกิน เมื่อวานก็ไม่กินอะไรสักอย่างแล้วถ้าวันนี้ไม่กินอีกอาการมันจะทรุด” เขาสั่งมุทิตาเสียงเข้ม 

“แล้วแต่คุณเลยค่ะ” ขี้เกียจต่อปากต่อคำ เธอก็เลยได้แต่พูดปัดๆไปให้มันสิ้นเรื่อง ก็คนมันไม่หิวจะกินอะไรตอนนี้มันก็ไม่อร่อยทั้งนั้นนั่นแหละ 

แอรอนไม่พูดอะไร เพียงแค่มองหน้าของมุทิตาด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย แทบจะทุกๆครั้งมุทิตาก็ได้แต่เอาแค่พูดคำว่า ‘แล้วแต่เลยค่ะๆ’ คำๆนี้มันเป็นคำที่น่ารำคาญที่สุดสำหรับเขา ไม่รู้ว่ามันไม่มีคำอื่นแล้วหรือถึงเอาแต่พูดไอคำว่า ‘แล้วแต่ค่ะๆ’ อยู่อย่างนี้ คำๆนี้มันแสดงให้เห็นชัดเจนเลยว่าสาวเจ้านั้นเป็นคนยอมคนมากแค่ไหน จนพล่านให้เขานึกรำคาญใจขึ้นมาเสียดื้อๆ 

“พูดเป็นอยู่แค่นี้หรือ รู้มั้ยว่ามันน่ารำคาญและฉันเกียจคำนี้มากแค่ไหน” แม้ว่าน้ำเสียงของเขามันจะไม่ได้ฟังแล้วดูน่ากลัว แต่มุทิตาก็รู้แก่ใจว่าเขานั้นกำลังหงุดหงิดอยู่ 

“ขอโทษค่ะ” และนี่ก็เป็นคำเดียวที่เธอพูด 

แอรอนก็เป็นต้องหงุดหงิดรอบสอง แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงแค่เดินออกไปจากห้องของคนป่วย ด้วยอารมณ์ที่กรุ่นจะเกิดจะดับของตัวเอง 

แอรอน 

ออกไปจากห้องได้ไม่นาน ประตูห้องมันก็ถูกเปิดขึ้น แต่ทว่าคนที่เดินเข้ามามันกลับไม่ใช่เขา...”ตายยากตายเย็นจังเลยนะคะ” คำพูดนี้เป็นคำทักทายของสาวสวยรูปร่างเพรียวเอวคอดแต่ทว่ามันกลับไม่ได้ดังมากนัก หน้าตาสะสวย ผิวพรรณเปล่งปลั่งสวมชุดเกาะอกสีแดงเพลิงเรียวปากกระจับเคลือบด้วยลิปสติกสีแดงดั่งชุด “อะ...อะไรนะคะ พี่ไม่ค่อยได้ยิน ละ...แล้วทำไม” มุทิตาได้ยินไม่ค่อยชัดจึงถามอีกรอบ แต่ว่าเธอก็ต้องตะลึง! ละ...แล้ว ทำไม... 

“เดินได้เหรอคะ ไม่ต้องแปลกใจหรอกค่ะ” สีหน้าเหยียดหยามมองต่ำด้วยหางตา 

“มีธุระอะไรก็รีบพูดมาเถอะจ๊ะ” ท่าทีที่เปลี่ยนไปของหญิงสาวตรงหน้ามันทำให้เธอนั้นฉงนใจ นึกสงสัยไม่ตกอีกทั้งท่าทีที่ดูรุนแรงของสาวเจ้านั้นมันกำลังทำให้เธอหวาดกลัว เธอจึงรีบบอกเหตุผลของคนที่มาเสีย 

“ก็ไม่ได้มีอะไรหรอกค่ะ แค่จะมาดูว่าอาการเป็นยังไงบ้าง ได้ข่าวว่าเจอเรื่องร้ายๆมาใช่มั้ยค่ะ” ถ้อยคำที่ถามไถ่มันก็ดูห่วงใยปนความดูแคลน 

“จ๊ะ ตอนนี้ก็ไม่ได้เป็นอะไรมากแล้ว เชิญคุณพราวกลับไปเถอะค่ะ อยู่ที่นี่เกรงว่าจะเหม็นกลิ่นยาเสียเปล่าๆ” เพราะมารยาทเธอจึงต้องตอบกลับไป 

“บอกแล้วไงค่ะว่าให้เรียกพราวเหมือนเดิม แล้วอีกอย่างมันไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ พราวได้กลิ่นมันจนชินแล้วล่ะค่ะ” ใช่! เธอต้องสูดกลิ่นมันเข้าจมูกแทบทุกวัน ทุกเดือน ตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมา แล้วแบบนี้มันจะไม่ทำให้คนอย่างเธอชินได้ยังไงกัน!!! 

“พราวหวังว่าพี่มุจะหายเร็วๆนะคะ” สาวเจ้าค่อยๆสาวเท้าเดินเข้าใกล้เตียง 

“จ๊ะ” พราวพรรณรายเปลี่ยนไปมาก เปลี่ยนไปขนาดที่เธอไม่คิดว่าสาวหวานน่ารักอย่างพราวพรรณรายจะเปลี่ยนไปเป็นสาวเปรี้ยวเข็ดฟันได้ขนาดนี้ 

“ถ้าอย่างนั้นพราวขอตัวกลับก่อนนะคะ” 

“จ๊ะ” มุทิตาตอบกลับไป 

และแล้วสาวสวยอย่างพราวพรรณรายก็เดินออกไป แต่ทว่าสายตาที่สาวสวยจ้องมองกลับมาที่มุทิตามันแปลความได้หลากหลายความหมายนัก มุทิตาเฝ้าคิดอย่างกังวลใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปได้ขนาดนี้...? 

“รอดมาได้สองครั้ง แต่อย่าคิดว่ามันจะไม่มีรอบที่สาม เตรียมตัวไว้ได้เลยนะคะพี่มุพี่นา” มือบางปิดประตูห้องลง ดวงตาก็ฉายแววรังสีอำมหิตออกมาชัด มุมปากข้างหนึ่งยกขึ้นเผยรอยยิ้มที่น่ากลัวออกมา 

พลัน! 

หน้าประตูเมื่อพราวพรรณรายยื่นอยู่ไม่นาน ก็เดินออกไปแต่ทว่าเธอนั้นกลับไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังมีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องอยู่...มือหนาของแอรอนล้วงลงในกระเป๋ากางเกง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและต่อสายหาคาร์มิลทันที 

“ฮัลโหลคาร์มิล ฉันต้องการประวัติของพราวพรรณรายให้เร็วที่สุด” เสียงเข้มสั่งลงไปที่ปลายสาย บอกความต้องการและกำชับความรวดเร็วว่ามันต้องไวที่สุด 

“ฉันชักอยากจะรู้จักเธอแล้วสิพราวพรรณราย” เมื่อวางสายจากคาร์มิล ใบหน้าคมก็บอกประสงค์เพราะเขาจำหน้าผู้หญิงคนนี้ได้ เมื่อวันงานฉลองของโรงแรม แอรอนยังเห็นเธอนั้นนั่งรถเข็นอยู่เลยแล้วไหงวันนี้สาวเจ้าถึงเดินได้คล่องเช่นนี้เล่า ทุกอย่างมันชักจะสนุกแล้วสิ... 

มาเเล้วจ้า 

จะเรียกว่าระหว่างแอรอนกับมุทิตาจะหวานเจี๊ยบเลยก็คงจะไม่ได้ เพราะพวกนางก็มีพ่นน้ำลายใส่กันตลอดเวลา แต่เลเวลความโหดของอีพี่ก็จะลดลงมาจากเก่านะคะ ใส่ใจ เเล้วก็ห่วงใยมากขึ้น บางครั้งอาจจะไม่ต้องหวานมากจนเลี่ยน เเต่เปลี่ยนเป็นเลือกที่จะใส่ใจความรู้สึกมากกว่าเก่าดีกว่า อาจจะไม่ได้มากนักตามภาษาคนกระด้างเนอะ555+ 

 

​ปล.ขอคอมเม้นเยอะๆนะคะ 

กลับหน้าเรื่อง

                                             

     ฝากนิยายของไรท์ตัวไม่น้อยนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมแขนของทุกๆคนด้วยนะคะ  และก็ขอบคุณเเรงสนับสนุนทุกคนด้วยนะคะ ไรท์จะพัฒนาฝีมือตัวเองยิ่งขึ้นค่ะ

 

#

 

ฝากรีดเดอร์ทุกคนกดไลค์เพจของไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

สามารถกดได้ที่ด้านล่างนี้เลยนะคะ

                                                                  

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น