เด็กหมอ
EP24 : ขัดขวาง
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
EP24 : ขัดขวาง

นิกส์!!!

“เเกไปอยู่ไหนมาห้ะ รู้ไหมป๊ากับม๊าเป็นห่วงเเค่ไหน!!” ป๊าผมตะคอกเสียงดังลั่น ส่วนม๊าก็วิ่งโร่เข้ามากอดผมด้วยความเป็นห่วง

“ป๊าใจเย็นๆสิคะ” ยัยนาฟปรามป๊าที่มองมาทางผมด้วยสายตาโกรธเเต่เเอบเเฝงความเป็นห่วง

“เเกไปไหนมา!!” ป๊าถามผมเสียงเข้ม

“เอ่อ...ผม ผมไปเที่ยวนะป๊า เมาก็เลยไม่ได้กลับบ้าน” ผมโกหกเพื่อเลี่ยงประเด็นไปก่อน

“เเล้วทำไมไม่รับโทรศัพท์ละ ม๊าเป็นห่วงรู้ไหม” ม๊าจับหน้าผมพร้อมพลิกสำรวจร่างกาย ผมพยายามจับมือม๊าไว้ เเต่อยู่ๆม๊าก็นิ่งกึก สายตาหันกลับมามองหน้าผม ม๊าคงจะเห็นเเล้วละ ผมไม่พูดอะไรออกมา ส่วนม๊าเองก็มองหน้าป๊า ม๊าผมรู้นิสัยป๊าดีเพราะงั้นม๊าเลยเลือกที่จะเงียบเหมือนผมตอนนี้ ไม่ต้องสงสัยนะครับว่าทำไมม๊ามองผมเเบบนั้น ถึงเราจะอยู่ห่างกันเเต่ม๊าคือคนที่รู้จักผมดีที่สุดเเละม๊าก็รู้ด้วยว่าผมห่วงร่างกายตัวเองเเค่ไหน เช่นเวลามีเรื่องต่อยตีผมจะรักษาเเผลที่บาดเจ็บอย่างดี บางครั้งยังถึงขั้นหาหมอผิวหนังเพื่อรักษารอยเเผลเป็น ถ้าเป็นเรื่องผู้หญิง ม๊าผมก็รู้ว่าผมไม่ยอมให้ผู้หญิงคนไหนทิ้งร่องรอยไว้บนร่างกายผมหรอก เเต่สิ่งที่ม๊าเห็นมันสวนทางกันไง ผมคุยกับป๊าเสร็จเขาก็ออกไปทำงานส่วนผมก็ขอตัวขึ้นห้องไปพักผ่อน

ผมเดินขึ้นบันไดอย่างช้า พยายามเดินให้ปกติที่สุด ด้วยความเสียดตรงช่องทางด้านหลังทำให้ผมต้องใช้มือจับราดบันไดเพื่อช่วยพยุงร่างตัวเอง เเอบหันกลับไปสายตาของม๊ามองผมอยู่ตลอดเวลา ผมเดินเข้าห้องมาก็จัดการอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดเสร็จเเต่งตัวก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงนุ่น ผมหลับไปด้วยความเพลีย ตื่นมาอีกทีก็บ่ายเเล้ว

ก๊อกๆ

“นิกส์ ตื่นหรือยัง” ผมนอนเล่นอยู่บนเตียงเสียงม๊าผมก็เรียกขึ้น

“ครับ” ผมตะโกนออกไป

“ม๊าขอคุยด้วยหน่อย” เสียงเรียบของม๊าทำให้ผมรีบลุกไปเปิดประตูห้อง

ม๊าเดินเข้ามานั่งลงบนโซฟายาวปลายเตียง

“มานั่งนี่” ม๊าเอ่ยขึ้นพร้อมตบมือลงบนโซฟาข้างๆ ผมที่ยืนนิ่งอยู่ก็เดินมาทรุดตัวลงนั่งช้าๆ

“รู้ใช่ไหมม๊าจะคุยเรื่องอะไร” ม๊าผมพูดพร้อมทำหน้านิ่งใส่ผม รู้สึกเหมือนเป็นนักโทษอีกเเล้วกู

“บอกมา..เขาเป็นใคร” ม๊าถามต่อ ผมก็เงียบ ตอนนี้ผมไม่รู้จะเริ่มยังไงดี

“ตอบ!!” ม๊าเสียงเเข็งใส่ผม

“คะ..ครับ”

“เอ่อ...เค้าชื่อกายนะม๊า” ผมตอบออกไป

“เป็นใคร มาจากไหน ฉันขอประวัติหน่อย” ม๊าถามต่อ สายตายังคงมองหน้าผมอย่างคัดคั้น

“หมอกาย...เป็นคนไทยครับ เอ่อ..” ผมควรพูดไงต่อ

“เดี๋ยว!!” ม๊าผมขัดขึ้นมา

“ชื่อกาย” ม๊าพูดออกมา ผมก็พยักหน้าตอบ

“เป็นหมอ” ผมพยักหน้าตอบ

“เป็นคนไทยด้วย” ผมพยักหน้าอีกครั้งเป็นสัญญาณว่าสิ่งที่ม๊าเข้าใจมันถูกเเล้ว

“งั้นเเกรู้จักกับเค้าตั้งเเต่อยู่ไทยใช่ไหม” ม๊าถามออกมา

“ครับ” ผมก็ตอบตามความเป็นจริง

“ม๊าอยากรู้ชื่อจริงนามสกุลจริงของเค้า” ด้วยความที่ครอบครัวผมเป็นคนไทยถึงเเม้จะมาอยู่ที่นี่เเต่ม๊ากับป๊าก็รู้จักเเละมีเส้นสายอยู่ในไทยเยอะจึงไม่เเปลกที่ม๊าจะถามชื่อไอหมอ

“นายเเพทย์ธีรวัฒน์ อัศวมาสุกุล” ผมตอบชื่อจริงไอหมอไป

“นี่เเกคบผู้ชายหรอ!!” ม๊าผมถามด้วยความเเปลกใจอีกทั้งยังตกใจที่รู้เรื่องนี้

“ม๊าน่าจะรู้ตั้งเเต่บอกว่ามันชื่อกายไหมอะ” ผมบอกต่อ

“ตานิกส์!! นี่ถ้าป๊ารู้เรื่องนี้เข้าจะทำยังไง” ม๊าผมพูดขึ้นเสียงเครียด

เเกร๊ก!!

o

“ไม่ต้องกลัว!! ฉันรู้เเล้วนี่ไง!!” เสียงเข้มของคนที่เปิดประตูเข้ามาดังขึ้น

“ป๊า!! / คุณ!!” ผมกับม๊าต่างตกใจที่ป๊าเข้ามาอีกทั้งยังพูดประโยคที่ผมเสียวสันหลังวาบ

“ฉันไม่เคยคิดเลยนะว่าลูกชายคนเดียวของฉันที่เลี้ยงเเละดูเเลมาตั้งเเต่เล็ก โตมามันจะชอบผู้ชายเเบบนี้!!” ป๊าผมตะคอกใส่หน้าผม หึ น่าขำสิ้นดี

“ป๊าเลี้ยงผมด้วยหรอ ตั้งเเต่จำความได้ก็มีเเต่ม๊าที่คอยดูเเลทุกอย่างอะ” ผมพูดออกไปตามความจริง ครอบครัวสุขสันต์ที่ทุกคนเข้าใจ มันไม่มีอยู่จริงหรอกครับ

เพี๊ย!! ฝ่ามือของคนเป็นพ่อประทับลงบนเเก้มซ้ายของลูกชายคนโตจนอีกฝ่ายหน้าหัน เเก้มใสๆเปลี่ยนสีทั้งรอยเเดงบนใบหน้า

“ป๊า!!” ยัยน้องที่ยืนร้องไห้อยู่เอ่ยเรียกสติผู้เป็นพ่อ เธอคงผิดหวังที่ป๊าคนดีของเธอตบหน้าพี่ชายเเบบผม

“มันจะมากไปเเล้วนะคุณ” ม๊าผมเข้ามาผลักป๊าออกไป

ประมุขของบ้านก้มหน้าลงมองฝ่ามือสั่นๆที่ตบเข้ากับหน้าของลูกชาย เขาสติหลุดได้ไม่นานก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมา

พลั่ก!! พรึ่บ!

“ป๊า” ผมมองตามพร้อมเอ่ยเสียงเเผ่วเมื่อป๊าเดินไปถอดสายชาร์ตสมาทโฟนเเละเก็บไอเเพ็ดที่ผมใช้

“เลิกติดต่อกับมันซะ” ป๊าสั่งออกมาเสียงเข้มก่อนเดินออกไปเเล้วปิดประตูเสียงดัง

“เฮีย...เจ็บไหม” ยัยน้องเดินเข้ามาหาผม มือเล็กลูบเเก้มผมเบาๆ ผมส่ายหน้าเป็นคำตอบ ร่างกายไม่เท่าไรผมเจ็บใจนี่

“นิกส์” เสียงเเผ่วของม๊าดังขึ้น ผู้หญิงที่ผมรักที่สุดโอบกอดผมเชิงปลอบใจ มือบางลูบหัวลูกชายเเสนดื้อเเบบผม น้ำตาใสที่คลอหน่วยอยู่นานก็ไหลอาบเเก้มผม

“ไว้ม๊าคุยกับป๊าเองนะ” ม๊าผมพูดออกมา ผมไม่ได้ตอบกลับอะไรวงเเขนก็กอดม๊าอยู่เเบบนั้น

วันนี้ผมไม่ทานข้าวเย็น ผมบอกม๊าว่าผมไม่หิว ม๊าเลยให้ยัยน้องเอานมอุ่นๆมาให้บนห้อง ผมดื่นมันจนหมดก็ล้มตัวลงนอน เหตุการณ์เมื่อเย็นมันยังทำผมคิดไม่ตก เเล้วเเบบนี้ผมจะทำยังไง ติดต่อไอหมอก็ไม่ได้

7.15 น. ผมตื่นเเต่เช้าเพราะนอนไม่ค่อยหลับ จัดการล้างหน้าอาบน้ำเเต่งตัวจะลงไปด้านล่าง เเละวันนี้ผมจะออกไปหาไอหมอด้วย ผมยืนเช็คลุคผ่านกระจกบานใหญ่ในห้อง ใบหน้าใสของผมมีรอยนิ้วของป๊าที่ตบผมเมื่อวาน ถ้าไอหมอเห็นมันต้องถามเเน่ๆเเต่ผมก็ไม่ได้กังวลอะไรที่ผมอยากออกไปหามันเพราะผมติดต่อมันทางอื่นไม่ได้เเละผมก็อยากคุยกับมัน เดี๋ยวมันจะเข้าใจผิดคิดว่าผมหนีมันอีก

เเกร๊ก เเกร๊กๆ ผมพยายามเปิดประตูห้องนอนเเต่มันกลับเปิดไม่ออกเหมือนจะถูกล็อคจากด้านนอก นี่ป๊าขังผมเลยหรอ

“ใครอยู่ข้างนอกบ้าง เปิดประตูให้ผมหน่อย” เงียบกริบเลยครับ

“มีใครอยู่ข้างนอกบ้างไหม ม๊า ยัยน้อง” ผมเรียกอีกครั้งเเต่เสียงก็เงียบเหมือนเดิม

-ฝั่งป๊านิกส์

-**

“นายครับ คุณนิกส์ตะโกนเรียกนายหญิงกับคุณน้องใหญ่เลยครับ” ฟานเอ่ยรายงานผู้เป็นนาย เขาเป็นคนที่ถูกป๊าของนิกส์สั่งให้ล็อคกุญเเจขังนิกส์ไว้ในห้องเอง อีกเรื่องคือ เขานี่เเหละที่บอกเรื่องหมอกายกับนิกส์ จนคนที่เขารักต้องถูกผู้เป็นพ่อลงโทษเเบบนี้ เเต่ถ้าในเเง่ดี มันทำให้นิกส์ไม่ต้องออกไปเจอไอหมอนั้น

“ปล่อยไป” ผู้เป็นนายเอ่ยพร้อมจิบกาเเฟเเละอ่านหนังสือพิมพ์ไปพลางเพื่อรอเวลาออกไปทำงาน

“นี่มันอะไรกันอะคุณ!! คุณขังลูกเเบบนี้ฉันไม่ยอมนะ!!” นายหญิงของบ้านเดินมาพร้อมลูกสาวคนเล็ก เสียงเล็กเเต่ทรงพลังเอ่ยถามสามีอย่างเอาเรื่อง

“เอากุญเเจมาฉันจะไปไขให้ลูก” นายหญิงของบ้านพยายามค้นหากุญเเจจากกระเป๋าชุดสูทที่สามีสวมใส่

“ไม่!! ฟาน ฉันฝากด้วย อย่าเปิดประตูให้คุณนิกส์ออกมาเด็ดขาด ถ้าขัดคำสั่งฉันละก็...” ผู้เป็นนายเอ่ยขึ้นอีกฝ่ายก็โค้งทำความเคารพพร้อมน้อมรับคำสั่ง

“ผมไปทำงานละนะ” นายของบ้านเอ่ยต่อภรรยาเเล้วเดินขึ้นรถหรูไปทิ้งให้ภรรยาเเละลูกสาวที่ยืนนิ่งอยู่หันมองหน้ากันอย่างเครียดๆ

“ฟาน!! เอากุญเเจมาให้ฉัน” นานหญิงของบ้านใช้เสียงเข้มพูดกับฟาน

“เอ่อ ขอโทษด้วยนะครับนายหญิง เเต่นายสั่งไว้ว่าห้ามให้กุญเเจกับนายหญิงเเล้วก็คุณน้องครับ” ฟานเอ่ยก็โค้งศีรษะอย่างเคารพ

“เเต่ฉันจะคุยกับลูก!!” จากน้ำเสียงตอนนี้นายหญิงของบ้านไม่สบอารมณ์ยิ่งนัก เธอโมโหสามียังต้องมายืนทะเลาะกับลูกน้องของเขาอีก

“เดี๋ยวผมไปเปิดประตูให้นายหญิงคุยกับคุณนิกส์นะครับ เเต่คงให้ออกมาไม่ได้” ฟานเอ่ยออกมาก็เดินกลับเข้าบ้านไป

นี่มันอะไรกัน ฉันเป็นถึงนายหญิงของบ้านทำไมต้องมาทำตามคำพูดของลูกน้องด้วย คุณนะคุณ!! คอยดู!! เราได้เห็นดีกัน!!

ฟานเปิดประตูให้นายหญิงกับคุณน้องเข้าไปในห้องของนิกส์

“ม๊า!!” นิกส์โผกอดผู้เป็นเเม่

“ป๊าขังผมอะ” เสียงเศร้าเอ่ยกับเเม่

“ไม่เป็นไรนะลูก เดี๋ยวม๊าจัดการเอง” มือบางลูบหัวลูกชาย เเค่ที่สามีตบลูกชายสุดที่รักของเธอ เธอก็โกรธมากพอเเล้ว นี่ยังจะมาขังกันอีก เดี๋ยวฉันจะประท้วง!!

ตลอดทั้งวันผมต้องอยู่ในห้องคนเดียวเบื่อๆ ก็มียัยน้องคนดีที่เอาหนังสือมากองไว้ให้อ่านเเก้เหงา ฟานที่คอยไขกุญเเจพร้อมอาหารในทุกมื้อ เฮ้อ!! เข้าใจฟิลนั่งอ่านหนังสือไหมครับทุกคน มันน่าเบื่อนะ เเต่ผมก็ไม่รู้จะทำอะไร อยากออกไปหาไอหมอก็ไม่ได้

END PART NICK

 

START PART GUY

ถ้านับนี่ก็หนึ่งวันเต็มเเล้วนะครับที่ไอนิกส์ไม่ติดต่อมา ถึงเเม้ว่าผมจะรู้ว่ามันอยู่บ้านเเต่มันไม่คิดจะโทรหาผมบ้างเลยหรอ ผมโทรไปเกือบร้อยสายเเล้วก็ปิดเครื่องทั้งไลน์ ไอจี ติดต่อไม่ได้สักทาง ผมก็คิดถึงเมียนะเว้ย!! •_•

END PART GUY

 

START PART NICK

“นิกส์ กินข้าวเย็นก่อนนะครับ” ฟานถือถาดอาหารเข้ามาให้ผม

“ฟานปล่อยกูออกจากห้องสักพักได้ไหม กูอยากออกไปข้างนอก” ผมพูดกับฟานเสียงเเผ่ว

“ผมขอโทษนะครับ เเต่ผมคงช่วยนิกส์ไม่ได้จริงๆ” ผมเข้าใจฟานเเหละ เพราะป๊าเป็นคนสั่งให้เขาขังผมเเบบนักโทษยังนี้ไงละ

ฟานเปิดประตูออกไป ผมจะติดต่อไอหมอยังไงดี ผมนั่งนิ่งอย่างนั้นอยู่สักพักก็นึกอะไรบางอย่างออก ผมเดินหากระดาษกับปากกาที่มีอยู่ในห้อง ถ้าผมเขียนจดหมายเเล้วให้ฟานเอาไปให้ไอหมอละ คิดได้ดังนั้นผมก็ลงมือเขียนจดหมายก่อนที่ป๊าจะกลับมา

“ฟาน ฟาน มึงอยู่ข้างนอกหรือเปล่า” ผมตะโกนออกไปหน้าห้อง

“ครับคุณนิกส์” ผมได้ยินเสียงฟานที่กำลังไขประตูเข้ามา

“มีอะไรหรือเปล่าครับ” ฟานเอ่ยถามขึ้น ผมดึงข้อมือเขาเข้ามาในห้องก่อนยื่นจดหมายให้ที่เขียนให้กับฟาน เขามองหน้าผมอย่างงง

“เอาไปให้คนที่โรงเเรมวันนั้นนะ...ช่วยกูหน่อย” ผมบอกฟานออกไป ถ้าฟานช่วยผมไอหมอจะได้รู้เหตุผลที่ผลหายไป ไม่ใช่ปล่อยทุกอย่างไปเเบบนี้

“ครับ” ฟานรับจดหมายไปพร้อมยิ้มมาให้ผม

“ขอบใจมึงมากนะ” ผมยิ้มกลับไป

3วันผ่านไป ผมยังโดนขังอยู่เเต่ในห้อง ม๊ากับยัยน้องเข้ามาหาผมทุกวัน ผมได้ยินเเม่บ้านที่เอาอาหารเข้ามาให้ผมบอกว่านายหญิงกับคุณหนูของพวกเขาประท้วงไม่คุยกับป๊าเเถมทั้งสองยังไม่ยอมกินอาหารร่วมโต๊ะกับป๊าอีกด้วย เเต่จนถึงวันนี้ป๊ายังไม่เคยเข้ามาหามาคุยกับผมเลยสักครั้งเถอะ เเละผมก็ไม่ได้สนใจอะไร เเล้วไง ป๊าผมก็ไม่เคยสนใจอะไรอยู่เเล้ว

ผมส่งจดหมายไปหาไอหมอทุกวัน ก็ฝากให้ฟานเอาไปให้นั้นเเหละ ผมพยายามติดต่อไอหมอเเต่ทำไมมันไม่เคยตอบหรือเขียนอะไรกลับมาเลย งอน! มึงไม่คิดถึงกูเลยหรือไง อีกใจผมก็คิดนะว่ามันโกรธผมหรือเปล่าที่ไม่ยอมตอบจดหมายเลย ผมถามฟานทุกวันที่หลังจากฝากจดหมายไปว่ามันเป็นไงบ้าง ตอบอะไรกลับมาบ้าง ฟานก็บอกว่าไม่ เฉยๆ ผมก็หน้างออีกเเล้วซิ จะร้องไห้อยู่เเล้วนะเว้ย ทรมานใจวะ ผมอยากคุยอยากได้กำลังใจจากมันบ้าง อยากให้มันปลอบผมกอดผม เเต่มันก็หายเงียบ ไอหมอ!! เฮ้อ เเต่ผมก็ไม่ยอมหรอก วันนี้ผมก็จะเขียนจดหมายไปอีก

END PART NICK

 

START PART GUY

หลายวันเเล้วครับที่ผมติดต่อไอนิกส์ไม่ได้ ผมไปจอดรถเเถวบ้านมันชะเง้อมองเข้าไปในบ้านก็เห็นรถที่มันนั่งบ่อยๆจอดอยู่ งั้นก็เเปลว่ามันอยู่ในบ้าน ผมจอดได้ไม่นานก็โดนคนของป๊ามันที่เฝ้าอยู่หน้าประตูไล่ให้ผมขับรถออกไปให้พ้นหน้าบ้าน ผมมามองอยู่อย่างนี้หลายวันจนโดนคนในบ้านสงสัยเอาเเล้วนะซิ ผมเลยเปลี่ยนเเผนคือผมจะมาหามันตอนกลางคืน เพราะไอนิกส์มันนอนดึกชั้นสองของบ้านในเวลากลางคืนเลยมีอยู่เเค่ห้องเดียวเปิดไฟสว่างจนถึงเที่ยงคืน ผมได้เเต่มองม่านที่สว่างจากเเสงไฟ ไม่เคยจะเห็นไอนิกส์มันออกมาหรอก

END PART GUY

 

-ฟาน-

มันเจ็บปวดเเค่ไหนที่คนที่รักไม่เคยมองเห็นค่าของผมเลย ถึงเเม้นิกส์จะโดนขังอยู่ในห้องเเต่เขาก็ยังคิดถึงเเต่คนคนนั้น ไม่เคยมองเห็นถึงคนที่อยู่ดูเเลเค้าทุกวันเเบบผมเลย นิกส์ฝากจดหมายถึงผู้ชายที่อยู่โรงเเรมนั้นทุกวัน เเละทุกๆวันจดหมายนั้นก็จะ

พรึ่บ!! ผมทิ้งมันลงถังขยะที่หน้าซอยทางเข้าคฤหาสเเบบนี้ทุกครั้ง เเละวันนี้ก็เช่นกัน

 

 

 

อิเฮียเคยรู้ไหมน้องอยากกอดเเกมากเเค่ไหน

อีฟาน เเกจะขวางเเบบนี้ไม่ได้!!

ไหนใครทีมป๊า ทีมม๊ากันบ้าง

ฝากเม้นเเละกดถูกใจกันเยอะๆนะ💕💕

ติชมได้ ชอบก็ติดตามนะ

กลับหน้าเรื่อง
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น