Touch สัมผัสร้ายสัมผัสรัก
สัมผัสร้าย 5 เป็นแค่แม่บ้านก็ได้ (3)
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
สัมผัสร้าย 5 เป็นแค่แม่บ้านก็ได้ (3)

sds​ 


“แฮค... จะไปจริงเหรอ”

ฉันมองหน้าอีกฝ่ายอย่างอาลัยอาวรณ์ เขาเป็นคนสุดท้ายที่รั้งอยู่ที่นี่นานที่สุด

“เที่ยงคืนกว่าแล้ว... อีกอย่างก็มีห้องว่าง ทำไมไม่ค้างที่นี่ล่ะ”

“นี่อ้อนเพราะอยากให้อยู่จริงๆ หรือเพราะกลัวไอ้เรซ”

“แฮค...”

เขาคลี่ยิ้มเมื่อเห็นท่าทางอักอ่วนของฉัน “ช่วงนี้เป็นเวรไอ้เรซเฝ้าที่นี่ ปกติพวกเราจะแบ่งกันอยู่เวรกันปีละครั้ง เสียดายฉันเพิ่งออกเวรแล้วมันก็มารับช่วงต่อเมื่อไม่กี่อาทิตย์นี่เอง เอาน่ามันไม่กล้าฆ่าเธอหรอก ถ้ามีอะไรก็ติดต่อมาได้ตลอดเวลามีเบอร์กันแล้วหนิ” แฮคจับหัวฉันแล้วคลอนเบาๆ อธิบายด้วยน้ำเสียงที่ฟังแล้วอุ่นใจแต่เปลี่ยวเหงาชอบกล ฉันย่นหน้าเมื่อรู้สึกว่าถูกทำเหมือนเป็นเด็กสาวที่ดูแลตัวเองไม่ได้ ต่อให้ความกังวลที่รุมเร้าจิตใจอยู่ตอนนี้จะเป็นของจริงก็เถอะ

“ข้างนอกนี่อากาศเย็น เข้าบ้านได้แล้วล่ะ ไว้พรุ่งนี้จะซื้อยามาให้แต่เช้า”

“มาจริงๆ นะ” ฉันจับมือแฮคเขย่าๆ ไม่คิดว่าในชั่วเวลาสั้นๆ ที่รู้จักกันจะทำให้สนิทกันไวขนาดนี้ ฉันรู้ว่าตัวเองกำลังพึ่งพาแฮคมากเกินไป แต่ทำไงได้ฉันไม่มีทางให้เลือกเยอะนี่นา

แฮคดุนหลังฉันให้รีบเข้าบ้าน และไม่ลืมเตือนฉันให้รีบอาบน้ำนอนอีกด้วย ความเป็นห่วงเป็นใยของแฮคทำให้ฉันเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว แต่ระหว่างเดินผ่านประตูเข้ามาข้างใน จิตใจที่กำลังแจ่มใสพลันขุ่นมัวทันใด

“เรซ”

รอยยิ้มบนใบหน้าฉันเลือนหายเมื่อเจอร่างสูงยืนอยู่ตรงหน้า ฉันไม่รู้ว่าเรซต้องการอะไรถึงมาดักสุ่มอยู่ใกล้ๆ ประตู ฉัน กลั้นใจเดินผ่านร่างสูงออกมา แต่เดินได้ไม่ถึงสามก้าวเสียงพูดทิ่มแทงก็ดังขึ้น

“เธอนี่มันเหลือเชื่อจริงๆ”

“.....” ฉันชะงักแต่ไม่ได้หันกลับไปมอง หยุดยืนอยู่กับที่ไม่นานก็เดินต่อไม่มีอารมณ์จะโต้เถียงอะไรทั้งนั้น ตั้งแต่เมื่อคืนฉันได้พักนิดเดียว ตอนนี้ร่างกายเริ่มแสดงออกว่าไม่ไหว ตัวร้อน รู้สึกเจ็บคอและก็ปวดหัว แต่ที่นี่ไม่มียาแฮคเลยบอกจะซื้อเข้ามาให้ อาการฉันยังไม่หนัก บางทีแค่ได้พักผ่อนเต็มอิ่มก็อาจจะดีขึ้นเอง

ฉันเดินแบกร่างเพลียๆ ขึ้นบันได ในหัวมีความอื้ออึงแปลกๆ กำลังจะเอื้อมมือจับลูกบิดเอวบางก็ถูกรวบกอดจากด้านหลัง ฉันสะดุ้งเฮือก หันกลับไปมองอย่างตกใจ

“เรซ...”

ทั้งที่รู้แต่แรกว่าต้องเป็นเขา แต่เมื่อเผชิญหน้ากันตรงๆ ก็อดหวาดหวั่นไม่ได้

“นายจะทำอะไร อึก!”

ชั่วขณะที่ถูกความแตกตื่นครอบงำเขาก็ผลักฉันใส่ประตูดังพลั่ก ลำตัวถูกเบียดชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่าง ฉันยกแขนขึ้นกันแผ่นอกแกร่งออกห่างตามสัญชาตญาณแต่ก็ถูกเรซจับข้อมือรวบขึ้นไปกดเอาไว้เหนือศีรษะอย่างรวดเร็ว

เขาตรึงข้อมือทั้งสองข้างของฉันเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียว มืออีกข้างคร่อมร่างฉันไว้กับประตู

“พรุ่งนี้เก็บข้าวของแล้วออกไปจากที่นี่ซะ”

เขาสั่งฉันด้วยใบหน้าเลือดเย็น ความรู้สึกกลัวแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธในชั่วเสี้ยววินาที ฉันมองสบสายตาดาลเดือดของคนตรงหน้าอย่างไม่ลดละ

“ฉันไม่ไป ในเมื่อฉันได้รับอนุญาตให้อยู่ที่นี่แล้วทำไมต้องออกไปด้วยอึก... เจ็บนะ!” แรงที่กดข้อมือเพิ่มมากขึ้นจนรู้สึกปวดหนึบ ฉันพยายามดิ้นรนแต่ก็สลัดไม่หลุด

“เธอคิดจะลองดีกับฉันเหรอ”

ฉันเม้มปากแน่น จ้องลึกเข้าไปดวงตาคมกริบแล้วยิ้มอ่อน

“ถ้านายอยากมีปัญหากับพวกของตัวเองก็เอาเลยสิ ฉันมันก็แค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่ถูกนายรังแกจนต้องพบกับชะตากรรมที่น่าสมเพช โดนแฟนทิ้ง ไม่มีที่ให้อยู่... จับฉันโยนออกไปนอกบ้านเหมือนที่นายเคยทำเลยเซ่! เอาเลย ทุกคนจะได้รู้ว่านายเคยทำอะไรเอาไว้กับฉันบ้าง”

“เธอขู่ฉันเหรอ!”

ฉันไม่พูด มองสบสายตาเดือดพล่านของเรซด้วยแววตาที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน เป็นเขาที่ปรอทแตกชกประตูดังปัง!

“....” หัวใจฉันร่วงวูบ กำปั้นของเรซเฉียดแก้มฉันไปนิดเดียว ลมร้อนที่อัดแน่นไปด้วยกระแสแห่งการทำลายล้างปะทะเต็มแรงใส่ข้างแก้มและใบหู แม้แต่ตอนนี้ที่เรซผละออกไปความรู้สึกหวาดกลัวเข้าขั้นหยุดหายใจก็ยังคงอยู่ ฉันทรุดตัวลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง

สายตาเยือกเย็นของเรซเมื่อสักครู่ทำฉันสั่นสะท้านไปทั้งตัว มันเหมือนว่าเขาจะทำร้ายฉันจริงๆ ถ้าฉันไม่ใช่ผู้หญิงป่านนี้โดนอัดหน้าแหกไปแล้ว

ความรู้สึกหนักอึ้งที่เคลือบทาเปลือกตาให้ความรู้สึกทรมานไม่ว่าจะหลับหรือตื่น ฉันค่อยๆ ปรือตาขึ้นมองเพดานขาวโพลน ในคอแสบปร่า มือควานหาโทรศัพท์มาดูเวลา

บ่ายโมง... ป่านนี้แล้วเหรอเนี่ย

ฉันดันร่างลุกขึ้นนั่งหย่อนขาลงข้างเตียง นั่งมึนอยู่อย่างนั้นไม่รู้จะเริ่มทำอะไรจากตรงไหนก่อน รู้อยู่อย่างเดียวคือร่างกายกำลังแย่เพราะถูกพิษไข้เล่นงาน

ระหว่างที่กำลังกล้ำกลืนความเจ็บป่วยลงไปประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามา

เรซ...

ฉันจ้องเขาอย่างแปลกใจ อยากถามว่ามีอะไรแต่เพราะเจ็บคอเลยไม่อยากพูด ได้แต่รอให้เรซบอกออกมาเอง เมื่อคืนหมอนี่เกือบจะต่อยฉันด้วยซ้ำ นี่นึกแล้วยังหลอนไม่หายเลย

“ตื่นได้แล้วเหรอ”

เสียงเย็นชามาพร้อมกับสายตาทิ่มแทง ซึ่งฉันเจอจนชิน ตอนนี้แทบไม่รู้สึกอะไรกับมันแล้ว

“ฉันไม่สบายน่ะ นายกินอะไรหรือยัง ถ้ายังจะได้ไปทำให้ ส่วนเรื่องความสะอาดฉันขอเลื่อนแค่กๆ ไปเป็นวันอื่นได้มั้ย” ฉันไม่อยากถูกหาเรื่องว่าอู้งาน สภาพฉันตอนนี้ทำงานหนักๆ ไม่น่าไหวแต่แค่เตรียมอาหารคิดว่ายังพอทำได้

เรซชักสีหน้าใส่ฉันเหมือนคนไม่รู้จักเจียมตัว ก่อนที่น้ำเสียงรำคาญกึ่งๆ โมโหจะดังขึ้น “แฮคมันซื้อยามาให้อยู่ข้างล่าง”

“แฮค...”

ฉันรีบลุกพรวดขึ้นทันทีที่ได้ยินชื่อแฮค แต่เพราะขยับเร็วเกินไปทำให้ร่างกายปรับตัวไม่ทันเอียงวูบไปข้างหน้าอย่างเสียหลัก

“อ๊ะ!”

หมับ

แขนของเรซเกี่ยวเอวฉันเอาไว้ทันควัน เขากระตุกร่างฉันเข้าไปแนบชิดจากด้านหลัง ฉันใจหายวาบ จ้องพื้นห้องที่โคลงเคลงด้วยความรู้สึกสับสน ลมหายใจหงุดหงิดที่เป่าปะทะอยู่ข้างลำคอทำให้ฉันได้สติ รีบแกะมือเรซออกจากเอวทันทีที่รู้สึกตัวว่าถูกกอด

“ฉันไม่เป็นไร”

ฉันผละถอยออกมา ก้มมองพื้นอย่างอายๆ ที่ต้องให้เขาช่วย

“อยากเจอมันมากขนาดนั้นเลย” น้ำเสียงของเรซฟังดูเยาะหยัน ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาจะระบายยิ้มเย็นชา “เสียใจด้วย แฮคกลับไปแล้ว”

เรซออกจากห้องไปพร้อมกับเสียงปิดประตูดังปัง ฉันถอยกลับมาทิ้งร่างเบาหวิวลงนั่งบนเตียง ออกจะช็อกหน่อยๆ แม้จะไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรแต่พอเรซพูดฉันกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกทิ้ง

แต่พอคิดดูดีๆ เมื่อคืนแฮคบอกแค่จะซื้อยามาให้ตอนเช้า ไม่ได้บอกสักคำว่าจะอยู่เป็นเพื่อนแล้วนี่ฉันจะมานอยด์ให้มันได้อะไร บ้าจริง ดันไปเก็บเอาคำพูดของไอ้บ้าเรซมาใส่ใจจนได้

ฉันผุดลุกขึ้นอย่างกรุ่นโกรธ ฉวยผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำ

ห้องน้ำที่นี่มีสองห้อง ห้องหนึ่งอยู่ชั้นล่างไว้ทำธุระหนักเบาได้อย่างเดียว อีกห้องหนึ่งอยู่ชั้นบนค่อนข้างกว้างแบ่งออกเป็นสองส่วนคั่นด้วยกระจกใส ข้างในเป็นฝักบัวกับอ่างอาบน้ำ ด้านนอกเป็นชักโครกกับอ่างล้างหน้าและชั้นวางของ โดยรวมแล้วถือว่าดี เสียอย่างเดียวคือห้องน้ำนี้มีทางเข้าสองทาง ทางแรกคือด้านนอก อีกทางคือจากห้องนอนของเรซ มันเชื่อมถึงกัน

หลังจากกลั้นใจอาบน้ำ ความร้อนในร่างกายก็ทุเลาลงในระดับหนึ่ง ฉันเดินลงบันไดอย่างระวัง รู้สึกหน้ามืดจนต้องหยุดเดินกะทันหัน รอสักพักถึงแข็งใจเดินต่อ กลิ่นซุปหอมกรุ่นลอยมาจากห้องครัว ฉันเผลอกลืนน้ำลายเอือก แล้วฉันก็ต้องประหลาดใจที่เห็นเรซยืนคนหม้ออยู่หน้าเตาไฟ

“.....”

เขารู้สึกตัว หันมามองฉันแวบหนึ่งก่อนจะหันกลับไปคนของในหม้ออยู่สองสามรอบก็ปิดแก๊ส

“นายทำอะไร”

ฉันถามด้วยความสงสัย เดินเข้ามาดูใกล้ๆ ก่อนจะเห็นว่าข้างในหม้อคือซุปกระดูกหมูมันฝรั่ง หน้าตาน่าทานเห็นแล้วต้องรีบเก็บน้ำลาย มองใบหน้าเรียบสนิทของเรซอย่างอึ้งๆ

“ทำอาหารเป็นเหรอ” ไม่รู้ว่าเพราะกำลังเจ็บคอเสียงก็เลยขาดหายช่วงท้าย หรือเพราะสายตาดุดันชำเลืองลงมองก็ไม่แน่ใจ ฉันเม้มปาก ไม่อยากวุ่นวายกับเขาอีก กวาดตามองไปเรื่อยก็บังเอิญเหลือบเห็นถุงยาวางบนโต๊ะ

“นั่นยาฉันใช่มั้ย”

“….” ไม่มีเสียงตอบกลับ เรซกำลังตักซุปใส่ถ้วย ตั้งแต่ฉันเข้ามา เขายังไม่พูดอะไรสักคำ กลัวดอกพิกุลจะร่วงจากปากหรือไง เชอะ!

ฉันนั่งลงบนเก้าอี้ ดึงถุงยากลางโต๊ะมาเปิดดู มีตั้งแต่พารา แก้อักเสบ แก้แพ้ กระทั่งถุงยาง

เดี๋ยวววว ใจเย็นนน!!

ฉันถ่างตาดูชัดๆ เผื่อจะเข้าใจอะไรผิด แต่ไม่ว่าจะดูยังไงมันก็กล่องถุงยางอนามัยชัดๆ แก้มฉันร้อนวูบ เหลือบมองเรซหัวใจสั่น จังหวะนั้นเรซหันหน้ามาพอดี สายตาเราทั้งคู่สบประสานกัน ฉันเย็นสันหลังวาบ รีบหลุบตาลงอย่างกระสับกระส่าย

“มีอะไร”

เรซเห็นท่าทางฉันแปลกๆ หรี่ตาลงอย่างสงสัย เขาวางถ้วยซุปลง จ้องมองถุงยาตรงหน้าฉันเขม็ง

“ทำไม”

“เปล่า แค่ตกใจที่แฮคซื้อมาเยอะน่ะ” ฉันบอกเสียงตะกุกตะกัก ยิ้มแหยงๆ หวังว่าเรซคงจะยังไม่ได้ดูยาในถุง พอฉันบอกแบบนั้นเขาก็ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ตักซุปในถ้วยขึ้นเป่าๆ แล้วเอาเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ

เดี๋ยวววว!

ฉันจ้องเรซอย่างมึนงง แอบเสียหน้าไม่น้อยที่หลงคิดไปเองว่าซุปถ้วยนั้นเป็นของฉัน

ว้อย! โมโหตัวเองชะมัดเลย ไม่รู้เอาสมองส่วนไหนคิด

ฉันลุกขึ้นอย่างเจ็บใจ หากินเองก็ได้วะ!

หลังได้ทานยาและนอนพักยาวๆ อีกหนึ่งตื่น อาการฉันก็ดีขึ้น ไข้หายไปแล้วแต่ยังแสบคออยู่นิดหน่อย ฉันนอนมาตลอดช่วงบ่าย มาฟื้นเอาตอนหกโมงเย็นก็ไม่อยากนอนต่อแล้ว ลุกขึ้นมาเล่นโทรศัพท์ เช็กโน่นเช็กนี่ดูว่าระหว่างที่ฉันอยู่ที่นี่ข้างนอกเกิดอะไรขึ้นบ้าง

เมื่อวานฉันแชทบอกเพื่อนในกลุ่มว่าไม่สบาย เลยไม่ได้ไปมหาลัย ทุกคนเข้าใจว่าฉันกำลังเฮิร์ทเลยไม่มีใครว่าอะไร

ฉันจ้องรูปโปรไฟล์คะนิ้งนานเป็นพิเศษ สงสัยว่าริกกี้เล่าเรื่องฉันให้คะนิ้งฟังหรือเปล่า แต่จากที่คะนิ้งยังเงียบอยู่แบบนี้ก็แสดงว่ายังไม่รู้หรือเปล่านะ… ฉันชักไม่แน่ใจ คิดมากจนปวดหัว สายตาเหลือบไปเห็นข้อความที่แฮคไลน์มาพอดี

แฮค : เห็นยังไม่ตื่นเลยไม่อยากปลุก พักผ่อนเยอะๆ ล่ะ ยาฝากไว้กับไอ้เรซ กินยาแล้วน่าจะดีขึ้น แต่ถ้าอาการไม่ดีก็บอกนะไม่ต้องเกรงใจเดี๋ยวจะพาไปฉีดยา

ฉันมองสติ๊กเกอร์ตบท้ายที่แฮคส่งมาแล้วแบะปากยิ้มๆ เดาไม่ออกเลยว่าเขาพูดจริงหรือพูดเล่น คำว่า ‘ฉีดยา’ มันตีความหมายได้สองแง่สองง่าม ยิ่งแฮคเป็นคนพิมพ์ยิ่งรู้สึกว่าไม่บริสุทธิ์ใจ ภาพถุงยางในถุงยาทอวาบเข้ามาในหัว แก้มฉันร้อนวูบวาบ อันนั้นก็ออกจะเล่นแรงเกินไป ไม่รู้ว่าแฮคกำลังคิดอะไรอยู่ถึงสอดไส้ถุงยางมากับยาแก้ป่วยแบบนั้น แต่ข้อความยาวๆ นี้อ่านแล้วกลับทำให้จิตใจฉันพลันแจ่มใส ส่งสติ๊กเกอร์กลับไปพร้อมกับพิมพ์บอกเขาด้วยว่า

เทียน : ดีขึ้นละ ขอบคุณนะ

เทียน : เออ ซื้อไอ้นั่นมาจะสื่ออะไร

รอสักพักแฮคยังไม่อ่าน ฉันก็สลับหน้าจอเข้าเฟซบุ๊กเลื่อนไปเลื่อนมา กดเข้าหน้าเฟซพี่แสงแบบไม่รู้ตัว เขาเปลี่ยนสเตตัสเป็น ‘โสด’ แล้วมีคนเข้ามาคอมเมนต์ล่างโพสเกือบห้าสิบคอมเมนต์ ใจฉันสั่นหวิวไปหมดเมื่อรู้ว่ามีคนคึกคักที่เห็นพี่แสงเป็นโสดเยอะขนาดนี้ งั้นที่ผ่านมา ที่เราคบกันมันคืออะไร ต่อให้รู้ดีว่าคอมเมนต์พวกนี้ถือเป็นจริงเป็นจังไม่ได้ แต่ก็อดเก็บมาคิดไม่ได้อยู่ดี

หลายคอมเมนต์มักจะถามว่า …เกิดอะไรขึ้น …ตั้งแต่เมื่อไหร่ …อะไรยังไง พี่แสงจะแค่กดถูกใจและตอบด้วยอิโมจิหน้ายิ้มปกติ

แต่ก็มีหลายคอมเมนต์ที่ทับถม …พี่แสงคิดถูกแล้วที่เลิก …ในที่สุดก็ตาสว่าง …ผู้หญิงดีๆ หายาก ...เย้พี่ชายเราไม่มีเขาอยู่บนหัวแล้ว

พี่แสงไม่ได้พูดอะไรแค่กด ‘เศร้า’ ให้กับคอมเมนต์พวกนั้น

ยิ่งไล่อ่านยิ่งคันยิกๆ ที่ใจ ปิดหน้าจออย่างทนไม่ไหว ทุบมือลงบนเตียงด้วยความโมโห!

พวกบ้านั่นไม่รู้อะไรสักนิดว่าความจริงเป็นยังไง ฉันไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้สักหน่อย โธ่โว้ย ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกเสียใจ เสียดายที่ต้องเลิกกับพี่แสงแบบนี้

ปัง

เสียงประตูปิดดังก้องเข้ามาในห้องเบาๆ ความเคียดแค้นที่มีต่อคอมเมนต์เหล่านั้นถูกดึงดูดความสนใจชั่วขณะ ฉันมองไปที่ประตูอย่างสงสัยก่อนจะลุกขึ้น เดินมาเปิดประตูเยี่ยมหน้าออกมามองเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงปิดประตูดังมาจากตำแหน่งห้องของเรซ และตอนนี้บานประตูห้องก็ปิดสนิท ไม่เว้นแม้แต่ประตูห้องน้ำ ฉันเห็นว่าไม่มีอะไรผิดสังเกตกำลังจะถอยกลับเข้าห้อง ตอนนั้นก็ได้ยินเสียงคล้ายเสียงครางแผ่วๆ ดังลอดออกมาจากประตูห้องนอนเรซ

ฉันรู้สึกเย็นเยียบขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ สองขาหนักอึ้งคล้ายถูกลากจูงด้วยแรงที่มองไม่เห็นให้มาหยุดอยู่หน้าห้องของเรซ

แอ๊ดดดด

ประตูเปิดออกกว้าง ภายใต้ความมืดสลัวในห้อง แสงสว่างจากด้านนอกสาดเข้าไปกระทบกับใบหน้าสองดวงของคนบนเตียง

“อ๊ะอื้อ… เรซ~ ว้าย!”

เสียงครางกระเส่าเร้าอารมณ์ของยัยนั่นเปลี่ยนเป็นร้องเสียงหลงทันทีที่แสงไฟส่องกระทบใบหน้า

เรซหันกลับมามองที่ประตู ใบหน้าหล่อเหลาพลันเย็นเยียบ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไร คนใต้ร่างก็โวยวายขึ้นมา

“นี่มันอะไรกันน่ะเรซ แล้วยัยนั่นเป็นใคร!”

กลับหน้าเรื่อง

ชื่อ แอนค่ะ หรือจะเรียกว่า โก๊ะ (Yaygoh) ก็ได้ 

ขอบคุณทุกคนที่ยังคงตามติด และ ติดตามนะคะ 

 ภาพหนังสือทำมือของเราทั้งหมดค่ะ

 #

#

#

 

----------------------------------------------------------------------

 

#

 

 

 

 

💟สนใจเล่มไหนสามารถสั่งซื้อได้ที่เพจ ยัยโก๊ะ ค่ะ 💟

 

 

------------------------------------------------------------ 

ฝากนิยายในสต็อกด้วยนะคะ งัดเรื่องที่แต่งเอาไว้เมื่อห้าหกปีก่อนออกมารีโนเวทใหม่

หนึ่งในนั้นก็ เฮียริกกี้ เลย ต้นฉบับออริจินอลแต่งช่วงที่น้ำท่วมกรุงเทพ จากนั้นก็มีหยิบมาปัดๆ เคาะๆ บ้าง แต่ก็เหลวไม่เป็นตัว มีครั้งนี้แหละ ในที่สุดเฮียริกกี้ก็ออกมาเป็นเรื่องเป็นราวที่ชัดเจน เห็นไหมคะ กว่าเฮียจะมาเป็นเฮียในทุกวันนี้ต้องผ่านอะไรมามากมายจริงๆ TT__TT

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/86405/1323740958-member.jpg

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น