Bad' Wayu ❊ แค้นคนรัก NC20+
Revenge21 : อยากแก้ไข vs อยากจากลา [Completed 100%]
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
Revenge21 : อยากแก้ไข vs อยากจากลา [Completed 100%]

โรงพยาบาลเอกชน

ตอนนี้ผมกำลังนั่งรอต้นฝนอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน นานแล้วที่เธอเข้าไปในนั้น และผมก็ร้อนใจเหลือเกิน

ผมกังวล ผมกลัว กลัวว่าเธอจะเป็นอะไรไป ผะ...ผมทำใจไม่ได้

ภาพที่ต้นฝนเอาแต่กรีดร้องกลับมากรีดแทงหัวใจผมจนมันเจ็บจี๊ดๆ อยู่ตลอดเวลา

ผมนั่งไม่ติดเก้าอี้ เดินไปเดินมาเกือบชั่วโมงก็ยังไม่มีใครเดินออกมา

ผมจะบ้าตายอยู่แล้วนะเว้ย!

“อย่าเป็นอะไรเลยนะต้นฝน” ขอให้คำอธิษฐานของผมเป็นจริง

และวินาทีนั้นเอง...

หมอเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน ผมถลาตัวเข้าไปเกาะหมอด้วยมือสั่นเทาของตัวเองทันที

“มะ...หมอครับ ต้นฝน อึก! ต้นฝนเป็นอะไรครับ” น้ำตาที่ไม่ขึ้นว่ามันจะไหลออกมาเมื่อก่อนหน้านี้...ตอนนี้เหมือนมันจะไหลอีกครั้ง

ผมไม่คิดว่าตัวเองจะร้องไห้ แต่น้ำตากลับไหลออกมาปราศจากเสียงสะอื้นไม่หยุดหย่อน

“ตอนนี้คนไข้ฟื้นแล้วนะครับ”

“ผมขอเข้าไปหาเธอได้มั้ยครับ!?”

ตอนนี้หัวใจกระชุ่มกระชวยไปมากกว่าครึ่งเมื่อได้ยินว่าต้นฝนฟื้นแล้ว

“เดี๋ยวก่อนครับ” คำบอกกล่าวของหมอ...แปลว่ามีเรื่องอะไรอีกงั้นเหรอ “คนไข้ฟื้นแล้ว แต่เธอสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ร้องไห้หวาดกลัวจนทำร้ายข้าวของ พยายามเข้าใกล้เธอก็ถอยหนี เอาแต่พูดว่ากลัวๆ”

“...หมอหมายความว่ายังไง...” ทำไมถึงพูดเหมือนกับต้นฝนกำลังแย่

ไม่จริงหรอก

เธอแข็งแรงดี แม้เธอจะผอมกว่าเดิม แต่เธอแข็งแรง...ผมมั่นใจ

เธอไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย

“หมอจะส่งคนไข้ไปให้หมอจิตเวชรักษาครับ”

“...!! อะ...อะไรนะครับ?”

“...”

“ทำไมต้องรักษา ต้นฝนแข็งแรงดีไม่ใช่เหรอครับ เธอ...”

“ร่างกายของเธอแข็งแรงปกติดีครับ แม้จะอ่อนเพลียบ้างเพราะพักผ่อนน้อย แต่ตรงนี้ไม่มีปัญหา แต่ตรงที่หมอเป็นห่วงคือสภาพจิตใจของเธอครับ”

“...” ผมอึ้งจนพูดไม่ออก

เพราะคนพวกนั้นเหรอที่ทำให้เมียผมเป็นแบบนี้ เพราะพวกมันงั้นเหรอ!!

สาบานผมจะตามล่าพวกมันมาซัดให้จมตีน!

“เดี๋ยวญาติตามไปเลยนะครับ” วินาทีนั้นบุรุษพยาบาลเข็นรถที่มีร่างบางนอนราบกับเตียงออกมาพอดี...

เธอนอนนิ่งๆ อยู่บนเตียง ในขณะที่ใบหน้านั่นเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ดวงตาของเธอเหม่อลอยมองไปทางไหนก็ดูไร้หนทาง

เข่าผมแทบทรุดแต่ที่ทำได้คือวิ่งไปประชิดเธอเท่านั้น

“ตะ...ต้นฝน” น้ำเสียงผมสั่นเครือ ยกมือขึ้นปาดน้ำตาตัวเองลวก ๆ ก่อนจะหันกลับไปหาหมออีกครั้ง “ทำไมเธอนิ่งแบบนี้”

“หมอให้เธอดมยาสลบครับ ยาตัวนี้ไม่แรงมาก ไม่เกินหนึ่งชั่วโมงเธอก็จะกลับมามีสติอีกครั้ง”

ถึงขั้นต้องดมยาสลบเลยงั้นเหรอ ผมหันกลับมามองร่างบางอีกครั้ง ก่อนดวงตานั่นจะปิดลงช้าๆ

“ต้นฝน...ฮึก!” ผมเรียกชื่อเธอออกมาแผ่วเบาพร้อมกับเสียงสะอื้นที่ถูกปล่อยออกมา

ตลอดทางที่บุรุษพยาบาลเข็นเตียงผู้ป่วยไปยังตึกจิตเวช ผมก็เดินตามไม่ห่าง และไม่นานก็มาถึง...

“ญาติรอด้านนอกนะคะ”

“...” ผมเดินกลับมานั่งที่เก้าอี้ ทิ้งตัวลงอย่างหมดแรงพร้อมทั้งยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเอง

ทำไมทุกอย่างมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย ทำไมต้องเกิดเรื่องแย่ในเวลาไล่เลี่ยกัน...ทำไมวะ


เกือบสองชั่วโมงที่ผมนั่งรออยู่หน้าห้อง เหลือบมองนาฬิกาพบว่าตอนนี้เกือบเที่ยงคืนแล้ว

ผมเพิ่งเปิดเครื่องโทรศัพท์...ไอ้มินมินโทรมาเกือบร้อยสาย กับพ่ออีกสองสายที่คาดว่าน่าจะโทรมาเกี่ยวกับเรื่องงาน

ผมไม่พร้อมที่จะโทรกลับหาใครทั้งนั้น และเลือกที่จะปิดเสียงไว้

คลืน~

เสียงเลื่อนประตู...

“หมอ!!” ผมเรียกหมอเสียงดัง ความรู้สึกมันทั้งดีใจและกงวลใจที่เห็นหมอเดินออกมา

แต่ทำไม...สีหน้าหมอดูไม่ดีเลย

“คุณเป็นญาติของคุณต้นฝนหรือเปล่าครับ”

“ผมเป็นคนรักครับ” ผมตอบด้วยความมั่นใจ

“ตอนนี้คนไข้เพิ่งฟื้น เธอสงบสติลงแล้ว แต่หมอต้องการข้อมูลก่อนหน้านี้เกี่ยวกับตัวคุณต้นฝนเลยให้ทางโรงพยาบาลโทรตามญาติมาแล้วครับ”

“...ผมไม่เข้าใจ”

โทรตามญาติหมายความว่าหมอมีเบอร์ใครที่เกี่ยวข้องกับต้นฝนงั้นเหรอ แล้วจากที่หมอบอกคือต้นฝนเพิ่งฟื้น ข้อมูลเบอร์พวกนั้นคงไม่ได้มาจากปากต้นฝนแน่...

“นี่คุณไม่รู้หรอครับว่าคุณต้นฝนป่วยเป็นโรคซึมเศร้า”

“!!!” ระ...โรคซึมเศร้า! มะ...ไม่จริง หมอต้องหลอกผมเล่นแน่ ๆ “มะ...ไม่จริงใช่มั้ยครับหมอ”

แต่สิ่งที่ตอบกลับมาคือความเงียบ

ทำไม...ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย!

“ครั้งก่อนที่คุณต้นฝนมาหาหมอ เธอมีอาการเครียด นอนไม่หลับ ร้องไห้จนหมดแรง เธอรู้สึกท้อแท้ในชีวิต และเธอเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า”

“...” หมายความว่าที่ต้นฝนเป็นแบบนี้...ไม่ใช่ไอ้สองคนที่พยายามจะข่มขืนเธอ...

ผมกลืนน้ำลายก้อนเหนียวลงคอทันที รู้สึกว่าร่างกายไร้เรี่ยวแรงจนทรงตัวไม่อยู่

“จากที่ญาติของเธอโทรมารายงานหมอเมื่อสองสามวันก่อนเหมือนคุณต้นฝนจะดีขึ้นแล้วนะครับ แต่หมอไม่ทราบว่ามีเหตุการณ์อะไรที่ทำให้เธอแย่ขนาดนี้”

แต่...เป็นเพราะผมต่างหาก

เพราะผมคนเดียว

ผมข่มขืน ผมทำร้ายจิตใจเธอ ผมพาผู้หญิงคนอื่นมาเย้ยและแกล้งเธอ เป็นเพราะผม! เพราะผมต้นฝนถึงได้เป็นแบบนี้

“มะ...หมอ” ผมทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดแรง “ญาติของต้นฝนรู้เรื่องนี้ด้วยใช่มั้ยครับ” ผมถามเสี่ยงเบาหวิว ในใจก็เอาแต่คิดว่าญาติคนนี้คือใครกัน

“ครับ อีกไม่นานคุณเฉินจะมาถึงที่นี่ครับ”

“...” ไอ้เฉินงั้นเหรอ...

หมายความว่ามันรู้ทุกอย่าง ก็ใช่นี่เนอะ เพราะมันเป็นคนพาต้นฝนมาหาหมอ ในขณะที่ผมไปหาผู้หญิงอีกคนที่สร้างเรื่องว่าตัวป่วย

แต่ความจริงที่ผมรู้วันนี้คือต้นฝนต่างหากที่เป็นโรคซึมเศร้า

“มะ...หมอ ฮึก” ผมจะทำยังไงดี

ที่คิดไว้ว่าจะไปฆ่าคนที่ผมให้ต้นฝนต้องเป็นแบบนี้...แต่สุดท้าย เป็นผมเอง

ถ้าผมจะฆ่า ก็ต้องฆ่าตัวเอง

“โธ่เว้ย!”

มึงทำเหี้ยอะไรไปไอ้วายุ! มึงทำให้คนที่มึงรักต้องเป็นแบบนี้

มึงมันเหี้ย!

“ฮึก! ต้นฝน พี่ขอโทษ ฮือ” ผมปล่อยให้น้ำตาไหลและส่งเสียงสะอื้นออกมาโดยไม่อายหมอ

ตอนนี้มันไม่มีอะไรให้อาย และผมก็กลั้นความรู้สึกที่อัดอั้นอยู่ในใจไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

“หมอครับ!” สะ...เสียงไอ้เฉิน “วายุ...”

ผมเงยหน้าขึ้นมองมัน...มันเองก็มองผม แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยใส่ใจเท่าไร เพราะต่อมามันก็หันไปหาหมอที่ยืนอยู่ตรงหน้าผมทันที

“หมอครับ ต้นฝนเป็นยังไงบ้าง”

“ตอนนี้อาการของคุณต้นฝนแย่กว่าเดิมมากครับ ผมไม่ทราบว่าเธอเจอเรื่องอะไรมา”

แม้ผมจะร้องไห้เหมือนคนไม่มีสติ แต่หูผมก็ตั้งใจฟังที่หมอพูดทุกคำ...ก่อนหน้านี้ที่หมอบอกว่า สองสามวันก่อนต้นฝนดีขึ้น...

ถ้าเธอแย่ลงก็แปลว่าเพราะผม เพราะผมอีกแล้ว

เธอตื่นมาถึงได้หนีผมไป เพราะผมที่ทำร้ายเธออีกแล้ว

“เมื่อเช้าเธอร้องไห้อย่างหนักครับหมอ ผมไม่รู้ว่าเธอเจออะไรมา...แต่มันเกี่ยวข้องกับผู้ชายคนนี้”

ใช่...มันเกี่ยวข้องกับผม

“หมออยากให้คุณต้นฝนบำบัดจิตครับ”

“...” ผมเงยหน้าขึ้นมองหมอทันที “บะ...บำบัดจิตเหรอครับ” ถึงขั้นต้องบำบัดเลยงั้นเหรอ มันแย่ขนาดนั้นเลยเหรอ

ต้นฝน...พี่ขอโทษ

“นานเท่าไรครับ” ไอ้เฉินถาม

ผมลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับหมอทันที

“สามเดือนครับ ถ้าดีขึ้นก็กลับไปใช้ชีวิตปกติได้ แต่ถ้าแย่ลงต้องยืดเวลาเป็นหกเดือน”

ผมสงสารต้นฝนเหลือเกิน ผมเป็นห่วงเธอ ผมไม่อยากให้เธอเป็นแบบนี้เลย แต่ช่างน่าสมเพชตรงที่ตัวเองร้องเอาเป็นเอาตาย แต่ดันลืมไปว่าที่ทุกอย่างเป็นแบบนี้เพราะตัวผมเอง

“...”

“ครับ” ไอ้เฉิน

“แต่หมอมีเรื่องจะขอร้องคุณครับ” ประโยคนี้หมอพูดกับผม

ผมเช็ดน้ำตาออกอย่างรวดเร็ว “ครับ ถ้ามีอะไรที่ผมช่วยได้หมอบอกมาเลยครับ” อย่างน้อยก็ขอให้ผมได้ดูแล ได้ชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองทำไปทั้งหมด

แม้จะไม่สามารถทดแทนกับความรู้สึกที่เสียไปของต้นฝนได้ แต่ผมก็อยากทำ ผมอยากดูแลเธอ

ให้ผมได้ทำหน้าที่ของผม...

“จากที่หมอรู้จากครั้งก่อน รวมถึงครั้งนี้ สาเหตุที่ทำให้อาการของคุณต้นฝนแย่มาจากคุณ...”

“...”

“เพราะงั้น หมอขอให้คุณช่วยอย่ามาเจอเธอในช่วงที่เธอบำบัด”

“...วะ...ว่าไงนะครับ?” หมายถึงให้ผมออกไปจากชีวิตของเธองั้นเหรอ

“ถือว่าสงสารเธอเถอะครับ อาการของเธอแย่มากจริง ๆ”

“ผะ...ผม ผม ฮึก!” ผมทำไม่ได้

ให้ผมออกไปจากชีวิตต้นฝน...ผมทำไม่ได้


ต่อมา

ปึก! ปึก!

ตุบ! ตุบ!

“โธ่เว้ยยย!”

ตุบ! ปึก!

“ทำร้ายตัวเองไปก็ไม่มีประโยชน์หรอกครับ”

ผมตวัดสายตาไปมองไอ้เฉินอย่างเอาเรื่อง ที่ผมเดินขึ้นมาบนด่านฟ้า ไม่คิดว่ามันจะตามมา

หึ ในใจมันคงนึกสมเพช

“มึงมาทำไม”

“ผมแค่มาย้ำสิ่งที่หมอบอก”

“...”

“ถ้าคุณอยากให้ฝนหายจริง ๆ”

“...”

“ผมขอร้อง...ทำตามที่หมอบอกเถอะ”

“...”

“แล้วเมื่อเธอหายดี...คุณค่อยทำตามที่ใจตัวเองต้องการ แต่ผมหวังว่าคุณคงไม่ทำร้ายต้นฝนอีก”

ทำไมมันถึงพูดแบบนี้ ผมไม่เข้าใจ “หมายความว่ายังไง”

ผมคิดว่ามันชอบต้นฝน แต่ทำไมถึงยอมหลีกทางให้ผมง่าย ๆ

“ไม่ได้ชอบต้นฝนเหรอ” นี่อาจเป็นประโยคแรกที่ผมใช้น้ำเสียงปกติคุยกับไอ้เฉิน

“ชอบสิ”

“...” เหอะ! แค่ได้ยินคำว่าชอบผมก็หงุดหงิดจนเก็บสีหน้าไม่อยู่

ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายอยากได้คำตอบ แต่พอเอาเข้าจริงกลับรับไม่ได้

ภายในใจเอาแต่ร้องบอกว่า ‘ไม่ยอม ไม่ให้ชอบ’ ‘ต้นฝนคือเมียผม’ แต่ที่ทำได้ตอนนี้คือ “อืม”

เรื่องมาถึงขนาดนี้แล้ว ผมควรมีเหตุผลให้เยอะ ควรใจเย็นลงและรับฟังคนอื่นมากขึ้น

“ผมชอบ แต่ไม่ได้แปลว่าผมอยากได้หรืออยากครอบครองเธอ”

“...?” คำพูดของไอ้เฉินทำให้ผมดูเป็นคนเห็นแก่ตัวขึ้นมาทันที

แต่รู้มั้ย...ผมยอมเห็นแก่ตัว ดีกว่ายอมให้ต้นฝนเป็นของคนอื่น ผมรักต้นฝนและผมก็อยากครอบครองเธอด้วยเช่นกัน

“บนโลกใบนี้มีหลายร้อยเหตุผลที่ทำให้คน ๆ หนึ่ง ชอบคน ๆ หนึ่ง”

“...”

“และผมก็ชอบต้นฝนที่เธอน่ารัก ดูจริงจังและมีเสน่ห์มาก ๆ การที่ผมได้ใกล้ชิดกับเธอในเวลาสั้น ๆ มันยิ่งทำให้ผมรู้ว่าเธอเป็นคนจิตใจดีและรักคุณมาก ๆ ด้วย”

“...” ข้อนี้ผมรู้ดีที่สุด...

ต้นฝนรักผม และตอนนี้เธอกำลังเจ็บปวดเพราะการที่มารักคนอย่างผม

ทั้ง ๆ ที่เหตุผลในการเข้าไปในชีวิตต้นฝน ส่วนหนึ่งเพราะผมอยากให้เธอเจอความรักดี ๆ หลังจากที่โดนไอ้มินตั้นทำร้ายจิตใจ

พอมาตอนนี้ผมกลับทำร้ายเธอด้วยมือของผมเอง

“ผมชอบ แต่ผมไม่คิดแย่งคนรักของใคร คุณสองคนแค่มีปัญหากัน สักวันก็ต้องคืนดีกัน”

“...” คืนดีกัน...ตอนไหนล่ะ

“แต่เพราะคุณเองที่ทำให้ทุกอย่างมันแย่ไปหมด โอกาสที่จะคืนดีกันมันเลยน้อยลง” เฉินว่าพร้อมกับทำสีหน้าลังเล แต่สุดท้ายมันก็วางมือลงที่บ่าผมพร้อมกับทุบลงสองทีคล้ายกับเรียกสติ “บางทีอาจเป็นศูนย์”

“ไม่ ครบสามเดือนเมื่อไร ฉันจะทำทุกอย่างให้ได้ต้นฝนคืน” ผมพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ไม่คิดว่าตัวเองต้องมาพูดทำนองสาบานต่อหน้าไอ้เฉิน ผู้ชายที่ผมเคยคิดว่าเป็นศัตรู(หัวใจ)

“แม้มันอาจจะนานหลายปี?”

“อืม”

แต่ต้นฝนจะโกรธเกลียดผมนานเป็นปีเชียวเหรอ...

“งั้นระยะเวลาสามเดือนเริ่มจากวันพรุ่งนี้...หวังว่าคุณคงไม่โผล่มาให้ต้นฝนเห็น”

“...” ผมโค้งศีรษะลงหนึ่งที

“รักษาคำพูดด้วย”

อย่างน้อยการที่มึงยอมวันนี้ อาจทำใหัวันข้างหน้ามึงง้อต้นฝนสำเร็จก็ได้วายุ...

แค่สามเดือน ไม่ตายหรอก


หนึ่งเดือนผ่านไป

นี่แค่หนึ่งเดือนแต่ผมกลับรู้สึกเหมือนมันนานเป็นปี ๆ ตัวเองพยายามหางานมาทำเพื่อไม่ให้ว่าง แต่สมองกลับเอาแต่คิดเรื่องต้นฝนไม่หยุดหย่อน

ทั้งตอนประชุม...

ตอนกินข้าว...

แม้แต่ตอนนอนก็ไม่เว้น...

“อีกสิบนาทีมีประชุมบอร์ดค่ะ” คุณเลขาคนเดิมว่า ขณะเดียวกันเธอก็กำลังให้ท่าผมด้วย

เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวบางรัดรูปและกระโปรงทรงเอผ่าหลัง

“เคยบอกไปว่าให้แต่งตัวดีกว่านี้?” ผมตวัดสายตาขึ้นสบตาเธอ อีกคนไม่ได้มีท่าทีตกใจแต่กลับยกยิ้มขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว

คิดว่าทำงานดี มีผลงานตลอดแล้วผมก็ไม่กล้าไล่ออกเหรอ

“ฉันชอบแต่งแบบนี้ค่ะ”

“เพื่ออ่อยฉัน?”

“...”

“หึ!” ทั้ง ๆ ที่หนึ่งเดือนที่ผ่านมาเธออ่อยผมเช้าเย็นแต่ก็ไม่สำเร็จ ใครจะคิดว่าเธอจะกล้าอ่อยต่อมาจนถึงวันนี้ “มีครั้งหน้าอย่าหาว่าไม่เตือน” ว่าจบผมก็เดินผ่านเธอไปทันที


หลังจากประชุมเสร็จเรียบร้อยผมก็เดินทางกลับคอนโดฯ อย่างไม่ลังเล

และเมื่อต้องอยู่ในห้องที่ความทรงจำคับคั่งตามลำพัง ภาพและเสียงของต้นฝนก็ลอยเข้ามาในโซนประสาทผมอีกเช่นเดิม

มันเป็นแบบนี้มาตลอดหนึ่งเดือน ยิ่งช่วงวันแรก ๆ ยิ่งหนัก

“พี่คิดถึงหนูนะ...”

ผมสำนึกผิดแล้วจริง ๆ ผมรู้แล้วว่าสิ่งที่ผมทำลงไปมันแย่แค่ไหน มันทำร้ายจนคนที่ผมรักเจ็บปวดเพียงใด

ผมรู้แล้ว...

“พี่ขอโทษ...”


[Minmin Talks]

เป็นอีกวันที่ผมอยู่โรงพยาบาล ช่วงเดือนสองเดือนมานี้รู้สึกว่าจะมาบ่อยยิ่งกว่าเป็นหมอเสียเอง

“อาการของคุณดีขึ้นเรื่อย ๆ แบบนี้ หมอว่าบางทีอาจใช้เวลาไม่ถึงสามเดือนด้วยซ้ำครับ”

“ขอบคุณค่ะคุณหมอ”

“งั้นเอาเป็นว่า พรุ่งนี้ไม่ต้องมาตามนัดนะครับ”

“คะ?”

“หมออนุญาตให้ไปเที่ยวกับเพื่อนผ่อนคลายสมองหนึ่งวัน”

“ขอบคุณค่ะ”

ปกติต้นฝนต้องมาบำบัดจิตใจกับคุณหมอทุกวัน ตามเวลาที่ท่านกำหนด แต่เพราะอาการของต้นฝนดีขึ้นเรื่อย ๆ หมอจึงอนุญาตให้เธอหยุดได้หนึ่งวัน

และเราก็นัดกันไปเที่ยวที่ถนนคนเดินแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไกลจากตัวเมืองพอควร แต่กลับใกล้กับบ้านผมแค่ห้ากิโลเมตร

“ดีใจจัง วันนี้ฝนได้มาเที่ยวกับซินด้วย” ยัยสุดที่รักของผมเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

ฟังไม่ผิดหรอกครับ ตอนนี้ผมและซินกำลังคบหาดูใจกันอยู่ แม้เธอยังไม่ยอมให้ใช้คำว่าแฟน แต่ผมก็เปิดตัวต่อโลกสาธารณะเต็มที่ จนตอนนี้ไม่ว่าใครก็รู้หมดแล้วล่ะว่าซินเป็นของผม

ซินซินและมินมิน

แบบนี้ความหวังที่ผมอยากตั้งชื่อลูกว่า เจเจ ก็มีโอกาสสูงแล้วสิ

“ฝนก็ดีใจเหมือนกัน” ต้นฝนว่าก่อนจะระบายยิ้มออกมาอย่างดีใจจริง ๆ อย่างที่ปากว่า

หนึ่งเดือนกับการบำบัด หนึ่งเดือนกับการเปิดให้คนในครอบครัวของเธอได้รู้ และหนึ่งเดือนกับการที่ไม่มีไอ้เฮียวายุมาวุ่นวายในชีวิต ดูเหมือนต้นฝนจะอาการดีขึ้นจนน่าดีใจ

วายุเองก็รู้...เพราะผมคอยเล่าให้มันฟังตลอด

มันดีใจ...แต่ก็เสียใจในคาเดียวกันที่ไม่มีโอกาสได้ดูแลต้นฝน

แต่ถ้ามันดูแล...ต้นฝนอาจไม่หายเร็วขนาดนี้แน่

“อีกไม่นาน ฝนจะหายและกลับมาใช้ชีวิตปกติ แล้วเราจะเรียนและเที่ยวไปด้วยกัน”

“ยัยแม่มดเอ้ย” ผมผลักหัวซินเบา ๆ เห็นท่าทีโอเวอร์แล้วหมั่นไส้ว่ะ!

“ฮ่า ๆ” เสียงต้นฝนหัวเราะ...เธอยิ้มเก่งกว่าเดิม หัวเราะเก่งกว่าเดิมด้วย “เย็นนี้ฝนจะไปทานข้าวกับป๊าม๊า มินซินไปด้วยมั้ย?”

“มื้อเย็นสำหรับครอบครัว ไม่ไปด้วยหรอก ฮ่า ๆ”

“ไม่ใช่สักหน่อย มีแค่ฝน ป๊าแล้วก็ม๊าสามคน”

“อ้าว! แล้วพี่ต้นหนาวล่ะ” พี่ต้นหนาวคนนี้ก็คือคนที่ทำให้เรื่องวุ่นวายทั้งหมดเกิดขึ้นนั่นแหละ

หนึ่งเดือนที่ผ่านมาผมได้รับรู้เรื่องทุกอย่าง และตอนนี้พี่ต้นหนาวก็กำลังรับกรรมของเขา ยูรันน้องไอ้เฮียบินหนีไปไหนแล้วไม่รู้

แต่สำหรับผม...คนที่ผิดที่สุดคือไอ้มินตั้นนะ

ถ้าไอ้ห่านั่นไม่ไปยุ่งกับยูรัน ถ้ามันไม่เจ้าชู้และหักหลังต้นฝน เรื่องทุกอย่างก็ไม่เลวร้ายขนาดนี้

แต่ถ้ามองอีกมุม ถ้าไม่มีมัน...สองคู่นี้ก็ไม่มีทางได้เจอกันแน่

“พี่ต้นหนาวโหมงานหนักมาก” หึ! ไม่ต่างจากไอ้เฮียยุเล๊ย! โหมงานจนบางครั้งไม่ได้นอน ผมและคนอื่น ๆ ห้ามก็ไม่ฟัง “คงเสียใจที่พี่ยูรันหนี”

“...” ผมเห็นใจทุกคน ผมเห็นเรื่องเลวร้ายมาเย๊อะ

ซินจ๋า...เค้าจะไม่ทำอะไรแย่ ๆ แบบคนพวกนั้น

ไม่อยากอยู่ในสภาพเดียวกับพี่ต้นหนาวและไอ้เฮียเล๊ย

มินมินรับไม่ได้เว้ย!


[Tonfon Talks]

เราสามคนเดินอยู่ที่ถนนคนเดินแห่งหนึ่งซึ่งมีอาหารเยอะมาก

มันดูน่ากิน...แต่ในขณะเดียวกันก็ชวนอ้วกเป็นที่สุด

“เป็นอะไรเหรอฝน?”

“เปล่าหรอก แค่รู้สึกเหมือนอยากจะอ้วก”

“ให้ซินพาไปห้องน้ำมั้ย?” ซินถามด้วยท่าทางเป็นห่วงทันที

ฉันส่ายหน้าปฏิเสธเพราะไม่อยากให้เพื่อนเป็นห่วง ได้มาเที่ยวทั้งที เที่ยวให้สนุกดีกว่า

ช่วงหลังมานี้อาการฉันดีขึ้นมาก ๆ ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาได้กำลังใจจากคนรอบข้างอย่างดี จนฉันเองก็คิดว่าอีกไม่นานคงจะหายจากอาการที่เป็นอยู่

ป๊าม๊าและพี่ชายฉันรู้ว่าฉันเป็นอะไร แต่พวกท่านไม่รู้สาเหตุที่แท้จริง...ที่บอกไปก็มีแค่ เรื่องที่โดนฉุดจากคนเมาสองคนเมื่อเดือนที่แล้ว ฉันเล่าแค่นั้นจริง ๆ

แต่สำหรับพี่ต้นหนาวเขาคงรู้มากกว่านั้น แต่คงทำอะไรไม่ได้มาก เพราะตัวเองก็ยังเอาไม่รอด

“ไปทางนั้นกัน มีไอติมด้วย ซินอยากกิน”

“อีอ้วน”

“อ๊าย! ปากเสีย”

“ฮ่า ๆ”

ช่างเป็นคู่ที่น่ารักและน่าอิจฉาในคาเดียวกัน...

เราสามคนเดินไปรอบงาน ตอนนี้ยังไม่ถึงช่วงเย็น คนจึงไม่เยอะเท่าไร ซินและมินซื้อของกินตลอดทาง แต่ฉันกลับกินอะไรไม่ลงนอกจากน้ำมะนาวและมะม่วงน้ำปลาหวาน

มันอร่อยดี

อร่อยกว่าทุกครั้งที่เคยกินเลยล่ะ


18.21น.

สองชั่วโมงต่อมาถึงเวลาหกโมงเย็น เราสามคนเดินทางมาถึงบ้านของฉัน

เราร่วมทานอาหารเย็นกัน ซึ่งม๊าฉันเป็นคนเข้าครัวด้วยตัวเอง

“กินเยอะ ๆ เลยนะลูก ซินและมินมินด้วย”

“ค่ะม๊า หนูจะกินให้เกลี้ยงเลย”

“อ้วนขึ้นแล้วอย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ”

“เอ๊ะ! ทำไมชอบยุ่งกับเรื่องน้ำหนักฉันนัก!”

“ก็จริงมั้ยล่ะ”

“มินมิน!”

“ฮ่า ๆ เด็ก ๆ สมัยนี้น่ารักจริง ๆ ฝนไม่มีแฟนกับเขาบ้างหรอลูก”

กึก!

ก็ตั้งแต่เลิกกับมินตั้นไปอย่างที่แม่รู้ ฉันก็ไม่เคยเล่าเรื่องของอีกคนให้ท่านฟังเลย

และวันนี้ฉันคิดว่าตัวเองทำถูกแล้วล่ะที่ไม่เล่าให้คนในครอบครัวฟัง

“ไม่เลยค่ะ หนูไม่อยากมีแฟนตอนนี้”

“เดี๋ยวก็ขึ้นคานหรอก”

“ก็ดีสิคะ” ฉันว่า แต่ต่อมาก็ต้องระบายยิ้มออกไปให้คล้ายกับตัวเองพูดเล่นเพราะสีหน้าของม๊าดูไม่ดีเลย

“กินข้าวกันเถอะ เดี๋ยวเย็นหมดจะไม่อร่อย” ป๊าว่า

หลังจากนั้นทุกคนก็ต่างพากันกินข้าว พูดคุยกันบ้างตามประสา

ฉันมองจานข้าวตรงหน้าตัวเอง ก่อนจะตักกุ้งสามรสมาใส่ในจาน...

ทั้ง ๆ ที่สีสันของอาหารน่ากิน แต่ทำไมกลิ่นมันถึง... “อึก! อึก!”

“ฝนเป็นอะไรลูก” ม๊าที่นั่งข้าง ๆ สงสัย

“อึก!” ฉันยกมือขึ้นปิดปากตัวเองก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ “อ้วก!”

“ฝน!”

“ต้นฝน!”

“เป็นอะไรลูก!”

“อ้วก! อุก...อ้วก!”

ต่อมาม๊าและซินพาฉันขึ้นมาพักผ่อนบนห้อง ฉันไม่รู้แน่ชัดว่าตัวเองเป็นอะไร แต่สิ่งที่บอกคนอื่น ๆ ไปคือ “หนูแค่ไม่สบายนิดหน่อยค่ะ”

“งั้นก็พักผ่อนเถอะลูก เดี๋ยวก็หาย”

“เดี๋ยวซินอยู่เป็นเพื่อนฝนเองค่ะ”

“ก็ดีนะ” ม๊าว่า

แต่ฉันไม่เห็นด้วย “ไปกินข้าวเถอะ เดี๋ยวค่อยขึ้นมาหาฝนก็ได้”

“แต่...”

“นานะ ฝนไม่เป็นอะไรหรอก”

“เอางั้นก็ได้ เดี๋ยวซินจะรีบกินเลย”

“ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้นา กินเถอะ กินให้อิ่มเลย” ซินยู่จมูกใส่ฉันอย่างน่ารัก ก่อนจะพยักหน้าลงในที่สุด

“มีอะไรก็เรียกนะลูก”

“ค่ะม๊า”

ทั้งสองคนเดินออกจากห้องไปแล้ว ฉันรีบล่วงเอาโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมาแล้วค้นหาขอมูลในอินเทอร์เน็ตทันที

เบื่ออาหาร อยากกินของเปรี้ยว ประจำเดือนเดือนนี้ขาดไป...


วันต่อมา

หลังจากที่เมื่อวานได้เที่ยวไปหนึ่งวัน วันนี้ฉันก็ต้องมาหาหมอตามปกติ

วันนี้ไม่มีใครมาด้วย เพราะฉันต้องการมาคนเดียว หลังจากคุยกับหมอประจำตัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฉันก็รีบปลีกตัวไปยังห้องตรวจทันที

ผลปรากฏว่า...


หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป

อาการฉันดีขึ้นมากจนเกือบกลับมาเป็นปกติ

ไม่มีการละเมอ ไม่สะดุ้งตื่นกลางคืน ไม่ร้องไห้ แต่ในใจยังแอบนึงถึงเขา

เรื่องความรักฉันเปิดใจคุยกับหมอ ท่านบอกว่าเรื่องนี้ต้องใช้เวลานานหน่อย แต่ใช่ว่าจะลืมไม่ได้

การลืมใครสักคนหนึ่งใช้ใครอีกคนมาทดแทนไม่ได้หรอก ที่ต้องใช้ก็แค่เวลาเท่านั้น อย่าดึงคนไม่เกี่ยวเข้ามาร่วมกับความบาดหมางของคนสองคน

“ฟ้า นั่นเด็กที่ไหนน่ะ?”

“อ๋อ...นี่น้องเวคิน”

ตอนนี้ฉันอยู่มหา’ลัย แม้มันจะเปิดมาได้สองสามสัปดาห์แล้ว แต่นี่เป็นวันแรกที่ฉันมาที่นี่

ไม่ได้มาเรียนแต่มาทำเรื่องบางอย่าง

แต่ระหว่างทางดันเจอฟ้านั่งอยู่ที่โต๊ะประจำของเรา ข้างกายเธอมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ด้วย

จากที่ได้รู้เมื่อครู่...น้องชื่อเวคิน

เด็กผู้ชายตัวน้อยน่ารัก ตาโต และริมฝีปากแดงแจ๋

น่ารักจัง...

“เป็นน้องชายของเฮียกัส” ฟ้าตอบเสียงแผ่ว คงกลัวคนรอบข้างได้ยิน

แต่ เฮียกัสเหรอ?...อ่า มีแค่ฟ้าแหละที่เรียกพี่เวกัสว่า ‘กัส’ คนสนิทส่วนมากพากันเรียก ‘เว’ ทั้งนั้น

“อ๋อ...” ฉันครางในคอ ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามเพื่อน ที่นาน ๆ ทีกว่าจะได้เจอ แต่ล่าสุดก็ได้เจอไปเมื่อสองวันก่อน เรากอดกันใหญ่ “แล้วนี่ซินยังไม่มาอีกเหรอ?”

“เดี๋ยวก็มาแหละ ว่าแต่ฝนไม่ได้มาเรียนใช่มั้ย?”

“อื้ม” ช่างรู้ดีเสียจริง “ฝนมาทำเรื่องย้าย”

“อะไรนะ!?”

“ชู่ว~ อย่าเสียงดังสิ” ฉันว่าพร้อมยกมือขึ้นเป็นปากฟ้าไว้

“ต้องย้ายเลยเหรอ” ฟ้ารู้เรื่องของฉันทุกอย่างแล้ว...

ฉันพยักหน้า “อย่าเพิ่งบอกใครนะ พี่เวกัสด้วย”

“...อื้อ!”

เธออาจจะคิดว่าการที่ฉันย้ายครั้งนี้สาเหตุมาจากเขาคนนั้น และใช่ ฉันจะทำให้ทุกคนคิดแบบเดียวกับฟ้า

แต่ความจริง...สาเหตุที่ทำให้ฉันต้องย้าย มาจากส่วนหนึ่งที่เป็นเขา แต่ไม่ใช่เขาแน่นอน

“อืม ฝนอยากลืมเขาเร็ว ๆ นะ”

“ไม่อยากให้ย้ายเลย” ฉันเองก็ไม่ได้อยากย้าย แต่นี่เป็นทางออกที่ดีที่สุด เรื่องของฉันจะมีแค่คุณหมอเท่านั้นที่รู้เรื่อง

ฉันปรึกษาท่านมาแล้ว อาการของฉันดีขึ้นจนอีกไม่เกินเดือนคงกลับมาเป็นปกติ เพราะงั้น...ต่อจากนี้ฉันสามารถใช้ชีวิตได้แม้ต้องอยู่ตามลำพัง

...กับอีกหนึ่งชีวิต


เวลาต่อมา

ฉันทำเรื่องย้ายเสร็จเรียบร้อย สิ่งที่ต้องทำอันดับต่อมาคือบอกให้ป๊าม๊าและพี่ชายได้ทราบ

และเมื่อทุกคนอยู่พร้อมหน้า (ยกเว้นพี่ชายที่เอาแต่โหมงานอยู่ที่บริษัท ว่างเมื่อไรก็ไปอ้อนวอนพ่อพี่ยูรัน) ฉันก็เริ่มเข้าเรื่องทันที

“หนูจะไปเรียนต่อที่เดนมาร์กนะคะ”

“ว่าไงนะ?” ม๊าฉันอุทานขึ้นคนแรก

ตามด้วยป๊า “ทำไมล่ะลูก?”

“หนูแค่...อยากไปหาประสบการณ์ อยากลองใช้ชีวิตด้วยตัวเอง อีกอย่าง...หนูไม่อยากเจอเหตุการณ์แบบนั้นอีก หนูทำใจไม่ได้” เหตุการณ์แบบนั้นที่ว่า คือตอนที่ฉันโดนผู้ชายสองคนฉุด

แต่ใครจะรู้...ว่านี่ข้ออ้างทั้งเพ

“แต่ฝนยังไม่หายดีไม่ใช่หรอลูก”

“หนูปรึกษาหมอแล้วค่ะ หนูดีขึ้นมาก ดีจนเหมือนคนปกติทุกอย่างแล้วค่ะม๊า”

“เอาเถอะ ถ้าฝนอยากไป ป๊าก็ไม่ห้าม”

“คุณ!”

“เอาน่า...จะขัดลูกทำไม”

“เฮ้อ...ก็ได้”

“ขอบคุณค่ะป๊าม๊า”

ทีนี้ก็เหลือแค่...เก็บของและจองตั๋วเครื่องบิน


สองวันต่อมา

พรุ่งนี้ฉันขึ้นเครื่องห้าโมงเย็น ทุกอย่างถูกเก็บเรียบร้อย แต่ยังมีของบางอย่างที่ฉันต้องการ และมันดันอยู่ที่คอนโดฯ...

ได้แต่ภาวนาว่าจะไม่เจอ เพราะตอนนี้ฉันอยู่หน้าคอนโดฯ แล้ว

“ไม่เจอมาเกือบสองเดือน คงไม่โชคร้ายมาเจอวันนี้หรอกนะ”

แต่ถ้าต้องเจอจริง ๆ...

ฉันก็อยากให้เขารู้ว่าฉันไม่ได้อ่อนแออีกต่อไปแล้ว ฉันเข้มแข็งพอที่จะเผชิญหน้ากับเขา...

ไม่เจอ

ฉันเดินมาถึงห้องตัวเองด้วยดี ไม่เจอเขานั่นก็แอบโล่งใจอยู่บ้าง แม้จะเตรียมใจไว้ แต่การไม่เจอเป็นอะไรที่ดีกว่าแน่

ไม่รอช้าให้เสียเวลา ฉันเก็บของที่ต้องการใส่กระเป๋าที่พามาด้วย

จนกระทั่งได้เปิดตู้...ฉันเห็นกล่องเก็บของกล่องหนึ่งที่เมื่อก่อนเคยรักษามันอย่างดี

มันเคยมีค่าและความหมายกับฉัน แต่วันนี้...ฉันจะเอามันไปคืนเจ้าของ เพราะฉันไม่ต้องการมันอีกแล้ว

มือบางเปิดฝากล่องออกช้า ๆ...ดอกกุหลาบขาวทั้งหมดแห้งเหี่ยวไปตามการเวลา เคยบอกกับตัวเองว่าต่อให้โดนเหยียบจนหัก ก็จะนำกลับมาเก็บไว้ให้ดี แต่ตอนนี้เลิกความคิดนั้นไปแล้ว

ฉันหยิบของอีกชิ้นที่อยู่ในกล่องเดียวกัน มันเป็นกล่องเครื่องประดับเล็ก ๆ และด้านในของมันคือสร้อยคอจี้ดอกกุหลาบ

ฉันไม่เคยใส่มันและคงไม่มีโอกาสได้ใส่เพราะวันนี้จะเอาไปคืนเจ้าของแล้ว...

การเผชิญหน้าครั้งนี้ฉันตั้งใจ และหวังว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย

ฉันพาร่างตัวเองที่ถือกล่องขนาดใหญ่มาหยุดยังห้อง ๆ หนึ่งที่อยู่ชั้นสิบเก้า...

เสี่ยงดวงเอาว่าเขาจะอยู่หรือเปล่า

มือบางกดกริ่งไปสองที...รออยู่แค่อึดใจประตูก็ถูกเปิดออก

คนมาอย่างฉันหรือจะตกใจ คนไม่ทันตั้งตัวสิถึงกับเบิกตากว้างอ้าปากเหวอไป

“ตะ...ต้นฝน...” ราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเองเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือฉัน

“...” ฉันมองดูเขา...

โทรมขึ้นเยอะ ผมยาวถึงต้นคอ หน้าม้าก็ปกปิดดวงตาไปเสียบางส่วน

“หนูจริง ๆ เหรอ” น้ำเสียงสั่นเครือถูกส่งมา พร้อมกับดวงตาอ่อนโยนที่ถูกน้ำใสใสครอบงำ มันเอ่อล้นจนเกือบไหลออกมาอยู่ล่อมล่อ

จะร้องไห้เหรอ...

ไม่สงสารหรอก

“ฉันเอาของมาคืน” ฉันว่าน้ำเสียงนิ่งเรียบ ก่อนจะยื่นกล่องในมือไปให้เขา

อีกคนไม่รับมันไป แต่กลับยืนนิ่งเงียบ ต่อมาก็เงยขึ้นสบตาฉัน

“หนูหายแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้าง สบายดีมั้ย” น้ำเสียงเป็นห่วงถูกส่งมาพร้อมกับร่างหนาที่เข้ามาประชิดตัวฉัน

ถ้าไม่มีกล่องคั้นกลาง ร่างฉันคงโดนกอด

“รับมันไป” ฉันเร่ง

“ต้นฝน...พี่ขอโทษ ให้โอกาสพี่ได้มั้ย”

โอกาสงั้นเหรอ...

ทีตอนทำไม่คิด ตอนนี้มาร้องเรียกหาโอกาส

“ไม่มี ไม่ให้”

“ขอร้องเถอะนะ พี่รู้สึกผิดกับทุกเรื่องแล้วจริง ๆ หนูจะด่าจะว่า หรือจะทุบตีพี่ก็ได้...แต่ให้โอกาสพี่นะ”

“คุณคะ ช่วยรับของในมือฉันไปด้วย” ฉันเบี่ยงประเด็น ไม่อยากคุยเรื่องเก่า ๆ เท่าไร กลัวตัวเองจะเก็บสีหน้าและน้ำตาไม่อยู่

พี่วายุยังคงนิ่ง เขาไม่รับของในมือฉัน...

“จะไม่รับใช่มั้ย?” ฉันเลิกคิ้วถาม

เมื่อสิ่งที่ได้กลับมาคือความเงียบ ฉันจึงตัดสินใจยกของในมือขึ้นสูงแล้วเหวี่ยงลงพื้นเต็มแรง

ตุบ!

พลั่ก!

ดอกกุหลาบที่อยู่ด้านในตกกระจายออกมา และกล่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กได้กระเด็นไปอยู่ที่ปลายเท้าของพี่วายุพอดี

ฉันเห็นสีหน้าเขา...เห็นน้ำตาเขาไหล

ส่วนตัวฉันเองก็เบือนหน้าหนี

ทำไมต้องหงุดหงิดขนาดนี้นะต้นฝน ควบคุมอารมณ์ตัวเองหน่อยสิ

“อึก! ต้นฝน...พี่ขอโทษ”

“หมดธุระแล้ว ขอตัว”

“เดี๋ยว! ต้นฝน อย่าเพิ่งไปนะ ฮึก! ขอร้องเถอะ”

ฉันไม่ได้หันกลับไปมองคนที่เรียกร้องฉันอยู่ เหมือนเขาจะตามมา แต่ทว่า...

“พี่วายุคะ”

เสียงของใครบางคนที่ดังมาจากทางด้านหลังทำให้ฉันหันไปมอง...ร่างบางในชุดเดรสสีชมพู เธออยู่หน้าลิฟท์ที่อยู่อีกทาง

“...” ความเงียบเข้าปกคลุม

คำถามคือ...ผู้หญิงคนนี้เป็นใคร

จากสีหน้าพี่วายุดูเหมือนเขาเองก็งงไม่น้อย

คงเป็นผู้หญิงของเขา

ฟังไม่ผิดหรอก...ฉันบอกว่าผู้หญิงของเขา

ตอนเรามีปัญหากันหนัก ๆ คิดว่าฉันไม่รู้เหรอว่าเขาเป็นยังไง เลวกับฉันไม่พอ ยังทำตัวสกปรก น่าขยะแขยงอีกด้วย

เอาตัวไปเกลือกกลั้วกับผู้หญิงกี่ครั้ง ๆ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่ฉันต้องรับรู้สักหน่อย เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วนี่

ช่างเขาสิ

บอกตัวเองอย่างนั้น ก็หมุนตัวเดินต่อไป

“ต้นฝน อย่าไป ฮึก หนูอย่าทิ้งพี่ไปอีกเลยนะ พี่ขอโทษ”

“พี่วายุคะ!” เหมือนเธอคนนั้นจะช่วยฉันได้มากทีเดียว เพราะมันทำให้ยื้อพี่วายุไว้ไม่ให้มาถึงตัวฉันได้

ตัวเองก้าวเดินต่อไป จนเข้าไปในลิฟท์...

“ปล่อย! อย่ามาจับดิวะ!!”

“พี่วายุ ฟังบีมนะ!”

“กูบอกให้มึงปล่อย!!”

และระหว่างที่ประตูลิฟท์กำลังปิดลง...

“บีมท้อง!”

“...!!!”

[Completed 100%]


Talk :

[2] ต้นฝนเกรี้ยวกราดนิดหน่อย อารมณ์คน...ก็งี้แหละ กับอีกหนึ่งชีวิต แหม....ไรท์สปอยล์ซะคนอ่านไม่รู้เล๊ยยย (ประชด)

อีเฮียยยย บอกแล้วววววว ทำไรให้คิดดดด ทำใครท้องอีกอ่าาาาาาาา ยังไงงงงง

ก่อนอื่นต้องกราบขอโทษทุกคนจริงๆ ไรทืกลับมาถึงวันที่ 6 เกือบเที่ยงคืน วันที่ 7 ไม่ได้หยุดพักนะ ไปเรียนปกติ คำอธิบายรายวิชามาเพียบเลยจ้าาาาาา เป็นงานจดที่โคตรเกลียด

ไรท์ผิดจริงๆ ยอมรับ แต่วันนี้มาแล้วน้าาา คิดุงกันมั้ย เม้นให้ไรท์หน่อยจ้าาาาา

[1] ทุกอยากกำลังแย่ และย้อนกลับมาทำร้ายวายุ ทุกอยากที่วายุทำให้ต้นฝนเจ็บปวด ตอนนี้เขาจะได้รับมันเอง

อย่ามาอ้อนให้ใจอ่อนให้วายุนะรีดดดด 55555555

เรื่อง TWINs love แผ่นดิน ไรท์อัปตอนแรกแล้วนะคะ กำลังอัปตอนที่สอง นิยายสบายๆ ไม่มีเครียดค่ะ ไม่ดราม่า มีแต่ฟิน×10 ชื่อนามปากกา อนาคตของ'วัล จ้า

เม้นนนนนนนนน กดใจ ขอบคุณค่ะ

รักกก

กลับหน้าเรื่อง

สวัสดีค่ะทุกคน

เค้าคือ future432 เองนะคะ เรียกสั้นๆ ว่า ฟ้า ก็ได้น้า

 à¸œà¸¥à¸à¸²à¸£à¸„้นหารูปภาพสำหรับ v fake love

ฝากติดตามนิยายของฟ้าด้วยนะคะ

 

เซ็ต [H.R.B] หล่อ.รวย.เลว

| Stop! ไม่อยากรักเสือ 18+ (Tonhnaw&U-run) (Prite&Cherine) | จบ

| Cool guy รักผู้ชายเย็นชา 18+ (V&Bell) | จบ+รอแก้ไขบางส่วน

| Exchange! แลกใจ 18+ (Ryu&Palmmie) | จบ

| Ask for heart คนเลวทวงรัก 18+ (Art&Varin) | จบ

 

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1978811/359403203-member.jpg

 

 

 

เซ็ต [MingTia] มิ้งเทีย : เมียทิ้ง

| Bad' Wayu แค้นคนรัก NC20+ จบ

| Bad' Wine คนโฉดเผลอรัก NC20+ กำลังลง

| Bad' Vegas สถานะห้ามรัก NC20+ จบ

| Bad' Mile กักขังรัก NC20+ จบ

 http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1978811/1253379350-member.jpg

 

รุ่นลูกในเซ็ต [H.R.B] หล่อ.รวย.เลว

| Foul-mouthed ผู้ชายปากหมา 18+ (Nakhun&Jinnie) |

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

#ณคุณคนปากหมา (ลูกเฮียวีคนโหด)

 

 | To be reserved ผู้ชายหวงตัว 18+ (Kaizen&Jao-oei) |

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

#ไคเซ็นคนหยิ่ง (ลูกเฮียริวคนมึน)

 

 | Doll's mine ผู้ชายเล่นตุ๊กตา 18+ (Typhoon&Kanom-pie|

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

#ไต้ฝุ่นกินขนมพาย (ลูกเสือต้นหนาว)

 

***ฝากติดตามด้วยนะคะ***

หากมีคำผิดขออภัย หากว่างจะเข้ามาแก้ไข หากไม่ถูกใจโปรดบอก หากชอบโปรดคอมเม้นและกดถูกใจ

 

http://cdn-th.tunwalai.net/files/emotions/950535617.gif

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ taehyung gif

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ จอนจองกุก 2017

 มีเพจแล้วจ้า!!!!!! พูดคุยปรึกษาได้ทุกเรื่องจ้า ทักมาเลยพร้อมตอบเสมอ

เพจ : Future432

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1978811/311014252-member.jpg

 

 ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ แทฮยอง gif

 

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

 

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ jungkook fake love

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ v fake love

ผู้ชายในนี้หล่อทุกคนนนนนนนนนนนน

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น