ในรอยร้าว In the crack (จบแล้ว อ่านฟรี)
ในรอยร้าว ความรักในความชัง 3
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ในรอยร้าว ความรักในความชัง 3

“ไม่ต้องมาแตะต้องตัวฉัน คนอย่างฉันมันไม่สมควรจะให้คนสูงส่งอย่างคุณมายุ่งเกี่ยว!” เธอร้องไห้แต่เธอไม่มีเสียงสะอื้นออกมาให้สมเพชตัวเอง 

มุทิตาก้าวเท้าหนักออกไปจากจุดนี้ทันที ก่อนที่มันจะเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นแรงวิ่ง ที่วิ่งออกมาอย่างเร็วไว เธออยากจะวิ่งแล้วให้มันหายออกไปจากจุดนี้เสีย เลือกได้เธอไม่อยากจะมาพบเจอผู้ชายคนนี้ตั้งแต่แรก วิ่งโดยไม่สนว่าคนที่เธอวิ่งผ่านนั้นจะเป็นใครบ้าง 

 

“โธ่เว้ย!!!” แอรอนเองก็กระแทกเสียงด้วยอารมณ์ที่มันเดือดดาล ตอนนี้เขารู้ตัวดีว่าทำอะไรกับมุทิตาไป ใช่ว่าเขาไม่รู้สึกผิดแต่เขาไม่รู้ว่ามันจะต้องทำอย่างไรกันแน่ 

“ปัก! ปัก! ปัก!” มือที่มันชกเข้ากำแพงด้วยแรงที่มากพอก้ไม่อาจจะห้ามใจที่มันร้อนรนของเขาได้เลย แต่ทว่ามันกลับมีมือหนึ่งมากั้นวางแทนพื้นที่ของกำแพง 

“พลึก!” 

“พอเถอะครับ” 

สายตาของแอรอนหันไปมองคนที่มาใหม่ซึ่งมันก็ไม่ใช่ใคร... 

“คาร์มิล” 

“งานจะเริ่มแล้วครับ” 

แอรอนหันมามองคาร์มิลที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขา คาร์มิลเอามือที่มันมากั้นไม่ให้มือของเขานั้นกระทบลงที่กำแพงอีกหน หุบเข้าข้างลำตัว ยืนนิ่งรอรับคำสั่งจากปากของเขา 

“เดี๋ยวฉันตามไป” 

“ครับ” 

จากนั้นแล้วคาร์มิลก็เดินไป เขายังไม่อยากที่จะเข้าไปในตอนนี้ ขอยืนสงบอารมณ์ที่มันกำลังพลุ่งพล่านเสียสักพักเถอะเพราะหากเข้าไปในยามนี้มันมีหวังว่างานมันจะไม่ได้เริ่มอย่างสวยงามเป็นแน่แท้ ซึ่งเขาเองก็ไม่อยากจะให้เรื่องแบบนั้นมันต้องเกิดขึ้น 

ยามนี้ร่างอวบ 

ของมุทิตาที่มันวิ่งออกมาไกลจากคนใจร้ายแล้ว เส้นทางที่วิ่งมามันแทบจะมองหาใครไม่เจอเลยเพราะดวงหน้าในยามนี้ที่มันเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา พื้นที่ด้านหน้ามันพร่ามัวไปหมด พร่ามัวจนเธอแทบจะมองไม่เห็นทางข้างหน้าเลย... 

“ปึก!” 

เสียงการปะทะกันเข้าของสองร่างดังขึ้น ทั้งสองก็ใคร่จะตกใจพอๆกันที่อยู่ดีๆก็วิ่งชนใครสักคนเข้า 

“ขะ...ขอโทษค่ะ” เสียงใสของหญิงสาวเอ่ยขอโทษอย่างเร็วไว แล้วรีบก้มหน้าปาดน้ำตาที่แสนหดหู่ของตัวเองทิ้งเสีย 

“มุ!” เสียงนี้ทำให้เธอต้องรีบเงยหน้าของตนเองขึ้นจากการปาดหยาดน้ำตาทิ้ง 

“วะ...วัฒน์” คนที่อยู่ตรงหน้าเธอคืออภิวัฒน์ เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าชายหนุ่มนั้นจะมางานนี้เสียด้วย 

“เป็นอะไรไป ร้องไห้ทำไม ใครทำอะไร แล้วทำไมมาอยู่ที่นี่ได้” เห็นว่าเป็นเพื่อนของตนเองก็ยิ่งคำถามแห่งความสงสัยใส่เธอรัวๆ เขาไม่สนใจว่าสาวเจ้านั้นจะตอบคำถามของตนเองได้ทันมั้ย 

“อะ...เอ่อคือ...” เธอไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนก่อนดี เรื่องที่เธอเพิ่งจะเจอมาเอสมควรที่จะบอกเขาหรือ 

“บอกวัฒน์มา มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้” 

“พะ...พอดีว่า...มุทำงานพิเศษที่นี่น่ะ” 

“เหรอ แล้วทำไมถึงร้องไห้ ใครเป็นคนทำ” 

“ไม่มีอะไรหรอกวัฒน์มันก็แค่เรื่องเล็กน้อย อย่าไปสนใจเลย” 

“มันจะไม่มีอะไรได้ยังไง ก็มุร้องไห้แบบนี้” 

“วัฒน์...” เธอไม่อยากจะบอกเรื่องนี้แก่ใคร เพราะคนที่จะน่าอับอายมากที่สุดก็คือเธอคนเดียวเท่านั้น ไม่ใช่เขา 

“บอกวัฒน์มะ...” 

“อ้าว! พี่มุ” เป็นเสมือนฟ้าประทาน เมื่อจู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะอภิวัฒน์และเธอ 

“คะ...คุณพราว” ใช่ เธอคนนี้คือพราวพรรณราย หญิงสาวที่นั่งอยู่บนวีแชร์ แต่ใบหน้าของเฮนั้นกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่แสนสดใสไม่เหมือนกับร่างกายที่แสนอ่อนแอ 

“เรียกเหมือนเดิมเถอะค่ะ” 

“ได้จ๊ะ” เธอเองก็ยิ้มรับให้กับสาวเจ้า 

“พี่บอกแล้วไงค่ะ ว่าให้อยู่ในงาน พี่ออกมาคุยโทรศัพท์แค่แปบเดียวเอง ถ้าเกิดรถเกิดสะดุดอะไรขึ้นมาจะทำยังไง” 

“โถ่! พี่วัฒน์พราวไม่ใช่เด็กๆแล้วนะคะ ถึงจะดูแลตัวเองไม่ได้” 

“แต่ยังไงก็ควรจะทำตามที่พี่บอกนะ” 

“ไม่เอาข้างในคนเยอะ พราวอึดอัด อยากออกมาสูดอากาศสดชื่น ใช่มั้ยค่ะพี่มุ” 

“จ๊ะ” เธอก็ได้แต่ยิ้มแหย่ๆส่งไปให้ 

“ว่าแต่พี่มุมาทำอะไรที่นี่ค่ะ” 

“พี่มาทำงานพิเศษที่นี่น่ะจ๊ะ ว่าแต่ไม่ยักจะรู้ว่าวัฒน์จะมางานนี้ด้วย” 

“ก็ไม่ได้อยากมาหรอก แต่คุณพ่อคุณแม่เขาติดธุระวัฒน์เลยมาแทน” 

“อ๋อ แล้วพราวอาการเป็นยังไงบ้างจ๊ะ เริ่มหายดีหรือยัง” 

“เริ่มจะทรงตัวได้แล้วค่ะ อีกนิดก้จะวิ่งได้แล้ว” 

“พูดเป็นเล่นไป เอาแค่เดินให้ได้ก่อนค่อยวิ่งดีกว่ามั้ย ฮึ” 

“พี่วัฒน์อ่ะ พราวไม่คุยด้วยแล้ว” จากนั้นหญิงสาวที่อยู่ในชุดราตรีแสนสวยก็เข็นรถประจำตำแหน่งของตัวเองออกไป 

“เอ่อใช่ นาอยู่ที่นี่ด้วยนะ” คำพุดนี้มันทำให้อภิวัฒน์ชะงัก 

“แล้วยังไง” เขาทำเสียงเรียบเฉย ไม่รู้สึก 

“พอเถอะวัฒน์ เรื่องมันนานแล้วนะ” ตลอดเวลาที่ผ่านมาที่เธอทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเธอก็คิดว่าทั้งนาธินันท์และอภิวัฒน์จะปรับความเข้าใจกันได้บ้าง แต่สุดท้ายแล้วมันกลับไม่ใช่เลย ซ้ำ มันยิ่งเหมือนว่าจะแย่ลงเสียทุกที 

“แต่วัฒน์จำไม่มีวันลืม ถ้าวันนั้นวัฒน์เข้าไปช่วยพราวไม่ทันมันจะเป็นยังไงก็ยังไม่รู้!!!” 

“แต่นาก็เกือบตายเหมือนกันนะ มันไม่ใช่ความผิดใครทั้งนั้น มันเป็นมุเองที่พลาด นาไม่ใช่คนผิด คนผิดคือมุ” เป็นเธอเองที่พลาด เป็นเธอเองทั้งหมด 

“แต่ถ้าหนีออกมามันก็ควรที่จะเอาคนที่อยู่ด้อยออกมาด้วยไม่ใช่เหรอ!!! ไม่ใช่จะเห็นแก่ตัว เอาแค่ชีวิตของตัวเองรอดแค่คนเดียว ชีวิตสองชีวิตเลยนะมุ!!!” วันนั้นถ้าเขาเข้าไปไม่ทันทั้งมุทิตาและพราวพรรณรายก็คงจะไม่มีทางที่จะมายืนอยู่ตรงนี้แน่นอน 

“แต่สุดท้ายมันยังไงล่ะ สุดท้ายทุกคนก็ปลอดภัย” 

“แต่พราวต้องเสียการเคลื่อนไหวส่วนล่าง” 

“มุเข้าใจ แต่เรื่องมันนานมาแล้ว ให้อภัยนาไม่ได้เลยหรือ” 

“ไม่! วัฒน์ไม่มีทางให้อภัยคนเห็นแก่ตัวอย่างมันแน่นอน!!!” 

“วัฒน์!!!” 

“พะ...พอเถอะนะมุ” จู่ๆ เสียงที่มันคุ้นหูของเอมันก็ดังขึ้นมาแทรก 

“นะ...นา” เธอมาได้ยังไง มาตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมถึงไม่บอกเธอ แล้วสิ่งที่พูดไปทั้งหมดนาธินันท์จะได้ยินมากน้อยแค่ไหนกัน ในยามนี้เธอกังวลว่านาธินันท์จะได้ยินในส่งที่เธอและอภิวัฒน์กำลังเถียงกันอยู่ที่สุด 

“เพลี๊ยะ!!!” 

ฝ่ามือของนาธินันท์ฟาดลงที่ใบหน้าของอภิวัฒน์ด้วยแรงที่เธอพอจะมีมากพอในเวลานี้ ถ้อยคำที่เขาพูดมันแสนจะทิ่มแทงใจของเธอให้รวดร้าวไปหมด เขาจะรู้บ้างหรือไม่ว่าคำพูดดูถูกที่มันเกิดจากคนที่ตนรักแต่เขานั้นกลับเกลียดเธอมันจะเจ็บปวดมากขนาดไหน... 

 

มาเเล้วจ้าาาา 

กลับหน้าเรื่อง

                                             

     ฝากนิยายของไรท์ตัวไม่น้อยนี้ไว้ในอ้อมอกอ้อมแขนของทุกๆคนด้วยนะคะ  และก็ขอบคุณเเรงสนับสนุนทุกคนด้วยนะคะ ไรท์จะพัฒนาฝีมือตัวเองยิ่งขึ้นค่ะ

 

#

 

ฝากรีดเดอร์ทุกคนกดไลค์เพจของไรท์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

สามารถกดได้ที่ด้านล่างนี้เลยนะคะ

                                                                  

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น