Roommate รักนี้เกิดที่หอใน
S1:E31 “ฝากเกียร์” (หินxดรีม)
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
S1:E31 “ฝากเกียร์” (หินxดรีม)

วันเสาร์ที่ 25 สิงหาคม 2561

ร่างเล็กค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ สิ่งแรกที่เขาเห็นคือใบหน้าคมของคนที่เขาอยากจะคุยด้วยมาตลอดสองปี ไม่รู้ว่าเขาหันมาซบอกของหินตอนไหนแต่มันทำให้เขารู้สึกดีไม่น้อย

แกร็ก!

เสียงเปิดประตูดังขึ้นอย่างจัง จนทำให้ใบหน้าหวานหันไปมองตาม พอเห็นเป็นผู้ชายคนหนึ่งยืนอยู่ด้วยใบหน้างงๆเขาจึงรีบดีดตัวลุกขึ้นลงมายืนข้างๆเตียงนอนทันที

“เอ่อออ…โทษทีๆลืมไปคิดว่ามีแค่ไอ้หิน” ร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงประตูพูดพร้อมเกาหัว แรงที่คนตัวเล็กลุกเมื่อกี้มันทำให้หินค่อยๆดันตัวลุกขึ้นมานั่งเกาหัว พอหันไปข้างๆเตียงนอนเขาก็เห็นดรีมทำหน้าตกใจมองมาที่เขาอยู่ ส่วนอีกฝั่งตรงประตูก็เป็นพี่ชายของเขากำลังยืนยิ้มๆ

“อะไรอะเฮีย?”

“เปล่า…ว่าจะมาปลุกแต่ลืมไปว่ามึงนอนกับเมียอยู่…” ใบหน้าหวานถึงกับร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีที่ได้ยินแบบนั้น เขาอยากจะปฏิเสธว่าไม่ใช่ แต่ก็กลัวหินโกรธเลยได้แต่ยืนอยู่นิ่งๆ

“เดี๋ยวลงไป...” พูดพร้อมกับล้มตัวลงไปนอนต่อ ส่วนคนตัวเล็กยังคงยืนอยู่งงๆ

“งั้นกูไปทำงานล่ะ งานเข้าวันเสาร์ ซวยฉิบหาย…” คนเป็นพี่พูดพลางหันมายิ้มให้คนตัวเล็ก ก่อนที่เขาจะปิดประตู หินเมื่อเห็นว่าพี่เขาออกไปแล้วจึงได้ลืมตาแล้วหันไปมองึนตัวเล็กที่ยืนอยู่

“มานี่ดิ…” ได้ยินดรีมจึงค่อยๆขยับไปใกล้ๆขอบเตียงนอน

หมับ!

“อ๊ะ!” แขนหนารีบดึงร่างของคนตัวเบาให้นอนลงมาเตียงนอนแล้วกอดไว้ทันที

“มึงจะลุกทำไมวะ?”

“ก็ตกใจพี่ของหินอะ” เขาพอจะรู้อยู่ว่าคนเมื่อกี้เป็นพี่ของหิน ถึงจะไม่ค่อยเห็น เพราะตอนเรียนอยู่ต่างจังหวัดพี่เขาก็ไม่ได้อยู่บ้านอยู่แล้ว เพราะมาทำงานที่กรุงเทพ แสดงว่าตอนที่หินย้ายมาเรียน ก็คงมาอยู่ที่นี่สินะ

“นอน…” พูดพลางกอดคนตัวเล็กไว้แน่น ใบหน้าใสได้แต่ซบอยู่ที่อกแกร่ง จะเอามือไว้ตรงไหนเขาก็ยังไม่รู้

“อืออออ..จะอาบน้ำแล้ว”

“…”

“หิน” สรุปแล้วหินก็ไม่ยอมปล่อยเขาไปอยู่ดี เขาเลยต้องยอมนอนให้คนตัวสูงกอด ก่อนที่จะคล้อยหลับตามลงไปในที่สุด

..

..

“ผมเสียใจด้วยนะครับ ทางเราพยายามจนถึงที่สุดแล้ว แต่ว่าผู้ป่วยเสียเลือดมากเกินไป...” เสียงของคนที่ขึ้นชื่อว่าหมอก้องกังวานไปทั่วโสตประสาท วินาทีนั้นทุกอย่างมันเหมือนได้ดับมืดลงไปหมด เขาพูดอะไรไม่ออกเลยแม้แต่นิดเดียว

“ไม่จริงใช่ไหม..ฮืออออออ…” ร่างเล็กสั่นเทาพร้อมกับเดินไปกอดแม่ของเขาไว้

“เดียร์ลูกแม่ ฮืออออ…” หัวใจของผู้เป็นแม่แทบแตกสลายเมื่อรู้ว่าลูกสาวของเขาได้จากไปแล้ว คนที่เขาอุตส่าห์สู้เลี้ยงทะนุถนอมมาตั้งแต่น้อยๆจนมีงานทำ แต่แล้วกลับต้องจบชีวิตลงไปตั้งแต่อายุยังน้อยๆ

“ฮืออออออ…”

“ดรีม…”

“ดรีม!” เสียงคุ้นหูตะโกนเรียกจนคนตัวเล็กรู้สึกตัว

“มึงจะร้องไห้ทำไม?” ร่างเล็กรีบโผเข้ากอดคนตัวสูงทันที

“ฮือออ…” ร่างกายสั่นเทาภายใต้อ้อมกอดอุ่นๆของชายหนุ่มคนเดียวที่เขารัก เมื่อกี้เขาฝันถึงเรื่องในอดีตอีกแล้ว

“ชู...เงียบๆ”

“เราคิดถึงพี่เดียร์ ฮึก…” ได้ยินคนตัวสูงจึงขมวดคิ้ว

“หยุดร้องก่อน…” เสียงนุ่มๆพูดพลางลูบหัวของคนร้องไห้ สักพักร่างบางถึงค่อยๆเงียบลง สองมือยกขึ้นมาปัดน้ำใสๆที่ไหลออกมาจากดวงตา จนหินต้องยกมือขึ้นมาเช็ดให้

“ไปล้างหน้าก่อน” ดรีมค่อยๆผละออกจากอ้อมกอดอุ่นๆก่อนจะลุกลงจากเตียงนอนแล้วไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ สายตาคมได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง คนคนนี้ทำไมถึงได้ร้องไห้บ่อยเกินไปแล้วนะ ในใจมีอะไรให้คิดเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?

หินพอเห็นว่าดรีมออกมาจากห้องน้ำแล้ว เขาถึงได้เข้าไปต่อ…สองขาเรียวเดินไปยืนชมวิวที่ระเบียง คิดเรื่องอะไรไปต่างๆนานา ชีวิตของเขามันก็แค่นี้จริงๆทำไมเขาต้องเกิดมาแล้วมีเรื่องอะไรให้คิดมากขนาดนี้ด้วย

“…” ร่างสูงพอออกมาจากห้องน้ำเขาก็เห็นคนตัวเล็กยืนอยู่ที่ระเบียง เลยได้เดินเข้าไปยืนอยู่ข้างๆร่างบางจึงหันมองเสี้ยวหน้าคมนิดๆก่อนจะหันกลับไปชมวิวต่อ ทั้งสองเงียบไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลยสักคำ สายลมพัดเข้ามาเรื่อยๆจนริ้วเสื้อและเส้นผมปลิวไสว

“พี่เราเสียชีวิตไปได้สองปีละ…” สักพักคนที่ยืนอยู่ข้างๆก็พูดขึ้นมาพร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปมองบนท้องฟ้าโปร่ง ได้ยินหินถึงกับต้องหันมาขมวดคิ้วมอง เขาเองก็รู้สึกตกใจไม่น้อยเพราะไม่เคยรู้ข่าวนี้มาก่อนเลย อีกอย่างก็คงเป็นเพราะเขาตัดขาดการติดต่อจากดรีมทุกอย่างหลังจากวันนั้น

“อุบัติเหตุน่ะ” พูดเสริมจนแขนหนาข้างหนึ่งต้องยกขึ้นไปโอบกอดไหล่ของดรีมแล้วดึงให้เข้ามาซบที่ไหล่ของเขา ตอนนี้เขารับรู้ถึงความรู้สึกของดรีมแล้ว ตลอดสองปีที่ผ่านมานอกจากจะอยู่คนเดียวไม่มีเพื่อน ยังต้องมาทนทุกข์เรื่องของพี่สาวอีก แล้วไหนจะเรื่องของเขาที่ทิ้งเจ้าตัวมา

“กูจะอยู่ข้างมึงเอง…” เมื่อได้ยินคำพูดพร้อมกับรอยยิ้มของหิน มันก็ทำให้เขาคลี่ยิ้มทันที เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าหล่อๆนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน…หรือบางทีอีกไม่นานนี้เขาอาจจะไม่ได้เห็นมันอีกแล้วก็ได้ แต่เขาอยากจะซึมซับช่วงเวลานี้ให้ได้มากที่สุด

“เดี๋ยวจะทำให้มึงเข้มแข็งขึ้นมาเอง” พูดพร้อมกับยกมือขึ้นไปลูบหัวของคนตัวเล็ก

“ขอบคุณนะ…”

..

..

..

บนรถ

เวลา 10:15 น.

“ย้ายมาอยู่กับกู…” ได้ยินดรีมจึงเลิกคิ้วพร้อมกับหันมามองเสี้ยวหน้าคมของคนที่กำลังขับรถอยู่

“ย้ายไปทำไมอะ?”

“เถอะน่า…คนรักกันก็ต้องอยู่ด้วยกันป่ะวะ ย้ายมาอยู่ห้องกับกู เมทเพิ่งย้ายไปเรียนต่างประเทศ…” คนตัวสูงพูดต่อ แต่ทำไมพอได้ยินมันถึงกับทำให้ดรีมเผลอคลี่ยิ้มออกมาทันที

“ยิ้มอะไร?”

“เปล่า…” ร่างเล็กรีบหันหน้าหนีด้วยความเขิน ให้ไปอยู่ด้วยกันแบบนี้ก็แสดงว่าเขาจะได้ใกล้ชิดกับหินตลอดเวลา แบบนี้ใครจะไม่เขินอะ

“หึๆ” หินเห็นเช่นนั้นเขาก็แอบยิ้มออกมาก่อนจะหันไปขับรถต่อ

“แล้ว…”

“พอๆเลิกถามได้แล้ว…” จะถามแต่หินกลับพูดขัดขึ้นมา ร่างเล็กจึงเงียบแล้วก็หันออกไปมองนอกรถ ตามจริงเขาก็ไม่อยากรบกวนสมาธิของคนขับเหมือนกัน แต่มันก็มีหลายอย่างที่เขาอยากจะถามคนคนนี้ เพราะสองปีที่ผ่านมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมาบ้างเขาก็ยังไม่รู้เลย

สรุปหินก็พาเขาไปทำเรื่องย้ายหอ แล้วก็ช่วยขนของมาที่ห้องของเจ้าตัว กว่าจะเสร็จก็เลยเที่ยงมาแล้วนิดหน่อย

ดรีมที่จัดของเสร็จแล้ว ได้แต่ยืนเช็ดเหงื่ออยู่ด้วยความเหนื่อย สายตาคมหันมาเห็นจึงได้เดินเข้าไปหาแล้วเอาผ้าเช็ดหน้าที่ยังไม่ได้ใช้ ซับเหงื่อให้ คนตัวเล็กแอบชะงักไปไม่น้อย แต่เขาก็ยอมยืนอยู่เฉยๆตากลมจ้องมองเข้าไปในนัยน์ตาบนใบหน้าหล่อ คนที่กำลังตั้งใจเช็ดเหงื่อให้เขาอยู่

“เอ่อออ..ขอบใจนะ…” เมื่อหินเช็ดเสร็จ เขาจึงได้เอ่ยขอบคุณ แต่ทั้งสองกลับยังยืนจ้องหน้ากันตาไม่กะพริบ สักพักใบหน้าคมจึงค่อยๆโน้มลงไปจูบที่ปากของดรีมแล้วผละออก

จุ๊บ

“เหนื่อยไหม?” หินถามเสียงปกติ แต่ใบหน้าของอีกคนตอนนี้มันแดงขึ้นมาจนต้องหันหน้าหนี หัวใจก็สั่นไม่เป็นจังหวะ เขาทำตัวไม่ถูกเมื่อเห็นใบหน้าหล่อๆของหิน จะว่าไปแล้วผ่านมาสองปีหินก็หล่อขึ้นเยอะเลย

“เอ่อ...ไม่ค่อยๆ” ตอบเสียงสั่น จนมือหนาต้องยกขึ้นมาลูบผมนุ่มเบาๆ

“ไปกินข้าวกันเถอะ...” ตอนนี้ก็เที่ยงกว่าๆแล้วทั้งสองยังไม่กินข้าวเลย ดรีมพยักหน้าก่อนที่จะเดินไปหยิบกระเป๋าตังค์กับโทรศัพท์ ทั้งสองเดินลงมาที่ร้านอาหารศูนย์อาหารข้างล่างหอพัก วันนี้คนค่อนข้างบางตาเพราะว่าเป็นวันเสาร์ ส่วนมากน่าจะพากันกลับบ้าน ทั้งสองเดินไปหาโต๊ะนั่ง

“เอาไร? เดี๋ยวไปซื้อให้”

อึก...

“…” แต่ดรีมกลับชะงักทันทีที่ได้ยิน ภาพความทรงจำเก่าๆไหลย้อนเข้ามาในสมองของเขา เขาจำได้ว่าเมื่อตอนนั้นหินก็ถามเขาว่าจะกินอะไร แล้วเขาก็เป็นคนนั่งรอที่โต๊ะ มันเหมือนเดิมอีกแล้วสินะ เวลาอยู่กับคนๆนี้...

“ดรีม…” ใบหน้าคมขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะเรียกคนตรงหน้าอีกครั้ง

“เอ่อ...เอาข้าวผัด” เขาตอบ ก่อนหินจะลุกขึ้นเดินไปซื้อข้าว สายตาของเขาก็ได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างด้วยความรู้สึกต่างๆมากมาย สักพักหินก็เดินกลับมาพร้อมจานข้าว

“คิดอะไรอยู่?”

“เปล่า แค่นึกถึงตอนที่เราอยู่โรงอาหารด้วยกัน มันเหมือนๆเดิมเลยเนอะ…” คนตัวเล็กตอบพร้อมกับจะลงมือกินของตรงหน้า

“...แต่กูว่ามันไม่เหมือนเดิมนะ” สักพักหินก็พูดขึ้นมาจนดรีมต้องเงยหน้าขึ้นมาขมวดคิ้ว

“ยังไง?”

“ก็ตอนนั้นเราเป็นเพื่อนกัน แต่ว่าตอนนี้เป็นแฟนกันไง”

ตึกตัก…

ใบหน้าขาวในตอนแรกตอนนี้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ เขารีบหันหน้าหนีหินทันที เห็นแล้วมันก็ทำให้คนตัวสูงยกยิ้มมุมปาก เขามองคนตรงหน้ายังไงก็ยังน่ารักเหมือนเดิม… ก่อนที่ทั้งโต๊ะจะหวานจนมดขึ้น ทั้งสองก็ได้ลงมือกินข้าวโดยที่หินเองก็ถามเรื่องราวต่างๆที่ผ่านมา ดรีมก็ตอบบ้าง ถามกลับบ้าง จนเวลาผ่านไปเรื่อยๆคนทั้งสองพอกินเสร็จก็ได้พากันกลับเข้าไปในหอ

“หินเรียนวิศวะใช่ไหม...” ขณะนี้คนทั้งสองกำลังเข้ามาในลิฟต์

“ทำไมรู้?”

“เห็นสร้อยที่มีเกียร์ที่หินกำลังใส่อยู่อะ...” ได้ยินคนตัวสูงเลยก้มลงไปมองที่คอของเขา สักพักลิฟต์ก็เปิดออกทั้งสองจึงได้เดินออกไป...วันนี้อาการค่อนข้างร้อนกว่าปกติ ฝนที่เคยตกก็ไม่ตก ดรีมเดินเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำเพื่อดับความร้อน เพราะเพิ่งเปิดแอร์เมื่อกี้ ในห้องมันเลยยังไม่ค่อยเย็นสักเท่าไหร่ ส่วนหินก็เดินไปนั่งลงที่เตียงนอน

“มานี่ดิ...” เมื่อเห็นว่าดรีมเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วเขาจึงเรียกให้เข้ามาหา ร่างเล็กแอบเลิกคิ้วเล็กน้อยแต่ก็ยอมเดินเข้าใกล้ๆหินไม่พูดอะไรนอกจากจะลุกขึ้นพร้อมกับใส่สร้อยคอของเขาที่ถอดออกเมื่อกี้ให้ดรีม จนคนตัวเล็กขมวดคิ้ว

“รักษาไว้ดีๆอย่าให้หายนะเกียร์กูอะ...” คำพูดที่ออกจากปากของหินมันแอบทำให้ดรีมชะงักไปไม่น้อย ใบหน้าหวานได้แต่เงยขึ้นไปมองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้เขากลับรู้สึกตื้นตันใจแปลกๆหินยอมฝากเกียร์ไว้กับเขา แสดงว่าหินจริงจังกับเขาจริงๆใชไหม

หมับ!

“…” ร่างเล็กถึงกับโผเข้ากอดเขาทันที หินแอบชะงักไปนิดๆแต่เขาก็ยอมยกมือขึ้นมากอดคนตรงหน้ากลับ…ก็เขารักคนคนนี้จริงๆไม่สามารถลืมไปได้เลยตั้งแต่ย้ายโรงเรียนหนี ยิ่งตอนที่เขามาเห็นว่าดรีมเข้ามาเรียนที่นี่ ตอนแรกก็ตกใจไม่น้อย แต่ก็ต้องทำเป็นไม่รู้เพื่อรอโอกาสเข้าหา...

“อย่าทิ้งกูนะดรีม กูรักมึงจริงๆนะ”

“อืม…”

..

..

..

#HinPart

ปัง!!!!!

“หิน...” เสียงปืนดังขึ้นไปทั่วทั้งโสตประสาท ตามด้วยเสียงเรียกชื่อจากคนที่เขารัก ก่อนที่ภาพตรงหน้าจะเป็นร่างเล็กกำลังยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาจับหน้าของเขาไว้พร้อมกับลูบเบาๆของเหลวสีแดงไหลออกมาจากหน้าท้องของเขาจนคนเห็นแทบจะสติแตก

“มะ..ไม่นะดรีม…” เสียงเขาสั่นกลัว

“ถึง..เราจะชอบโกหกหิน อึก...” ใบหน้าคนเจ็บพยายามพูดออกมาให้ได้ แต่เขาก็เจ็บตรงจุดที่ถูกยิงเสียเหลือเกิน มันเจ็บจนเขาแทบใจจะขาด

“…ยะ..อย่าทำให้กูกลัวได้ไหม” ใบหน้าหล่อเริ่มมีน้ำใสๆไหลออกมาจากดวงตา แต่มือนุ่มกลับเกลี่ยมันออกพร้อมกับฝืนยิ้มให้

“แต่มีเรื่องเดียว...ที่เราไม่เคยโกหกหินเลยนะ…”

“คือเรา…”

พรึ่บ!!!!

วันจันทร์ที่ 27 สิงหาคม 2561

เวลา 06:30 น.

“ฮา..ฮ๊า..ฮืออ..ฮา” เป็นบ้าอะไรของผมอีกวะ เสียงหายใจหอบดังขึ้นมาไม่หยุด ก่อนที่ผมจะรีบหันไปหาคนที่นอนอยู่ข้างๆแต่กลับไม่เห็น ไม่ยิ่งทำให้ผมรู้สึกหวั่นใจ ภาพในฝันเมื่อกี้มันเหมือนจริงเกินไป

(ฮัลโหล)

“อยู่ไหน?” ผมถามเสียงหอบ

(ลงมาซื้อข้าวข้างล่างอะ)

“ทำไมไม่ปลุกกูวะ?”

(โทษทีๆเราเห็นว่าหินยังนอนอยู่ เลยไม่อยากปลุกอะ...)

“อ่าๆรีบขึ้นมา” ผมบอกก่อนจะกดตัดสายไป แม่งทำให้ผมเป็นห่วงตลอดเลย ผมไม่รู้เป็นอะไรพักนี้ตั้งแต่ให้มันมาอยู่ด้วย ก็เริ่มกังวลใจแปลกๆกลัวว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกันกับมันอีก คงเป็นเพราะไม่ได้มาอยู่ด้วยกันแบบนี้นานแล้วมั้ง

แกร็ก…

“หินเพิ่งตื่นใช่ไหม? งั้นไปล้างหน้าเเปรง…”

หมับ!

“...” ผมเดินเข้าไปดึงมันเข้ามากอดทันทีเลยครับ

“ต่อไปจะไปไหนก็บอกก่อนดิวะ กูเป็นห่วง…” ยิ่งตื่นมาแล้วไม่เห็นมันอยู่ในห้อง ผมแม่งแทบจะไม่มีอารมณ์ทำอะไรเลยครับ

“อืม…” มันครางตอบพร้อมกับผละออกมายิ้มให้ แม่งหลงใบหน้าของมันมาตั้งแต่แรกแล้วไงครับ

เฮ้ออออ…

..

..

#WriterPart

“เลิกเรียนเดี๋ยวมารับนะ” ร่างเล็กได้แต่พยักหน้าเป็นการตอบรับแล้วเปิดประตูลงไป พอเห็นว่าดรีมเดินจะเข้าตึกแล้วหินจึงได้ขับรถออกไปทันที ใบหน้าใสหันกลับไปมองรถของคนตัวสูงด้วยความรู้สึกที่มันกำลังเริ่มกัดกินหัวใจของเขาอยู่ มันเริ่มลึกขึ้นเรื่อยๆจนเขาแทบจะไม่อยากทำอะไรแล้ว ใบหน้าหวานสลัดความคิดทิ้งก่อนจะรีบเดินตรงเข้าไปในห้องน้ำที่ตอนนี้ไม่มีคนอยู่

“จะหวั่นใจไม่ได้นะดรีม…” เขาเปิดน้ำจากก๊อกในอ่างล้างมือ ห่อมือตักมันขึ้นมาตบลงไปที่ใบหน้าของตัวเองเบาๆ

“มันเป็นงาน จำไว้ดรีมจำไว้...” พูดกับตัวเอง สักพักก่อนจะเช็กสภาพใบหน้าแล้วเดินออกไปจากห้องน้ำ เขาเดินเข้าไปในห้องที่ตอนนี้มีคนไม่เยอะมาก ก่อนจะนั่งลงที่นั่งประจำ ร่างบางกวาดสายตาดูชายหญิงคนอื่นๆที่กำลังจับกลุ่มคุยกันอย่างมีความสุข แต่เขากลับไม่มีเพื่อนเลยสักคน..

ตื้ดด… เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น หยิบขึ้นมาดูพอเห็นว่าเป็นใคร เขาจึงออกไปรับสายข้างนอก…



Contact Me 

twitter @heartfilia_emma 

Page ไรท์เอ็ม 

แท็ก #รักนี้เกิดที่หอใน

ลิงก์​สั่งซื้ออยู่หน้าแนะนำข้างบน

(ราคา 252฿)

กลับหน้าเรื่อง

ไรท์เอ็ม (Right M)

Twitter: @heartfilia_emma

Page: ไรท์เอ็ม

Line official: @rightm (มี@)

- DO NOT COPY MY WORK - 

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น