Let me free [20+] ตีพิมพ์สำนักพิมพ์ Hermit Books
ตอนที่ 15 : Strategy [50%] *แก้ไขคำผิด
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่ 15 : Strategy [50%] *แก้ไขคำผิด

Strategy 

 

ว่าด้วยกลยุทธ์ปล่อยให้ศัตรูตายใจจนรู้สึกว่าปลอดภัยและเลินเล่อ ตอนนี้พวกเราจึงกลับมาทำตัวปกติ ดีแลนทำงาน ผมอยู่บ้าน ส่วนทอมและโจเซฟทำงานของตัวเองต่อ อลันแวะเวียนมาหาที่ร้านอยู่บ่อยครั้ง ผมเบื่อบ้านจนเลิกจะเบื่อ จะออกไปข้างนอกได้ก็ต่อเมื่อมีดีแลนหรืออลันพาไป แต่ก็ใช่ว่าสองคนนั้นจะว่าง 

งานขายข่าวของดีแลนยังคงทำอยู่เช่นกัน และผมก็ถูกทิ้งให้อยู่บ้านคนเดียวเหมือนเคย แต่ที่ไม่เหมือนตอนนี้มีอยู่หนึ่งอย่าง เพราะผมมีเจ้ากระบอกสีดำมะเมื่อมเป็นของตัวเองแล้ว แม้ตอนนี้จะยังใช้ไม่เป็น แต่ท่าทางต้อนรับของผมที่ดีแลนเห็นในวันนั้นเขายังจำได้ติดตา 

“เดี๋ยวจะหาเวลาหัดให้” ไม่อยากเชื่อว่าเรื่องยิงปืนผมก็ต้องเรียน ทั้งที่คิดไว้ว่าจะไม่เข้ามายุ่งกับเรื่องพวกนี้แท้ๆ ได้แต่ทอดถอนใจ 

“นายจะซื้ออะไร” เสียงถามจากคนด้านข้างทำให้ผมดึงสติตัวเองกลับมา วันนี้ดีแลนมีลูกค้าเลยไม่อยากให้ผมอยู่ด้วย โชคดีที่อลันมาหาพอดีเลยขอให้เขาพาออกมาซื้อของ 

“อะไรก็ได้” เสียงเนือยตอบกลับไปในขณะที่ตาไม่ได้มองชั้นวางของในซูเปอร์แม้แต่น้อย 

“อ้าว” ผมหันไปมองอลันที่เลิกคิ้วถามงงๆ 

“แค่เบื่อ ไม่อยากอยู่บ้าน” 

“ทนเอาหน่อย ใกล้จะได้เวลาแล้วล่ะ” 

เวลา... ใช่สินะ ตอนนี้พวกเราแค่รอเวลาที่เหมาะสม ซึ่งมันก็ใกล้แล้ว 

“ทอมบอกว่าหมอนั่นยอมออกมาจากที่ซ่อนแล้ว ยังไงก็ต้องกินต้องใช้” ก็เป็นไปตามแผน ทอมจะทำเป็นไม่สนใจที่หมอนั่นยอมออกมาแสดงตัว แสร้งทำเป็นไม่รู้ ไม่ได้จับตามอง ให้มันย่ามใจว่ายังไม่ถูกจับได้ แล้วค่อยหาทางให้ติดกับ 

“อืม แล้วทางโจเซฟล่ะ ไม่เห็นหน้ามาหลายวันแล้ว” 

“ก็ยังต้องคอยเทียวไปเอาใจแม่ม่ายลูกติดอยู่ทุกวัน” ได้ยินแล้วก็อดขำไม่ได้จริงๆ 

นี่เป็นเรื่องโจ๊กเรื่องหนึ่งที่เราตลกกันมาก เพราะโจเซฟหาพื้นที่ที่จะเข้าถึงด้านหลังบาร์เจ้าปัญหาได้แล้ว เป็นบ้านของหญิงสาวคนหนึ่งที่มีลูกติด วัยอาจจะเฉียดๆ ไล่เลี่ยกับแม่ของเขาได้ แต่ด้วยความที่ยังดูสาวกว่าวัยและดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ในวัยนี้เลยยังตัดเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ไปไม่ได้ เธอหลงโจเซฟเข้าอย่างจัง ไปมาหาสู่บ่อยกว่าโผล่มาให้พวกเราเห็นหน้าเสียอีก 

ก็ถือว่าเขาทำงานได้สำเร็จดีเยี่ยม แม้ว่าทุกครั้งที่แวะมาหาดีแลนและผมที่บ้าน ตอนรายงานเรื่องต่างๆ ให้ฟัง สีหน้าจะบ่งบอกว่าเอือมระอามากเต็มที แต่โดยรวมแล้วราบรื่น แต่คิดปัญหาอยู่นิดหน่อยตรงที่ลูกติดของผู้หญิงคนนี้ที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน หมอนั่นไม่ค่อยชอบพวกเรา 

ใช่ ‘พวกเรา’ นี่แหละ 

เหตุผลเดียวที่พวกเราคิดได้ก็คือ หมอนั่นต้องเกี่ยวข้องกับอะไรบางอย่างที่ดีแลนดูแลอยู่ คงหนีไม่พ้นเรื่องยาเสพติด แต่เพราะขัดแม่ไม่ได้ ทุกครั้งที่โจเซฟไปเขาก็มักจะไม่อยู่บ้าน ในเวลานี้ขอแค่อย่ามีเรื่องกระทบกระทั่งกันก็พอ หมอนั่นจะเป็นพวกไหนเราไม่ได้สนใจ 

“น่าสงสาร” แต่พอนึกภาพตอนโจเซฟอยู่ที่นั่นแล้วอดขำไม่ได้จริงๆ 

“พูดถึงนายสองคนพี่น้อง ไม่คิดจะมีคนรักกันหรือไง” ผมถามขึ้นด้วยความสงสัย จากหน้าตาและอายุ ไม่มีตรงไหนที่ไม่พร้อม จะว่าชอบเล่นสนุกผมก็ไม่เคยเห็นทั้งสองคนคั่วใครสักคน รสนิยมของอลันผมรู้แล้ว แต่ส่วนของโจเซฟยังไม่ค่อยมั่นใจ 

อลันมีท่าทางชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะกระแอมไอออกมาเพื่อกลบเกลื่อน 

“ก็...ไม่รู้สิ” ไม่จริงมั้ง ท่าทางแบบนี้ 

“หรือว่านายมีแล้ว” 

“ยัง! ยังไม่มี” คำปฏิเสธเสียงแข็งขันจนผมแอบอมยิ้มไม่ได้ คนบางคนก็โกหกไม่เก่งเอาซะเลย แต่ที่ยังไม่บอกคงเพราะยังไม่อยากพูด เพราะฉะนั้นผมก็จะไม่ตื้อ เพราะเขาไม่เคยคาดคั้นถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างผมกับดีแลนเช่นกัน 

“แล้วโจเซฟล่ะ หมอนั่นไม่คบใครมั่งเลยเหรอ” 

“ก็สาวม่ายลูกติดนั่นไง” อลันตอบกลับมายิ้มๆ 

“ฮะๆ ๆ ไม่เอาดิ อันนั้นมันสภาวะจำใจ หมายถึงที่ผ่านมาเขาเคยมีคนรักบ้างมั้ย” เพราะทุกครั้งที่ผมอยู่กับเขาผมสบายใจ ผู้ชายแบบนี้สาวๆ ต้องแย่งกันสิถึงจะถูก 

“ก็คงจะเคยมีอยู่หรอกมั้ง เหมือนเคยเห็นคนสองคน แต่ก็นานมากแล้วล่ะ” อลันทำท่านึกก่อนจะยักไหล่ด้วยท่าทางไม่ใส่ใจ “ไม่เคยจริงจังกับใครหรอก โจเป็นคนเงียบๆ เก็บตัวมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยเห็นเรียกใครว่าคนรักเต็มปากเต็มคำสักที” 

ผมพยักหน้ารับเบาๆ นึกไปถึงเรื่องที่ดีแลนและโจเซฟเคยทะเลาะกัน เพราะโจเซฟทำเหมือน ‘สนใจ’ ผม แต่หลังจากเรื่องคราวนั้นเขาก็ไม่ได้มีท่าทางผิดปกติอะไรอีก อลันเองก็ไม่ได้ระแคะระคายกับเรื่องนี้ ก็คงจะไม่เคยจริงจังกับใครเหมือนอย่างที่อลันบอกแหละมั้ง 

ได้แต่ส่ายหน้าสะบัดความคิดเรื่องนี้ทิ้งไป เพราะยังไงเรื่องของเขากับผมมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว 

เราตัดสินใจเดินออกจากซูเปอร์เพราะไม่มีอะไรที่จะซื้อจริงๆ ก่อนจะแวะซื้อไอศกรีมกินเล่นกันระหว่างทางกลับ ในตอนที่ยืนรออยู่นั่นเองเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ใช้เวลาอยู่เกือบสิบวินาทีถึงจะจำได้ว่าเป็นเสียงโทรศัพท์ของตัวเอง 

ก็ผมไม่ค่อยได้ใช่นี่นา 

...ดีแลน... 

เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจก่อนจะกดรับสาย 

(“อยู่ไหน”) เสียงทุ้มรอดมาตามสาย ให้ความรู้แปลกเหมือนทุกที เราไม่ค่อยคุยโทรศัพท์กันบ่อย ผมถึงไม่ชินเสียที 

“อยู่ร้านไอศกรีม คุณเอาด้วยมั้ย” เพราะพวกเราตั้งใจจะกลับหลังจากซื้อไอศกรีมเสร็จอยู่แล้ว 

(“เอานายได้มั้ย น่าจะอร่อยกว่าไอศกรีม”) คำตอบที่ได้รับกลับมาทำเอาอดกลอกตาไปมาไม่ได้จริงๆ 

“งานคุณเสร็จแล้วเหรอ” 

(“อืม กลับมาได้แล้ว”) 

“ซื้อเสร็จก็จะกลับแล้ว นี่รอของอยู่” 

อลันที่เดินไปรับไอศกรีมเดินกลับมาพร้อมส่งส่วนของผมให้ และทำปากว่าเป็นดีแลนโทรหาเหรอ ผมจึงพยักหน้ารับเบาๆ กัดยอดไอศกรีมรสวานิลลาหนึ่งคำให้ชื่นใจ 

(“อลันยังอยู่ด้วยใช่มั้ย”) 

“อยู่สิ” 

เราเดินกันไปเรื่อยๆ ตามทางกลับบ้าน ละเลียดไอศกรีมที่ซื้อมาในขณะที่ผมคุยโทรศัพท์ไปด้วย 

(“ให้อลันพาเดินย้อนกลับมาอีกทาง ทอมเพิ่งโทรมาบอกว่าเห็นหมอนั่นอยู่แถวสวนสาธารณะ”) 

คำบอกเล่าของดีแลนทำให้ผมชะงักฝีเท้าลงทันที ความกลัวที่ได้เผชิญหน้ากับชายปริศนาในวันนั้นกลับมาอีกครั้ง และวันนี้คนที่อยู่ข้างผมไม่ใช่ดีแลน 

อลันหันมามองเป็นเชิงถามเมื่อผมหยุดเดิน ก่อนจะเลิกคิ้วด้วยท่าทางกังวลใจเมื่อเห็นสีหน้าผม 

“มีอะไร” อลันถามขึ้น 

“ดีแลนบอกว่าเห็นหมอนั่นแถวสวนสาธารณะ” อลันที่ได้ฟังสีหน้าขรึมลงทันควัน พลางแบมือลงตรงหน้าผมเพื่อขอคุยกับดีแลนแทน ผมจึงส่งโทรศัพท์ให้เขา พลางมองไปรอบๆ ด้วยความหวาดระแวง 

แม้ว่าเราจะวางแผนล่อหมอนั่นออกมาก็จริง แต่วันนี้มันยังไม่ถึงเวลา อีกอย่างพื้นที่ตรงนี้ใกล้สวนสาธารณะมากกว่าบ้าน ผมไม่อยากเจอหมอนั่นตอนนี้ 

“มันอยู่ตรงไหน” เสียงอลันถามดีแลนดังขึ้น ก่อนจะเงียบไปเพื่อฟัง พลางพยักหน้ารับเบาๆ 

“เข้าใจแล้ว เดี๋ยวจะพาอ้อมไปด้านหลัง ...อืม ไม่ต้องห่วง” อลันวางสายและส่งโทรศัพท์คืนให้ผมด้วยสีหน้าจริงจัง แต่เมื่อเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลใจที่ผมแสดงออก จึงยิ้มส่งให้น้อยๆ 

“ไม่ต้องห่วง มันยังไม่กล้าทำอะไรตอนนี้หรอก ฉันเองก็อยู่ด้วย ถือซะว่าวันนี้เราเดินเล่นกันไกลหน่อย นายบอกว่าเบื่อบ้านนี่” 

“อืม” 

จริงอย่างอลันว่า ผมไม่ได้อยู่คนเดียวซะหน่อย อีกอย่างถึงอยู่คนเดียว วันนี้ก็ไม่ได้มืดถนนเปลี่ยวเหมือนอย่างวันนั้น ถ้ามันไม่มีอาวุธผมไม่มีทางยอมให้มันทำอะไรผมง่ายๆ แน่ 

เราเดินย้อนกลับมาอีกทางซึ่งไกลกว่า แต่มันก็ทำให้ผมไม่ต้องเฉียดเข้าใกล้บริเวณสวนสาธารณะ คุยเล่นเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อยๆ จนผมสังเกตเห็นร่างคุ้นตาในระยะไกลๆ ใครบางคนกำลังยืนสูบบุหรี่พิงกำแพงรอเราอยู่ เพียงแค่เห็นความอบอุ่นก็วาบขึ้นในใจ บ่าที่เกร็งมาตลอดทางผ่อนคลายลงอย่างไม่รู้ตัว 

“หึ ไหนว่าไม่อยากเสียแผน สุดท้ายก็ทนไม่ไหวต้องออกมารับ” อลันบ่นขึ้นมาขำๆ เมื่อเห็นดีแลนเช่นกัน 

เพราะเราไม่อยากให้ชายปริศนาคนนั้นรู้ว่าเรากำลังจับตาดูเขาอยู่ ดีแลนต้องไม่พยายามปกป้องผมจนออกนอกหน้ามากเกินไป วันนี้ผมมีอลันออกมาด้วยแล้วเขาไม่จำเป็นต้องออกมารับแบบนี้ 

แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงดีใจ ฝีเท้าจึงก้าวเร็วขึ้นเป็นพิเศษจนอลันกลายเป็นเดินตามอยู่ด้านหลังแทน ถ้าหูผมไม่ได้ฝาด ผมว่าผมได้ยินเสียงหัวเราะร่วนแว่วตามหลังมาให้ได้ยิน 

...ก็ช่วยไม่ได้นี่ สถานะมันต่างกัน 

ผมเดินไปหยุดตรงหน้าร่างสูงที่กำลังขยี้บุหรี่ด้วยปลายเท้า พลางยื่นไอศกรีมที่กินไปใกล้ๆ เขา 

“กินมั้ย” แกล้งถามยิ้มๆ ไปอย่างนั้นเองเพราะรู้ว่าเขาต้องปฏิเสธ อีกอย่างผมเลียมาตลอดทาง มันย่อมไม่น่ากินต่ออยู่แล้ว แต่กลับต้องชะงักมือกลับด้วยความผิดคาดเมื่อเขาก้มลงมากัดไปคำหนึ่ง ใกล้เสียจนได้กลิ่นบุหรี่จางๆ ความไม่ทันตั้งตัวทำเอาใบหน้าเห่อร้อนไปหมด เพราะเสียงเป่าปากจากคนด้านหลังนั่นแหละ! 

“แหม ไม่ยักรู้ว่าไอศกรีมมันอร่อยจนต้องแย่งกันกิน” 

“ไม่มีคนแย่งบ้างก็อย่าอิจฉา” ผมหันไปยักคิ้วให้อลันและย้อนกลับไป คนอย่างควินตันเขินแค่สองวินาทีก็เกินพอแล้ว 

“หูยยยย” ท่าทางกระอักเลือดของอลันทำเอาผมขำออกมาเสียงดัง แม้แต่ดีแลนยังอดยิ้มไม่ได้ 

ผมเลื่อนสายตากลับมาหาดีแลนอีกครั้ง ยิ้มกว้างให้ความรู้สึกปลอดภัยที่ดีแลนหอบเอามาด้วย ส่งไอศกรีมโคนที่ถูกกัดเหลือเพียงนิดเดียวเข้าปาก พลางแลบลิ้นเลียมุมปากเช็ดคราบและแอบยั่วคนตรงหน้าไปในตัว ได้เห็นดวงตาสีเทาเข้มขึ้นก็ยิ้มกว้างขึ้นอย่างพึงพอใจ 

ยั่วขึ้นเหมือนกันแฮะ 

“มาทำอะไรตรงนี้” ผมถามเขาออกไปทั้งที่รู้คำตอบอยู่แล้ว 

“ออกมาหาที่สูบบุหรี่” 

“ออกมาไกล๊ไกล” อลันเอ่ยล้อขึ้นทันทีที่ได้ยินคำตอบของดีแลน คนฟอร์มจัดจึงเหลือบดวงตาเย็นเยียบขึ้นมอง เรียงเสียงหัวเราะเบาๆ จากอลันได้อีกครั้ง 

“ฉันว่าฉันกลับดีกว่า เหมือนตรงนี้จะไม่มีใครต้องการฉันแล้ว ...ไม่อยากอยู่เป็นส่วนเกิน” พูดจบก็โบกมือลาเดินตัวปลิวออกไปทันที ไม่นานก็แวบหายลับตาไปกับตรอกซอกซอย 

ดีแลนส่ายหน้าช้าๆ และเบนสายตากลับมายังผม 

“อยากไปไหนอีกหรือเปล่า” 

“คุณไม่มีงานแล้วเหรอ” 

“มี” 

อ้าว แล้วถามทำเพื่อ? ดีแลนยกมือขึ้นขยี้หัวผมแรงๆ เหมือนมันเขี้ยวเมื่อเห็นสีหน้าผม 

“มีงานสักตอนบ่ายสอง อยากไปนั่งดูมั้ยล่ะ” 

“ก็ดีกว่านั่งๆ นอนๆ อยู่ที่บ้านเฉยๆ” ผมบอกพลางเดินเตะฝุ่นไปเรื่อยขณะที่เราเดินเคียงข้างกันกลับบ้าน ไม่ใช่ว่าน้อยใจอะไรหรอกนะ แต่บางอารมณ์มันก็มีแอบเหงาบ้างนิดหน่อย อย่างน้อยก่อนหน้านี้ผมจะออกมาเดินเล่นเมื่อไหร่ก็ได้เวลาที่เบื่อ 

“ทนอีกหน่อย เดี๋ยวก็จบแล้ว” จบเรื่องนี้ เพื่อมีเรื่องอื่นต่อมาอีกหรือเปล่า ผมได้แต่ถามตัวเองในใจคนเดียวเท่านั้น ไม่อยากสร้างเรื่องให้ดีแลนปวดหัวมากกว่าที่เป็นอยู่ เขาห่วงผมมากผมรู้ ไม่อย่างนั้นจะเดินมารอผมถึงนี่ทำไม ทั้งที่ผมมีอลันเป็นเพื่อนอยู่แล้ว 

“แล้วแอรอนล่ะ ได้ข่าวหมอนั่นบ้างหรือยัง” 

“ถึงจะไม่เห็นตัว แต่โจบอกว่าแถบนั้นมีคนแปลกหน้าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แปลว่ายาถูกกระจายออกไปมากกว่าปกติ ถ้าไม่ใช่หมอนั่นก็ไม่มีใครกล้าแล้ว” คำบอกเล่าของเขาทำเอาอดเหลือบสายตาไปมองไม่ได้ 

“ทำไมถึงมั่นใจว่าไม่ใช่คนอื่น” 

“เพราะฉันรู้จักหมอนั่นดี” 

เหมือนหัวใจเต้นแกว่งไปวูบหนึ่งเมื่อได้ยินประโยคนั้น แต่ก็เป็นชั่วเวลาแค่แวบเดียวเมื่อคิดได้ว่าดีแลนไม่มีทางคิดเกินเลยกับแอรอน แม้ความสัมพันธ์ทางกายจะมากแค่ไหน แต่สิ่งที่เขาทำไม่มีทางที่ดีแลนจะอภัยให้ได้ ผมไม่มีอะไรต้องกังวล 

“แต่ถ้าเขายังไม่ยอมปรากฏตัวออกมาเราก็ทำอะไรไม่ได้ใช่มั้ย” 

“ใช่” ดีแลนตอบกลับมาสั้นๆ ตอนนี้เราเห็นร้านสักของเขาอยู่อีกไม่ไกลแล้ว “แต่นายไม่ต้องกังวลเรื่องนี้หรอก ดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากแผนการที่กำลังจะเกิดเร็วๆ นี้ก็พอ” 

พอวกกลับมาที่ปัญหาของตัวเองอีกครั้งก็ได้แต่ทอดถอนใจ 

“แล้วทอมได้บอกหรือเปล่าว่าผู้ชายคนนั้นไปที่สวนสาธารณะทำไม หรือว่าเขาจะไปที่ชายทะเลสาบเพื่อหายาเสพติด” 

“เพราะมันรู้ว่านายจะผ่านไปทางนั้น” ขนกายลุกขึ้นชูชันทันทีเมื่อรู้ว่าไอ้บ้านั่นไปดักรอผมอยู่ 

“แต่อลันก็อยู่ด้วย” 

“มันก็คงอยากลองเสี่ยงดู ไม่ได้เสียหายอะไรนี่ เจอนายกับคนอื่นก็แค่หลบไป แต่ถ้ามันเจอนายคนเดียวเมื่อไหร่ก็เสร็จมัน ปืนที่ให้ไว้พกติดตัวหรือเปล่า” 

“ใครจะพกไอ้ของอันตรายแบบนั้นติดตัวเล่า” เกิดมันลั่นเปรี้ยงปร้างขึ้นมาละ แค่รู้ว่ามีเจ้าสิ่งนั้นเป็นของตัวเองก็ประสาทเสียจะแย่ แต่ดีแลนกลับหันขวับมองผมทันที 

“แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรที่ฉันให้ ถ้าถึงเวลาที่ต้องใช้แต่มันกลับไม่อยู่ที่ตัว ทีหลังถ้าจะออกมาข้างนอกก็พกติดตัวไว้ซะ” เสียงเข้มแสดงคำสั่งชัดเจนจนนึกขัดใจ 

สั่งๆ ๆ อยู่นั่นแหละ สั่งจนเป็นขี้มูก! 

 

 

 

50% 

>>>> 

มาแล้ววว หายไปหลายวันเลย ขอโทษค่า 

เนื้อหาตอนนี้ยังไม่มีอะไรหวือหวาเนอะ อย่าเพิ่งเบื่อกันน้าา 

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นและกำลังใจค่า 

กลับหน้าเรื่อง

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636973441316511097.jpghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636973441316734995.jpg

ช่องทางการสั่งซื้อ 

www.hermitbookshop.com

 

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636987094938705895.jpghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636987094938213556.jpg

ช่องทางการสั่งซื้อ

http://deerbookshop.lnwshop.com

 

 

 

 

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น