ในรอยร้าว In the crack (จบแล้ว อ่านฟรี)
ในรอยร้าว หัวใจที่เริ่มเเปรผัน...4
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ในรอยร้าว หัวใจที่เริ่มเเปรผัน...4

 

........ 

ไร้เสียตอบรับใดๆ ไม่มีแม้แต่เงาของสาวเจ้า พลันในหัวคิดว่าเธอคงจะอยู่ในห้องน้ำจึงสาวเท้าเก้าออกไป...”นาธินันท์ เธออยู่ในนั้นหรือเปล่า” 

 

.........เป็นอีกเช่นเดิม 

ไม่มีเสียงใดๆเอ่ยออกมาว่ามีคนอยู่ในนั้น “นา! เธออยู่ในนั้นหรือเปล่า!” ครานี้เสียงเริ่มห้าวทุ้มขึ้นเมื่อขานออกไปเท่าไหร่ก็ไม่ได้เสียงใดตอบรับกลับมาเลย สุดท้ายคนตัวโตจึงถือวิสาสะเปิดประตูห้องน้ำเข้าไป ภายในใจนั้นเกรงว่าหญิงสาวจะเป็นลมเป็นแล้งไป เกิดพลาดท่าอาจจะหัวชนเข้ากับอะไรอีกก็ได้... 

ไม่มี... 

...ไม่มีได้ยังไง! 

เขาเปิดประตูห้องน้ำเข้ามาแล้วแต่มันกลับไม่มีนาธินันท์อยู่ เธอหายไปไหน! หายไปได้เยี่ยงไร! สมองหยักหนาประมูลข้อมูล พลันหาเหตุผลว่าหญิงสาวนั้นหายไปไหน 

“คนไข้ที่อยู่ห้องนั้นหายไปไหน” เดินเข้ามาถามที่หน้าเคาน์เตอร์ ที่มีพยาบาลประจำเวรอยู่ 

“ดิฉันยังไม่เห็นใครเลยนะคะคุณอภิวัฒน์” ต้องนอบน้อมเข้าไว้เมื่อชายตรงหน้านี้คือลูกเจ้าของโรงพยาบาล 

“แต่คนไข้ในห้องนั้นหายไป คุณจะไม่เห็นได้ยังไง!” เสียงกร้าวออกไปอย่างไม่รู้ตัว จนพยาบาลนั้นตกใจกับท่าทีของชายหนุ่ม ก่อนที่อภิวัฒน์จะรู้ตัวเขาก็รีบเอ่ยปากขอโทษโดยทันที “ผมขอโทษ แต่คุณช่วยตรวจดูให้หน่อยนะครับ” เขาบอกเช่นนั้นก่อนที่จะเดินจากไปเพื่อตามหาคนสร้างเรื่อง 

เท้าหนาสาวเท้าเดินแทบจะทั้งทั่วโรงพยาบาลแต่ว่าก็ไม่เห็นร่องรอยของสาวเจ้าเลย ใจหนาเริ่มกังวลเมื่อหาเธอไม่พบ เขายังเดินต่อไปเรื่อยๆ เดินเข้าสู่สวนสาธารณะภายในโรงพยาบาลพื้นที่นี้เป็นพื้นที่สุดท้ายแล้ว หากไม่พบเธอหัวใจเขาคงร้อนรน 

“มานั่งทำอะไรตรงนี้ รู้มั้ยว่าเธอทำคนอื่นเขาวุ่นวายกันไปหมด” สุดท้ายเขาก็เจอเธอ ผู้หญิงที่เขาเกลียด...เขาเจอเธอแล้ว 

นาธินันท์ที่ได้ยินเสียงวาจาทุ้มของคนคุ้นเคยก็หันมามองตามเสียง เธอหันมามองเขาแต่เธอกลับไม่ปริปากพูดสิ่งใดไปสักคำ จนอภิวัฒน์นึกหงุดหงิดใจสาวเจ้านั่งนิ่งอยู่บนม้านั่งตัวนี้ได้ราวเกือบครึ่งชั่วโมงตั้งแต่เขาออกไปเธอก็ฝืนร่างกายหอบสังขารมาที่นี่ การที่เธอเลือกตรงนี้ก็เพียงเพราะแค่อยากจะออกมาเดินเล่นก็เท่านั้น อยากจะสูดเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดให้หายเคืองคายภายในอก 

“ฉันเพิ่งจะแน่ใจตอนนี้แหละว่าเธอมันชอบทำให้คนอื่นเดือดร้อนจริงๆ” เสียงทุ้มยังเอ่ย แม้จะหงุดหงิดก็ตาม 

“ถ้าฉันทำให้ใครเดือดร้อนหรือวุ่นวายก็ต้องขอโทษด้วยค่ะ” เธอพูดก่อนที่จะลุกจากม้านั่งที่ใช้นั่งเกือบชั่วโมง พลัน! เมื่อร่างของเธอนั้นลุกขึ้นอาการหน้ามืดเวียนหัวมันก็เข้ามาจวนให้ร่างกายนี้จะลมตรึงลงที่พื้นหญ้า... 

“นาธินันท์!” อภิวัฒน์ที่เห็นว่าสาวเจ้ากำลังจะทรงตัวเองไม่อยู่ เขาก็รีบขยับตัวเองเข้าไปรับเธอไว้อย่างทันที สายตาของเขาและเธอจ้องประสานกันราวกับมีกระแสไฟฟ้าสถิต “สภาพของตัวเองไว้ไหวแล้วยังไม่เจียม” 

“ขอบคุณที่รับฉันไว้ แต่กรุณาปล่อยด้วยค่ะ” คำพูดและสีหน้าที่เรียบเฉย เรียวปากน้อยๆที่ใช้สนทนามันเป็นจุดศูนย์กลางให้เขาจ้องมองจนอยากจะลิ้มลอง ในเมื่อความต้องการมันไม่อาจจะควบคุม อภิวัฒน์ก็โน้มหน้าเข้าไปครอบงำเรียวปากนั้นไว้ในอุ้งปากของตน คนที่ไม่ทันได้ตั้งตัวก็ต้องตกใจเมื่อเขากระทำการฉาบฉวยต่อเธอ เรียวปากร้อนของอภิวัฒน์ดูดคลึงที่เรียวปากล่างสลับบนของหญิงสาว แต่! เขาเปลี่ยนจากเรียวปากไปเป็นด้านในแทน ลิ้นร้อนของอภิวัฒน์กำลังทำงานอย่างอัตโนมัติและอย่างช่ำชอง 

“อื้อ!!!” 

อภิวัฒน์คล้ายว่ากำลังหลงระเริงไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้ มือของนาธินันท์พยายามปัดป้องทุบอกแกร่งให้เขาได้สติ แต่เนื่องด้วยมือเธอนั้นมีข้างหนึ่งที่ยังโยงอยู่กับสายน้ำเกลืออยู่ แรงที่เธอพยายามผลักเขาให้ออกห่างมันดันทำให้เสาน้ำเกลือที่ตั้งอยู่บนพื้นหญ้าต้องหล่นลงไปที่พื้นอย่างแรง 

“ตุ้บ!” 

“อื้อ!!!” เธอเจ็บ เจ็บที่หลังมือ...สายน้ำเกลือที่ถูกโยงอยู่กับตัวตอนนี้มันหลุดออกไปแล้ว...เลือดสีแดงไหลซึมออกมาเพียงเพราะรอยเจาะเล็กๆนั้นไม่มีสิ่งใดปิดกั้น 

เสียงหล่นของเสาน้ำเกลือเรียกสติของอภิวัฒน์ให้กลับคืน เขาผละตัวออกจากสาวเจ้าอย่างรวดเร็ว แม้ว่าอยากจะเอ่ยคำขอโทษก็ไม่อาจจะกล้าพูดนักเพราะการกระทำของเธอที่มันยังวนเวียนอยู่ แต่ทว่ า!!! สายตาคมมองเห็นเลือดที่มันไหลออกมาจากหลังมือของหญิงสาวก็ทำให้เขาแทบจะตั้งสติไม่อยู่ เลือด! เลือดมันมาจากไหน!!! 

“เธอเป็นอะไร!!!” น้ำเสียงร้อนรนถามคนที่นิ่วหน้า จับข้อมือข้างที่เลือดสีแดงสดยังคงไหลออกมา 

“นะ...น้ำเกลือ” เพราะเป็นคนยามที่เห็นเลือดทีไรเธอก็แทบจะทำอะไรไม่ถูก แม้ว่าเธอนั้นจะไม่ได้เป็นคนประเภทที่กลัวเลือดรุนแรงถึงขั้นขนาดเป็นลมล้มไป แต่ความรู้สึกของเธอตอนนี้รู้สึกอึดอัดภายในอกน้อยๆ หน่วงหัวใจและหน้าท้องจนแทบอยากจะร้องไห้ 

“ฉะ...ฉันขอโทษ” รู้สึกผิดที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้ เขาทนมองดูเธอเจ็บไม่ได้เลย ไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไรหรือเพราะหัวใจเขากำลังเปลี่ยนแปลง...มันไม่ใช่เวลามาคิด อภิวัฒน์ไม่พูดพร้ำทำเพลงรีบช้อนร่างของสาวเจ้าขึ้นอุ้มท่าเจ้าสาว ก่อนที่จะรีบสาวเท้าเข้าไปให้หมอรักษา เลือดแดงฉานไหลผ่านตามซอกนิ้วและไหลตามนิ้วมือของนาธินันท์ มันหยดลงตามทางที่วิ่งมา น้ำสีแดงสดหลั่งไหลออกมาไม่ได้มากจนน่าตกใจแต่มันก็ไม่ได้น้อยจนทำให้โล่งใจไปได้ 

“หมอ! หมออยู่ไหน!!!” เสียงตะโกนกร้าวแต่ทว่าใบหน้านั้นก็ยังลดลงมามองคนที่อยู่ในอ้อมแขนแกร่ง หัวใจคิดห่วงใยเป็นที่สุดจนหลงลืมตัว 

“ครับ!” หมอที่เข้าเวรดึกก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีคนมาตะโกนเสียงดังจนคิดว่าต้องออกไปบอกเสียหน่อยว่ามันจะรบกวนคนไข้ท่านอื่น แต่เมื่อเดินออกมาก็ต้องตัดทิ้งความคิดเมื่อครู่ไป เพราะคนที่ทำเสียงดังตะโกนกร้าวคืออภิวัฒน์ลูกเจ้าของโรงพยาบาลสถานที่แห่งนี้ 

ผ่านไปไม่นานเลือดที่ไหลเอ่อของนาธินันท์ก็หายไปเพราะหมอได้ทำการเจาะสายน้ำเกลือเข้าอีกครั้ง แถมยังถามอีกว่าทำยังไงถึงได้หลุดได้ แต่ก็ไม่ได้คำตอบจากคนทั้งสอง เมื่อเป็นเช่นนั้นหมอที่รักษาจึงขอตัว 

ภายในห้องเหลือเพียงอภิวัฒน์และนาธินันท์ ต่างฝ่ายต่างไม่พูดจนทั้งสองรู้สึกอึดอัดในอกอย่างบกไม่อยู่ เสมือนว่าทั้งสองกำลังล่องลอยอยู่กลางอวกาศที่ไม่มีแม้แต่ออกซิเจนที่สามารถหายใจด้วยตัวเองได้ 

“มันดึกแล้ว คุณเชิญกลับเถอะค่ะ” สุดท้ายก็เป็นเธอที่ต้องเอ่ยปากก่อน 

“เธอยังไม่ได้กินข้าว กินข้าวซะ จะได้กินยา” ว่าแล้วก็เดินไปจัดเตรียมอาหารให้นาธินันท์ 

“ฉันไม่หิว” เธอรู้สึกเช่นนั้น แต่เขาก็ไม่อยู่ฟังกระทำตามใจตนตลอด 

“กินซะ” 

“ฉันไม่หิว” 

“ไม่หิวก็ต้องกินจะได้กินยา ถ้าไม่กินแล้วเมื่อไหร่จะหาย อยู่ที่นี่นานๆมันเปลืองค่าหมอค่ายาค่ารักษาแถมยังเปลืองเงินในกระเป๋าฉันด้วย” 

“อย่างนั้นก็ย้ายฉันออกจากโรงพยาบาลนี้สิคะ ฉันจะกลับบ้าน” เธอพูดขึ้นก่อนจะลุกออกจากเตียงแต่อภวัฒน์ดันเข้ามาจับไม่ให้เธอลุกออกมาได้ 

“อย่ามาดื้อตอนนี้ ฉันไม่ชอบ กินข้าวกินยาซะไม่อย่างนั้นฉันจะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นแทน เอามั้ย!” กดเสียงต่ำ แนบชิดที่ข้างหูของสาวเจ้า 

“......” นาธินันท์นิ่งงัน ก่อนจะลงมือกินข้าวที่อยู่ตรงหน้า 

“แค่นี้มันก็สิ้นเรื่อง” ผ่านไปสักพักนาธินันท์ก็อิ่ม เขาไม่คัดค้านให้เธอกินต่อเพราะรู้ว่าในยามนี้คงไม่อาจจะกินอะไรลง จึงยื่นยาและน้ำให้เธอแทน นาธินันท์กินยาเสร็จก็ล้มตัวลงนอนนิ่ง ไม่พูดไม่จา พลิกตัวหันหลังให้กับอภิวัฒน์ และพยายามข่มตาให้หลับ 

คนตัวโตที่เห็นนาธินันท์พลิกตัวหนีตนเองแล้ว ร่างหนาก็ไปหย่อนกายทิ้งร่างลงที่โซฟาที่ตั้งอยู่ไม่ห่างกัน สายตาคมมองแผ่นหลังของสาวเจ้าสักพักหนึ่ง ความรู้สึกที่หลากหลายประทั่งเข้ามาสารพัด ทุกอย่างมันตีกันจนวุ่นวายไปหมดพล่านให้หัวสมองนั้นคิดหนักว่าตนนั้นคิดเช่นไรกับผู้หญิงคนนี้กันแน่ แต่ทว่าก็หาคำตอบไม่ได้... 

ในยามใกล้ฟ้าสาง 

ดวงสุริยาใกล้จะโผล่พ้นขอบฟ้า ร่างของคนที่นอนหมดสติก็เริ่มรู้สึกตัวขึ้น ดวงตาคู่สวยค่อยๆเปิดเปลือกตาออก ก่อนที่จะกระพริบถี่เพื่อปรับภาพที่มึนเบลอให้เห็นได้ชัดเจนในหัวมันปวดมึนจนต้องนิ่วหน้า เรี่ยวแรงที่พยายามยืนหยัดขึ้นหมดลงเมื่อมีสิ่งของหนักถ่วงอยู่ที่ช่วงเอวของเธอ สายตาจึงเหลือบมองดูว่ามันคืออะไรกัน และก็ต้องเบิกตาโผเมื่อสิ่งของที่เธอคิดว่ามันหนักในตอนนี้มันคือท่อนแขนแกร่งของแอรอนที่พาดไว้บนเอวของเธอ แถมเจ้าตัวยังนอนหลับอุตุ มุทิตาพยายามดันแขนของแอรอนออกจากตัวแต่เรี่ยวแรงที่น้อยนิดจึงทำให้มันเป็นไปด้วยความยากลำบากจนสุดท้ายก็สำเร็จ การกระทำของเธอไม่ได้ทำให้คนที่นอนหลับรู้สึกตัวขึ้นมาเลยมันเป็นเพราะแรงที่มีน้อยของเธอหรือเขานอนแบบซ้อมตายกันแน่มันถึงได้หลับลึกขนาดนี้ 

แต่ว่า! เมื่อเท้าก้าวลงจากเตียงแล้วยืนขึ้น อาการหน้ามืดตามัววิงเวียนศีรษะก็เกิดขึ้นดวงพร่ามัว ควบคุมเรี่ยวแรงที่มีอยู่ไม่ได้ทุกอย่างที่มองเห็นมันมืดมัวไปหมดเพียงแค่จะก้าวเท้ายังทำไม่ได้ และสุดท้าย...ร่างอวบล่วงลงสู่พื้นคล้ายราวกับว่ามีใครมาฉุดรั้งให้เธอล่วงลงไป... 

“ตุ้บ!” 

มาเเล้วจ้าาา 

ฟิวส์ที่นาธินันท์สายน้ำเกลือหลุดนี่ ไรท์เจอมากลับตัวเห็นมากลับตา 

เวลาเขาดึงออกเลือดมันจะไหลย้อนออกมาเลยง่าา เพราะเขาเจาะเข้าที่เส้นเลือดเราาา 

อีกอย่างเพราะตัณหาบ้าบอของอิคุณวัฒน์เเท้ๆ 

ปล.ถ้าเม้นมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆเยอะมากๆ ไรท์จะมาอัพให้อีกตอนในคืนนี้นะคะ 

กลับหน้าเรื่อง

                                             

     ฝากนิยายของไรท์ตัวไม่น้อยนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมแขนของทุกๆคนด้วยนะคะ  และก็ขอบคุณเเรงสนับสนุนทุกคนด้วยนะคะ ไรท์จะพัฒนาฝีมือตัวเองยิ่งขึ้นค่ะ

 

#

 

ฝากรีดเดอร์ทุกคนกดไลค์เพจของไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

สามารถกดได้ที่ด้านล่างนี้เลยนะคะ

                                                                  

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น