Touch สัมผัสร้ายสัมผัสรัก
สัมผัสร้าย 4 เทียนสิ้นแสง (3)
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
สัมผัสร้าย 4 เทียนสิ้นแสง (3)

sds


แสงแดดอ่อนยามเช้าส่องผ่านกระจกเข้ามาในรถเป็นสีส้มอ่อน สองฝั่งทางที่รถกำลังแล่นผ่านอย่างไม่ช้าไม่เร็วรายล้อมด้วยทุ่งหญ้ารกร้าง จิตใจฉันเหมือนล่องลอยไปกับยอดหญ้าที่พลิ้วเอนตามลมอ่อน ชั่วเวลาสั้นๆ ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมาย จนไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นเรื่องจริง

“หลังนี้หรือเปล่าหนู”

เสียงคนขับแท็กซี่ดึงความสนใจฉันกลับมา เหลือบมองไปรอบๆ ก่อนพยักหน้า “ใช่ค่ะ” ฉันจ่ายค่าโดยสารเสร็จก็ลากกระเป๋ามายืนอยู่หน้ารั้วตาข่ายเหล็ก

สายโซ่คล้องกุญแจเอาไว้แต่ไม่ได้ล็อก ฉันปลดมันออกอย่างไม่ยากเย็น จูงกระเป๋าเดินทางผ่านเข้ามาข้างใน ยืนมองประตูบ้านอย่างลังเล หลังลากกระเป๋าออกมาจากห้องแถวของไอ้ธูปฉันตั้งปณิธานอย่างแรงกล้าว่าจะมาที่นี่ แต่พอถึงแล้วกลับรู้สึกไม่แน่ใจซะอย่างนั้น

กำลังจะเคาะประตู ประตูก็ดันเปิดออกมาพอดี เรซถือถุงดำเหมือนขยะเอาไว้ในมือ ใบหน้าหล่อเหลามีผมเผ้ายุ่งเหยิงชักสีหน้าประหลาดใจที่เห็นฉัน

“เธอมาทำอะไรที่นี่” ท่าทางเขาดูงวยงงเหมือนคนเพิ่งตื่นนอน

“ฉันจะมาอยู่กับนายที่นี่”

“.....” เรซเพียงมองฉันเงียบๆ ครู่หนึ่งก่อนก้าวผ่านฉันไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หมอนั่นเดินไปทิ้งขยะข้างนอกรั้วก่อนย้อนกลับมาด้วยสีหน้าราบเรียบเดาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไร

“นั่นอะไร”

เรซจับจ้องกระเป๋าเดินทางใบโตข้างฉันอย่างเพิ่งสังเกตเห็น ร่างสูงปราดเข้ามายืนบังประตูบ้านเอาไว้แล้วจ้องฉันเขม็ง เหมือนก่อนหน้านี้เขาคิดว่าฉันแค่พูดเล่นยังไงยังงั้น ก่อนหน้านี้คงไม่ทันเห็นกระเป๋าฉันจริงๆ นั่นแหละ

เขาจ้องฉันอย่างสำรวจตรวจตราคู่หนึ่งก่อนเอามือปัดไล่ลมที่จมูก “นี่เธอดื่มมาเหรอ”

ฉันไม่มีอารมณ์มาตอบคำถามเรซ ตอนนี้รู้สึกเหนื่อยมาก ตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่นอน แถมดื่มเหล้ามาอีก แล้วยังนั่งรถอ้อมไปอ้อมมาอีก แม้จะงีบอยู่ในรถมาบ้างแต่ก็ไม่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด มานึกโกรธตัวเองตอนนี้ที่หุนหันเก็บเสื้อผ้าออกจากหอพักก็ไม่ทันแล้ว โว้ย ทำไมเป็นคนใจร้อนแบบนี้ ฮือออ

“ฉันย้ายออกจากที่เดิมแล้ว ตอนนี้ฉันเหนื่อยมาก ขอเข้าไปพัก...”

“ไม่ได้!” เรซสวนขึ้นมาทันควัน เขาตัดบทอย่างไร้เยื่อใยมาก ฉันกำลังจะลากกระเป๋าไปที่ประตูหยุดกึก มองสบสายตาคมกริบอย่างรู้สึกสับสน ไม่มีส่วนไหนบนใบหน้าเรซบอกว่าต้อนรับฉันเลย

ทำไมล่ะ... ในหัวฉันเต็มไปด้วยคำถามมากมาย แต่ยังไม่ทันจะเอ่ยคำพูดบาดหูก็ดังขึ้น

“แค่พามาครั้งเดียวอย่าเข้าใจผิด เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน”

ราวกับโดนสาดหน้าด้วยน้ำเย็นแล้วราดน้ำเดือดตาม ฉันเย็นวาบไปทั้งตัวก่อนจะรู้สึกเห่อร้อนในทุกอณูผิวหนัง มองใบหน้าด้านชาของเรซอย่างหายใจไม่ออก คิดว่าต้องพูดอะไรสักอย่างกลับไปเอาให้เขาเจ็บแสบบ้าง แต่ว่าในหัวฉันตอนนี้มันตื้อไปหมด ทั้งเพลียทั้งง่วง แถมยังมวนท้องเหมือนลมจะตีตื้นขึ้นมาอยู่ตลอดเวลา สายตาที่มองเรซพร่ามัวชั่วขณะ แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ฉันอ้วกออกมา พุ่งใส่ท้องเรซเต็มๆ

“เชี่ย!”

เรซอุทานหยาบคายออกมาคำหนึ่ง รีบดันร่างฉันออกห่างแต่ไม่ทันแล้ว อ้วกสองสายราดอยู่บนเสื้อราดลงไปถึงกางเกงและรองเท้าแตะที่เขาสวมอยู่

“นี่เธอ...”

เรซโกรธจนหน้าเขียวคล้ำ ฉันได้แต่มองไม่มีแรงจะตอบโต้แล้วภาพตรงหน้าก็ดับวูบ!




ฟื้นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงหนานุ่ม กลิ่นหอมอ่อนจางจากผ้าห่มและปลอกหมอนให้ความรู้สึกผ่อนคลายจนไม่อยากลืมตาตื่น หากแต่เสียงเปิดประตูห้องฉุดสติฉันที่กำลังสะลึมสะลือให้แจ่มชัด

เป็นเรซเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างเตียง ใบหน้าหล่อเหลายังคงบึ้งตึงเหมือนโดนใครเหยียบเท้าตลอดเวลา สายตาเรซราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ฉันยันตัวลุกขึ้น กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องอย่างงวยงง

“ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

...จำได้ว่าครั้งสุดท้าย อึก! หัวใจฉันกระตุกวาบทันทีที่นึกได้ว่าทำอะไรลงไป มองเรซอย่างกระอักกระอ่วน

“...ฉันอ้วกใส่นาย”

“หึ” ใบหน้าเรซคล้ายพาดผ่านด้วยเงาดำทะมึน เขากระตุกยิ้มยะเยือก ฉันเย็นสันหลังวาบ มองเสื้อผ้าสะอาดสะอ้านบนตัวเรซแล้วยิ้มเจื่อน พูดอะไรไม่ออกนอกจากขอโทษ แต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่อยากฟังนัก เขายังคงจ้องฉันด้วยสายตาเย็นชาและห่างเหินไม่ต่างจากทุกที

เกิดความเงียบงันที่น่าอึดอัดขึ้นชั่วขณะ ฉันสูดหายใจลึก เอ่ยถามเสียงเบา “ตอนนี้กี่โมง”

“ถ้าไหวแล้วก็ไปซะ”

“ห๊ะ?”

เป็นอีกครั้งที่ฉันรู้สึกหน้าชาเหมือนโดนคนตบ มองสบสายตารังเกียจขั้นรุนแรงของเรซอย่างหายใจไม่ทั่วท้อง โดยไม่ทันรู้ตัวน้ำใสๆ ก็เอ่อคลอเบ้าแล้ว

“นายจะให้ฉันไปจริงเหรอ”

“.....” เรซไม่ตอบ แต่สายตาขับไล่ไสส่งแสดงออกชัดเจนมาก

“ทำไม ฉันอยู่ที่นี่ไม่ได้เหรอ ฉันไม่มีที่ให้ไปแล้วจริงๆ”

“นั่นมันไม่ใช่ปัญหาของฉัน”

“นายพาฉันมานอนนี่แล้วยังจะบอกว่าไม่ใช่ปัญหาอีกเหรอ” ฉันมองเรซน้ำตาคลอ ริมฝีปากสั่นระริก

“แค่หลับนอนครั้งสองครั้งก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะสำคัญสำหรับฉัน รีบเก็บกระเป๋าของเธอแล้วออกไปซะ”

ฉันเม้มปาก มองสบสายตาเลือดเย็นของคนตรงหน้า รู้สึกปวดร้าวในอก คิดไม่ถึงว่าเขาจะใจร้ายได้ถึงขนาดนี้

“ถ้าฉันบอกว่าไม่ล่ะ”

“ฉันก็จะจับเธอโยนออกไป มานี่”

“อ๊ะ เรซ! โอ๊ย นายจะทำอะไรปล่อยฉันนะ เจ็บ... เรซ!”

หมอนั่นคว้าข้อมือฉันแล้วกระชากลงจากเตียงอย่างป่าเถื่อน ร่างกายฉันเบาหวิวแทบปลิวติดมือเรซ แถมตอนเท้าแตะพื้นยังขาพันกันเกือบล้มหน้าคว่ำ

ฉันถูกเรซลากออกจากห้องนอนอย่างไร้ความปรานี เราทั้งคู่ยื้อยุดกันตลอดทาง ระหว่างถูกดึงลงบันไดฉันแอบผวาอยู่หลายรอบเพราะกลัวเหยียบพลาด

“เรซ... ขอร้องเมตตาฉันเถอะ”

เรซลากฉันมาถึงประตูหลักโดยไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น

“ถ้านายไล่ฉันแล้วฉันจะไปอยู่ไหน”

“มันเรื่องของเธอไม่เกี่ยวกับฉัน”

“จะไม่เกี่ยวได้ไงก็นาย ว้าย!” ยังไม่ทันได้บอกว่าเขาก็คือต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ฉันก็ถูกโยนออกมาข้างนอกแล้ว

ปัง!

เสียงกระแทกประตูปิดดังก้อง ฉันรีบหันกลับมาอย่างร้อนใจ ผวาเข้าไปทุบประตูหัวใจสั่น

“เรซ! ไม่นะ เปิดประตูให้ฉันสิ นายจะทำแบบนี้กับฉันไม่ได้นะเรซ! เรซซซซซซ ไอ้คนใจดำ เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้!”

ฉันทุบประตูตะโกนเรียกคนข้างในอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ไม่วี่แววว่าประตูจะเปิด ความรู้สึกตื้นตันแล่นจุกอก หยาดน้ำใสๆ ไหลผ่านแก้ม ทั้งตบทั้งถีบประตูเรียกเรซๆ ๆ ๆ ๆ อยู่แบบนั้นไม่รู้ผ่านไปนานแค่ไหน จนรู้สึกเหนื่อย ฉันทรุดตัวลงพิงหลังกับประตูอย่างอ่อนแรง เหลือบมองกระเป๋าเดินทางใบโตที่วางอยู่ที่เดิมด้วยสายตาเลื่อนลอย ดวงอาทิตย์ที่ตอนแรกตั้งอยู่กลางหัวกระทั่งตอนนี้คล้อยต่ำ บานประตูด้านหลังก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะขยับเขยื้อน

อากาศช่วงเที่ยงถึงบ่ายร้อนอบอ้าว ถึงจะไม่ได้สัมผัสแดดตรงๆ แต่ไอแดดก็สร้างความปวดแสบปวดร้อนให้ผิวมากเหมือนกัน เหงื่อออกเยอะจนรู้สึกเหนียว แต่พอคล้อยบ่าย แดดเริ่มอ่อน ลมพัดโกรกทำเอาสะท้านได้เหมือนกัน ฉันเอามือลูบแขนที่ขนลุกชันของตัวเองอย่างรู้สึกหนาวสั่น ลำคอแสบปร่าเพราะตะโกนมากเกินไปหรือเพราะมีไข้ไม่แน่ใจ ระหว่างที่กำลังว่าจะทำยังไงดีเสียงรถคันหนึ่งก็ดังขึ้น...

ฉันเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่ได้คาดหวังอะไรมาก ไฟหน้ารถออดี้สีขาวโดดเด่นมาแต่ไกลชะลออยู่หน้ารั้ว ไม่นานนักก็เห็นเงาคนเดินลงมาเปิดประตู ก่อนกลับขึ้นรถแล้วขับเข้ามาจอดเทียบข้างบีเอ็มดับบลิวของเรซ

แม้จะไม่ได้คาดหวังแต่ก็สนใจอยู่ดี ฉันอยากรู้ว่าคนที่มาคือใคร จะได้เตรียมรับมือถูก

ฉันจ้องมองร่างสูงก้าวลงจากรถอย่างใจจดใจจ่อ เจ้าของใบหน้าเรียวคม ไว้ผมด้านข้างสั้น ด้านบนยาวปานกลางพันกันยุ่งแบบไม่ได้จัดทรง เดินเข้ามาก่อนจะหยุดฝีเท้าลงกะทันหัน ดวงตาหวานทรงเสน่ห์อย่างหนุ่มเพลย์บอยกระตุกไหว

แฮค...

“เทียน?” เขาปราดมองฉันอยู่หลายรอบก่อนเรียกชื่อฉันอย่างไม่แน่ใจ

พวกเราเคยเจอกันครั้งเดียว ไม่แปลกที่เขาจะสับสน ฉันลุกขึ้นยืนเพื่อจะทักทายแฮคแต่คงเพราะเคลื่อนไหวเร็วเกินไปทำให้เลือดลมไหลเวียนไม่ทัน หน้ามืดและจะล้ม

“เฮ้ระวัง!” แฮคคว้าเอวฉันเอาไว้ได้ทันเวลา ทำให้ฉันเหมือนอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างไม่ได้ตั้งใจ เราทั้งคู่สบตากันในระยะประชิด ต่างคนต่างเงียบ...

ไม่ใช่ว่าฉันตกอยู่ในห้วงภวังค์โรแมนติกแต่อย่างใด แต่เพราะยังเวียนหัวไม่หายเลยต้องอยู่ท่านั้นสักพักจนภาพมืดมัวในม่านตาค่อยๆ กลับมากระจ่างชัด

“ไหวหรือเปล่า” แฮคช้อนสายตามองฉันอย่างเป็นห่วง

“อือ... ไม่เป็นไรแล้วล่ะ ขอบใจ”

ฉันผละออกห่างร่างสูงหลังจากกลับมาเป็นปกติ หลุบมองพื้นอย่างอายๆ แฮคทำท่าเหมือนไม่อยากปล่อยฉันออกห่าง เขาเก็บท่าทีที่อาจจะเป็นการรุกจนเกินไป มองฉันด้วยสายตาคมกริบปราดหนึ่งก่อนชำเลืองมองกระเป๋าเดินทางของฉันที่ยังวางอยู่ที่เดิมตั้งแต่เช้ากระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่มีโอกาสได้เคลื่อนย้ายไปไหน

“ทำไมเทียนมาอยู่ที่นี่ แล้วกระเป๋านั่นคืออะไร” ความสงสัยฉายชัดอยู่ในดวงตาทรงเสน่ห์

“คือ...”


sds


Pre-Order :: yaygoh.com

กลับหน้าเรื่อง

ชื่อ แอนค่ะ หรือจะเรียกว่า โก๊ะ (Yaygoh) ก็ได้ 

ขอบคุณทุกคนที่ยังคงตามติด และ ติดตามนะคะ 

 ภาพหนังสือทำมือของเราทั้งหมดค่ะ

 #

#

#

 

----------------------------------------------------------------------

 

#

 

 

 

 

💟สนใจเล่มไหนสามารถสั่งซื้อได้ที่เพจ ยัยโก๊ะ ค่ะ 💟

 

 

------------------------------------------------------------ 

ฝากนิยายในสต็อกด้วยนะคะ งัดเรื่องที่แต่งเอาไว้เมื่อห้าหกปีก่อนออกมารีโนเวทใหม่

หนึ่งในนั้นก็ เฮียริกกี้ เลย ต้นฉบับออริจินอลแต่งช่วงที่น้ำท่วมกรุงเทพ จากนั้นก็มีหยิบมาปัดๆ เคาะๆ บ้าง แต่ก็เหลวไม่เป็นตัว มีครั้งนี้แหละ ในที่สุดเฮียริกกี้ก็ออกมาเป็นเรื่องเป็นราวที่ชัดเจน เห็นไหมคะ กว่าเฮียจะมาเป็นเฮียในทุกวันนี้ต้องผ่านอะไรมามากมายจริงๆ TT__TT

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/86405/1323740958-member.jpg

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น