[END] รักวายวาย…ฉบับผู้ชาย SO HOT!
[ตอนพิเศษ] Happy Valentine's Day ธนู+ปราชญ์
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
[ตอนพิเศษ] Happy Valentine's Day ธนู+ปราชญ์

 

 

ตอนพิเศษ 

Happy Valentine's Day 

 

 

 

“สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะคะพี่ธนู” 

“Happy Valentine ค่ะพี่ธนู” 

“คุกกี้หนูทำเองเลยนะคะ แฮปปี้วาเลนไทน์ค่ะ” 

“พี่ธนูขา ดอกไม้ค่ะ สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะคะ” 

นี่คือประโยคที่ผมได้ยินมาตั้งแต่เช้าของวันนี้ พร้อมกับขนม ช็อคโกแลต คุกกี้ ดอกกุหลาบตามมาอีกเพียบ 

“แม่ง! ไอ้ธนูนี่มันจะฮอตไปถึงไหนว่ะ” 

“กูแทบจะไม่มีที่ยืนในสังคมแล้วเนี่ย ทุกวันนี้ถูกความหล่อของไอ้ธนูกลบหมด” 

ไอ้มิกซ์กับไอ้แจสบ่นอุบ พวกมันมองไปยังไอ้ธนูที่ตอนนี้กำลังถูกสาวๆรุมให้ดอกไม้ ช็อคโกแลตกันอยู่ที่ทางเข้าโรงอาหาร บ้างก็มีถ่ายรูปคู่กับไอ้ธนูด้วย 

ใช่แล้วครับ วันนี้เป็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ วันวาเลนไทน์นั่นเอง ซึ่งเป็นวันแห่งความรักที่รู้สึกว่าทุกคนจะดูตื่นเต้นกับวันนี้เป็นพิเศษ ทั้งๆที่มันก็แค่วันธรรมดาวันหนึ่ง (สำหรับคนโสดอ่ะนะ ^^) 

แต่สำหรับผมแล้วทุกวันของผมก็คือวันแห่งความรักนั่นแหละครับ เพียงแค่มีคนที่ผมรักอยู่ข้างๆกับผมในทุกๆวัน ไม่ว่าจะเป็นป๊า ม๊า อาม่า ไอ้ธนู แล้วก็ไอ้พวกเพื่อนๆของผม 

“กว่าจะผ่านด่านสาวๆมาได้นะมึง” ผมว่าเข้าให้เมื่อเห็นไอ้ธนูเดินหอบช่อดอกไม้พร้อมกับกล่องขนมและช็อคโกแลตมานั่งข้างๆผม ตามตัวของมันมีสติกเกอร์รูปหัวใจติดเต็มไปหมด 

“ไหนล่ะดอกไม้” ไอ้ธนูแบมือใหญ่ของมันมาตรงหน้าผม 

“ดอกไม้อะไร?” 

“ดอกไม้วันวาเลนไทน์” 

“นี่ไง มึงก็ได้เยอะแยะแล้วไง จะเอาไปอีกทำไม” ผมว่าพร้อมกับชี้ไปที่กองดอกไม้ที่ไอ้ธนูได้รับในวันนี้ ซึ่งจะเยอะไปไหน 

“ก็นี่มันดอกไม้ของคนอื่น กูอยากได้ของมึงอ่ะ” 

“ไม่มี ไม่ให้ เปลืองตังค์!” ว่าแล้วก็ถือวิสาสะหยิบช็อคโกแลตที่สาวๆให้ไอ้ธนูมาแกะกิน แต่พอจะเอาเข้าปากเท่านั้นแหละ ไอ้ธนูก็มาแย่งไปเฉยเลย 

“เอามานี่เลย ไม่ให้ก็ไม่ต้องกิน” 

“อะไรว่ะ!” ผมทำหน้าเซ็ง 

“แต่พวกกูกินได้ป่ะ?” ไอ้พวกเพื่อนสามตัวของผม ไอ้แจส ไอ้มิกซ์และไอ้ทิมรีบเอ่ยถามขึ้น 

“อือ เอาไปหมดเลยก็ได้” 

“มึงพูดแล้วนะ” เมื่อไอ้ธนูพยักหน้าอนุญาตไอ้พวกนั้นก็รีบกวาดขนมไปตรงหน้าพวกมันก่อนจะวิ่งหายไปไหนก็ไม่รู้ 

“เอ้ยยย! พวกมึง กลับมาก่อน เอาขนมมาแบ่งกูกินด้วย” ผมร้องตามหลังไอ้พวกนั้นไป แต่พวกมันก็ไม่คิดจะหันมาสนใจผมเลยสักนิด ไอ้พวกเพื่อนเวรเอ้ยย! 

“กูอดกินขนมเลย” ผมทำหน้างอใส่ไอ้คนข้างๆ ก่อนจะลุกขึ้น แต่พอจะเดินมือหนาก็รั้งแขนผมเอาไว้ 

“จะไปไหน?” 

“ไปซื้อขนม” ผมว่าอย่างงอนๆ นั่นทำเอาไอ้ธนูยิ้มขำจนผมต้องหันไปแหวใส่ “ขำเชี่ยไรของมึง” 

“นั่งลงก่อน” 

“ไม่!” 

“เดี๋ยวซื้อให้กินใหม่” 

“ไม่ต้องมายุ่งด้วยแล้ว” ว่าแล้วผมก็สะบัดมือไอ้ธนูออก แล้วเดินหนีไปเสียดื้อๆ 

“นี่โมโหหิวอยู่ป่ะเนี่ย” ไอ้ธนูพูดพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะรีบหอบเอาดอกไม้ของตัวเองแล้วตามผมมา “ปราชญ์ รอก่อน” 

ในช่วงบ่ายพวกผมมีเรียนอีกหนึ่งวิชาไปจนถึงห้าโมงเย็น นี่ผมก็แทบไม่ได้พูดกับไอ้ธนูสักคำเพราะกำลังเล่นบทงอนมันอยู่ 

“นี่งอนกูจริงป่ะเนี่ย” ไอ้ธนูถามขึ้นในขณะที่เดินออกจากห้องเรียนหลังจากที่อาจารย์ปล่อยแล้ว 

“คิดว่ากูงอนเล่นหรือไงเล่า” ผมหันไปเถียง แล้วเดินนำร่างสูงไปที่รถ 

“แค่เรื่องขนมเนี่ยอ่ะนะ” 

ผมไม่ตอบปล่อยให้ไอ้ธนูคิดไปเอง ในระหว่างทางผมก็เอาแต่มองออกไปนอกหน้าต่างและเมื่อเห็นว่ารถเลี้ยวไปอีกทางซึ่งไม่ใช่ทางกลับคอนโดผมจึงได้หันไปถามไอ้คนขับ 

“มึงจะพากูไปไหน?” 

“ไม่บอก” 

“เอ๊ะ!” 

“กูไม่บอกคนขี้งอน” ดูมัน มีย้อนผมด้วย 

“ไม่บอกกูก็ไม่อยากรู้ ชิ” ว่าแล้วผมก็สะบัดหน้าหนีอีกฝ่ายไปอีกทาง แม้ในใจลึกๆจะอยากรู้มากก็ตามว่ามันจะพาผมไปไหน 

ไอ้ธนูขับรถมาเรื่อยๆจนมาหยุดอยู่ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ซึ่งช่วงเย็นๆแบบนี้ก็เริ่มมีคนมาวิ่งออกกำลังกายกันบ้างแล้ว 

นี่อย่าบอกนะว่าที่ไอ้ธนูพาผมมาสวนสาธารณะก็เพื่อจะพาผมมาวิ่งออกกำลังกายอ่ะ  ผมคิดเองเออเองในขณะที่สายตามองไปรอบๆ จนกระทั่งร่างสูงเรียกชื่อผมขึ้น 

“ปราชญ์” 

“มีไร?” 

“ช่วยอะไรอย่างดิ” ใบหน้าหล่อส่งยิ้มพิมพ์ใจมาให้ 

“ช่วยอะไร มึงคิดจะทำอะไรกันแน่ พากูมาที่นี่ทำไม?” ผมถามคำถามออกไปรวดเรียวเล่นกับไอ้คนตรงหน้าผมตอบไม่ทัน 

“เอานา ช่วยก่อน” 

“ทำไมกูต้องช่วยมึงด้วย” ตอนนี้กำลังเล่นบทงอนอยู่ครับผมจะต้องเก๊กหน้าบึ้งเข้าไว้เพื่อความสมจริง ที่จริงผมก็ไม่ได้งอนไอ้ธนูอะไรจริงจังหรอกครับ แค่แกล้งงอนมันเพราะอยากจะเรียกร้องความสนใจแค่นั้นแหละ 

“ถ้ามึงอยากรู้ มึงต้องช่วยกู” 

“แล้วให้ช่วยอะไร?” ยอมรับครับว่าอยากรู้ 

“ช่วยไปเปิดหลังรถหยิบของให้หน่อยสิ” 

“ของ?” ผมขมวดคิ้วสงสัย “อะไรอ่ะ?” 

“อยากรู้ก็ไปเปิดดูเอาเอง” ไอ้ธนูยกยิ้มมุมปากยิ่งทำให้ผมอยากรู้แบบสุดๆ เลยต้องยอมลงจากรถแล้วเดินไปเปิดท้ายรถอย่างที่มันบอกแต่โดยดี เมื่อท้ายรถถูกเปิดขึ้น สิ่งที่อยู่ในนั้นก็ทำเอาผมตะลึงพูดไม่ออกเลยทีเดียว 

นะ นี่มันอะไรกันเนี่ย 

“Happy Valentine นะครับ” ในขณะที่ผมกำลังยืนอึ้งในสิ่งที่เห็น ร่างสูงก็เดินมาหยุดอยู่ข้างหลังผมพร้อมกับเสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบามาที่ข้างหูของผม 

“มึง” ผมหันไปมองหน้าคนรักสลับกับมองสิ่งของที่อยู่บนท้ายรถ 

ทุกคนคงอยากรู้แล้วใช่ไหมครับว่ามันคืออะไร มันคือดอกกุหลาบครับ ดอกกุหลาบสีแดงสดซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามันมีกี่ดอกแต่มันเยอะมากใส่มาจนเต็มท้ายรถ และนอกจากดอกกุหลาบแล้วยังมีกล่องช็อคโกแลตอีกหลายกล่อง และกล่องของขวัญอีกหนึ่งกล่องใหญ่ 

แชะ! 

ในตอนที่ผมกำลังเผลอไอ้ธนูก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมากดถ่ายรูปผม ผมหันไปมองแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อก่อนจะโผล่เข้ากอดร่างสูงเสียเต็มรัก 

“อะไรกันเนี่ย อยู่ๆก็มากอด” 

“ไอ้บ้า” ผมซุกหน้าไปที่หน้าอกแกร่ง ด่าแก้เขินเข้าให้นั่นทำเอาไอ้ธนูหัวเราะออกมาเบาๆ มือหนายกขึ้นมาลูบหัวผมอย่างเอ็นดู 

“หายงอนยัง?” ไอ้ธนูเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอบอุ่นที่ทำเอาคนฟังหัวใจพองโตได้ง่ายๆ 

“กูไม่ได้งอนมึงสักหน่อย” ผมว่าและยังซุกหน้าอยู่ที่อกไอ้ธนูอยู่อย่างนั้น 

“แน่นะ” 

“อือ” 

“แล้วเป็นไรเนี่ย เงยหน้ามาคุยกันได้แล้ว” 

“ไม่เอา” ผมส่ายหัวไปมา 

“ทำไมล่ะ?” 

“เดี๋ยวมึงเห็น” 

“เห็นอะไร?” 

“เห็นกูหน้าแดง” 

“โธ่” คำพูดของผมทำเอาไอ้ธนูถึงกับยิ้มขำ 

“กูอยากเห็น” 

“ไม่!” 

“ปราชญ์” 

“ขอบคุณนะ” 

“เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหม?” 

“อะไรล่ะ?” 

“เงยหน้าขึ้นมาก่อนดิ” 

“ไม่เอา” 

“แล้วจะกอดอยู่แบบนี้หรอ คนมองเยอะแล้วเนี่ย” 

คำพูดของไอ้ธนูทำให้ผมนึกได้ว่าตอนนี้เราอยู่ที่สวนสาธารณะ เมื่อคิดได้ดังนั้นผมก็รีบผละตัวออกจากร่างสูงทันที แต่พอเงยหน้าขึ้นมา เหลียวมองซ้ายมองขวาก็ไม่เห็นมีใครสักคน นี่อย่าบอกนะว่าผมโดนไอ้ธนูหลอก 

“มึงหลอกกู” 

“ไม่หลอกแล้วมึงจะยอมเงยหน้าขึ้นมารึไง” ไอ้คนเจ้าเล่ห์ยิ้มกว้าง 

“ฮึ่ย” ว่าแล้วผมก็ทำการเตะไปที่หน้าขาของมัน แต่ว่าไอ้ธนูดันหลบทันแล้วจับตัวผมมากอดแทน แถมยังฉวยโอกาสหอมแก้มผมอีกด้วยฟอดใหญ่ “ อะ ไอ้บ้าเอ้ย ปล่อยกูเลยนะ!” 

ผมดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนใหญ่ แต่ก็ดิ้นไปงั้นแหละไอ้ธนูไม่ยอมปล่อยผมง่ายๆ อีกทั้งยังช้อนตัวผมขึ้นอุ้มอีกต่างหากทำเอาผมตกใจจนรีบกอดคอร่างสูงเอาไว้ 

“ทำไรของมึงห่ะ!?” 

ผมโวยวาย ไอ้ธนูไม่ตอบเอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก่อนจะอุ้มร่างผมไปวางไว้ที่กระโปรงหน้ารถ พอวางผมลงแล้วไอ้ธนูก็ยื่นหน้าหล่อๆของมันเข้ามาใกล้กับใบหน้าของผม เล่นทำเอาแก้มที่แดงอยู่แล้วของผมแดงเข้าไปอีก 

“เลิกมองกูได้แล้ว” 

พอถูกสายตาคมจ้องมองมานานๆก็ทำเอาผมเขินจนไปไม่เป็นเลย หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ร่างกายรู้สึกร้อนจนถึงกับมีเหงื่อเม็ดเล็กๆผุดออกมา 

ผมเผลอกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ ยามที่มองไปยังริมฝีปากของอีกฝ่ายที่ค่อยๆเคลื่อนเข้ามาใกล้ๆ ผมหลับตาลง พลางมือก็ล้วงหาของบางอย่างในกระเป๋ากางเกงของตัวเอง เมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วผมก็หยิบขึ้นมาตรงหน้าผมกับไอ้ธนูที่ตอนนี้ใกล้กันมากจนแทบจะจูบกันได้อยู่แล้ว แต่ผมก็หยิบกล่องใบเล็กๆขึ้นมาแทรกกลางระหว่างเรา ทำให้ไอ้ธนูที่กำลังจะจูบผมจูบเข้าที่กล่องใบเล็กนั้นแทน 

“กูให้” ผมบอก 

“ให้กูหรอ” ไอ้ธนูผละตัวออกจากผมแล้วรับกล่องในมือผมไปถือไว้ 

“อือ! ของขวัญวันวาเลนไทน์จากกู” 

“อะไรอ่ะ?” 

“เปิดดูสิ” 

แล้วไอ้ธนูก็ค่อยๆเปิดกล่องของขวัญเล็กๆที่ผมให้ ข้างในเป็นสร้อยที่ผมสั่งทำเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นสร้อยที่มีเส้นเดียในโลก จี้ของสร้อยจะเป็นชื่อของผมเอง 

“สร้อย” ไอ้ธนูหยิบขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆที่ประดับบนใบหน้า 

“ชอบมั้ย นี่กูสั่งทำเลยนะ มีเส้นเดียวในโลกด้วย” ผมว่า 

“ไม่ใช่แค่ชอบ แต่รักเลยแหละ” แล้วไอ้ธนูก็ดึงผมเข้าไปกอดซะแน่นเลย “ขอบคุณนะปราชญ์” 

“อืม Happy Valentine นะ รักมึงที่สุดเลยรู้ไหม?” 

ผมกระซิบบอกที่ข้างหูของร่างสูงในขณะที่เราสองคนกอดกันกลม 

“กูก็รักมึงที่สุดเหมือนกัน รักจนไม่รู้จะเลิกรักยังไงแล้วด้วย” 

ผมยิ้มกว้างกับคำบอกรักของอีกฝ่าย ซึ่งทำเอาหัวใจดวงน้อยๆของผมเต้นแรงจนแทบจะระเบิดออกมาได้อยู่แล้ว เราสองคนกอกันอยู่อย่างนั้นจนผมนึกขึ้นมาได้ว่าไอ้ธนูก็ให้ของขวัญผมเหมือนกัน กล่องใหญ่กว่าของผมเยอะ 

“ว่าแต่มึงให้อะไรเป็นของขวัญกูอ่ะ” และเมื่อผมทำท่าจะเดินไปหยิบของขวัญจากท้ายรถมาแกะดู ไอ้ธนูก็รั้งแขนผมเอาไว้ 

“กลับห้องค่อยดูก็ได้ ตอนนี้ใส่สร้อยให้ก่อนดิ” ไอ้ธนูยื่นสร้อยมาให้ผม 

“หันหลังมาดิ” 

ผมรับสร้อยมาถือไว้ก่อนจะใส่ให้ร่างสูง หลังจากที่ใส่สร้อยให้เสร็จแล้วผมก็กระโดดขึ้นขี่หลังของอีกฝ่ายทันที ทำเอาไอ้ธนูที่ไม่ทันตั้งตัวถึงกับเซไปเลยแต่ยังดีที่มันรับผมเอาไว้ได้ทัน 

“หนักขึ้นป่ะเนี่ย” มันหันมาถาม 

“ป่าวซะหน่อย” 

“แต่กูว่ามึงหนักขึ้นนะปราชญ์” 

“นี่มึงหาว่ากูอ้วนหรอห่ะ!?” 

“ป่าว แค่พูดว่าหนักขึ้นยังไม่ได้ว่าอ้วนสักหน่อย แล้วนี่ขึ้นมาขี่หลังแบบนี้จะให้พาไปไหน” 

“เดินเล่นรอบสวนสาธารณะ” 

“หลังกูหักพอดี” 

“แค่นี้บ่นหรอ ทำให้กูไม่ได้หรือไง!?” 

“ทำได้ครับทำได้ เพื่อเมียทำได้อยู่แล้ว” 

ผมแอบอมยิ้มบางๆกับคำพูดของไอ้ธนู ก่อนจะทำเป็นสั่งเสียงเข้ม 

“งั้นก็ไปสิ” 

“ครับผม” 

ในระหว่างทางเดินผมก็กอดคอร่างสูงเอาไว้แน่น พร้อมกับเกยคางไว้ที่ไหล่หนา ผมเอาแต่มองใบหน้าของไอ้ธนูจนแทบจะไม่ได้มองวิวของสวนสาธารณะเลยแมแต่น้อย 

“ถ้าหนักก็วางกูลงก็ได้” ผมบอกเมื่อเราเดินมาได้สักพัก แต่รอบนี้ไอ้ธนูกลับไม่ยอมวางผมลง 

“ไม่เอา กูอยากแบกมึงแบบนี้แหละ” 

“แล้วไม่หนักรึไง” 

“ก็หนักนิดหน่อย แต่กูก็มีความสุข” 

“ตามใจนะ ถ้าหลังหักขึ้นมาอย่ามาโทษกูก็แล้วกัน” 

แล้วเราสองคนก็เดินเล่นกันไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปของเราสองคนเอาไว้ เป็นรูปเซลฟี่ที่ผมถ่ายในขณะที่ขี่หลังไอ้ธนูอยู่ เมื่อได้รูปที่ต้องการแล้วผมก็ทำการอัพรูปภาพนั้นลงในโชเชียลทันที ซึ่งผมก็ได้ใส่แคปชั่นว่า 

‘Happy Valentine’s Day มึงคือของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตกู อยู่เป็นของขวัญแบบนี้ตลอดไปนะ’ 

พอรูปถูกเผยแพร่ลงไปในอินเตอร์เน็ตก็มีคนเข้ามากดไลค์และคอมเม้นกันเต็มเลย โดยเฉพาะไอ้พวกเพื่อนๆผมไม่รู้พวกมันจะแซวอะไรกันหนักกันหนา 

เขินเหมือนกันนะเนี่ย -////- 

เป็นยังไงบ้างคะ กับตอนพิเศษเนื่องในวันวาเลนไทน์ ขอโทษที่มาอัพให้ช้านะคะ ตอนแรกกะว่าจะมาอัพในวันวาเลนไทน์นั่นแหละค่ะ แต่พอดีว่ามีเหตุฉุกเฉินนิดหน่อยเลยต้องทำให้เลื่อนมาอัพวันนี้ แฮร่ๆ ตอนพิเศษนี้ไม่เกี่ยวกับเนื้อเรื่องหลักนะคะ เป็นตอนพิเศษที่ไรท์เขียนขึ้นมาเพื่อเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ให้กับคุณผู้อ่านทุกคน ถ้าชอบก็เม้นโหวตเป็นกำลังใจ และคอยติดตามผลงานของไรท์ด้วยนะคะ เลิฟยูวววว ><  

 

 

 

กลับหน้าเรื่อง

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/908077191.gifสวัสดีแฟนๆที่ติดตามนิยายของไรท์ทุกคนนะคะ

 

 

ถ้ามีอะไรจะพูดคุยหรือสอบถาม

สามารถทักเข้ามาคุยกันได้ที่เพจได้เลยน๊าาา 

เพจของไรท์มีชื่อว่า SuuGaa นะคะ

# 

 
#ผลงานทั้งหมดของไรท์ 
[ตีพิมพ์กับ สนพ.บ้านวายบุ๊ค] U&Me เป็นแฟนกับฉัน นี่คือคำสั่ง (แวมไพร์ & อิมเมจ) + (คลาสเตอร์ & แวร์วูฟ) [จบแล้ว]
[ตีพิมพ์กับ สนพ.Licht Publishing] รักวายวาย...ฉบับผู้ชาย SO HOT! (ธนู & ปราชญ์) [จบแล้ว]
[ตีพิมพ์กับ สนพ.Licht Publishing] Because you are my love เพราะคุณคือความรักของผม (ไททัช & คาราเมล)  [จบแล้ว]
[ตีพิมพ์กับ สนพ. Lavender Publishing] The merchants will love #พ่อค้าส้มตำหล่อ...บอกต่อให้รู้ว่ารัก (ปราณภพ & เนวา) [จบแล้ว]
It’s Love กว่าที่จะรู้ว่ารัก (ขอบคุณ & ภีมภัทร์) [ยังไม่จบ]
  
ฝากติดตามผลงานด้วยนะคะ http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/Kikucow00005.gif
 
 
แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น