Let me free [20+] ตีพิมพ์สำนักพิมพ์ Hermit Books
ตอนที่ 8 : Bad-tempered [50%] *แก้ไขคำผิด
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร
ตอนที่ 8 : Bad-tempered [50%] *แก้ไขคำผิด

Bad-tempered 

 

หลังจากนั้นผมก็ใช้เวลากับโจเซฟทั้งวัน เขาใช้รถซีดานที่ขับตามไปโกดังวันนั้นพาผมเที่ยวรอบเมือง และด้วยคำแนะนำของโจเซฟ ผมจึงตัดสินใจซื้อโทรศัพท์เครื่องแรกในชีวิต เพราะเห็นถึงความสำคัญของมันแล้ว และชื่อแรกที่บันทึกลงไปคือชื่อของเขา 

อยู่กับโจเซฟให้ความรู้สึกต่างจากอยู่กับดีแลนอย่างสิ้นเชิง ความเป็นคนง่ายๆ ของเขาส่งผลให้ผมสบายใจตามไปด้วย ไม่ได้เดินเล่นอย่างผ่อนคลายขนาดนี้มานานเท่าไหร่แล้วนะ 

จำไม่ได้แล้วสิ 

แม้กระมั่งในเวลาปกติของชีวิต ผมก็ลืมมันไปนานแล้ว 

อาจจะเป็นตอนที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวก็ได้ 

ฉากสมมติที่ผมเฝ้าฝันถึง ทั้งที่ไม่รู้ว่ามีอยู่จริงหรือไม่ก็ตาม 

“ป้ายรถโดยสารอยู่ตรงนั้น มีรอบเช้าน่าจะเจ็ดโมงกับรอบเย็นหกโมงครึ่ง” โจเซฟชี้ไปทางป้ายเก่าๆอีกฝากของถนนให้ผมดู ตรงนี้อาจต้องใช้เวลาหน่อยถ้าเดินมาจากบ้านของดีแลน แถมเป็นเที่ยวเช้าชะมัด 

จะหาเรื่องออกมาตอนเช้าขนาดนั้นได้หรือเปล่านะ ไหนจะยังต้องเผื่อเวลาในการเดินอีกด้วย หรือบางที... 

“นายจะไปไหน” โจเซฟถามขึ้น 

“ฉันอยากกลับบ้าน” 

คนด้านข้างเงียบไปถนัดจนผมต้องอธิบายเพิ่ม 

“แค่กลับไปหาคนรู้จัก เขาคงเป็นห่วงที่อยู่ๆ ฉันหายไปเฉยๆ และจะไปบอกเรื่องโทรศัพท์ด้วย เราจะได้ติดต่อกันได้” 

“ดีรู้เรื่องนี้หรือเปล่า” 

“...” 

ผมไม่ตอบ และคิดว่าเขาคงรู้คำตอบดีอยู่แล้ว โจเซฟอาจจะรู้เรื่องที่ทอมบุกไปบ้านผมด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้นก็มีเรื่องหนึ่งที่ผมมั่นใจ ...ผมไว้ใจเขาได้ เขาจะไม่บอกดีแลนถ้าผมขอร้อง 

“ถ้าเขารู้นายจะเจ็บตัว” เสียงนิ่งเอ่ยออกมาทั้งที่ดวงตามองถนนว่างเปล่าตรงหน้า ในขณะที่เรานั่งกันอยู่บนรถ หลังจากตะลอนมาทั้งวัน 

“ฉันจะรีบไปรีบกลับ” 

“นายไม่เข้าใจ ดีมีดวงตาคอยมองเมืองนี้แทนเขาอยู่เป็นร้อยคู่ นายไม่มีทางหลบเขาพ้นหรอก” 

“หมอนั่นเป็นสับปะรดหรือไง ถึงได้มีลูกตามากขนาดนั้น” 

โจเซฟหันมามองหน้าผมก่อนเสียงขำพรืดดังลั่นขึ้นมาเมื่อจบประโยค เรามองหน้ากันก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง 

ให้ตายสิ หมอนี่ประหลาดชะมัด แต่ก็ให้ความรู้ดีจริงๆ 

“ฉันพูดจริงๆ นะ นายควรคิดให้ดี” โจเซฟกล่าวซ้ำอีกครั้งเมื่อเราหยุดหัวเราะกันแล้ว 

“นายบอกว่าฉันหลบตาเป็นร้อยคู่ของเขาไม่ได้ งั้นถ้าเป็นนายล่ะ นายจะพาฉันหลบออกไปได้มั้ย?” 

ผมมั่นใจว่าผมรู้คำตอบ 

 

กว่าจะกลับถึงบ้านฟ้าก็มืดลงมากแล้ว ตะวันยอแสงเป็นสีล้มกลืนกินท้องฟ้า ผมขอให้โจเซฟจอดเลยบ้านดีแลนไปหน่อยเพื่อจะเดินกลับเข้าไปเอง อย่างน้อยเพื่อนร่วมทางของผมวันนี้จะได้ไม่เดือดร้อน 

ร้านสักเงียบสงบ แสงอาทิตย์สุดท้ายทาสีส้มไปทั้งบนพื้นและผนัง ไฟปิดหมดทุกดวงแล้ว ไม่มีใครที่นี่ ฮาร์เปอร์คงกลับไปแล้ว และประตูด้านหน้าเปิดไว้แง้มๆ เท่านั้น ในห้องครัวและห้องนั่งเล่นว่างเปล่าเช่นกัน เห็นเพียงถุงกระดาษจากร้านที่ผมเพิ่งไปมาวันนี้อยู่ในถังขยะ 

เขาคงกินข้าวเย็นแล้ว 

ผมเปิดตู้เย็น หยิบน้ำเทใส่แก้วนั่งดื่มบนเค้าน์เตอร์ดับกระหาย ก่อนเสียงขลุกขลักจากด้านในห้องจะดังขึ้น ชะโงกหน้ามองไปทางห้องนอนเพราะคิดว่าเสียงมาจากด้านในนั้น แต่กลับผิดคาดเมื่อประตูที่เปิดออกคือห้องที่มักปิดล็อกไว้เสมอ 

ห้องของแอรอน 

ผมมองร่างสูงเดินออกมาจากห้องนั้นด้วยใบหน้านิ่งขรึมมากกว่าที่เคย เหมือนเขายังไม่เห็นผมที่นั่งอยู่ตรงนี้ เพราะดีแลนทำท่าจะเดินออกไปที่ร้านแต่กลับต้องชะงักเมื่อเห็นผมเข้าเสียก่อน ใบหน้าฉายแววไม่พอใจออกมาชัดเจน 

“ไปไหนมา” น้ำเสียงคุกคามถามขึ้น ดวงตาสีเทาเข้มขึ้นไปหลายเฉดเมื่อผมเห็นเขาใกล้ๆ 

“เดินเล่น” จึงเลือกตอบกลับไปอย่างระมัดระวัง เพราะไม่รู้ว่าเขาอยู่ในอารมณ์ไหน 

“เดินเล่นนานดีนี่” 

“คุณบอกว่าอย่ากลับเย็น นี่ก็ยังไม่เย็นเท่าไหร่แสงอาทิตย์ยังอยู่” 

“มาทันแสงสุดท้ายพอดีสินะ” 

เขากำลังโมโห ...มากทีเดียว แต่ด้วยเรื่องอะไรนี่สิ จะใช่เรื่องที่เจอแอรอนวันนี้หรือเปล่า? เพราะเขาออกมาจากห้องนั้น 

“....” ผมเลือกที่จะเงียบแทนการต่อล้อต่อเถียงกับเขา ในเมื่อเขาร้อน ผมจำเป็นต้องเย็น เพราะไม่อยากให้ไฟเกรี้ยวกราดของเราทำผมเจ็บตัว 

“นายกำลังจะทำตัวเองถูกริบอิสรภาพคืน รู้ตัวไหม” ดีแลนย่างสามขุมตรงมายังผมด้วยท่าทางคุกคามมากกว่าเมื่อครู่ แต่ผมยังคงนั่งดื่มน้ำอยู่ที่เดิม 

“ผมทำอะไรผิด?” 

“...” คนฟังไม่ตอบคำถาม ยังคงตีหน้ายักษ์อย่างเดิม จนความไม่พอใจเริ่มปะทุขึ้นมาบ้างแล้ว เขาควรมีเหตุผล ไม่ใช่พาลใส่ผมทั้งที่ไม่ผิด 

“คุณพาผมออกไป... ไม่สิ ลากผมออกไป แล้วคุณก็ดันเจอแฟนเก่าที่นั่น ภาพความหลังคงไปสะเทือนใจอะไรก็แล้วแต่ของคุณเข้า ซึ่งผมไม่สนคุณโมโหทิ้งผมกลับบ้าน คุณให้สิทธิ์ผมไปไหนก็ได้แต่ต้องกลับก่อนมืด ซึ่งผมก็กลับมานี่แล้วไง” 

ผมพยายามอธิบายอย่างใจเย็น แม้จะใส่ประโยคจิกกัดไปในนั้นบ้างก็ตาม ทันเห็นสันกรามของอีกฝ่ายนูนชัดเมื่อเขากัดฟันแน่น แอบสะใจเล็กๆ แต่ยังคงรักษาใบหน้านิ่งสงบไว้ได้ 

“แอรอนไม่ใช่แฟนเก่าของฉัน” ดวงตาคมหรี่มองผมอย่างมุ่งร้ายจนผมอดเสียวสันหลังไม่ได้ แต่ปากผมยังเก่งอยู่ 

“อ้อ... ก็คงงั้นมั้ง คุณถอยไปได้หรือยัง ผมอยากอาบน้ำ” 

ผมก็ไม่ได้หวังว่าเขาจะหลบทางให้หรอก แค่อยากหาเรื่องหลีกเลี่ยงบทสนทนานี้เท่านั้นเอง เขาหงุดหงิดเรื่องแฟนเก่า แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมาลงที่ผมได้ และผมอยากให้เขารู้ว่าผมไม่ได้ใส่ใจ...ต่อให้เขาจะมีแฟนเก่าอีกกี่ร้อยกี่พันคน 

เพราะเรื่องระหว่างเรามันก็แค่เซ็กซ์ 

ไอ้ข้อตกลงระหว่างเราก็แค่การขายฝันลมๆ แล้งๆ เท่านั้น 

โลกสีเทาของผมยังคงเป็นโลกสีเทาใบเดิม ต่อให้มีเขาหรือไม่มีก็ตาม 

“นายได้อาบแน่ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้” จบคำพร้อมร่างของผมลอยหวือไปในอากาศ ท่อนแขนแกร่งรวบผมขึ้นพาดบ่าอย่างง่ายดายและเดินเข้าห้องนอนไปด้วยความรวดเร็ว 

“คุณจะทำอะไร! ปล่อยผมลงนะ!!” เป็นบ้าเลือดขึ้นหน้าอะไรของเขา 

ผมสะบัดขาดิ้นไปมาอย่างไม่กลัวตก เพราะรู้ว่าคนตัวใหญ่ไม่มีทางปล่อยให้ผมร่วงแน่ ทั้งมือทั้งขารั้งประตูห้องเท่าที่จะคว้าได้ เมื่อดีแลนจะพาผมเข้าไปในนั้น แต่เขากลับกระชากตัวออกส่งผลให้เล็บผมขูดปูนเปลือยเป็นทางยาว 

ไอ้เวรเอ๊ย 

ผมยังคงดิ้นต่อไปแม้เจ็บจนน้ำตาไหล จนกระทั่งดีแลนโยนผมลงไปบนโซฟาในห้องนอน 

ใช่...เขาโยน 

แผ่นหลังและสะโพกกระแทกลงไปเต็มแรงจนจุก สมองมึนงงไปชั่วครู่ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั้งดีแลนกระชากกางเกงของผมออกไป สติที่หล่นหายกระเด้งกระดอนกลับคืนมาทันที 

“ถอดกางเกงผมทำไม!?” มือไล่คว้ากางเกงคืนกลับมา แต่คนถอดกลับโยนมันออกไปไกลแล้ว ตอนนี้ด้านล่างจึงโล่งโจ้งมีเพียงชั้นในปกปิด 

ดวงตาสั่นระริกมองคนตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ เขาจะทำอะไรกับผมก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่เพราะคนอื่นเป็นสาเหตุ! ในตอนนี้ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าดวงตาสีเทาตรงหน้าเห็นผมเป็นใคร 

ผมหรือว่าแอรอน 

ยังไม่ทันได้คิดอะไรมากกว่านั้น ผ่ามือร้อนก็จับเข่าผมชันขึ้นและแยกออกจากกันโดยที่ผมสู้แรงเขาไม่ได้เลย ได้แต่ปัดมือเขาออกพัลวันเมื่อชั้นในตัวเล็กกำลังจะถูกพรากจากไป 

“โอ๊ย” เสียงร้องหลุดออกมาจนได้แม้จะกลั้นไว้แค่ไหนก็ตาม เมื่อมือหนารวมมือผมทั้งสองข้างไว้ด้วยกัน ปลายนิ้วเจ็บจี๊ดขึ้นมาทันที 

ผมเหนื่อยเต็มทน 

ความเจ็บและอ่อนล้าทำให้การต่อต้านทุกอย่างจบลง หอบจนตัวโยน เหงื่อซึมผิวหนังทั้งที่เขาไม่มีเหงื่อสักหยด ต่างชั้นจนรู้ว่าดิ้นไปก็เสียแรงเปล่า ในเมื่อร่างกายผมมันไม่มีอะไรจะให้เสียแล้ว 

แต่ก่อนที่เขาจะทำอะไร ผมต้องให้เขารู้เรื่องหนึ่ง 

“คุณจะทำอะไรกับผมก็ได้ แต่จำไว้ นี่จะเป็นครั้งที่สุดท้าย ที่คุณเอาความโกรธของคนอื่นมาลงที่ผม” น่าสมเพชสิ้นดี กัดฟันพูดถ้อยคำออกไปอย่างเจ็บใจ ปากอวดเก่งแต่สถานการณ์เป็นรองถึงเพียงนี้ 

แต่มันกลับทำให้ดีแลนชะงักไปนิด ดวงตาสีเทาเหลือบแสงเผยให้เห็นความลังเลในนั้น ก่อนความมืดมิดจะกลบเกลื่อนมันไปอีกครั้ง 

“ไม่เกี่ยวกับแอรอน” เสียงเข้มตวัดตอบกลับมา สร้างความงุนงงและไม่เข้าใจให้กับผม 

“แล้วทำไม...” 

ดีแลนไม่เปิดโอกาสให้ผมถามต่อเมื่อนิ้วร้อนสอดแทรกเข้ามาในโพรงปาก กดลิ้นผมลงและขูดไปมาจนเจ็บ แม้จะหันหน้าหนีเขาก็ตามมาได้อยู่ดี จนน้ำลายเอ่อท่วม 

“ถ้านายกัด นายจะเจ็บกว่านั้นสองเท่า” 

ดีแลนขู่ขึ้นทันควันเมื่อผมแนบฟันลงกับนิ้วของเขา และยัดนิ้วที่สองตามเข้ามาลึกจนสำลัก น้ำลายไหลเยิ้มลงมาตามมุมปากเมื่อไม่สามารถกลืนมันลงได้ หลับตารับแรงกระทุ้งเมื่อดีแลนสอดนิ้วเข้ามาลึกขึ้น จนกระทั่งเขาถอนนิ้วเปียกชุ่มออกไป 

ปราการด่านสุดท้ายของผมก็ถูกดึงลงไปด้วยเช่นกัน 

ก่อนสัมผัสเย็นชื้นที่ช่องทางด้านหลังจะพาร่างกระตุกวูบผิวกายร้อนผ่าว ดีแลนไล้นิ้วเปียกชื้นจนปากทางลื่นพอที่จะใส่นิ้วเข้าไปได้และสอดแทรกเข้ามาจนสุด ความกะทันหันทำผมผมผวาเฮือก บีบรัดช่องทางไม่ต้องรับสิ่งแปลกปลอม ความคับแน่นส่งผลให้เขาดันนิ้วที่สองเข้ามาไม่ได้ แค่น้ำลายของผมมันจะช่วยอะไร ในเมื่อทุกอย่างมันกะทันหันไปหมด 

แต่น่าแปลกใจที่เขาไม่ได้ฝืนดันนิ้วเข้ามาเข้า ดีแลนเพียงกวาดนิ้วเดียวของเขาในช่องทางผมจนต้องกัดปากแน่นกลั้นเสียงคราง กดความต้องการของตัวเองให้ลึกที่สุด ในเมื่อเขายังคงสงบนิ่ง ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมด้วยสักนิด 

แล้วทำแบบนี้ทำไม? 

ดีแลนกวาดนิ้ววนอีกสองสามครั้ง สัมผัสจุดกระสันจนร่างร้อนวูบ และถอนนิ้วออกไป ปล่อยขาสั่นระริกของผมแนบลงกับโซฟา ความพอใจระบายชัดบนใบหน้าเมื่อเห็นว่าผมกำลังแข็งขืนชูชัน 

ทั้งที่คิดว่าไม่ต้องการ แต่ร่างกายน่าอายกลับทรยศ 

ผมหอบหายใจหนัก ยกเข่าไร้เรี่ยวแรงสองข้างขันขึ้นและหนีบเข้าหากัน ซ่อนสิ่งนั้นให้พ้นจากสายตาเขา 

“ผิดคาดแฮะ” ประโยคประหลาดถูกเอ่ยออกมาอีกครั้งเมื่อเขามองสำรวจร่างกายผม เหมือนกำลังหาอะไร และพอใจที่เขาไม่เจอมัน 

รอยทะมึนบนใบหน้าเขาจางหายไปในที่สุด ก่อนมุมปากจะยกกระดกเป็นรอยยิ้ม 

ไม่ใช่แบบที่ผมชอบ 

“ออกไปกับตัวผู้ นึกว่าจะยับเยินกลับมามากกว่านี้” 

!!! 

ความเข้าใจกระแทกหน้าผมอย่างจัง จนเมื่อดีแลนลุกออกไปทิ้งผมที่ร่างอ่อนปวกเปียกแต่แข็งขืนไว้บนโซฟาทั้งอย่างนั้น และหายไปจากห้องนอน ความเจ็บใจด้วยคำพูดร้ายกาจส่งผลให้กระบอกตาร้อนผ่าว น้ำตาจากความเจ็บที่เหือดหายเอ่อขึ้นมาอีกครั้ง 

เจ็บจนจุกทั้งที่ครั้งนี้ไม่ได้ถูกกระแทกกับอะไร เพียงแค่คำพูดของผู้ชายเลวร้าย กลับพังความรู้สึกของผมไปทั้งแถบ น้ำใสกลั่นตัวและหยดไหลลงมาตามแก้มช้าๆ กัดฟันกับริมฝีปากล่างจนเจ็บระบม 

 

โกรธจนร้องไห้มันเป็นยังไง เพิ่งรู้วันนี้นี่เอง 

 

 

 

50% 

>>>> 

โอ๊ย ปวดใจ 

ตบปากดีแลนห้าสิบรอบ ปฏิบัติ! 

ทำไมใจร้ายหยั่งนี้!! 

อย่าเพิ่งเกลียดพ่อพระเอกของเรานะคะ ;( 

ตอนหน้าเดี๋ยวให้กลับมาแก้ตัวววว 

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นค่า 

รัก. 

กลับหน้าเรื่อง

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636973441316511097.jpghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636973441316734995.jpg

ช่องทางการสั่งซื้อ 

www.hermitbookshop.com

 

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636987094938705895.jpghttp://cdn-th.tunwalai.net/files/member/1458077/images/636987094938213556.jpg

ช่องทางการสั่งซื้อ

http://deerbookshop.lnwshop.com

 

 

 

 

แสดงเพิ่มเติม
ความคิดเห็นทั้งหมด ()
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น